เข้าสู่ระบบเธอนั้นไม่ใช่ไม่อยากมี แต่ว่าเธอเป็นคนคบคนยาก หากไม่ถูกใจอย่าว่าแต่ทัก แค่ยิ้มให้ยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เธอเอากระเป๋าสีขาวแบรนด์เนมราคาแค่ห้าหลักกลาง ๆ สะพายขึ้นพร้อมกับหยิบเครื่องมือการทำงานแล้วก็ขึ้นไปยังชั้น 40 คือชั้นบนสุดโดยไม่ซักถามผู้ใด เพราะว่าคุณป้าจันทร์จวนกรอกหูเธอจนเธอเก็บไปฝันแล้ว
ป้ายด้านหน้าบอกชื่อที่เธอก็ท่องจำมาขึ้นใจแล้วเช่นกัน ว่าตรงกับที่บอกไว้จึงผลักประตูเข้าไป นั่งรอบนโซฟาตามที่คุณป้าจันทร์จวงบอกทุกอย่าง เมื่อเหลือบดูนาฬิกาข้อมือ พบว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะเป็นเวลาเข้างาน เธอมาถึงก่อนเวลาก็จัดการข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับการทำงานให้พร้อม เพื่อจะรอรับแรงปะทะเมื่อไม่รู้ว่าเจ้านายของเธอจะเป็นคนเช่นไร
แปดโมงครึ่งหน้าลานจอดรถเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เมื่อรปภ. ไปห้องน้ำครู่หนึ่งกลับมาเห็นรถของใครไม่รู้มาจอดแทนที่ท่านประธาน ความซวยจึงเกิดขึ้นทันที เมื่อท่านประธานที่มาทำงานตรงเวลาไม่ขาดไม่เกิน แต่กลับไม่มีที่จอดรถ
“รถใคร!” เสียงเย็นยะเยือกถามรปภ.วัยกลางคนที่ยืนตัวสั่นงันงกไม่รู้ว่ารถใคร จึงเอ่ยเสียงสั่นออกไปอย่างหวาดกลัว
“เอ่อ...ไม่ทราบครับ ผมไปเข้าห้องน้ำมาถึงก็มีรถมาจอดแล้ว”
เจ้าของรถเฟอรารี SF 90 Stradale สีดำเมเทอลิก พ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด วันนี้อุตส่าห์ตื่นเช้าอย่างอารมณ์ดี แต่กลับมาต้องมาเจอสิ่งรบกวนใจแต่เช้า และคาดว่าวันนี้ทั้งวันเขาน่าจะมีเรื่องไม่สบอารมณ์
เขาพยายามพ่นลมหายใจเข้าออกช้า ๆ พบว่ารถรุ่นนี้ไม่ใช่พนักงานในบริษัทแน่นอน เพราะแต่ละคนไม่ได้รวยเงินเหลือขนาดมาซื้อรถแพงระยับระดับสิบสองล้านขับมาทำงานเล่น หากไม่ใช่ผู้บริหารหรือเจ้าของบริษัท จึงคิดในแง่ดีว่าอาจจะเป็นลูกค้าสักคนที่มาติดต่องานกับอคิน โดยที่เขาลืมไปก็ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นอารมณ์ก็เย็นขึ้นทันตา
เขาจอดรถที่หน้าทางเข้าที่มีร่มให้จอดได้อยู่หนึ่งคัน แล้วเดินลงจากรถมาขึ้นลิฟต์ของผู้บริหารมุ่งสู่ชั้นสี่สิบที่เป็นห้องทำงานของตัวเอง เมื่อลิฟต์เปิดออกเขาก็รู้สึกอยากดื่มกาแฟจึงเดินเข้าไปในห้องก่อนเพื่อเอาของวาง แต่แค่มือเปิดเข้าไปก็พบกับผู้หญิงที่ท่าทางสวยเฉี่ยว แววตาเปล่งประกายในชุดลูกไม้ซีทรูที่เขาต้องกลืนน้ำลายตัวเองลงคออึกใหญ่
ไม่พอเท่านั้นสายตาเจ้ากรรมดันตาดีไปสังเกตเข้าที่เรียวขาอวบสวยได้รูปทั้งขาวเนียนนั่นอีก เรียกได้ว่าจากที่ช่วงนี้ไม่ได้หมกมุ่นกับเรื่องอย่างว่ากลับทำให้อารมณ์เขาพุ่งขึ้นทันทีจนลำคอแดงฉาน
‘แม่งใครวะน่าเอาฉิบหาย!’
ปลายกันยาช้อนตามองแล้วลุกขึ้น พนมมือสวัสดีตามแบบฉบับนางงามที่ซุ่มซ้อมมานานว่าท่านี้อย่างไรก็ต้องประทับใจแน่นอน
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อปลายกันยา มาเป็นเลขาคุณกอบกุลค่ะ” ปลายกันยาเชื่อว่าเขาคือเจ้าของห้อง ดูจากสัมภาระที่ถือมาแล้วคงไม่ใช่คนอื่นแน่นอน
กอบกุลอึ้งไปกับปากจิ้มลิ้มที่ขยับอ้าขึ้นอ้าลงสีชมพูธรรมชาติจนอยากจะจับจูบเสียอย่างนั้น
“คุณค่ะ...คุณ”
ปลายกันยาเห็นเขามองเหม่อ ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรไป เธอแค่แนะนำตัวทำเอาเขาเหวอไปเลยเหรอ หรือเขาไม่พูดภาษาไทย เธอจึงแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษคล่องปรื๋ออีกหน เผื่อเขาจะเป็นนักเรียนนอกตั้งแต่เด็ก แต่นั่นยังไม่ทำให้เขาเอ่ยสิ่งใดออกมา จนเธอต้องก้าวไปใกล้ ๆ เขาโบกไม้โบกมือไปมา
“คุณได้ยินฉันไหม”
เธอพูดให้เสียงดังขึ้น และมั่นใจว่าเขาหูไม่ได้หนวกแน่นอน
“เอ่อ...ปลายกันยาใช่ไหม” เขาดึงหน้าให้ขรึมแล้วก็หันไปคุยกับเธอ
“ใช่ค่ะ” เธอพยักหน้าพร้อมพูดตาม แต่เมื่อพูดจบก็มีอีกคนที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับทักทายเธอ
“สวัสดีครับ ผมอคินผู้ช่วยเจ้ากอบกุล คุณปลายกันยาใช่ไหมครับ เดี๋ยวไปเรียนงานกับผมเลย” อคินรู้ว่าเด็กฝากของไอ้เพื่อนรักน่าจะมาในห้องแล้ว เพราะเขาไม่เห็นในห้องของตัวเอง จึงเดินมาตามด้วยตัวเอง แต่เมื่อเห็นหน้าเพื่อนหันขวับราวกับจะกินเลือดกินเนื้อก็ทำหน้าไม่เข้าใจทันที
กอบกุลทั้งหึง ทั้งหวง ทั้งห่วง เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้ แม้รู้ตัวเองแต่ก็ตัดใจไม่ได้ รู้ว่าเป็นงานแต่เขาก็ไม่ยอมให้ใครมามองเมียของเขาหรอก เขาอยากเก็บไว้ดูคนเดียวจนไม่อยากให้มาทำงานด้วย แต่เมื่อไม่เห็นหน้าใจมันหวิว ๆ จึงให้มาทำงานตำแหน่งผู้ช่วยเหมือนเดิม แต่งานไม่ได้เยอะอะไร หน้าที่หลัก ๆ คือทำให้เขามีความสุขเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ไม่ค่อยได้แอ้มนัก เพราะเธอบอกว่าที่ทำงานไม่ใช่โรงแรมจะทำอะไรแบบนี้มันไม่ดีแต่เธอลืมไปสินะว่าเขาน่ะปล้ำเธอในออฟฟิศ แถมยังมีเตียงพร้อมให้นอนพักผ่อนด้วย“เออ...หวังว่าคงกำราบเมียอยู่หมัดนะ”อคินอวยพร แต่มันรู้สึกทะแม่งชอบกลปลายกันยาเดินออกจากแผนกทันที เมื่อเห็นว่าร่างใครบางคนกำลังเดินมาแต่ไกล เพราะไม่อยากให้พวกเขาอึดอัดกับความเอาแต่ใจของท่านประธานเมื่อเธอเดินออกเขาก็เดินตามทันที“น้องปลาย” เขารีบเรียก เห็นเธอเดินไปอีกทาง“คะ” เธอแกล้งนิ่วหน้า ซ่อนรอยยิ้มไว้ข้างใน“กลับบ้าน พี่มีเรื่องต้องทำสำคัญมาก”“อะไรคะ” เธอไม่อยากไป อยากรู้ก่อนว่าเรื่องอะไร แต่เขาไม่ยอมตอบทั้งลากแขนเธอลงไปเลย แล้วเห็นในมือเขาถือกระเป๋าของเธอมาด้วย แบบนี้คงคิดไว้แล้วสินะ“เดี๋ยวพี่กอบ จะรีบไปไหน
ทุกวันคนขี้อ้อนยิ่งกว่าแมวก็เอาแต่ออเซาะเธอทุกวัน จนทำงานไม่เสร็จสักที เดี๋ยวกอด เดี๋ยวจูบ เดี๋ยวจับตรงโน้นตรงนี้ทีจนเธอสั่นไหวไปทั้งอก“พอแล้วค่ะ งานไม่เสร็จแล้วนะคะ” ปลายกันยาไม่คิดว่าการมีคนรักสักคนมันจะต้องตัวติดขนาดนี้เชียวหรือ หรือว่าเป็นเพราะเขาคนเดียวที่เป็นแบบนี้ แต่ก็แปลกใจ เมื่อก่อนจำได้ว่าเขาเจ้าชู้มาก ไม่เคยคบผู้หญิงนานเลย แต่มาตอนนี้นึกอยากตัวติดกับเธอมันแปลกจริง ๆ“ช่างงานมันสิ เรามาทำลูกกันดีม่ะ” เสียงอ้อนนั้นเธออดหมั่นไส้ไม่ได้จริง ๆ จะมาทำลูกอะไรเมื่อคืนก็ทำไปแล้วไม่ใช่เหรอ“เอาไว้ตอนเย็นนะคะ”“เมื่อคืนคุณหนีนอนก่อน” เสียงตัดพ้อนี้ทำให้เธอกลอกตามองบน จะไม่ให้นอนได้อย่างไรเขาปล่อยถึงสามรอบแล้ว แต่เธอเสร็จนับไม่ถ้วน ใครจะมีแรงไหว นี่ตื่นมาทำงานได้ก็บุญแล้ว“ต่อไปทำวันละรอบก็พอ” เธอต่อรอง“ผมเป็นคนแข็งแรงถ้าไม่สามรอบจะนอนไม่หลับ คุณไม่สงสารหรือไง”“เมื่อก่อนคุณทำยังไงคะ” คราวนี้สายตาจ้องจับผิดส่งมายังชายหนุ่มทำให้สะดุ้งทันที แต่ก็รีบพลิกลิ้นทัน“ก็...ก็...ใช้มือไงครับ นี่มือข้างขวาใหญ่กว่าข้างซ้ายแล้วเพราะมันต้องอุ้มเจ้าน้องชายผมขึ้นมา”เธอส่ายหน้าแล้วก็ลุกขึ้น รู้อยู่
รุ่งเช้าวันจันทร์อคินก็ต้องแปลกใจเมื่อโต๊ะทำงานผู้ช่วยของเขา ย้ายไปอยู่ห้องประธานกอบกุลจนทำให้คนที่ไปทำงานกลับมาไม่พอใจเดินตามมาทวงคนคืน“คืนน้องปลายกันยามา” เขาพูดเสียงดัง ทั้งส่งสายตาอาฆาตด้วย“ไม่คืน ถ้าจะเอางานให้น้องปลายทำก็เอามาให้ที่ห้องนี้” ใครจะยอมให้เมียห่างกาย แล้วเขาก็เลื่อนโต๊ะมานั่งข้าง ๆ กันด้วยทั้งยักคิ้วหลิ่วตา“ไอ้กอบ...หรือว่าแกกับน้อง”“อื้อ...ได้กันแล้ว...กำลังจะเตรียมงานแต่ง” อคินถึงขั้นหูอื้อ ไอ้เสือกอบเนี่ยนะจะแต่งงาน เขาคงหูฝาดไปกระมัง“พี่กอบ!” ปลายกันยาอับอาย ต่อให้เป็นเรื่องของผู้ชายคุยกัน แต่เธอก็นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ จะพูดอะไรก็หัดเกรงใจเธอบ้างไม่ใช่จะพูดลามกอย่างไรก็ได้“ทำเป็นรังเกียจน้องเขา ที่แท้มึงก็ตกหลุมรักเขา กูบอกแล้วให้ดูน้องเขาก่อน อย่าเพิ่งว่าเขาเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” คราวนี้ถ้อยคำนั้นดันไปสะกิดใจปลายกันยาเข้าเต็มเปา ทำให้เธอรู้สึกขุ่นเคืองใจนัก“แล้วเขาว่าปลายยังไงอีกคะ” ปลายกันยาไม่ยอมจบแค่นี้แน่ คอยดูคืนนี้จะให้นอนโซฟาไม่ต้องมานอนในห้องเลย“ไอ้คินมึงนี่ขยันทำให้ครอบครัวร้าวฉาน” คนที่ร้อนใจรีบเดินเข้ามาปิดปากเพื่อนตัวดี เพราะเดี๋ยวจะซวยไปมากกว่า
เธอค้อนเขาแล้วก็ต้องกิน เพราะวันนี้เพิ่งมีแค่แซนด์วิชตกถึงท้อง แล้วทุกอย่างเหมือนตัวเองโดนจับคลุมถุงชนชอบกล มีแค่พ่อคนเดียวที่ดูเหมือนไม่เห็นด้วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอมีอะไรกับเขาแล้ว ที่บ้านรับรู้สองบ้าน ที่สำคัญพวกเขาจะจับเธอแต่งงานเธอกินไข่พะโล้ที่แม่เคี่ยวจนเข้าถึงเนื้อไข่ด้านในด้วยความโมโหถึงสามฟอง แต่คนข้าง ๆ กลับดีอกดีใจที่เธอกินเยอะเขาเติมข้าวถึงสองรอบ แล้วก็เป็นตนเองที่อาสาล้างจาน เพราะว่าเมียของเขาขาอ่อน วันนี้ไม่ได้อยากจะหักโหม แต่ว่ามันอดใจไม่ไหวจริง ๆ ใครใช้ให้ดอกลิลลี่ของเธอสวยขนาดนั้น ยิ่งเห็นเกสรบวมเป่งแทบปริยิ่งทำให้ตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ขนาดตอนนี้แค่คิดยังรู้สึกคับแน่นไปทั้งลำปลายกันยาเดินเข้าห้องมาอาบน้ำด้วยความปวดเมื่อย เธอกินยาหลังกินข้าวไปแล้ว แล้วก็อาบน้ำสระผมไม่นานก็เดินออกมาคล้ายพร้อมหลับทุกนาที จนคนที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ด้วยต้องเดินมาพยุง“ปลาย...ไหวไหม” เขาเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกเหมือนคุณอาภากร จะได้ดูสนิทสนมแต่สีหน้าของเธอก็ดูน่าเป็นห่วง ใบหน้าแดงซ่านเหมือนคนมีไข้ จนเขาต้องเอามืออังที่หน้าผาก“ตัวร้อนหน่อย ๆ เมื่อกี้ได้อาบน้ำอุ่นหรือเปล่า” เขาถามอย่างเ
เธอส่ายหน้าเบา ๆ แล้วก็เป็นจังหวะลิฟต์เปิดมาพอดี เขาใช้คีย์การ์ดแสกนเข้าไปแล้วก็พบกับความเซอร์ไพรส์ที่ไม่คิดว่าจะได้เจอที่ห้องของเธอวันนี้“แม่!...พ่อ!...คุณป้าจันทร์จวง”“อ้าวกลับแล้วเหรอหนูปลายกันยา” น้ำเสียงอบอุ่นทักว่าที่ลูกสะใภ้ แต่ภากรมองไปยังหนุ่มที่เป็นเจ้านายของลูกสาวแล้วก็กระเป๋าใบใหญ่นั่นเหมือนจะมาค้างที่นี่“หนูปลาย” ภากรเรียกเสียงเข้มขรึมแต่กลับโดนภรรยาหยิกเข้าที่เอว ไหนบอกว่าคุยกันรู้เรื่องแล้ว“มาเหนื่อย ๆ มากินข้าวกันลูก แม่ทำพะโล้ขาหมูมีไข่แบบที่หนูชอบด้วย” นพนภาเดินมาพยุงลูกรักของเธอไปนั่งที่โต๊ะ แล้วก็ได้ยินเสียงสวัสดีของว่าที่ลูกเขยตามหลังมา“สวัสดีครับคุณอาภากร คุณอานพนภาพอดีว่าเราสองคน”“พี่กอบ!” เธอเรียกเสียงเขียว เพราะเขากำลังจะสารภาพอะไรน่าอายกับพ่อกับแม่เธอ หากเป็นเช่นนั้นเธอคงโดนตีแน่“ครับน้องปลายกันยา” เขารับเสียงสดใส รู้ว่าเธอกลัวอะไรแต่เรื่องอะไรจะยอมให้เรื่องมันยืดเยื้อไปอีก“เอาของไปเก็บแล้วก็มากินข้าวค่ะ” เธอสั่งเสียงดัง ข่มให้ทุกคนสนใจแค่เธออย่าใส่ใจเรื่องที่เขาจะพูดแต่เธอหารู้ไม่นั่นไม่เท่ากับว่ายอมรับกลาย ๆ เหรอว่าเขาและเธออยู่ด้วยกัน จนคนเป็นบิดา
ปลายกันยาหลับไปจนถึงเย็น โดยที่คนที่เป็นคนฉีดยานอนหลับให้ไปเตรียมกระเป๋าข้าวของ เครื่องใช้ส่วนตัวของตัวเองมาด้วยอาหารกลางวันก็เลยไม่ได้กินทั้งเธอและเขา เขาจึงแวะซื้อแซนด์วิชขึ้นมาก่อน และไม่ลืมถุงเสื้อผ้าสำหรับคนที่หลับไม่ตื่นเสียที จนต้องไปปลุกอย่างหวาดเสียวในห้องที่ก่อนไปเขาล็อกประตูแน่น กลัวคนจะเข้ามาด้านในเสียงหอมแก้มฟอดปลุกให้คนที่กำลังอ่อนเพลีย เพราะเสียน้ำครั้งแรกปรือตาขึ้นอย่างรำคาญ“อื้อ...”“ตื่นได้แล้วครับ เย็นแล้วเราต้องกลับบ้าน” เสียงนุ่มคลอเคลียร์อยู่ข้างหู เพราะกลิ่นหอมกรุ่นของเธอทำให้เขาหลงใหลติดจนไม่อยากทำอะไร อยากนอนซุกกับคนที่เป็นเมียหมาด ๆ อย่างปลายกันยา“เย็นแล้วเหรอ” เสียงงัวเงียคล้ายไม่อยากตื่นเปล่งขึ้น แล้วเธอก็ถูกเขาลูบนั่นลูบนี่แล้วก็ปลุกเร้าอย่างเสียวไส้จนต้องลืมตา เพราะกลัวจะได้ทำอย่างอื่นจนไม่ได้กลับบ้าน“ฉันตื่นแล้ว...ออกไปสิ” เธอทำตาเขี้ยวเล็กน้อยที่เขานั้นยังวอแวกับเธอไม่เลิก ทั้งได้ครั้งแรกไปแล้ว แต่จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เป็นเธอที่ยอมง่าย ๆ เอง“ต่ออีกสักรอบก่อนกลับไหม”“ไม่” เธอตอบไม่ต้องคิด แล้วก็เห็นถุงเสื้อผ้าที่เขาส่งให้จึงรีบแต่งตัว แต่เขาก็
“เลิกกวนประสาทฉันได้แล้ว ที่นี่เข้าออกต้องใช้คีย์การ์ด ฉันไม่ว่างลงมาส่งคุณหรอกนะ” เธอพยายามอดกลั้นอย่างถึงที่สุด เพราะอย่างน้อยแม่เธอก็ฝากให้ฝึกงานในบริษัทเขา“งั้นผมค้างด้วยสักคืน”“เฮ้ย...ได้ไงเล่าไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ปลายกันยาขยับตัวหนีทันที เขาเหมือนโรคจิตชอบกล มีความผิดปกติทางจิตหรือเปล
เมื่อได้กระชับมิตรด้วยการกลั่นแกล้งสมใจ เขาก็ลงมาด้านล่างแล้วก็พบกับเธอหน้าห้องพอดี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งไปยังเจ้าของใบหน้างดงามราวกับตุ๊กตาลาติดอล ที่ยิ้มพิมพ์ใจมาให้อย่างบูดบึ้ง“นี่ค่ะเอกสารของคุณ” เมื่อเขาลงมาเอาเองเธอก็เดินเข้าไปหยิบให้แล้วก็ยื่นมือให้เขาราวกับเขาไม่ใช่เจ้านาย หรือเรียกให้ถูกคือ
เวลาสิบโมงปลายกันยาเดินเข้าประชุมพร้อมกับอคิน โดยมีสายตาของกอบกุลส่งมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ยิ่งทั้งคู่นั่งเคียงข้างแล้วกระซิบกันไปมาอธิบายความหมายโน้นนี่นั่น จนเขาอยากย้อนเวลากลับไปเมื่อสามวันก่อน แล้วเลือกจะเงียบเสียแล้วสอนงานเด็กฝากคนนี้เสียเอง‘ท่าทางเก่งกาจเสียด้วย’ เขาแอบชื่นชมอยู่ในที“เอ
“สวัสดีค่ะคุณอคิน” ปลายกันยายกมือสวัสดีแบบฉบับนางงามอีกเช่นเคย เขาคงเป็นคนสอนงานให้เธอ ท่าทางเขาดูสมาร์ตมาก ค่อยน่าเชื่อถือหน่อย เพราะอีตาประธานเธอรู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่เมื่อกี้ ดูลอย ๆ เหมือนหลอนยา“เอ่อ...อคิน...” ยังไม่ทันได้พูดจบเพื่อนก็ขัดขึ้นเสียก่อน“เอาไว้ค่อยคุย ประชุมสิบโมงนะ” อคินไม่เพียงแ







