Partager

๗ ความจริงที่เหมือนการข่มขู่

last update Date de publication: 2025-12-31 21:48:24

๗

ความจริงที่เหมือนการข่มขู่

หรงซินเยวี่ยนเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมด้วยใบหน้าแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธ เสี่ยวรุ่ยที่ร้อนใจเพราะหาคุณหนูไม่เจอ เมื่อหันมาเห็นหรงซินเยวี่ยนเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมก็รีบเดินเข้าไปหาคุณหนูในทันที

“คุณหนู! คุณหนูไปไหนมาเจ้าคะ บ่าวตามหาคุณหนูแทบแย่เลยเจ้าค่ะ”

“กลับ เรียกรถม้า”

หรงซินเยวี่ยนไม่ตอบสาวใช้ นางไม่รู้ว่ารถม้าจวนนางจอดที่ไหน แต่ตอนนี้ขอเพียงแค่เดินให้ห่างจากโรงเตี๊ยมเมื่อครู่เป็นพอ

“บ้าที่สุด! นี่ข้ากำลังเล่นกับไฟอยู่หรือ…โอ๊ย”

“โอ๊ย”

หรงซินเยวี่ยนกำลังถูกความโมโหบังตา ตอนที่นางเดินย้อนกลับมาที่โรงน้ำชาที่ไปนั่งฟังนิทานเมื่อครู่นี้ได้เผอิญชนเข้ากับร่างหนึ่งจนทั้งนางและเขาล้มกันไปคนละทาง

“คุณหนู!”

เสี่ยวรุ่ยตกใจอีกครั้งในรอบวัน รีบเข้ามาพยุงหรงซินเยวี่ยนพร้อมดุบุรุษร่างผอมบาง

“เดินอย่างไรของเจ้า ชนคุณหนูของข้าล้มแบบนี้ใช้ได้หรือ!”

บุรุษที่หรงซินเยวี่ยนชนเมื่อครู่ลุกขึ้นยืนได้แล้ว เขายื่นมือเข้ามาหวังจะช่วยพยุงนาง ทว่ากลับโดนเสี่ยวรุ่ยตีมือออกอย่างแรง

“ขออภัยแม่นาง ข้าเพียงอยากช่วยพยุงแม่นางขึ้นเท่านั้น ขออภัยที่เมื่อครู่ข้าเดินไม่ระวัง”

“เจ้า…”

หรงซินเยวี่ยนจับมือเสี่ยวรุ่ยแล้วส่ายหน้าให้นางเพราะไม่อยากให้เรื่องไปกันใหญ่

เสื้อผ้าที่บุรุษตรงหน้านางสวมใส่แม้จะสีตก ไม่พอดีตัว ทว่าใบหน้าที่สะอาดสะอ้าน มือเรียวบางคล้ายไม่ได้หยิบจับของหนักทำให้นางเดาว่าเป็นคุณชายจากตระกูลหนึ่ง

“ขออภัยคุณชายด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ เมื่อครู่ข้าก็ไม่ได้ทันได้ระวัง คุณชายเจ็บส่วนใดหรือไม่”

สีหน้าซีดเซียวอมโรคของเขาส่ายไปมาเบา ๆ

หรงซินเยวี่ยนเชื่อว่าเขาไม่ได้พูดความจริงถึงได้ยื่นผ้าเช็ดหน้าไปให้เขา

“ข้ายังรู้สึกเจ็บไม่ต้องพูดถึงคุณชายที่ล้มในท่าเดียวกัน หากหลังจากนี้คุณชายเจ็บป่วยแล้วเกิดปัญหาสุขภาพใดขึ้นให้นำผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไปร้านเยวี่ยนวั่ง จางหลงจู๊จะช่วยจัดการเรื่องทุกอย่างให้เองเจ้าค่ะ”

ชายหนุ่มมองผ้าในมือหรงซินเยวี่ยนที่ปักเป็นรูปพระอาทิตย์สัญลักษณ์ของร้านหนังสือเยวี่ยนวั่งที่เขาคุ้นตาเป็นอย่างดี

“คุณหนูไม่ต้องเกรงข้าใจถึงเพียงนี้ ในเมื่อคุณหนูพูดแล้วว่าเราต่างก็เดินไม่ระวังกันทั้งคู่ น้ำใจของคุณหนู ซ่านซีรับรู้แล้ว”

“ซ่านซี…”

ชื่อนี้คุ้นหูหรงซินเยวี่ยนนัก เสี่ยวรุ่ยที่เห็นคุณหนูแสดงสีหน้าครุ่นคิดก็เอ่ยถามแทนนาง

“ใช่เมิ่งซ่านซีหรือไม่เจ้าคะ”

หรงซินเยวี่ยนหันไปมองหน้าเสี่ยวรุ่ยแล้วหันมามองชายหนุ่ม เมื่อเห็นชายหนุ่มพยักหน้ารับก็ตวัดสายตามามองสาวใช้

“เสี่ยวรุ่ย เจ้ารอบรู้เกินไปแล้ว”

คนที่ถูกมองด้วยสายตาชื่นชมก้มหน้างุดเพราะเขินให้กับสายตาคุณหนู แต่เมื่อหันไปเห็นเมิ่งซ่านซีจับจ้องคุณหนูของนางไม่วางตาก็กระแอมเบา ๆ เขาถึงก้มหน้างุดไม่กล้ามองหน้าหญิงสาวโดยตรง

หรงซินเยวี่ยนหันมาให้ความสนใจชายหนุ่มอีกครั้ง นางถือว่าตัวเองแยกแยะได้ดี ไม่ได้โมโหเมิ่งกวังฮุยแล้วมาระบายอารมณ์กับเมิ่งซ่านซี

“ขอถาม คุณชายใช่น้องชายของรองแม่ทัพเมิ่งหรือไม่ หากใช่เราก็คงอยู่ในวัยไล่เลี่ยกันกระมัง”

“ข้าพอจะทราบข้อมูลตระกูลหรงมาบ้าง เหมือนเราจะอายุ 17 หนาวเท่ากัน”

หรงซินเยวี่ยนไม่ได้เจอคนที่อายุเท่านางบ่อยนัก ความสีหน้าอมโรค ร่างกายผอมแห้งของเขาทำให้นางนึกถึงตัวเองในอดีต

อยู่ ๆ นางก็รู้สึกว่าตนถูกชะตากับเขา!

“คุณชาย เรา…”

“เยวี่ยนเอ๋อร์!”

หรงซินเยวี่ยนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงที่เริ่มคุ้นหูแล้ว ซึ่งเสียงนี้คือสิ่งที่นางอยากเลี่ยงเข้าใกล้ที่สุดในตอนนี้

ตัวนางแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ว่าเขาเดินเข้ามาประชิดแผ่นหลัง น้ำเสียงที่ใช้พูดกับนางเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“เยวี่ยนเอ๋อร์ ซ่านซี เกิดอันใดขึ้น”

หรงซินเยวี่ยนดึงมือชายหนุ่มออก นางผินหน้ามาหาเขาแล้วถลึงตาใส่

ทว่านอกจากเมิ่งกวังฮุยจะไม่สะทกสะท้านแล้ว เขายังทำเหมือนว่าเรื่องเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เราเพียงเดินชนกันเท่านั้น ไม่มีอันใดแล้วเจ้าค่ะ”

แม้หรงซินเยวี่ยนจะไม่อยากสนทนาพาทีกับชายหนุ่มเท่าไรนัก แต่ก็ไม่คิดหลู่เกียรติเขาต่อหน้าสาธารณชน

“ชนหรือ ให้ข้าดูว่าเจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่”

เมิ่งกวังฮุยจับตัวหรงซินเยวี่ยนหมุนจนรอบ ท่าทางห่วงใยไม่จอมปลอมนี้สร้างความสงสัยให้เมิ่งซ่านซียิ่งแล้ว

พี่ใหญ่สนิทกับคุณหนูรองตั้งแต่เมื่อใดกัน

“ข้าไม่ได้เป็นอันใดเจ้าค่ะ ไม่ต้องหมุนข้าแล้ว”

ท่าทางที่ดูไม่อยากสนิทด้วยของหรงซินเยวี่ยนทำให้เมิ่งซ่านซีสรุปเรื่องนี้เองในใจ

อ้อ เห็นทีจะมีแต่พี่ใหญ่ที่อยากสนิทกับนาง

“ขออภัย ข้าเพียงเป็นห่วงเจ้าเกินไป เช่นนั้นข้าไปส่งเจ้าที่จวนตอนนี้เลยดีหรือไม่ เรื่องที่เราจะแต่งงานกันข้าบอกท่านย่ากับท่านแม่แล้ว ตอนนี้กำลังเตรียมของหมั้น เร็ว ๆ นี้ข้าจะไปส่งของหมั้นที่ตระกูลหรงด้วยตนเอง”

“ตะ แต่งงาน/แต่งงาน!”

เสี่ยวรุ่ยและเมิ่งซ่านซีพูดเป็นเสียงเดียวกัน ตอนแรกทั้งสองไม่อยากเชื่อหูตัวเอง แต่เมื่อต่างคนต่างได้ยินคำพูดของกันและกัน ทั้งสองถึงรู้ว่าตนไม่ได้หูเพี้ยนไป

เมิ่งกวังฮุยพูดว่า ‘แต่งงาน’ จริง ๆ

“เสี่ยวรุ่ยเบา ๆ เดี๋ยวคนก็เอาไปลือหรอก”

ถ้าลือจนถึงหูท่านพ่อเมื่อใด ชีวิตอิสระของข้าได้จบเพียงเท่านี้แน่ ปากพาซวย

“ลือก็ดี ระหว่างที่กำลังเขียนเทียบเชิญแขก ทุกคนจะได้รู้ว่าเจ้ากำลังเป็นว่าที่ภรรยาของข้า”

หรงซินเยวี่ยนหน้าร้อนผ่าวเพราะอับอาย ตอนที่ชายหนุ่มกล่าวประโยคเมื่อครู่มีคนเดินผ่านมาพอดี

ท่าทางที่ยื่นหน้าซุบซิบกันบอกชัดว่าพวกเขาได้ยินคำพูดของเมิ่งกวังฮุย

“ท่านรองแม่ทัพระวังคำพูดด้วย ต่อให้ข้าจะไม่สนใจชื่อเสียงของตนเองก็ยังสนใจชื่อเสียงของบิดามารดาอยู่”

“เยวี่ยนเอ๋อร์วางใจ ข้าคิดจะบอกเจ้าตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว แต่เจ้าวิ่งหนีมาก่อนก็เลยไม่มีโอกาสได้พูด ไม่รู้เสี่ยวรุ่ยได้บอกเจ้าหรือไม่ว่าเช้านี้ข้าไปเยือนตระกูลหรงมา”

หรงซินเยวี่ยนตวัดสายตามามองสาวใช้เพราะนางไม่ได้พูดถึงเรื่องเมิ่งกวังฮุยให้ฟังเลยสักนิด

เสี่ยวรุ่ยส่งยิ้มเจื่อนให้นายสาว

“บ่าวคิดว่าท่านรองแม่ทัพมาเรื่องงานเจ้าค่ะ เลยไม่ได้รายงานเรื่องนี้กับคุณหนู”

หรงซินเยวี่ยนคาดโทษสาวใช้เอาไว้ในใจแล้วตวัดสายตามามองเมิ่งกวังฮุย

“เมื่อเช้าท่านไปเรือนจวนตระกูลหรงด้วยเหตุใดเจ้าคะ คงมิใช่เรื่องแต่งงานที่ข้าไม่ยังไม่ยินยอมพร้อมใจกระมัง”

“การแต่งงานเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราในฐานะผู้น้อยจะคัดค้านอันใดได้ ข้าได้บอกความประสงค์กับท่านกุนซือแล้ว แม้ท่านกุนซือจะลังเลคล้ายอยากถามความเห็นของเจ้า แต่นั่นเป็นเพราะว่าเขาไม่รู้ว่าพวกเรา…”

“ฮุยเกอ!”

คำเรียกนี้หยุดคำพูดเมิ่งกวังฮุยได้ หรงซินเยวี่ยนเม้มปากเพราะรู้สึกว่าถูกกุมความลับบางอย่างเอาไว้ รู้สึกชิงชังเขาที่เอาความจริงมาเล่นงานนาง

นี่สินะที่เขาเรียกว่ากรรม

“ไม่พูดต่อแล้วก็ได้…ไปเถอะ! ฮุยเกอจะไปส่งเจ้าที่รถม้าเอง” ว่าแล้วเขาก็กุมมือหรงซินเยวี่ยนไปที่รถม้า รอยยิ้มผุดขึ้นมุมปากเมื่อเห็นว่าครั้งนี้นางไม่ได้สะบัดมือเขาออก

“ว่าง่ายแบบนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องเปลืองตัว”

หรงซินเยวี่ยนถอนหายใจ นางพยายามอดทนไม่สะบัดมือเขาออกจนกระทั่งมาถึงรถม้าและห่างเมิ่งซ่านซีมากแล้วถึงสะบัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี

“กลับดี ๆ”

หรงซินเยวี่ยนไม่รับคำอวยพรนี้ ทว่าเมิ่งกวังฮุยไม่ถือสา คอยส่งหญิงสาวจนกระทั่งรถม้าของนางเคลื่อนไปไกลแล้ว

“พี่ใหญ่…”

เขาหันหลังกลับมามองเมิ่งซ่านซีที่ยังไม่ไปไหน ตอนนี้เมิ่งกวังฮุยกำลังอารมณ์ดี เขาถึงใส่ใจกับสีหน้าตั้งคำถามของเมิ่งซ่านซี

“สงสัยสิ่งใดถาม”

“...คุณหนูใหญ่ทราบหรือไม่ว่าท่านหันเป้าหมายมาที่น้องสาวของนางแล้ว”

รอยยิ้มบนใบหน้าเมิ่งกวังฮุยยังคงอยู่ แต่แววตาของเขาทำให้รอยยิ้มนี้ดูร้ายกาจ

“หรงฟู่กุ้ยนะหรือ…หึ! นางรู้ดียิ่งกว่าใครทั้งสิ้น”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๗ หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้น(จบ)

    ๕๗หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้นหลายเดือนผ่านมานี้หรงซินเยวี่ยนพยายามดื่มยาและตรวจร่างกายกับหมอซุนเป็นประจำ ยาที่มีรสขมพอดื่มบ่อย ๆ ลิ้นก็เริ่มชินแต่นางก็ไร้วี่แววว่าจะตั้งครรภ์!หมอซุนกล่าวว่านางกดดันตัวเองมากเกินไป ยิ่งเครียดขึ้นไปอีกเพราะการตรวจวัดชีพจรที่บ่อยขึ้นแล้วมีผลว่านางยังไม่ตั้งครรภ์ดังนั้นนางจึงเลิกให้หมอซุนตรวจวัดชีพจรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ“คุณหนูเจ้าคะ ขบวนนายท่านผู้เฒ่ามานั่นแล้วเจ้าค่ะ ดูจากสัมภาระแล้วต้องขนของมาให้คุณหนูแน่”“ท่านตาบอกว่าจะเอาของมาฝากด้วย ถ้าทั้งสิบเกวียนนี้คือของฝาก จวนแม่ทัพของเราคงไม่มีที่เก็บแล้ว…ไปเถอะ!”หรงซินเยวี่ยนทำหน้ากลุ้มใจก่อนที่จะเดินนำเสี่ยวรุ่ยลงไปยังด้านหน้าประตูเมืองหอคอยเพื่อต้อนรับท่านตาที่มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมนางเสียทีเมื่อลงมาด้านล่างหอคอยก็เห็นว่าสามียืนเอามือกอดดาบเอาไว้ท่าทางสงบนิ่ง สวนทางกับหัวใจที่สั่นระรัวเพราะความตื่นเต้น“หยุด~”คนบังคับรถม้ารั้งบังเหียนม้าเอาไว้ เกวียนบรรทุกของทั้งสิบคันค่อย ๆ หยุดการเคลื่อนไหวหลานเขยที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับท่านตาของภรรยาที่เพียงเปิดหน้าต่างรถม

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๖ ด้วยคำอธิษฐานนี้

    ๕๖ด้วยคำอธิษฐานนี้เมิ่งกวังฮุยลาดตระเวนแบบมีจุดมุ่งหมายมาที่ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง ด้วยชุดเกราะเต็มตัวของแม่ทัพทำให้เขาคิดอยู่ว่าจะหาเรื่องเข้าไปในร้านนางอย่างไรไม่ให้ดูสะดุดตาคนในร้าน จนกระทั่งเด็กในร้านคนหนึ่งเห็นเขาเข้าพอดีนางรีบเดินเข้ามาหาเขาแล้วทำการคารวะ“ท่านแม่ทัพมาหาฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ฮูหยินเล่า”เขาไม่โกหกว่าตั้งใจมาลาดตระเวนแล้วผ่านมา แต่ก็ไม่ได้บอกเด็กในร้านว่าตั้งใจมาหาฮูหยินตอนเขาตั้งคำถามสายตาก็มองเข้าไปด้านในร้าน เผลอชะเง้อคอมอง เหล่าพลทหารที่ติดตามมาด้วยมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กับท่าทางนี้รู้ในทันทีว่าการเดินลาดตระเวนก็แค่ข้ออ้าง!“ฮูหยินไปลอยโคมกับเสี่ยวรุ่ยเจ้าค่ะ ไปได้สักพักหนึ่งแล้ว เดี๋ยวก็คงกลับมากันแล้วกระมัง”“อ้อ”เมิ่งกวังฮุยรับคำสั้น ๆ แล้วเดินนำพลทหารไป ท่าทางเขายังเหมือนทหารที่ลาดตระเวนเช่นเคย ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าชายหนุ่มกวาดสายตามองโดยรอบเผื่อจะเห็นฮูหยินของตนหรือจะอยู่ที่ทะเลสาบ“พวกเจ้าไปลาดตระเวนตามเส้นทางที่วางแผนไว้”“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งจากเสียงเข้มเสียงผสานที่ชายหนุ่มรีบสั่งเช่นนี้เพราะไม่อยากให้เหล่าทหารได้เห็นท่าทางของเขายามที่อยู่กั

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๕ ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของ

    ๕๕ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของเทศกาลโคมลอยสำหรับคนอื่นคือจุดนัดพบระหว่างกันที่ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รักหรือนักขายหรงซินเยวี่ยนในฐานะที่เป็นแม่ค้า เตรียมสินค้าเอาไว้ขายให้ชาวเมืองลุ้นยิ่งนักว่าสินค้าจะขายได้หรือไม่เหนือสิ่งอื่นใด นางหวังว่าร้านค้าจะมีชื่อเสียงขึ้นจากเทศกาลโคมลอยในครั้งนี้ อย่างน้อยก็เป็นการประชาสัมพันธ์ร้านค้าความสัมพันธ์ในด้านคู่รักของนางไม่สร้างภาระทางใจให้กัน เพราะเมิ่งกวังฮุยก็ยุ่งอยู่กับการพิสูจน์ตัวเองงานนี้นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจัดการดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยให้แก่เมืองได้ดี ชาวเมืองก็จะยอมรับเขาในฐานะแม่ทัพคนใหม่ได้มากขึ้น…จะได้ไม่ดูถูกว่าเป็นแม่ทัพหน้าอ่อนอีก!“…ฟูจวิน ชุดนี้เหมาะกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”สาวงามเอ่ยถามสามีด้วยความเอียงอาย ในใจหมายมาดว่าสามีจะยอมจ่ายเงินซื้อชุดที่ครบเครื่องทั้งศีรษะจรดเท้าให้…แล้วเขาก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง!“หากเจ้าอยากได้ ฟูจวินจะซื้อให้เจ้า”ภรรยาสาวฉีกยิ้มหวานเมื่อได้ยินคำพูดนี้จนกระทั่งถามราคาที่มากถึงสามสิบตำลึงเงิน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นจืดเจื่อน หันไปส่งสัญญาณให้สามีแล้วส่ายหน้าเบา ๆหรงซินเ

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๔ ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง

    ๕๔ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสองหรงซินเยวี่ยนกับเสี่ยวรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองร้านค้าเบ็ดเตล็ดที่ขายทั้งผ้า เครื่องประดับ เครื่องเขียนรวมถึงหนังสือ สองสาวจะไม่ตะลึงเลยหากไม่เห็นป้ายหน้าร้านตัวอักษรโต ๆ“ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”หรงซินเยวี่ยนยกมือปิดปากด้วยไม่คิดว่าท่านตาจะเตรียมการทุกอย่างให้หมดแล้วแผนธุรกิจที่นางสู้อุตส่าห์คิดมาสามวันสามคืน สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้“คุณหนู นายท่านผู้เฒ่ารักคุณหนูมากเลยเจ้าค่ะ”“ข้ารู้สึกว่าตัวเองถูกรักก็ตอนนี้ เขียนว่าสาขาสองเช่นนี้ หากคนสงสัยถามว่าสาขาหนึ่งอยู่ที่ใดแล้วทราบว่าอยู่เมืองหลวง ใครจะไม่อยากใช้ของที่มาจากเมืองหลวงกัน นับเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง”หลงจู๊เห็นสตรีอายุน้อยสองคนอยู่นอกร้าน ไม่เข้ามาด้านในเสียที เมื่อพิศดูลักษณะท่าทางแล้วคุ้นตาจึงเดินเข้ามาหาทั้งสอง“ขอถามแม่นาง ใช่คุณหนูรองหรงซินเยวี่ยน ฮูหยินแม่ทัพเมิ่งหรือไม่”หรงซินเยวี่ยนส่งยิ้มเป็นมิตรให้หลงจู๊“ข้าหรงซินเยวี่ยน ท่านคงเป็นเจี่ยหลงจู๊กระมัง ผู้ดูแลร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”“คารวะคุณหนู ข้าน้อยเจี่ยจี้รับหน้าที่ดูแลร้านมาหนึ่งเดือนแล้วขอรับ”เป็นอีกครั้งที่หรงซินเยวี่ยนยกมือขึ้นปิดริมฝีปากคงมิใช่

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๓ ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขา

    ๕๓ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขาณ ค่ายทหารทัพประจิม“…ค่ายประจิมงานเหมือนกับค่ายทั่วไป ที่ข้าอยากจะส่งมอบให้ก็คือแผนที่เหล่านี้ จุดที่ควรเน้นการคุ้มกันเป็นพิเศษ รายละเอียดปลีกย่อยหูหลี่จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง ส่วนนี่…” หยิบกล่องไม้ขึ้นมาแล้วยื่นให้เมิ่งกวังฮุยชายหนุ่มรับมาเปิดดูก็เห็นว่าเป็นตราประทับเคลื่อนพลของค่ายประจิมสองมือยกขึ้นคารวะแม่ทัพผู้เฒ่าทันทีที่อีกฝ่ายไม่ยึดติดในอำนาจ ส่งมอบกำลังทหารให้โดยไม่ยึดติดเรื่องเล่าการเปลี่ยนผ่านส่งมอบกำลังทหาร เมิ่งกวังฮุยย่อมได้ยินมาบ้างว่าต่อให้จะได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทก็ยังมีการเล่นลิ้น เดิมทีเขาคิดว่าการมารับตำแหน่งครั้งนี้จะยากตั้งแต่วันแรกเสียแล้ว“ฮูหยินน้อยเป็นอย่างไรบ้าง”เมิ่งกวังฮุยเผลอเลิกคิ้ว แม่ทัพเซียวจึงเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง“ที่จริงข้ากับนางไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว กับตาเฒ่าเผิงต่างหากนับว่าเป็นสหายที่เคยดื่มสุราพูดคุยกันอย่างถูกคอ เมื่อทราบว่าหลานสาวจะย้ายตามสามีมาที่นี่ก็ฝากให้ข้าดูแล เดือนหน้าข้าถึงจะย้ายกลับรั่วหยาง ระหว่างนี้ข้าจะดูแลเจ้าสองสามีภรรยาให้เต็มที่”ที่แท้ท่านตาของนางก็มากรุยทางเอาไว้ให้แล้ว คืนนี

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๒ เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิง

    ๕๒เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิงสามวันผ่านไปในที่สุดขบวนเดินทางของแม่ทัพประจิมคนใหม่ก็เคลื่อนเข้าสู่เมืองหน้าด่านที่ไม่จัดว่าเจริญเท่าเมืองหลวงแต่ก็ไม่ได้กันดารถึงขนาดใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ได้เมืองนี้มีชาวเมืองอาศัยราวหนึ่งหมื่นบ้าน เป็นทั้งของครอบครัวทหารและชาวบ้านทั่วไป มีเส้นทางน้ำ ที่นาหลายพันไร่ ชาวเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากกว่าการค้าขาย ทหารของค่ายนี้จึงไม่อดอยาก เสบียงพร้อมสำหรับทหารทุกคนความเสี่ยงสองอย่างที่ค่ายประจิมเผชิญ หนึ่งเมืองนี้เป็นที่รับน้ำ สองชายแดนติดกับแคว้นที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพ เกิดการกบฏเปลี่ยนผู้นำแคว้นเป็นว่าเล่น เคราะห์กรรมจึงมาตกอยู่ที่ประชาชนทหารเฝ้าเมืองต้องเข้มงวดตรวจคนเข้าเมืองเพื่อไม่ให้คนลักลอบเข้ามาทำเรื่องผิดกฎหมายเมื่อมาถึงหน้าเมือง เมิ่งกวัยฮุยก็ยื่นป้ายประจำตัวให้แก่ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมือง ทันทีที่ทหารทราบว่าเป็นแม่ทัพคนใหม่ก็ทำการคารวะ เรียกความสนใจจากชาวเมืองที่กำลังต่อแถวเข้าเมืองให้หันมามองเขาเป็นตาเดียว“นี่นะหรือแม่ทัพคนใหม่ ไยดูอ่อนเยาว์เช่นนี้”“นั่นสิ เหมือนคุณชายมากกว่าเหมือนแม่ทัพ หน้าขาวแบบนี้จะมีฝีม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status