FAZER LOGINเซี่ยอวิ๋นถิงส่ายหัว “สั่งเพิ่มให้พวกเขาแล้ว ของยังมาไม่ถึง”เขาพูดแบบนั้น ฉันก็ไม่กล้าปฏิเสธอีกเราสองคนย่อตัวนั่งอยู่ในทางเดินของแล็บ กินไก่ทอด เหมือนได้ย้อนกลับไปสมัยเรียนแล็บไม่ให้กินของกิน แต่หิวจนทนไม่ไหว ก็แอบมากินข้างทางทุกครั้งกลับไปก็โดนอาจารย์จับได้เซี่ยอวิ๋นถิงก็เคยโดนเหมือนกัน เราสองคนเลยหัวเราะกันกับความทรมานของชีวิตนักศึกษาปริญญาโทหัวเราะไป แล้วย้อนความทรงจำเรื่องอื่น ๆ ต่อจนกระทั่งกู้เฉิงเจ๋อเดินมาที่หน้าฉัน ขัดจังหวะบทสนทนาสนุก ๆ ของเราเขาถือกระติกเก็บความร้อนมา แล้วยื่นมาให้ฉัน“เธอยังไม่ได้กินข้าวเย็นดี ๆ เลย จะปวดท้องนะ”เขายังจำได้ด้วยสมัยทำแล็บ เรามักหิวบ้างอิ่มบ้าง ทำให้ระบบย่อยอาหารแย่ตามเวลาตอนคบกัน เขายังเคยนวดท้องให้ฉันเอง“ฉันกินเสร็จแล้ว เอากลับไปเถอะ”กู้เฉิงเจ๋อเริ่มใจร้อน “เธอยังจะปฏิเสธฉันอีกเหรอ”“ให้ฉันมีโอกาสแก้ตัวสักหน่อยไม่ได้เหรอ”ฉันส่ายหัวเซี่ยอวิ๋นถิงลุกขึ้น มองกู้เฉิงเจ๋อจากหัวจรดเท้า“พี่ชายคนนี้ พวกเราก็ผู้ชายกันทั้งคู่ ไม่ต้องมาแสดงละครหรอก”“เจอผู้ชายแบบแกกลับตัวกลับใจมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วนะ เธอคงให้โอกาสแกไม่รู
“ผู้หญิงจะไปเข้าใจเคมีได้ยังไง!”“เธอเป็นนักเรียนที่อาจารย์จากมหาวิทยาลัย A อยากได้ตัวไปเรียนต่อปริญญาเอก บทความระดับ C ที่เธอตีพิมพ์ ยังเยอะกว่าสัญญาที่คุณเคยเซ็นอีก”กู้เฉิงเจ๋อเดินออกมาจากด้านหลังฉัน วางมือลงบนไหล่ฉัน“เธอไม่เข้าใจ แล้วคุณเข้าใจเหรอ”นักลงทุนเห็นเขา ก็ถึงกับตัวสั่น พูดตะกุกตะกัก “คุณกู้... ที่แท้เธอก็รู้จักกับคุณเหรอ”“เธอเป็นภรรยาของผม” กู้เฉิงเจ๋อพูดจบก็มองมาที่ฉัน สีหน้าเหมือนรอคำชม“ฉันไม่ใช่”รอยยิ้มของกู้เฉิงเจ๋อแข็งค้างอยู่บนใบหน้าเขากำลังจะพูดอะไรต่อ แต่มือที่วางบนไหล่ฉันถูกอีกคนปัดออกผู้ชายที่ฉันไม่รู้จักเดินเข้ามา ยิ้มให้ฉัน “เธอคือผู้ช่วยของอาจารย์ฝู่ใช่ไหม ได้ยินชื่อมานานแล้ว ฉันชื่อเซี่ยอวิ๋นถิง เป็น...รุ่นพี่ของเธอ”ฉันเคยได้ยินอาจารย์พูดถึง เขาทำงานอยู่ในแล็บต่างประเทศ และจะเข้าร่วมโปรเจกต์นี้ด้วย“ฉันเคยดูงานทดลองของเธอ อยากรู้จักมานานแล้ว ฉันเชื่อว่าถ้ามีเธอช่วย โปรเจกต์นี้จะยิ่งสมบูรณ์แบบ”ฉันพยักหน้า แล้วขยับตัวออกห่างจากกู้เฉิงเจ๋อ ไปยืนข้างเซี่ยอวิ๋นถิง“ลู่ลู่ อย่าเอาแต่ใจเลย คนเยอะขนาดนี้นะ”กู้เฉิงเจ๋อยื่นมือมาหาฉัน แต่ฉันหลบ
ฉันต้องเร่งตามความคืบหน้าของอาจารย์ เลยจำเป็นต้องอดหลับอดนอนอ่านหนังสือทบทวนใหม่แต่ก็ยังดี ของที่เคยเรียนมา พอกลับมาอ่านอีกครั้งก็ไม่ได้ยากเกินไปนักงานผู้ช่วยสอนไม่ได้ยุ่งมาก วิชายังเป็นอาจารย์สอนเหมือนเดิม ส่วนฉันรับหน้าที่ช่วยจัดการเรื่องติดต่อกับบริษัทต่าง ๆถึงฉันจะไม่ได้ทำงานในบริษัทกู้ แต่ก็เคยได้ยินกู้เฉิงเจ๋อคุยงานทางโทรศัพท์ที่บ้านบ่อย ๆพอได้ลองทำจริง ถึงได้รู้ว่าฉันซึมซับมาโดยไม่รู้ตัว จนทำได้คล่องแม้แต่การนัดกินข้าวกับนักลงทุน ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรแต่ฉันไม่คิดเลยว่า จะได้มาเจอกู้เฉิงเจ๋ออีกครั้งในสถานการณ์แบบนี้ฉันออกจากกู้เฉิงเจ๋อมาได้ครึ่งเดือนแล้วยังเหลือเวลาอีกระยะก่อนขึ้นศาล ฉันไม่ได้ติดต่อเขา และเขาก็ไม่ได้ติดต่อฉันเหมือนกันด้วยความสามารถของเขา ถ้าจะหาฉันก็คงไม่ยาก ฉันเลยคิดว่าเขาคงกำลังมีความสุขกับเสิ่นหวยชิงจนไม่สนใจอะไรตอนเดินเข้าร้านอาหาร ได้ยินคนข้าง ๆ คุยซุบซิบกันบอกว่าเจ้านายของพวกเขากำลังมีปัญหาหย่ากันที่บ้าน ผ่านไปครึ่งเดือนสภาพดูไม่ได้เลย ซูบผอมมาก“แม้แต่คุณเสิ่นไปง้อยังไม่สำเร็จ ได้ข่าวว่าวันนั้นยังไล่คุณเสิ่นออกมาอีก”“จริงเหรอ ก่อน
“เธอย้ายออกไปแล้วเหรอ”ฉันแปลกใจที่เขายังสังเกตเห็นได้เพราะของเพียงอย่างเดียวที่ฉันเอาออกมา คือของขวัญแต่งงานที่พ่อให้เราเป็นไม้แกะสลักรูปต้นสนกับต้นไซเปรส ที่วางอยู่ตรงทางเข้าบ้านมาตลอดเขามักจะกลับมาบ้านแล้วก็แขวนหมวกกับผ้าพันคอไว้บนนั้นฉันเคยคิดว่าในสายตาเขา ของชิ้นนี้ก็คงเป็นแค่ของตกแต่งธรรมดาไปแล้ว“อืม”ฉันตอบเรียบ ๆฉันไม่ได้ยินเสียงจากฝั่งเขา ผ่านไปนานจนฉันคิดว่าเขาวางสายไปแล้วกู้เฉิงเจ๋อถึงได้พูดขึ้น เสียงแหบเล็กน้อย“เธอกลับมาเถอะ ตอนนั้นฉันพูดไปเพราะอารมณ์”น้ำเสียงของเขาเบาราวกับที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน แถมยังเหมือนมีแววขอร้องอยู่ด้วยไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ยังพูดว่าฉันไม่คู่ควรอยู่เลย ตอนนี้กลับลดตัวลงมาขนาดนี้“ฉันขอหย่า มันไม่ตรงกับที่คุณต้องการเหรอ คุณจะไม่พอใจอะไรอีก”“ไม่... ฉันกับชิงชิงไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบที่เธอคิด” กู้เฉิงเจ๋อรีบอธิบาย แต่ก็พูดได้แค่ประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา“กู้เฉิงเจ๋อ ฉันไม่ได้ไม่เข้าใจว่าคุณกำลังยื้ออะไรอยู่”“คุณไม่ได้ชอบฉัน แต่ก็ไม่กล้าจะไปคบกับเสิ่นหวยชิงจริง ๆ เพราะกลัวว่าเธอจะหักหลังคุณอีก”“คุณเลยทั้งรั้งฉันไว้ ทั้งทอดทิ
แววตาของกู้เฉิงเจ๋อหลบไปชั่วขณะ“ตัวเธอเองไม่มีน้ำยา จะมาโทษพี่ฉันทำไม?”กู้หมิงหยากอดอก เอามือเท้าเอว พูดอย่างไม่พอใจ“ฉันท้องไม่ได้ บางทีอาจจะเป็นเพราะกู้เฉิงเจ๋อไม่มีน้ำยาก็ได้”“เธอ” กู้เฉิงเจ๋อโกรธจนหน้าแดง ชี้นิ้วใส่ฉันเขาอยากเถียง แต่ไม่กล้า“เถียงสิ เอาหลักฐานมาสิ” ฉันยั่วเขาแต่เขาก็ได้แค่ชี้นิ้วค้างไว้ ไม่กล้าพูดอะไรฉันเองก็เคยคิดว่าที่ท้องไม่ได้เป็นเพราะตัวฉันตอนนั้นความสัมพันธ์ของเรายังไม่เลวร้ายถึงขั้นนี้ตอนนั้นเสิ่นหวยชิงยังเป็นแผลในใจของเขาพวกเรายังเคยอยู่ใกล้ชิดกัน หวานชื่นกันแต่แต่งงานกันมากว่าสองปี โดยที่ไม่ได้ตั้งใจป้องกัน ฉันก็ไม่เคยตั้งท้องเลย ฉันเริ่มรู้สึกว่ามันผิดปกติฉันกลัวว่าเป็นปัญหาของตัวเอง เลยไปตรวจที่โรงพยาบาลแต่ดันไปเจอกู้เฉิงเจ๋อที่มารับยาฉันกำลังจะเข้าไปทักเขา แต่กลับได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับหมอ“ผมให้เธอท้องไม่ได้ มันเหมือนทรยศชิงชิง”“ชิงชิงอาจจะทำผิดกับผม แต่ผมจะทำผิดต่อชิงชิงไม่ได้”ตอนนั้นฉันถึงได้รู้ คนที่กินยามาตลอดคือเขาเพื่อไม่ให้ฉันท้อง แต่ก็ไม่อยากให้ฉันสงสัย เขาถึงทำกับตัวเองขนาดนั้นตั้งแต่ตอนนั้น ฉันก็รู้แล้
กู้เฉิงเจ๋อก้าวเข้ามาอีกก้าว ยืนชิดฉันมากขึ้นฉันรับรู้ถึงลมหายใจที่ถี่กระชั้นของเขา ร้อนระอุอยู่ตรงหน้า จังหวะไม่เป็นระเบียบอีกต่อไป“เธอกล้าหย่ากับฉันจริง ๆ เหรอ”คำพูดนี้ ฟังแล้วชวนขำจริง ๆฉันจะไม่กล้าอะไรล่ะด้านคุณนายกู้พอได้ยินที่ฉันพูด ก็รีบร้อนเดินเข้ามา มือสั่นเล็กน้อยคว้ามือฉันไว้ “ลู่ลู่เอ๊ย ทำไมจู่ ๆ ถึงจะหย่าล่ะ อาเจ๋อทำไม่ดีกับหนูเหรอ”คุณนายกู้จ้องกู้เฉิงเจ๋ออย่างไม่พอใจ “ยังไม่รีบขอโทษลู่ลู่อีก ! ”กู้เฉิงเจ๋อขมวดคิ้ว เหมือนไม่เข้าใจคำพูดของฉันเขาส่ายหน้าเบา ๆ “ถ้าฉันกับชิงชิงมีอะไรกันจริง ฉันจะมาแต่งงานกับเธอทำไม”ต่างจากทุกครั้ง คราวนี้น้ำเสียงของเขากลับมีความอ่อนลงเล็กน้อยเหมือนกำลังอธิบายกับฉันอย่างจริงจังถ้าเป็นเมื่อก่อน แค่ความอ่อนโยนเพียงนิดเดียวแบบนี้ ฉันคงซาบซึ้งจนแทบล้มทั้งยืนคงพุ่งเข้าไปบอกเขาว่า ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณไม่มีวันทรยศฉันแต่ตอนนี้ ฉันมองทะลุฉากหน้าที่แสนเหลวไหลของเขาไปแล้ว“กู้เฉิงเจ๋อ วันนั้นฉันก็บอกคุณไปแล้ว”“พ่อฉันเสียแล้ว ฉันไม่ต้องการให้คุณมาแสดงละครเป็นสามีภรรยารักกันอีก”“ระหว่างเราถือว่าจบกัน ต่อไปต่างคนต่างอยู่ คุณจ







