LOGINคำโปรย : หลงเด็กฝาก 😘😘เด็กฝากวันนั้นกลายเป็นเด็กผมวันนี้
View Moreปลายกันยา กรรณกรณ์ ลูกสาวของภากร และนพนภา ที่ให้อิสระกับลูกสาวในการใช้ชีวิตและการเรียน จนเมื่อเรียนจบแล้วและเข้ามาเริ่มฝึกงานในด้านธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ในเกื้อการุณกรุ๊ป ชีวิตที่เหมือนเจ้าหญิงก็เปลี่ยนไปเมื่อพบกับเจ้านายที่ประสาทแดกวันละสามเวลาอย่าง ‘กอบกุล เกื้อการุณ’
กอบกุล เกื้อการุณ หนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่เอวไว เมื่อพบกับลูกสาวเพื่อนแม่ ที่เป็นเด็กฝากคนที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่เขาก็ไม่ชอบใจเพราะส่วนใหญ่เป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ และแม่อยากให้สานสัมพันธ์ไปจนแต่งงาน ในตอนแรกเริ่มก็ตั้งแง่ พอได้แอ้มก็ตั้งใจจะแหย่ท่าเดียว
เมื่อได้แล้วก็ดันอีก สุดท้ายตกหลุมพรางรักเด็กฝากเข้าเต็มเปา จึงได้ตามหึง ตามหวง และตามไปทวงงานทุกเวลา
และเด็กฝากวันนั้นจึงกลายเป็นเมียผมวันนี้’
..........................................................................................................................................................................................................................
กอบกุลเพิ่งวางสายแม่บังเกิดเกล้าก็ต้องหัวเสีย เมื่อรู้ว่าอีกสามวันจะมีพนักงานใหม่ที่เป็นลูกเพื่อนแม่มาฝึกงานกับเขาในตำแหน่งเลขาอีกแล้ว ซึ่งเขาโละตำแหน่งนี้ไปนานแล้ว เหลือเพียงผู้ช่วยเท่านั้น เพราะตำแหน่งนี้แม่เขาชอบหมายตาให้บรรดาลูกท่านหลานเธอเข้ามา สุดท้ายจากที่จะช่วยแบ่งเบางาน กลับสร้างงานให้เขาเหนื่อยกว่าเก่า
“เป็นอะไรหน้าบูดเป็นตูดหมา” อคิน สิทธิภาคย์ เพื่อนหนุ่มที่พ่วงด้วยผู้ช่วยส่วนตัว และหุ้นส่วนเดินเข้ามาหย่อนก้นบนโต๊ะของเขาแล้วก็โยนกองเอกสารที่ต้องเซ็นให้ปึกใหญ่
“แม่หาเรื่องให้อีกแล้วว่ะ”
เสียงไม่สบอารมณ์นั้นทำให้อคินขมวดคิ้ว ‘จะมีเรื่องอะไรให้เสือหนุ่มกอบกุลเครียดเท่ากับมีเมียอีก’ เพราะตั้งปณิธานอันแรงกล้าเอาไว้ว่า จะไม่มีเมียเพราะไม่อยากเป็นคนกลัวเมีย และมนุษย์เมียน่ากลัวที่สุด
เขาสองคนคือหนุ่มโสดที่สุดในกลุ่ม ที่หลงเหลืออยู่เป็นดาวค้างฟ้าบริหารบั้นเอวกับสาว ๆ แบบชั่วคราวไปก่อน และไม่มีแพลนจะแต่งงานมีลูก แม้ว่าจะอายุเข้าเลขสามปีนี้
“แม่มึงหาเมียให้ว่างั้น”
“ไม่เชิง แต่ว่าส่งลูกเพื่อนแม่มาฝึกงานตำแหน่งเลขา ที่ฉันโละทิ้งไปหลายปีแล้วมาให้ แกคิดว่าแม่ให้เป็นแค่เลขาเหรอ แถมยังจบใหม่ไฟแรงเสียด้วย” กอบกุลรู้สึกปวดขมับตุบ ๆ เพราะเด็กจบใหม่สดซิงนี่แหละทำให้เขาทำงานมีปัญหา เพราะไม่เคยผ่านงานมาเลย
“ไม่ชอบซิงเหรอเพื่อน”
“ถ้าเป็นคนนอนบนเตียงซิง ๆ อ่ะดีสิ แต่ถ้าเป็นคนทำงานแบบนี้ไม่ต้องหัดยันจับมือเขียนเหรอวะ” กอบกุลเบื่อพวกไม่เป็นงาน แม้แต่เรื่องบนเตียงเขาก็ชอบผู้หญิงที่มีประสบการณ์มันเร้าใจดี
“คิดมาก น้องเขาอาจจะเก่งก็ได้ ถ้ามึงไม่เอาเดี๋ยวกูเอาเอง เอกสารกูเยอะฉิบหาย” อคินพูดไปอย่างนั้น ที่จริงก็อยากหาเลขามาช่วยอีกที เพราะเขาช่วยมันคนเดียวก็ไม่ทันอยู่แล้ว เพราะนอกจากผู้ช่วย หุ้นส่วน ยังพ่วงตำแหน่งเลขาและติดตามงานให้มันอีก ใช้เขาเหมือนทาส!
“เออ...อีกสามวันมาแล้วมารับตัวไปด้วย”
เมื่อได้เพื่อนช่วยจัดการเขาก็สบายใจขึ้นหน่อย อย่างน้อยเอาไปห่าง ๆ ตัวก็ดีจะได้ไม่วุ่นวายกับเขา บอกเลยว่าเขาชอบความเป็นส่วนตัวไม่ชอบให้ใครมาล้ำเขต ขนาดเพื่อนของเขายังมีห้องส่วนตัวเลย
ปลายกันยาที่ย้ายออกมาอยู่คอนโดขนาดกลาง ที่ราคาแรงพอใช้ได้ เพราะคุณพ่อซีเรียสเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นเธอจึงได้ใช้ชีวิตส่วนตัวได้เต็มที่ เพราะเธอสนใจเกี่ยวกับธุรกิจด้านอิเล็กทรอนิกส์ จึงเรียนสายนี้มาโดยตรง และอยากรู้เรื่องงานด้านนี้จึงขอร้องให้คุณแม่ช่วยหาที่ฝึกงานให้สักสี่เดือน ก่อนที่เธอจะไปเรียนต่อโทที่ต่างประเทศ เผื่อเธอจะคิดอะไรดี ๆ และนำมาต่อยอดธุรกิจที่บ้านได้ แม้ว่าที่บ้านจะมีธุรกิจอสังหา กับโลจิสติกส์ แต่ว่าการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาช่วยย่อมทำให้งานก้าวล้ำนำหน้าคู่แข่งกว่า
เธอจึงได้มาฝึกงานที่เกื้อการุณกรุ๊ป ที่เธอก็ไม่เคยมาเหยียบเลย แต่ว่าดูจากข่าวและข้อมูลผ่านเว็บไซต์พบว่าเป็นบริษัทชั้นนำที่ทำกำไรต่อปีไม่น้อยเลย นั่นเธอจึงอยากเข้ามาศึกษาว่าเดี๋ยวนี้เขาพัฒนากันไปถึงไหนแล้ว
แปดโมงเช้าวันพุธ รถบีเอ็มดับบิวรุ่น i8 Roadster สีขาวมุกแล่นมาจอดที่ลานจอดรถหน้าตึกเกื้อการุณกรุ๊ป แต่ทว่าเธอหาที่จอดไม่ได้จึงได้เสียบเข้ากับที่จอดรถที่ว่างหนึ่งที่โดยไม่รู้ว่าที่ตรงนี้เว้นว่างไว้สำหรับผู้บริหารสูงสูด คือ ‘กอบกุล’ ซีอีโอของเกื้อการุณกรุ๊ป ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าห้ามจอด นอกเสียจากคุณหญิงจันทร์จวง เกื้อการุณ หรือคุณแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น
“เห้อ...นับว่ายังมีบุญที่มีที่จอดรถ” วันนี้คุณพ่อให้ยืมรถมาใช้ เพราะกลัวว่าลูกสาวจะไปเบียดเสียดบนรถไฟฟ้า ด้วยหวงกลัวจะมีคนไปลวนลาม จนอายุเข้ายี่สิบสองปีก็ยังโสด จนคุณแม่ให้ไปมีแฟนบ้างก็ได้ ไม่ต้องเชื่อคุณพ่อมาก
กอบกุลทั้งหึง ทั้งหวง ทั้งห่วง เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้ แม้รู้ตัวเองแต่ก็ตัดใจไม่ได้ รู้ว่าเป็นงานแต่เขาก็ไม่ยอมให้ใครมามองเมียของเขาหรอก เขาอยากเก็บไว้ดูคนเดียวจนไม่อยากให้มาทำงานด้วย แต่เมื่อไม่เห็นหน้าใจมันหวิว ๆ จึงให้มาทำงานตำแหน่งผู้ช่วยเหมือนเดิม แต่งานไม่ได้เยอะอะไร หน้าที่หลัก ๆ คือทำให้เขามีความสุขเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ไม่ค่อยได้แอ้มนัก เพราะเธอบอกว่าที่ทำงานไม่ใช่โรงแรมจะทำอะไรแบบนี้มันไม่ดีแต่เธอลืมไปสินะว่าเขาน่ะปล้ำเธอในออฟฟิศ แถมยังมีเตียงพร้อมให้นอนพักผ่อนด้วย“เออ...หวังว่าคงกำราบเมียอยู่หมัดนะ”อคินอวยพร แต่มันรู้สึกทะแม่งชอบกลปลายกันยาเดินออกจากแผนกทันที เมื่อเห็นว่าร่างใครบางคนกำลังเดินมาแต่ไกล เพราะไม่อยากให้พวกเขาอึดอัดกับความเอาแต่ใจของท่านประธานเมื่อเธอเดินออกเขาก็เดินตามทันที“น้องปลาย” เขารีบเรียก เห็นเธอเดินไปอีกทาง“คะ” เธอแกล้งนิ่วหน้า ซ่อนรอยยิ้มไว้ข้างใน“กลับบ้าน พี่มีเรื่องต้องทำสำคัญมาก”“อะไรคะ” เธอไม่อยากไป อยากรู้ก่อนว่าเรื่องอะไร แต่เขาไม่ยอมตอบทั้งลากแขนเธอลงไปเลย แล้วเห็นในมือเขาถือกระเป๋าของเธอมาด้วย แบบนี้คงคิดไว้แล้วสินะ“เดี๋ยวพี่กอบ จะรีบไปไหน
ทุกวันคนขี้อ้อนยิ่งกว่าแมวก็เอาแต่ออเซาะเธอทุกวัน จนทำงานไม่เสร็จสักที เดี๋ยวกอด เดี๋ยวจูบ เดี๋ยวจับตรงโน้นตรงนี้ทีจนเธอสั่นไหวไปทั้งอก“พอแล้วค่ะ งานไม่เสร็จแล้วนะคะ” ปลายกันยาไม่คิดว่าการมีคนรักสักคนมันจะต้องตัวติดขนาดนี้เชียวหรือ หรือว่าเป็นเพราะเขาคนเดียวที่เป็นแบบนี้ แต่ก็แปลกใจ เมื่อก่อนจำได้ว่าเขาเจ้าชู้มาก ไม่เคยคบผู้หญิงนานเลย แต่มาตอนนี้นึกอยากตัวติดกับเธอมันแปลกจริง ๆ“ช่างงานมันสิ เรามาทำลูกกันดีม่ะ” เสียงอ้อนนั้นเธออดหมั่นไส้ไม่ได้จริง ๆ จะมาทำลูกอะไรเมื่อคืนก็ทำไปแล้วไม่ใช่เหรอ“เอาไว้ตอนเย็นนะคะ”“เมื่อคืนคุณหนีนอนก่อน” เสียงตัดพ้อนี้ทำให้เธอกลอกตามองบน จะไม่ให้นอนได้อย่างไรเขาปล่อยถึงสามรอบแล้ว แต่เธอเสร็จนับไม่ถ้วน ใครจะมีแรงไหว นี่ตื่นมาทำงานได้ก็บุญแล้ว“ต่อไปทำวันละรอบก็พอ” เธอต่อรอง“ผมเป็นคนแข็งแรงถ้าไม่สามรอบจะนอนไม่หลับ คุณไม่สงสารหรือไง”“เมื่อก่อนคุณทำยังไงคะ” คราวนี้สายตาจ้องจับผิดส่งมายังชายหนุ่มทำให้สะดุ้งทันที แต่ก็รีบพลิกลิ้นทัน“ก็...ก็...ใช้มือไงครับ นี่มือข้างขวาใหญ่กว่าข้างซ้ายแล้วเพราะมันต้องอุ้มเจ้าน้องชายผมขึ้นมา”เธอส่ายหน้าแล้วก็ลุกขึ้น รู้อยู่
รุ่งเช้าวันจันทร์อคินก็ต้องแปลกใจเมื่อโต๊ะทำงานผู้ช่วยของเขา ย้ายไปอยู่ห้องประธานกอบกุลจนทำให้คนที่ไปทำงานกลับมาไม่พอใจเดินตามมาทวงคนคืน“คืนน้องปลายกันยามา” เขาพูดเสียงดัง ทั้งส่งสายตาอาฆาตด้วย“ไม่คืน ถ้าจะเอางานให้น้องปลายทำก็เอามาให้ที่ห้องนี้” ใครจะยอมให้เมียห่างกาย แล้วเขาก็เลื่อนโต๊ะมานั่งข้าง ๆ กันด้วยทั้งยักคิ้วหลิ่วตา“ไอ้กอบ...หรือว่าแกกับน้อง”“อื้อ...ได้กันแล้ว...กำลังจะเตรียมงานแต่ง” อคินถึงขั้นหูอื้อ ไอ้เสือกอบเนี่ยนะจะแต่งงาน เขาคงหูฝาดไปกระมัง“พี่กอบ!” ปลายกันยาอับอาย ต่อให้เป็นเรื่องของผู้ชายคุยกัน แต่เธอก็นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ จะพูดอะไรก็หัดเกรงใจเธอบ้างไม่ใช่จะพูดลามกอย่างไรก็ได้“ทำเป็นรังเกียจน้องเขา ที่แท้มึงก็ตกหลุมรักเขา กูบอกแล้วให้ดูน้องเขาก่อน อย่าเพิ่งว่าเขาเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” คราวนี้ถ้อยคำนั้นดันไปสะกิดใจปลายกันยาเข้าเต็มเปา ทำให้เธอรู้สึกขุ่นเคืองใจนัก“แล้วเขาว่าปลายยังไงอีกคะ” ปลายกันยาไม่ยอมจบแค่นี้แน่ คอยดูคืนนี้จะให้นอนโซฟาไม่ต้องมานอนในห้องเลย“ไอ้คินมึงนี่ขยันทำให้ครอบครัวร้าวฉาน” คนที่ร้อนใจรีบเดินเข้ามาปิดปากเพื่อนตัวดี เพราะเดี๋ยวจะซวยไปมากกว่า
เธอค้อนเขาแล้วก็ต้องกิน เพราะวันนี้เพิ่งมีแค่แซนด์วิชตกถึงท้อง แล้วทุกอย่างเหมือนตัวเองโดนจับคลุมถุงชนชอบกล มีแค่พ่อคนเดียวที่ดูเหมือนไม่เห็นด้วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอมีอะไรกับเขาแล้ว ที่บ้านรับรู้สองบ้าน ที่สำคัญพวกเขาจะจับเธอแต่งงานเธอกินไข่พะโล้ที่แม่เคี่ยวจนเข้าถึงเนื้อไข่ด้านในด้วยความโมโหถึงสามฟอง แต่คนข้าง ๆ กลับดีอกดีใจที่เธอกินเยอะเขาเติมข้าวถึงสองรอบ แล้วก็เป็นตนเองที่อาสาล้างจาน เพราะว่าเมียของเขาขาอ่อน วันนี้ไม่ได้อยากจะหักโหม แต่ว่ามันอดใจไม่ไหวจริง ๆ ใครใช้ให้ดอกลิลลี่ของเธอสวยขนาดนั้น ยิ่งเห็นเกสรบวมเป่งแทบปริยิ่งทำให้ตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ขนาดตอนนี้แค่คิดยังรู้สึกคับแน่นไปทั้งลำปลายกันยาเดินเข้าห้องมาอาบน้ำด้วยความปวดเมื่อย เธอกินยาหลังกินข้าวไปแล้ว แล้วก็อาบน้ำสระผมไม่นานก็เดินออกมาคล้ายพร้อมหลับทุกนาที จนคนที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ด้วยต้องเดินมาพยุง“ปลาย...ไหวไหม” เขาเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกเหมือนคุณอาภากร จะได้ดูสนิทสนมแต่สีหน้าของเธอก็ดูน่าเป็นห่วง ใบหน้าแดงซ่านเหมือนคนมีไข้ จนเขาต้องเอามืออังที่หน้าผาก“ตัวร้อนหน่อย ๆ เมื่อกี้ได้อาบน้ำอุ่นหรือเปล่า” เขาถามอย่างเ
ข้าวคำแล้วคำเล่าถูกป้อน เมื่อเธอจะอ้าปากไล่เขาจนสุดท้ายจึงยกจานมากินเอง แล้วก็ชิมต้มจืดที่เขาอุ่นมาด้วยในถ้วยอย่างรู้สึกหิวโหยเวลาอาหารเย็นที่ไม่ได้ทานข้าวคนเดียว มันทำให้เธอรู้สึกแปลกนิดหน่อย แต่ว่าด้วยความหิวเพราะใช้พลังงานไปเยอะ จึงกินจนเกลี้ยงจาน“เอาอีกไหมผมตักให้” เขายังทำตัวเป็นสุภาพบุรุษแป
เธอส่ายหน้าเบา ๆ แล้วก็เป็นจังหวะลิฟต์เปิดมาพอดี เขาใช้คีย์การ์ดแสกนเข้าไปแล้วก็พบกับความเซอร์ไพรส์ที่ไม่คิดว่าจะได้เจอที่ห้องของเธอวันนี้“แม่!...พ่อ!...คุณป้าจันทร์จวง”“อ้าวกลับแล้วเหรอหนูปลายกันยา” น้ำเสียงอบอุ่นทักว่าที่ลูกสะใภ้ แต่ภากรมองไปยังหนุ่มที่เป็นเจ้านายของลูกสาวแล้วก็กระเป๋าใบใหญ่นั่
ปลายกันยาหลับไปจนถึงเย็น โดยที่คนที่เป็นคนฉีดยานอนหลับให้ไปเตรียมกระเป๋าข้าวของ เครื่องใช้ส่วนตัวของตัวเองมาด้วยอาหารกลางวันก็เลยไม่ได้กินทั้งเธอและเขา เขาจึงแวะซื้อแซนด์วิชขึ้นมาก่อน และไม่ลืมถุงเสื้อผ้าสำหรับคนที่หลับไม่ตื่นเสียที จนต้องไปปลุกอย่างหวาดเสียวในห้องที่ก่อนไปเขาล็อกประตูแน่น กลัวคนจ
“กลับบ้านคุณไปเลยนะ เพนต์เฮ้าส์ของคุณก็หรู จะมาอยู่ห้องเล็ก ๆ ของฉันทำไมกัน”“อุ้ย!...สืบประวัติมาหมดแล้วด้วย สนใจผมอยู่ก็บอกเถอะ”‘ไอ้คนน่าไม่อาย ไอ้คนหลงตัวเอง ไอ้ผู้ชายประสาทแดก’ เธอก่นหน้าเขาด้วยสายตา เพราะไม่อยากจะเอ่ยอะไรออกมา เหมือนตัวเองจะแพ้ทางเขาหมด ไม่ว่าจะพูดอะไร“เงียบแบบนี้ยอมรับใช่ม๊





