LOGINภาพิไลลูบไล้โลชั่นให้ซึมเข้าผิว ตาของเธอปรือปรอยเมื่อมือนุ่มกำลังลูบไล้ไปตามมือ แขน ขา เลื่อนลูบไปเรื่อยๆ สาวน้อยเปลือยเปล่าหลังอาบน้ำอุ่นๆ ในอ่าง โรยเกลือหอมกลิ่นกุหลาบ มันทำให้เธอสดชื่นไปทั้งเนื้อทั้งตัว เธอนั่งอยู่บนพื้นพรมสีชมพูนุ่มนิ่ม ร่างงามเปลือยสะท้อนความงดงามให้เห็นทางกระจกเงาบานสูงที่ตั้งอยู่ตรงหน้าพรม ภาพิไลนั่งชันเข่าขึ้นทั้งสองข้าง ลูบไล้เนื้อครีมหอมนุ่มไปตามเรียวขา ตาของเธอมองไปยังกระจกบานนั้น ยิ้มนิดๆ กับสิ่งที่เห็น เรือนร่างอรชร ทรวงอกขนาดอวบเกินวัยขนาดพอเหมาะ ปลายยอดเชิดชันสีทับทิมเข้ม เอวเล็กคอด ขาเรียวเสลา เธอค่อยแยกขาออก เพื่อมอง...ส่วนนั้นของตนเอง สิ่งที่ทำให้ใครต่อใครหลงใหลมันนัก
กลีบเนื้ออิ่มอูมแยกออกนิดๆ เผยให้เห็นเนื้อสีชมพูข้างใน ติ่งเกสรขนาดพอดีแต้มแต่งไว้เธอมีเพียงไรขนบางๆ ปกคลุมความโหนกนูนส่วนนั้นไว้ มือของเธอลูบเลื่อนลงไป...แยกมันออกแล้ว...เริ่มแตะต้องมันในแบบที่เธอชอบ
“อา...อื้อ...”
ภาพิไลกัดริมฝีปาก ตัวค่อยเอนนอนไปตามพรมนุ่มผิว เธอบีบบี้ปลายยอดทับทิมเพื่อให้ความสุขตัวเอง ร่างงามเกร็งกระตุกเมื่อสอดนิ้วเข้าไปแล้วเริ่มเสียดสีเข้าออก กลีบกุหลาบชุ่มเยิ้มขับน้ำหวานออกมา เธอทำเร็วขึ้นทีละนิด ทีละนิด
อารมณ์เธอกำลังเลื่อนลอย สูงขึ้น สูงขึ้น
สาวน้อยกรีดเสียงแห่งความสุขออกมาเมื่อถึงขีดสุด แม้มันจะไม่สุข...เหมือนกับยามมีร่างกายแข็งแกร่งของเพศชายมากอดรัด แตะต้อง สอดคลึง บรรเลงเพลงตัณหาไปด้วยกัน หากก็ยังทำให้เธอมีความสุขเหมือนได้กินขนมหวานนิดๆ หน่อยๆ พออร่อยลิ้น ยามที่อาหารหลักไม่อยู่
ภาพิไลนอนหายใจแรง ก่อนจะค่อยหายใจเป็นจังหวะปรกติ สาวน้อยค่อยลุกขึ้นยืน สำรวจตัวเองอย่างภูมิใจในกระจกบานสูง เธอสวย...เธอมีเสน่ห์...เธอรู้ดี และนั่นมันเป็นต้นทุนที่เธอมี และเป็นสิ่งที่เธอจะใช้หากำไรให้กับชีวิตของตนเอง
เธอเดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปล้างมือ และล้างชำระผิวเนื้อส่วนนั้นก่อนจะเดินกรายออกมา คืนนี้พีระไม่อยู่ และจะไม่อยู่ไปอีกตั้งสี่วันสินะ...เธอถอนหายใจนิดๆ อย่างหงุดหงิด การที่พีระทำให้เธอไปพบความสุขเกือบทุกคืนตั้งแต่วันนั้น มันทำให้เธอหงุดหงิดเมื่อรู้ว่าคนพาเธอทัวร์สวรรค์จะไม่อยู่
ถึงเขาจะมีขนาดไม่ได้ดั่งใจนัก แต่อย่างอื่นก็ทำให้ภาพิไลสุขเสียวได้เกือบๆ จะเทียบเท่าการถูกสวมสอดกระแทกด้วยความใหญ่แนบแน่น ถ้าเป็นตอนที่เธอยังอยู่บ้านของบิดาเลี้ยง เธอมีทางออกสำหรับเรื่องนี้ แต่...ตอนนี้ มันคงจะไม่สะดวกนักถ้าหากว่าเธอจะทำเหมือนเดิมที่เคยทำ
เขายังหลงใหลกับความคับแคบสดใหม่ เธอเกรงว่าถ้าเกิดไปทำอะไรต่อมิอะไรกับคนอื่น...ที่เธอเคยๆ มาล่ะก็ พีระอาจจะรู้ว่าความคับแน่นนี้มันเปลี่ยนไป
เฮ้อ...
เธอถอนหายใจอีกหน แล้วลงมือแต่งตัว ย่นจมูกนิดๆ ให้กับตนเอง เมื่อจัดแจงแปรงโฉมตัวเองแล้วเรียบร้อย เธอเลือกสวมเสื้อยืดสีขาวลายตุ๊กตาน่ารัก กับกางเกงขาสั้นสีเหลืองอ่อน เรือนผมปล่อยยาวสยาย ติดกิฟท์รูปดาวไว้ที่เรือนผม มันเป็นกิฟท์ประดับเพชรแท้ที่เขามอบให้เธอในวันจดทะเบียน แล้วของแต่งตัวน่ารักๆ ประดับด้วยเพชรพลอยของแท้ให้เธออีกหลายรายการ เป็นของขวัญที่ถูกใจภาพิไลมาก ถือเสียว่าชดเชยให้กับการที่เขาไม่อยู่ และเธอต้องเป็นเด็กดีสงบเสงี่ยมในพักนี้ก็แล้วกัน
จดทะเบียน...
ภาพิไลยิ้มกว้าง แล้วหอบเอาโน้ตบุ๊คส่วนตัวสีเขียวพาสเทลของเธอ เดินลงบันไดไปยังด้านล่าง ตอนนี้ภาพของเธอในบ้านหลังนี้ คือเมียเด็กของพีระ ที่นอบน้อมน่ารักน่าสงสาร...ใช่...เธอเป็นแบบนั้น อาจจะมีคนซุบซิบกันเรื่องเขาไปรับตัวเธอมาจากบ้านของพ่อของเธอที่เป็นลูกหนี้ของเขา ภาพิไลจะออดอ้อน ออเซาะพีระก็ต่อเมื่ออยู่กันสองคนเท่านั้น ยามอยู่ต่อหน้าคนอื่น เธอจะทำเอียงอาย ไม่ค่อยกล้า หน้าแดงก่ำยามที่ถูกพีระหอมแก้ม หรือโอบเอว เธอแสร้งทำเช็ดน้ำตาเสียด้วยซ้ำ ยามที่เขาเผลอและมีคนอยู่ ทำเหมือนว่ากำลังจำทน...ยังปรับตัวไม่ได้กับความสัมพันธ์แบบนี้
กับคนรับใช้ทุกคน ภาพิไลพูดจาเพราะพริ้ง อ่อนหวาน เธอจึงเป็นที่รักที่สงสารของพวกเขานัก ก็เด็กสิบหก กับคนอายุเกือบห้าสิบแก่คราวพ่อ ที่ต้องมาเป็นเมียขัดดอก ดูอย่างไรสาวน้อยก็น่าสงสารน่าเวทนาในชะตากรรมยิ่งนัก เธอเป็นที่เอ็นดูของพวกเขา โดยเฉพาะนายชนะที่ใกล้ชิดกับเธอเป็นพิเศษเพราะต้องขับรถไปรับไปส่งเธอไปโรงเรียน นั่นเขาเอ็นดูเธอเหมือนกับลูกหลานเลยทีเดียว
การที่มีคนรัก การที่กุมหัวใจใครต่อใครได้โดยง่าย เป็นความสามารถอย่างหนึ่งของภาพิไล
การมีคนรักมันก็ย่อมดีกว่ามีคนเกลียดหรือหมั่นไส้
“คุณหนูภาข้าวเช้าตั้งแล้วเรียบร้อยนะคะ” เสียงของสาวใช้ทัก เมื่อเห็นว่าเธอเดินผ่าน ภาพิไลหันมายิ้มให้แล้วเอ่ยเสียงอ่อนหวาน
“หนูไม่หิวเลยค่ะ ถ้าพี่นิ่มว่าง หนูอยากจะขอนมสักแก้ว ขนมสักชิ้นสองชิ้นที่ห้องนั่งเล่นได้ไหมคะ หนูภามีรายงานต้องส่งวันจันทร์ เลยว่าจะไปทำที่นั่นน่ะค่ะ”
“ได้สิคะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้นะ”
ภาพิไลมองสาวใช้ที่ไปทำตามคำขอของเธออย่างขมีขมันแล้วยิ้มน้อยๆ นี่แหละข้อดีของการมีคนรัก การดูแลเอาใจใส่ที่ได้รับ จะได้รับสิทธิ์พิเศษๆ กว่าคนอื่นเพียงร้องขอ
สาวน้อยเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น ที่ตกแต่งไว้อย่างเรียบหรู เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างเป็นสีแดงเข้ม สีโปรดของพีระ มีโซฟาตัวโตนุ่มตั้งอยู่กลางห้อง โทรทัศน์ติดผนังขนาดหกสิบนิ้ว พร้อมกับเครื่องโฮมเธียร์เตอร์รุ่นใหม่เทคโนโลยีเทียบเท่ากับการไปชมในโรงภาพยนตร์ ใกล้ๆ กันมีชั้นหนังสือมีหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ และนวนิยายผจญภัยภาษาต่างประเทศจัดวางอยู่อย่างเป็นระเบียบ มีเก้าอี้ตัวโตบุนวม ซึ่งมีระบบนวดผ่อนคลายตั้งอยู่หน้าชั้นหนังสือ ภาพิไลตอนแรกเลือกว่าจะดูภาพยนตร์ในวันหยุดของเธอ แต่แล้วสาวน้อยก็เปลี่ยนใจ เธอถือเครื่องโน้ตบุ๊คเปิดระเบียงออกไป ด้านนอกของห้องนั่งเล่นติดกับสวน ซึ่งมีระเบียงกว้างตรงกลางเจาะเป็นสระเลี้ยงปลาขนาดเล็ก ปลาคราฟสีสวยตัวโตว่ายวนกันไปมา ภาพิไลนั่งเอนบนเบาะสีแดงประดับด้วยพู่สีทอง เธอเอนหลังพิงกับกระจกใส เปิดโน้ตบุ๊คแล้วเริ่มค้นหาสิ่งที่เธอกำลังต้องการจะรู้ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนจะเปิดเข้ามา สาวรับใช้เดินถือถาดขนาดใหญ่มาพร้อมกับอาหารยามสายของเธอ
“พ่อครัวทำแซนวิชแฮมไก่ชีสมาให้นะคะ แล้วก็น้ำส้มคั้น กับนม คุณหนูภาอยากได้อะไรอีกไหมคะ?”
“ไม่ล่ะค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะพี่นิ่ม”
“ค่ะ ถ้าอยากได้อะไร เรียกพี่ได้นะคะ พี่ทำงานอยู่แถวๆ นี้แหละค่ะ วันนี้ป้าสร้อยบอกว่าคุณวิชจะกลับ เลยต้องปัดกวาดกันสักหน่อย”
“คุณวิช” คิ้วเรียวของภาพิไลขมวด เธอไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย “ใครหรือคะ”
“ลูกชายของคุณพีระน่ะค่ะ แกไปทำงานเมืองนอก ไม่ค่อยกลับมาหรอกค่ะ นานๆ หนจะมาที นี่ก็เห็นว่าบินมาเยี่ยมคุณพีระ แต่ก็แปลกนะคะ ทำไมมาตอนคุณพีระไม่อยู่ก็ไม่รู้สิ”
“คุณระมีลูกชายด้วยหรือคะ” เธอถามไถ่อย่างสนใจ แล้วเริ่ม ‘เก็บข้อมูล’
“มีคนเดียวนี่แหละค่ะ คือคุณวิช แต่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ หรอกนะคะ เป็นคนที่คุณพีระกับคุณผู้หญิงคนเก่าขอมาเลี้ยงน่ะค่ะ”
“เอ่อ...คุณวิชดุไหมคะ” สาวน้อยเอ่ยถามอย่างลังเล นัยน์ตาส่งประกายใสซื่อ เหมือนเด็กกำลังคิดกลัวผู้ใหญ่ดุๆ มันทำให้สาวใช้มองเธออย่างเอ็นดู
“โธ่...คุณเค้าไม่ดุหรอกค่ะ คุณหนูภาทำหน้าแบบนั้น กลัวหรือคะ?”
“กลัวสิคะ ก็หนูภาน่ะ...มาอยู่ที่นี่ในฐานะ...” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็ก้มหน้าลง เสียงสั่นเครือไปเลยทันที มันทำให้คนที่กำลังมองอยู่นั้น สงสารสุดหัวใจ
โธ่...สาวน้อยเอ๋ย
ชีวิตช่างน่าสงสารเหลือเกิน คงจะ...ยังไม่ชินสินะ เด็กเอ๋ยเด็ก คุณพีระนี่ก็เหลือเกินจริงๆ เอาเด็กรุ่นนี้ทำเมีย เด็กเองจะเต็มใจหรือเปล่าก็ไม่สนใจเลยสักนิด
มือของคนตรงหน้า เอื้อมแตะเบาๆ ที่มือของภาพิไล สาวน้อยใช้นิ้วเช็ดน้ำตาที่คลอออก แล้วยิ้มฝืนๆ ส่งให้
“ไม่เป็นไรนะคะ คุณหนู”
“ขอบคุณนะคะพี่นิ่ม พี่นิ่มดีกับหนูภาเหลือเกินค่ะ ทุกคนที่นี่ดีกับหนูภาจริงๆ มันทำให้หนูภามีเพื่อน แล้วก็...ไม่เหงา”
“อดทนนะคะ อย่าคิดมาก เอ่อ...กับเรื่องของคุณพีระ”
“หนูภากำลังพยายามอยู่น่ะค่ะ” เธอยิ้มแหยส่งให้ แล้วก็ถอนใจน้อยๆ “เราอย่าคุยกันเรื่องนี้เลยนะคะ อย่างน้อยๆ คุณระไม่อยู่ตั้งหลายวันตอนนี้”
“โธ่...เดี๋ยวก็...ทำใจได้ ก็ชินน่ะค่ะ คุณพีระใจดีนะคะ ท่านดูรักคุณหนูดี”
“แต่...หนูภา...ก็อย่างที่พี่นิ่มว่านั่นแหละค่ะ อีกเดี๋ยวก็คงจะชิน”
“คุณหนูภาไม่ต้องกลัวคุณวิชนะคะ อย่างที่บอก เธอเป็นคนใจดีค่ะ พี่ว่าเธอคงจะรู้สึกกับคุณหนูภาแบบพวกพี่นี่แหละค่ะ ถ้าเกิดว่ารู้เรื่องทั้งหมด”
“หนูภากลัวแต่เขาจะไม่รู้ แล้วก็...มาใจร้ายกับหนูภา จะหาว่าหนูภามาปอกลอก มาหวังผลอะไรกับคุณระน่ะสิคะ” ภาพิไลถอนใจเฮือก สีหน้าดูกลัดกลุ้มและหวาดกลัว
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เดี๋ยวพี่จะช่วยจัดการให้เรื่องนี้ กินอาหารเช้าให้หมดนะคะ แล้วอยากได้อะไรก็เปิดประตูไปบอกพี่ได้เลย พี่ขัดพวกเครื่องเรือนอยู่แถวๆ นี้แหละค่ะ”
“ขอบคุณนะคะพี่นิ่ม” เธอเอ่ยพร้อมกับยิ้มหวานส่งให้กับสาวใช้ ที่ยิ้มตอบเธออย่างอ่อนโยน
“เทิดวิช” ภาพิไลพึมพำกับตนเองเบาๆ เธอมองหน้าจอ แล้วเริ่มคีย์ตัวอักษรเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้ชายคนนี้ให้มากขึ้นอีกหน่อย
ดูเหมือนว่าสี่วันที่พีระไม่อยู่ เธอจะมีอะไรสนุกๆ ได้ทำแล้วสินะ
จนวันนี้เทิดวิชก็ยังไม่กลับบ้าน พีระเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะเทิดวิชบอกมาทางข้อความสั้นๆ ว่าเขามีธุระที่ต่างจังหวัด ขอลางานไปพักสมองสักสองสามวัน เขากำลังเมามัวกับเมียเด็กของตน เพราะถือว่าเป็นเวลาพักเช่นกัน ผัวแก่เมียสาว แทบไม่ออกจากห้อง เล่นเอาพวกคนรับใช้พากันแอบซุบซิบอย่างอดไม่ได้“หูย...ไม่รู้ว่าคุณพีระเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน” “มีเมียเด็ก สวย ขนาดนั้น เป็นฉันก็ไม่ออกมาง่ายหรอก นี่ยังดีนะที่คุณท่านยังไปทำงานทำการบ้าง” คนที่ทะลึ่งหน่อยว่า“ป่านนี้แหกไปหมดแล้วมั้ง” นางทองสร้อยพูดโพล่งขึ้นมาอย่างนึกหมั่นไส้ พลางเบ้ปาก ทุกคนชื่นชอบภาพิไล บางคนสงสาร แต่คงจะมีแต่นางนี่แหละที่หมั่นไส้“สงสารคุณหนูภามากกว่า” เสียงทุ้มเสียงหนึ่งเอ่ยขัดขึ้น นายชนะคนขับรถนั่นเอง ทุกคนหันขวับไปมองเขาแทบจะเป็นตาเดียว นายชนะกระแอมแล้วพูดต่อเสียงขรึมๆ“คิดถึงสิ ว่าถ้าเป็นพวกเอ็งน่ะ มีผัวแก่แบบคุณพีระ จะมีความสุขไหม? อายุยังนิดเดียว เรียนก็เก่ง มารยาทก็ดี ต้องมาจำใจทำอะไรแบบนี้ คงไม่สนุก ไม่เสียวอะไรหรอก”คำพูดนั้นทำให้วงนินทาถึงกับแตก แยกย้ายกันไปคนล่ะทางสองทาง นางทองสร้อยกอดอก พลางมองหน้าชนะ นางเอ่ยขึ้นม
เทิดวิชมองภาพิไลที่ตอนนี้ถูกโอบโดยพีระ หัวใจของเขาร้อนผ่าวกับไฟจี้ จนไม่อาจจะทนมองสิ่งนั้นได้นานนัก เขาขอตัวจากโต๊ะอาหาร โดยอ้างว่าเขาปวดหัว พีระบอกสั่งให้เขาหายากิน ก่อนจะสนใจกับเมียเด็กในอ้อมแขนของตนต่อ นั่นก็เมียเขา...เหมือนกันหัวใจของเขาปวดหนึบนัก เมื่อรู้ว่าคืนนี้ ภาพิไลจะต้อง...อยู่ร่วมเตียงกับพีระ เธอบอกเขามากมายอย่างเปิดใจ หลังจากที่เธอและเขาได้ตกเป็นของกันและกันแล้ว ว่าบิดาทำอะไรลงไปกับเธอบ้างมันยิ่งทำให้เขาทั้งสงสาร ทั้งหึงหวง และโกรธบิดาบุญธรรมมากขึ้นไปอีก สมองของเขาตอนนี้ กำลังคิดหาวิธีที่จะทำให้ภาพิไลรอดพ้นเสียจากบิดา คิด คิด และคิด ว่าเขาจะทำอย่างไรได้บ้าง นับวันเขายิ่งรัก ยิ่งหลงเธอ และอยากได้เธอ ทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะพรากแย่งของรักของใคร แถมของรักนั้นยังเป็นของผู้มีพระคุณของตนเสียด้วยแต่ทว่า...ความรัก ความหลง มันทำให้สิ่งใดๆ ที่เทิดวิชเคยยึดถือไว้ มันถูกกระชากพรากไปเสียจากสมองของเขาชั่วคราว ไม่รู้ถูกผิด ดีชั่ว รู้เพียงว่าเขาจะทำอย่างไร ถึงจะได้เธอมาเป็นของตนเขาล้มตัวลงนอน แล้วยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก ห้องของเขาและบิดาอยู่ติดกัน มีประตูเปิดปิดถึงกันแต่ตอน
โตเกียวดิสนีย์แลนด์...ภาพิไลมองทุกอย่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ จะอย่างไรส่วนหนึ่งของเธอก็ยังมีความเป็นเด็กหลงเหลืออยู่ เธอจูงมือกับเทิดวิช วิ่งไปตรงนั้นตรงนี้อย่างมีความสุข สาวน้อยหัวเราะด้วยน้ำเสียงสดใส จนคนข้างๆ มองรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้น แล้วมีความสุขไปด้วยกับเธอยิ่งเธอสร้าง...ให้เขาเข้าใจว่าเธอนั้นน่าสงสาร รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของภาพิไล มันกระแทกใจเทิดวิช และทำให้เขาปลาบปลื้มอย่างมาก ที่ทำให้เธอมีความสุขได้“เราไปขึ้นอันนั้นไหมคะ” สาวน้อยชี้มือไปยังโซนเครื่องเล่นที่ค่อนข้างจะเรียกเลือดลมจากหัวใจ เทิดวิชมองพวกเครื่องเล่นพลางย่นจมูกน้อยๆ เขากลัวความสูง...มาก...“เอ่อ...คือว่าพี่”“ไปได้ไหมคะ นะคะ” เห็นตาแป๋วๆ ของเธอเข้า ใจของเขาก็ละลายวูบ ทิ้งความหวาดกลัวทั้งหมดไปยอมตามเธอไปแต่โดยดีและแล้ว ทำใจกล้า ไม่กลัวแท้ๆ แต่ความกลัวไม่ได้เอาชนะกันได้ง่ายๆ ลงมาจากเครื่องเล่นอันแรก เทิดวิชก็ถูกหิ้วปีกประคองโดยสาวน้อย ที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเขา แล้วต่อว่าตัวเองที่พาเขาไปเล่นเครื่องเล่นที่หวาดเสียวโดยไม่ถามไถ่ก่อนว่าเขาชอบไหม พร้อมที่จะเล่นมันกับเธอไหม“กลับกันก็ได้นะคะ พี่วิชดีขึ้นหรือยั
“อันนี้น้องภาทำเองหรือคะ?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม พลางลองตักสลัดที่ตกแต่งอย่างน่ากินตรงหน้าขึ้นมาลองรับประทานดู “ค่ะ อร่อยไหมคะ” เธอมองเขาตาแป๋ว แล้วจ้องเขานิ่งเหมือนรอคำตอบ พีระยกนิ้วโป้งให้ แล้วตักอีกคำใหญ่เพื่อรับประทานเพื่อเอาใจคนทำ“เยี่ยมไปเลย ปรกติพี่จะไม่กินสลัดนะ แต่สงสัยเป็นเพราะน้องภาทำ มันเลยอร่อยมากๆ”“ถ้าอย่างนั้นน้องภาจะทำให้กินบ่อยๆ นะคะ” เธอดูปลื้มกับคำชมนั้นมาก หนุ่มใหญ่หัวเราะ แล้วพยักหน้า ถึงเขาจะไม่ค่อยชอบกินผักนัก แต่ถ้าเมียรักทำให้แล้ว เขาก็ยอมกินจนหมด“ได้ค่ะ กินผักดีต่อสุขภาพด้วย”“น้องภาเลือกแต่ผักที่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลยค่ะ” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็ตักป้อนเขาไป แล้วบรรยายไปว่ามีผักอะไรบ้างที่เอามาทำสลัดให้เขากินหนนี้ พีระฟังเสียงใสๆ เจื้อยแจ้วนั่นอย่างมีความสุขเขาราวกับได้ยาอมฤตจริงๆ เมื่อมีเธอเข้ามาในชีวิตอิ่มอาหารแล้ว เขาก็ประคองพาเมียเด็กของเขาไปนั่งพักผ่อนในห้องนั่งเล่น ช่วงนี้งานรุมเร้าจนเขาไม่ค่อยได้อยู่บ้านสักเท่าไหร่ แถมยังจะต้องบินไปเมืองนอกอีกในไม่กี่วันนี้ เพื่อจัดการเรื่องปัญหาของโรงงานทางโน้น เขาปล่อยไม่ได้เพราะมีปัญหาเรื่องการทุจริต ขืนปล่อยไว้มี
กว่าภาพยนตร์จะจบก็เกือบเที่ยงคืน เทิดวิชพาสาวน้อยไปแวะหาอะไรรับประทานก่อนกลับบ้าน ภาพิไลยังคงเอ่ยชวนคุยถึงเนื้อหาของภาพยนตร์อย่างติดอกติดใจ เขายิ้มนิดๆ กับความช่างคุยนั่น ยามนี้เธอเหมือนเด็กๆ จริงๆ เพราะคุยแล้วคุยอีกแจ๋วๆ ชวนน่าเอ็นดู “ชอบมากๆ หรือครับ”“ค่ะ น้องภาชอบจริงๆ อยากดูตั้งแต่ที่เห็นทีเซอร์ ไม่ผิดหวังเลย” เธอหันมายิ้มจนตาหยีส่งให้กับเขา รอยยิ้มนั้นประทับใจคนมองเป็นอย่างมากนั่น...หล่อนเป็นภรรยาของพีระสำนึกถูกผิดเตือนขึ้นมา แม้จะนึกถูกใจหล่อนมากกว่าใคร แต่...เขาก็ต้องรู้จักที่เหมาะที่ควร เทิดวิชไม่เคยคิดจะแย่งของๆ ใคร หล่อนน่ารัก และน่าสงสาร น่าเวทนาเหลือเกินความรู้สึกวูบขึ้นมาอีก เมื่อเผลอมองหล่อนที่ตอนนี้กำลังนั่งเอนพิงเบาะ หลับตาพริ้ม ดูเหมือนจะงีบหลับไปแล้ว ทั้งที่ยังมีรอยยิ้มติดอยู่ที่มุมปากไม่รู้ว่าพ่อของเขา...เขาไม่รู้มาก่อนว่าพีระจะเป็นพวกเซ็กส์วิตถาร นั่นก็ยิ่งทำให้เทิดวิช นึกสงสารหล่อนมากยิ่งขึ้น อายุก็เพียงเท่านี้ ประสบการณ์เลวร้ายทางเพศที่ได้รับจากพีระ มันจะฝังใจเธอไปนานแค่ไหนนะ เธอทั้งหวาดกลัว และดูเหมือนไม่อยากจะเอ่ยถึงพ่อของเขาด้วยซ้ำ เธอคงจะกลัวม
“แฟนพี่เค้าไม่ได้ใช้ห้องนี้มาตั้งแต่ท้อง พนักงานคนอื่นจะใช้ห้องโน้น มิ้นเค้าไม่ชอบใช้เครื่องมือร่วมกับใคร ก็เลยทำห้องไว้เป็นพิเศษน่ะ”ภาพิไลมองไปรอบๆ ห้องแลปที่ทันสมัยอย่างพึงใจ วิษณุมองเจ้าหล่อนก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย“น้องภาจะทำโครงงานนี้คนเดียวหรือคะ มีเพื่อนมาทำด้วยหรือเปล่า”“ทำคนเดียวค่ะ เป็นโครงการส่งเข้าประกวด น้องภาจะทำเกี่ยวกับเรื่องยา แล้วก็พวกสมุนไพร” ภาพิไลหรี่ตา เธอเปิดดูตู้เย็นขนาดเล็ก เพื่อสำรวจว่ามีอะไรบ้าง “น้องภาใช้งานเป็นนะคะ” วิษณุเอ่ยถามย้ำอีกหน เครื่องมือเครื่องไม้ในนี้แพงมาก ภรรยาของเขามักจะใช้ทดลองทำเครื่องสำอางและครีมใหม่ๆ มีขวดเก็บพวกสารเคมีที่ใช้ในงาน บางอย่างเป็นอันตรายถ้าเกิดใช้ไม่ถูกวิธี“เป็นสิคะ น้องภาไม่ยุ่งไม่กวนของของพี่มิ้นหรอกค่ะ น้องภามีของน้องภามาเอง แล้วพี่หมอคะ น้องภาอยากได้” เธอเอากระดาษจดรายการให้เขา วิษณุมองแล้วขมวดคิ้ว ตัวยาบางอย่างเป็นยาควบคุม เจ้าหล่อนจะเอาไปทำไม?“น้องภาจะเอามาทดลองน่ะค่ะ พี่หมอหามาให้น้องภาได้ไหม”“เอ่อ...มัน”“นะคะ...น้องภาขอแค่ครั้งนี้เองนะ”เธอแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ท่าทียั่วยวนจนวิษณุร้อนผ่าวแข็งขึงขึ้นม







