Masuk"ความถูกต้อง…มันกินไม่ได้หรอกครับอา... แต่ความรู้สึกตอนนี้มันของจริง"
มือหนาเชยคางเธอให้หันมาสบตา ดวงตาของกวินเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด รินพยายามจะเอ่ยห้าม แต่ริมฝีปากที่ร้อนผ่าวกลับทาบทับลงมาเสียก่อน รสจูบนั้นเริ่มต้นด้วยความโหยหาและค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรุนแรงตามอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน มือของกวินเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปตามส่วนเว้าโค้งของร่างกายรินผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสที่จาบจ้วงแต่กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณลึกๆ จนรินเผลอครางออกมาเบาๆ และโอบกอดคอเขาไว้แน่น ทั้งสองล้มลงบนโซฟากว้าง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจที่สอดประสาน รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความเย็นของโซฟาหนัง ตัดกับความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของกวินที่ทาบทับลงมา สัมผัสของเขาไม่ได้นุ่มนวลนัก แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ทุกครั้งที่ปลายนิ้วหนาลากผ่านผิวเนียนละเอียด รินจะเผลอสะดุ้งน้อยๆ พร้อมกับความรู้สึกซ่านสยิวที่แล่นปราดไปตามกระดูกสันหลัง เธอพยายามจะผลักไสเขาออกตามจิตใต้สำนึกที่บอกว่านี่คือความผิดบาป แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการแอ่นรับสัมผัสจากเขาอย่างลืมตัว "กวิน... พอเถอะ..." คำห้ามปรามนั้นแผ่วเบาจนกลายเป็นเสียงครางเครือในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนระอุของเขาซุกไซ้ลงที่ซอกคอ กลิ่นอายความเป็นชายและสัมผัสจากไรหนวดจางๆ ที่ครูดไถกับผิวอ่อนบางสลักลึกเข้าไปในความทรงจำ รินหลับตาแน่น หยาดน้ำตาซึมออกมาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความเศร้า แต่เพราะแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานปีถูกจุดติดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือของกวินเลื่อนต่ำลง สัมผัสบีบเค้นที่เน้นย้ำรอยแยกของความปรารถนา ทำให้รินรู้สึกถึงความวูบโหว่ในช่องท้องที่ต้องการการเติมเต็ม เธอจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่รุมเร้า ลมหายใจของเธอกลายเป็นหอบถี่ สอดประสานไปกับจังหวะหัวใจที่รัวเร็วเป็นจังหวะเดียวกับเขา ในวินาทีนั้น ความผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือเพียงความต้องการทางกายที่เรียกร้องให้เขาก้าวข้ามเส้นกั้นสุดท้ายเข้ามา จังหวะของลมหายใจที่สอดประสานกันเริ่มทวีความร้อนแรงจนบรรยากาศรอบกายดูเหมือนจะเดือดพล่าน รินรู้สึกถึงความอัดอั้นที่กวินส่งผ่านฝ่ามือหนาที่บีบเค้นไปตามส่วนเว้าโค้งของเธออย่างหนักหน่วง ราวกับเขาต้องการประทับรอยสัมผัสนี้ลงไปในทุกอณูผิว ความเย็นของอากาศในห้องกลับกลายเป็นไอร้อนเมื่อร่างกายของทั้งคู่บดเบียดเข้าหากันจนไร้ช่องว่าง รินแอ่นกายรับสัมผัสที่จาบจ้วงนั้นด้วยสัญชาตญาณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นพล่านจากจุดสัมผัสลามไปทั่วร่างจนปลายเท้าจิกเกร็ง เธอรับรู้ได้ถึงมวลอารมณ์ที่มหาศาลซึ่งกำลังจะพังทลายทำลายเขื่อนกั้นความถูกต้องลงในไม่กี่อึดใจข้างหน้า "กวิน... อย่า..." เสียงปรามนั้นสั่นพร่าและขาดห้วง เมื่อริมฝีปากของเขาเลื่อนลงมาขบเม้มที่ลาดไหล่เนียนทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้เป็นเครื่องหมายแห่งการตีตรา รินหลับตาพริ้ม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยเป็นเกราะกำบังบัดนี้เบาบางราวกับหมอกควันที่ถูกลมพัดปลิว ทุกครั้งที่ฝ่ามือร้อนระอุของเขาลากผ่านจุดอ่อนไหว ร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านตอบสนองอย่างหิวกระหาย กวินขยับกายเข้าหาอย่างคุกคามและเว้าวอนในคราวเดียวกัน แรงปรารถนาที่ทวีคูณทำให้เขาก้าวข้ามเส้นกั้นสุดท้ายอย่างไม่ลังเล รินส่งเสียงครางแผ่วในลำคอเมื่อความรู้สึกโหยหาถูกเติมเต็มด้วยความร้อนผ่าวที่แทรกซึมเข้ามา มันคือจังหวะที่ความโกลาหลและความลุ่มหลงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทิ้งให้ความจริงที่เจ็บปวดอยู่เบื้องหลัง เหลือเพียงความรัญจวนใจที่แผดเผาเขาทั้งคู่ให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน ความลับที่ถูกจุดติดขึ้นในคืนนั้นกลับกลายเป็นพันธนาการที่รัดแน่นจนดิ้นไม่หลุด สายตาที่กวินใช้มองรินในเช้าวันต่อมาไม่ได้มีความละอายใจแม้แต่น้อย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่เปิดเผยและถือดีกว่าเดิม วันนี้สามีเธออยู่บ้านเขาคงไม่กล้าทำอะไร รินคิดไว้แบบนั้น สองวันที่ถูกหลานทำให้ถลำลึกมันก็มากพอแล้วสำหรับเธอ "อาจะหลบหน้าผมไปถึงไหนครับ..." กวินกระซิบข้างใบหูขณะที่รินกำลังยืนเกร็งอยู่ในห้องครัวบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเย็นดูเหมือนจะปกติทุกอย่าง เสียงช้อนส้อมกระทบจานกระเบื้องคลอไปกับเสียงสามีที่กำลังเล่าเรื่องงานอย่างออกรส รินพยายามตักอาหารเข้าปากอย่างแกนๆ “มาพอดีเลยกวินมากินข้าวสิ มีของอร่อยเยอะเลย”เธอหันไปมองก็เห็นกวินเดินมา ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มเล็กน้อย“เดี๋ยวผมไปล้างมือก่อนนะครับคุณอา” หลังจากนั้นกวินก็มานั่งตรงข้ามเธอ เขาก็ทำตัวปกติ และเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เขากลับตัวกลับใจแล้วก็ดีแต่แล้วเธอก็ต้องชะงักจนตัวแข็งทื่อ เมื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนที่จู่โจมเข้ามาใต้โต๊ะอาหาร กวินซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามใช้เท้าเรียวยาวของเขาค่อยๆ ลากไล้ไปตามหน้าแข้งของเธอ ก่อนจะเลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงต้นขาด้านใน"ริน เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? หน้าดูแดงๆ นะ หรือว่าไม่สบาย?" สามีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ตักกับข้าววางลงบนจานของเธอ"ปะ...เปล่าค่ะ สงสัยแกงเผ็ดไปนิดนึง" รินตอบเสียงตะกุกตะกัก มือที่ถือช้อนสั่นเทาจนเธอต้องวางมันลงแล้วกำขอบโต๊ะไว้แน่นกวินไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ เขายกยิ้มมุมปากเพียงนิดก่อนจะใช้ปลายเท้าบดเบียดเข้าหาจุดอ่อนไหวของเธออย่างแม่นยำผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสที่เน้นย้ำเ
"คะ... เปล่าค่ะ พอดีรินกำลังหาของในตู้ล่างอยู่ค่ะ" เธอตะโกนตอบกลับไปเสียงสั่นพร่า พยายามปรับโทนเสียงให้ดูปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้กวินยิ้มกริ่มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขาจงใจขยับปลายนิ้วลากผ่านจุดอ่อนไหวอย่างเชื่องช้าในจังหวะที่ลูกบิดประตูเริ่มขยับ รินสะดุ้งสุดตัว มือข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าผ้าเช็ดมือมากำไว้แน่นจนเล็บแทบจะจิกทะลุเนื้อผ้า แรงกดทับจากร่างกายชายหนุ่มตรงหน้าและความเสี่ยงที่จะถูกจับได้ทำให้ความซ่านสยิวทวีคูณจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่"งั้นเหรอ... เดี๋ยวพี่ออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอกแป๊บนะ เห็นกวินบอกว่าจะออกไปหาเพื่อนด้วย อย่าลืมล็อคประตูครัวล่ะ ลมมันแรง" สามีเอ่ยทิ้งท้ายก่อนที่เสียงฝีเท้าจะค่อยๆ ห่างออกไปเมื่อความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง รินแทบจะทรุดลงกับพื้นด้วยความโล่งอกที่ปนเปไปกับความรัญจวนใจที่ค้างคา กวินถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ สบตาเธอด้วยแววตาพราวระยับ"อาเห็นไหมครับ... ยิ่งเสี่ยง มันยิ่งตื่นเต้นไม่ใช่เหรอ?"“พอแล้ว…เธอออกไปก่อน” เธอไม่อยากเสี่ยงอีกแล้วเสียงคุยโทรศัพท์ของสามีที่ดังแว่วมาจากห้องนั่งเล่นสลับกับเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี กลายเป็นฉากหลังที่บีบคั้นหัวใจของรินจนถึง
ความร้อนจากแผ่นอกของเขาที่ทาบทับลงมาที่แผ่นหลังทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว "ในเมื่อเราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่า... สัมผัสของผมมันทำให้อารู้สึกดีแค่ไหน"รินกำขอบเคาน์เตอร์แน่น พยายามข่มเสียงไม่ให้สั่น "มันต้องจบแค่เมื่อคืน กวิน... ถ้าใครรู้เข้า เราสองคนจะไม่มีที่ยืน""ไม่มีใครรู้หรอกครับ... ถ้าอาไม่บอก" มือหนาลูบไล้ไปตามเอวบางอย่างย่ามใจ "ผมจะมาหาอาทุกครั้งที่เขาไม่อยู่... หรือแม้แต่ตอนที่เขาอยู่ห้องข้างๆ ถ้าอาต้องการ"ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่รินพยายามกอบกู้กลับคืนมาพังทลายลงอีกครั้งเพียงเพราะสัมผัสจาบจ้วงของเขา เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของเกมที่อันตรายที่สุด ความสัมพันธ์ลับหลังสามีกับหลานชายที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจกำลังจะกลายเป็นยาเสพติดที่เธอขาดไม่ได้ความตื่นเต้นที่ปนเปไปกับความกลัวกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่โหมกระหน่ำความปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นกว่าเดิม ในบ่ายวันอาทิตย์ที่แสงแดดสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้ เสียงทีวีจากห้องนั่งเล่นที่สามีของเธอกำลังนั่งดูรายการโปรดดังแว่วมาถึงในครัวรินยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าอ่างล้างจาน เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่คุ้นเคยซ้อนทับเข้ามาจากด้านหลัง กวินไม่ได้เ
"ความถูกต้อง…มันกินไม่ได้หรอกครับอา... แต่ความรู้สึกตอนนี้มันของจริง"มือหนาเชยคางเธอให้หันมาสบตา ดวงตาของกวินเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด รินพยายามจะเอ่ยห้าม แต่ริมฝีปากที่ร้อนผ่าวกลับทาบทับลงมาเสียก่อน รสจูบนั้นเริ่มต้นด้วยความโหยหาและค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรุนแรงตามอารมณ์ที่อัดอั้นมานานมือของกวินเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปตามส่วนเว้าโค้งของร่างกายรินผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสที่จาบจ้วงแต่กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณลึกๆ จนรินเผลอครางออกมาเบาๆ และโอบกอดคอเขาไว้แน่น ทั้งสองล้มลงบนโซฟากว้าง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจที่สอดประสานรินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความเย็นของโซฟาหนัง ตัดกับความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของกวินที่ทาบทับลงมา สัมผัสของเขาไม่ได้นุ่มนวลนัก แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอกทุกครั้งที่ปลายนิ้วหนาลากผ่านผิวเนียนละเอียด รินจะเผลอสะดุ้งน้อยๆ พร้อมกับความรู้สึกซ่านสยิวที่แล่นปราดไปตามกระดูกสันหลัง เธอพยายามจะผลักไสเขาออกตามจิตใต้สำนึกที่บอกว่านี่คือความผิดบาป แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการแอ่นรับสัมผัสจากเขาอย่างลืมตัว"กวิน
"กวิน! นาย... ทำไมทำแบบนี้!" เธอพยายามจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่มือหนากลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น"อาสวยมากเลยนะครับคืนนั้น... สวยจนผมแทบคลั่ง"กวินไม่พูดเปล่า เขาอาศัยความมืดและความเงียบเชียบปล่อยให้มืออีกข้างลูบไล้ไปตามหน้าขาเนียนนุ่มของรินอย่างเชื่องช้า สัมผัสจากฝ่ามือที่กร้านนิดๆ ปลุกเร้าความทรงจำในคืนนั้นให้กลับมาเด่นชัด รินสั่นสะท้านไปทั้งตัว ความหวาดกลัวเริ่มพ่ายแพ้ต่อความต้องการที่ถูกเก็บกดมานาน"กวิน... อย่า... มันไม่ถูก...""แล้วสิ่งที่อาทำในคลิป... มันถูกไหมครับ?" เขากระซิบชิดใบหู “ผมจะข่วยอาเองครับ” เขาพูดพร้อมกับปลายนิ้วที่เริ่มรุกรานลึกเข้าไปใต้ชายกระโปรงเธอรีบหนีบต้นขาแน่น มือหนึ่งหยุดเขาไว้ก่อนที่จะสายไปกว่านี้ แต่สัมผัสวาบหวิววิ่งแปล๊บเข้ามาไม่หยุดท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำลงบนหลังคาจนกลายเป็นม่านเสียงที่ตัดขาดโลกภายนอก แสงเทียนสีส้มสลัววูบไหวสะท้อนเงาของคนทั้งคู่ที่ทาบทับลงบนผนังห้อง กวินไม่รอช้าเขาช้อนร่างบางของรินขึ้นมาให้นั่งเกยบนตักหนา สัมผัสจากผิวเนื้อที่บดเบียดกันผ่านเนื้อผ้าบางเบาทำเอาความร้อนในกายของรินพุ่งสูงขึ้นจนแทบคลั่งริมฝีปากของเขาทาบทับลงไป บดขยี้
ตอนที่ 01 ความรู้สึกในบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงนาฬิกาเดิน ริน อาสาววัยสะพรั่งผู้มีดวงตาเศร้าสร้อยมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลความเรียบร้อยของบ้าน สามีของเธอ เดช เป็นนักธุรกิจที่บ้างานอย่างหนัก วันๆ เขาคลุกอยู่กับตัวเลขและโปรเจกต์ใหญ่จนแทบไม่มีเวลาให้ภรรยา หลายครั้งที่เขาต้องค้างที่ออฟฟิศ ทิ้งให้รินต้องจมอยู่กับความโดดเดี่ยวและความต้องการที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดใจ จนกระทั่ง กวิน หลานชายสายเลือดห่างๆ ของเดชก้าวเข้ามาพักอาศัยเพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัย เด็กหนุ่มมาดเท่ที่มีรูปร่างสูงโปร่งและเต็มไปด้วยพลังงานของวัยหนุ่ม กลายเป็นสีสันเพียงหนึ่งเดียวที่เข้ามาแต่งแต้มบ้านที่จืดชืดหลังนี้ ทุกเช้ารินจะตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารเช้า กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งสอดประสานกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของกวินที่เดินลงมาจากชั้นบน เขาอยู่ในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นลำแขนที่มีเส้นเลือดปูดนูนดูแข็งแรง "วันนี้อาทำข้าวต้มกุ้งเหรอครับ หอมจัง" กวินเดินเข้ามาใกล้จนรินได้กลิ่นสบู่จางๆ จากร่างกายเขา ขณะที่รินกำลังเอื้อมมือไปหยิบโหลเครื่องปรุงบนชั้นวางที่สูงเกินเอื้อม กวินก็ขยับเข้ามาซ้อ







