Se connecterหัวใจของเธอเต้นแรง ก่อนที่ความตกใจจะทันได้แสดงออก ความทรงจำมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก ภาพของเด็กหญิงคนหนึ่ง ตำหนักหลวงอันกว้างใหญ่ ราชโองการสมรส ขบวนเจ้าสาว ชายผู้สง่างามในชุดแม่ทัพ คืนอภิเษกที่เงียบงัน น้ำตา การรอคอย การถูกดูหมิ่น คำเยาะเย้ย ความหวาดกลัว และชื่อหนึ่งที่ดังซ้ำไปซ้ำมา
อวี่ซี…
แคทเธอรีนกำศีรษะตัวเองแน่น ลมหายใจหอบถี่เมื่อความทรงจำของหญิงสาวอีกคนไหลทะลักเข้ามาไม่หยุด อวี่ซี องค์หญิงจากแคว้นเยว่ ถูกส่งมาอภิเษกกับจ้านอ๋องเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างสองแคว้น แต่หลังพิธีสมรส จ้านอ๋องไม่เคยกลับเข้าหอตำหนักของนางอีกเลย
เขาออกศึก ใช้ชีวิตอยู่ในค่ายทหาร และทุกครั้งที่กลับจวน สนมเอกหนิงซินจะเป็นผู้ติดตามอยู่เคียงข้างเสมอ อวี่ซีเฝ้ารอเขา ครั้งแล้วครั้งเล่า ปีแล้วปีเล่า แต่ไม่เคยได้รับแม้แต่รอยยิ้ม
ภายในจวน ข้ารับใช้หัวเราะเยาะพระชายา ขันทีรับสินบนจากตำหนักของหนิงซินจนกล้าเมินคำสั่งของพระชายาเอก ขุนนางทั้งหลายต่างวิ่งเข้าหาสนมเอกผู้เป็นน้องสาวแม่ทัพใหญ่
ส่วนพระชายา...เป็นเพียงคนไร้อำนาจที่ไม่มีผู้ใดเห็นหัว แคทเธอรีนหลับตาแน่น
"ฉันทะลุมิติงั้นหรือ"
คำตอบเดียวที่อธิบายทุกอย่างได้คือเรื่องเหลือเชื่อที่เธอเคยอ่านผ่านนิยายจีนโบราณนับไม่ถ้วน แต่ยังไม่ทันได้เรียบเรียงความคิด ความอึดอัดก็รุนแรงขึ้นกว่าเดิม ลมหายใจเริ่มติดขัด หัวหมุน ภาพตรงหน้าสั่นไหว
แคทเธอรีนรีบกวาดสายตามองไปรอบเกี้ยวเพื่อหาสาเหตุ แล้วสายตาก็หยุดอยู่ที่กระถางทองเหลืองขนาดเล็กตรงมุมเกี้ยว ควันสีขาวอมเทาลอยออกมาอย่างต่อเนื่อง
ตอนแรกเธอคิดว่าเป็นกำยานธรรมดา แต่เมื่อเพ่งมองดี ๆ กลับพบว่าสีของควันไม่ปกติ และมีกลิ่นหวานจัดจนผิดธรรมชาติ ในฐานะผู้บริหารที่เคยผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยจากสารเคมี แคทเธอรีนรู้ทันที นี่ไม่ใช่กำยานบูชาพระ แต่มันคือควันที่ผสมสารบางอย่าง ยิ่งสูดมากเท่าไร สมองก็ยิ่งมึนงง ร่างกายยิ่งอ่อนแรง
"มีคนวางยา"
เธอหันมองม่านเกี้ยว หากร้องขอความช่วยเหลือตอนนี้ คนที่อยู่ด้านนอกอาจเป็นพวกเดียวกับคนวางยาก็ได้ เธอไม่มีหลักฐาน ไม่มีพวกพ้อง และไม่มีทางรู้ว่าใครคือศัตรู แคทเธอรีนสูดหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนกลั้นลมหายใจแล้วรีบคลานไปยังกระถางกำยาน เธอหยิบผ้าไหมบนเบาะขึ้นมาปิดกระถางทันที ควันลดลงเพียงเล็กน้อย แต่ร่างกายของอวี่ซีกลับอ่อนแอเกินกว่าจะทนพิษที่สูดเข้าไปก่อนหน้านี้ หนังตาหนักอึ้ง สติเริ่มเลือนราง
"ห้ามหลับ"
เธอกัดริมฝีปากจนได้รสเลือด แต่เพียงเท่านั้นยังไม่พอ สายตาเหลือบไปเห็นปิ่นปักผมหยกปลายแหลมที่เสียบอยู่บนมวยผม โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย แคทเธอรีนดึงปิ่นออกเต็มแรง เธอกำด้ามปิ่นแน่น ก่อนแทงปลายแหลมลงบนฝ่ามือตัวเอง
ฉึก! ความเจ็บแล่นขึ้นไปถึงสมองทันที เลือดสีแดงสดไหลออกจากแผล แคทเธอรีนสูดลมหายใจแรง ๆ พร้อมเม้มริมฝีปาก
"ดี"
ความเจ็บช่วยดึงสติกลับมา เธอแทงซ้ำอีกครั้งให้แผลลึกขึ้นกว่าเดิม หยดเลือดไหลลงบนพื้นเกี้ยวทีละหยด แม้ร่างกายจะสั่นเทา แต่สมองกลับเริ่มปลอดโปร่ง แคทเธอรีนใช้ชายแขนเสื้อพันฝ่ามือไว้หลวม ๆ แล้วนั่งพิงเบาะ หลับตาเหมือนคนหมดสติ แต่ทุกประสาทสัมผัสยังตื่นตัวเต็มที่ เสียงด้านนอกเริ่มดังชัดขึ้น
"ใกล้ถึงวัดแล้ว"
"พระชายายังไม่ฟื้นหรือ"
"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวทุกอย่างก็เรียบร้อย"
น้ำเสียงของชายคนหนึ่งเต็มไปด้วยความมั่นใจ แคทเธอรีนขมวดคิ้ว คำพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร หรือแผนการทั้งหมดไม่ได้มีเพียงการรมยา ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังเข้ามาใกล้เกี้ยว ขบวนหยุดเคลื่อนที่ มีเสียงสตรีหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านนอก
"พระชายาคงเหนื่อยจากการเดินทาง"
"เปิดเกี้ยวเถิด ข้าจะเข้าไปดูด้วยตนเอง"
แคทเธอรีนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาเพียงเล็กน้อยผ่านแพขนตา เสียงสลักประตูเกี้ยวถูกปลด ม่านผ้าไหมค่อย ๆ ถูกเปิดออก แสงแดดยามสายส่องเข้ามาภายในเกี้ยว หญิงสาวผู้หนึ่งก้าวขึ้นมาช้า ๆ
นางมีใบหน้างดงามหมดจด คิ้วเรียวยาว ดวงตาหวานซึ้ง ริมฝีปากยกยิ้มอ่อนโยน ฉลองพระองค์สีชมพูอ่อนปักลายดอกเหมยอย่างวิจิตร งดงามจนผู้ใดเห็นก็คงอดชื่นชมไม่ได้ แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับซ่อนความเย็นเยียบที่ยากจะปิดบัง หญิงสาวยื่นมือออกมาราวกับจะช่วยประคองพระชายา
"พระชายาเพคะ..."
คำพูดนั้นทำให้อวี่ซีเงียบไปครู่หนึ่ง นางหันไปมองเมืองซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน และในชั่วขณะนั้น ความทรงจำจากชีวิตอันห่างไกลก็ย้อนกลับมาแคทเธอรีน…หญิงสาวอีกคนหนึ่งซึ่งเคยมีทุกอย่าง ทั้งความรู้ ความสามารถ ฐานะ และโอกาส แต่กลับไม่เคยมีความสุขอย่างแท้จริง ชีวิตของแคทเธอรีนเต็มไปด้วยการแข่งขัน นางเคยเชื่อว่าความสำเร็จคือการอยู่เหนือผู้อื่น เชื่อว่าหากตนแข็งแกร่งพอ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร และเชื่อว่าความรักเป็นเพียงภาระซึ่งทำให้มนุษย์อ่อนแอนางมีชื่อเสียง มีทรัพย์สิน มีผู้คนยกย่อง แต่ไม่มีสถานที่ใดที่เรียกว่าบ้านได้อย่างเต็มหัวใจ เมื่อชีวิตนั้นจบลง นางคิดว่าตนถูกชะตากรรมทอดทิ้ง จากนั้นนางกลับตื่นขึ้นในร่างของอวี่ซี สตรีผู้เคยยอมสูญเสียศักดิ์ศรีเพราะความรัก เคยเฝ้ารอบุรุษที่ไม่เห็นค่า และเคยเชื่อว่าหากอดทนมากพอ วันหนึ่งเขาจะหันกลับมามองอวี่ซีคนเดิมมีความรัก แต่ไม่มีอำนาจปกป้องตนเอง แคทเธอรีนมีอำนาจ แต่ไม่เคยรู้จักความสุขจากการรักใครอย่างแท้จริง หญิงสองคนต่างถูกชีวิตทำร้ายในคนละแบบ แต่เมื่อความทรงจำกับหัวใจของทั้งสองรวมกัน สิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นไม่ใช่เพียงสตรีผู้ต้องการแก้แค้น เป็นอวี่ซีคนใหม่นาง
“ข้ายังไม่แน่ใจว่าความรักจะไม่ทำให้คนเจ็บ”“ข้าไม่อาจรับรองได้”“และข้ายังไม่เชื่อว่าคำสัญญาจะคงอยู่ตลอดไป”“ข้าจะไม่ขอให้เชื่อเพียงเพราะคำพูด”“แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา เจ้าทำให้ข้าเห็นว่า คนคนหนึ่งสามารถยอมรับความผิดและเลือกทำสิ่งใหม่ได้”ดวงตาของเซียวจิ้งเหยียนสั่นไหว อวี่ซียกมือขึ้นช้า ๆ แล้วแตะลงบนมือของเขา นี่เป็นครั้งแรกนับจากนางออกจากเมืองหลวงที่นางเป็นฝ่ายสัมผัสเขาก่อนเซียวจิ้งเหยียนไม่รีบจับกลับ เขาปล่อยให้นิ้วของนางวางอยู่บนหลังมืออย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยจะทำให้ช่วงเวลานี้หายไป อวี่ซีสูดลมหายใจลึก“ข้าไม่เชื่อในความรักมาตลอด”เซียวจิ้งเหยียนมองนางโดยแทบไม่หายใจ นางจึงค่อย ๆ สอดนิ้วเข้าหามือของเขา“แต่เจ้าทำให้ข้าอยากลองเชื่อดูสักครั้ง”หลีกทางให้พระชายาทวงบัลลังก์หลายปีผ่านไป ดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เสียงศึก และความหวาดกลัว กลับกลายเป็นพื้นที่การค้าที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งของแผ่นดินถนนสายใหม่ทอดยาวจากประตูเมืองไปจนถึงชายแดน คาราวานสินค้าจากหลายแคว้นเดินทางผ่านทุกฤดูกาล ผ้าไหม ชา สมุนไพร เครื่องเทศ ม้า และ
“แล้ววันนี้เล่า”เขาหันไปมองผืนดินกว้างใหญ่“วันนี้ทุกสิ่งที่ข้าเคยรักยังอยู่ตรงหน้า”เมือง ป้อมปราการ ทุ่งนา และภูเขาทั้งหมดสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา“ข้ายังรักดินแดนนี้ ยังรักกองทัพ และยังคิดว่าหน้าที่ของผู้ปกครองสำคัญกว่าความสุขส่วนตัว แต่ข้าไม่คิดอีกแล้วว่าการรักษาอำนาจต้องแลกด้วยการทำลายคนที่อยู่ข้างข้า”เขาหันกลับมามองนาง“ยิ่งไม่คิดว่าข้าต้องยืนเหนือเจ้าเพื่อรักษาความมั่นคง”อวี่ซีถาม“เจ้ามอบตราครึ่งหนึ่งให้ข้า เพราะรู้สึกผิดหรือ”“ไม่”“เพราะต้องการให้ข้ายอมรับความรักของเจ้าหรือ”“ไม่”“เพราะกลัวข้าจะจากไปอีกหรือ”“ส่วนหนึ่ง ข้ากลัวจริง”เขาไม่ได้ปฏิเสธ“แต่ต่อให้เจ้าประทับตราหย่าในวันพรุ่งนี้ ข้าก็จะไม่เรียกอำนาจนั้นคืน”อวี่ซีชะงักเซียวจิ้งเหยียนกล่าวต่ออย่างหนักแน่น“สิ่งที่เจ้าได้รับเป็นของเจ้า เพราะเจ้าเหมาะสม ไม่ใช่เพราะเป็นภรรยาข้า หากวันหนึ่งความสัมพันธ์ของเราสิ้นสุด เจ้ายังเป็นผู้ปกครองร่วมของดินแดนนี้ได้ ตราของเจ้ายังมีผล และคำสั่งของเจ้ายังต้องได้รับการเคารพ”“เจ้าคิดเรื่องนี้ไว้แล้วหรือ”“ตั้งแต่วันที่แบ่งตรา”“เหตุใดไม่บอก”“เพราะไม่อยากให้เจ้าคิดว่าข้ากำลังพูดเพื
อวี่ซีรับราชโองการด้วยสองมือ นางเงยหน้ามองเซียวจิ้งเหยียน เขาเพียงยิ้มให้นางอย่างภาคภูมิใจ คำมั่นที่ให้ไว้ในวันนั้น วันนี้ กลายเป็นความจริงแล้วคำสารภาพบนกำแพงเมืองหลังราชโองการจากเมืองหลวงถูกประกาศต่อหน้าขุนนางทั่วดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือ บรรยากาศในจวนจ้านอ๋องก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนผู้ที่เคยลังเลต่ออำนาจของอวี่ซีไม่อาจใช้คำว่าธรรมเนียมมาคัดค้านได้อีก เพราะสิทธิ์ในการบริหารกิจการพลเรือนของนางไม่ได้เกิดจากการอนุญาตของสามีเพียงผู้เดียว หากได้รับการรับรองจากฮ่องเต้โดยตรงสำนักงานของพระชายาจึงเต็มไปด้วยเอกสารตั้งแต่เช้าจรดค่ำ รายงานภาษีจากเมืองทั้งสิบสองแห่งถูกส่งเข้ามาพร้อมกัน แผนการสร้างสถานพยาบาลเพิ่มอีกสามแห่งรอการอนุมัติ โรงเรียนสตรีในเขตห่างไกลขอครูเพิ่ม ส่วนกองทุนครอบครัวทหารกำลังตรวจรายชื่อผู้ได้รับความช่วยเหลือรอบใหม่อวี่ซีนั่งตรวจเอกสารจนตะเกียงบนโต๊ะถูกจุดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เยี่ยนหลัวนำชาร้อนเข้ามาวางแล้วกล่าวเตือน“พระชายาทรงทำงานมาตั้งแต่เช้าแล้ว พักสักครู่เถิดเพคะ”อวี่ซียังคงอ่านรายงานในมือ“เหลือบัญชีอีกไม่กี่ฉบับ”“เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนก็ตรัสเช่นนี้เพคะ”“ครั้งนี้เหลือไม่ก
“และทุกโรงเรียนต้องรับเด็กหญิง”ห้องประชุมเงียบลง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งถามอย่างระมัดระวัง“พระชายา เด็กหญิงส่วนใหญ่ต้องช่วยงานบ้าน หากเข้าเรียนทั้งหมด ครอบครัวอาจลำบาก”อวี่ซียิ้มบาง“จึงต้องจัดเวลาเรียนครึ่งวัน และสอนอาชีพที่ใช้ได้จริง”“เช่นสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ”“การอ่าน การเขียน การคำนวณ การบัญชี การเย็บผ้า การรักษาพยาบาลเบื้องต้น และกฎหมายพื้นฐาน”นักปราชญ์หลายคนมองหน้ากัน“กฎหมายด้วยหรือ”“ใช่”อวี่ซีตอบหนักแน่น“ผู้หญิงควรรู้ว่าตนมีสิทธิ์อะไร และผู้ใดกำลังละเมิดสิทธิ์นั้น”เซียวจิ้งเหยียนมองนางด้วยสายตาชื่นชม นี่คือสิ่งที่นางเคยพูดตั้งแต่วันที่วางเงื่อนไขกลับจวน และวันนี้ นางกำลังทำให้มันเกิดขึ้นจริง ภายในสามเดือน โรงเรียนสตรีแห่งแรกก็เปิดขึ้นในเมืองหลวงของภูมิภาค เด็กหญิงตัวเล็กหลายร้อยคนเดินเข้าประตูโรงเรียนพร้อมกระดานไม้ในมือบางคนเป็นลูกชาวนา บางคนเป็นลูกพ่อค้า บางคนเป็นเด็กกำพร้าจากสงคราม ไม่มีผู้ใดถูกปฏิเสธเพราะฐานะ เมื่อข่าวนี้แพร่ไป เมืองอื่นก็เริ่มขอตั้งโรงเรียนตาม หลังจากนั้นไม่นาน อวี่ซีก็หันมาจัดการเรื่องสาธารณสุข นางตรวจพบว่าหมู่บ้านห่างไกลจำนวนมากต้องเดินทางหลายวันจึงจะพบ
ชายคนนั้นเม้มริมฝีปาก“กิจการการค้าเกี่ยวข้องกับพ่อค้าและตระกูลใหญ่ พระชายาอาจยังไม่ทรงเข้าใจความซับซ้อนทั้งหมด”อวี่ซีหยิบเอกสารอีกฉบับขึ้นมา“เส้นทางการค้าผ่านหุบเขาเหอผิงเก็บค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นสองส่วนในช่วงสงคราม โดยอ้างว่าจะนำไปซ่อมสะพาน แต่สะพานยังไม่ได้ซ่อมและเงินหายไปเกือบสามหมื่นตำลึง เจ้าซึ่งดูแลกิจการการค้าช่วยอธิบายความซับซ้อนนี้ให้ข้าฟังได้หรือไม่”สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนทันที“เรื่องนี้อาจเกิดจากบัญชีตกหล่นพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าหวังว่าเป็นเพียงบัญชีตกหล่น”อวี่ซีวางเอกสารลง“ภายในห้าวัน นำบัญชี รายชื่อผู้รับเหมา และใบรับเงินทั้งหมดมาส่งที่สำนักงานของข้า หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเงินอยู่ที่ใด ข้าจะสั่งยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องไว้ตรวจสอบ”ชายคนนั้นหันมองเซียวจิ้งเหยียนอีกครั้ง“ท่านอ๋อง”เซียวจิ้งเหยียนกล่าวอย่างเย็นชา“คำสั่งพระชายาชัดเจนแล้ว”“แต่กระหม่อมรับตำแหน่งจากพระองค์”“และนับจากวันนี้ เจ้าต้องรายงานเรื่องการค้าต่อพระชายา”ชายผู้นั้นหน้าซีด ก่อนจำใจคุกเข่า“กระหม่อมรับคำสั่ง”อวี่ซีมองขุนนางทุกคน“ข้าไม่ได้ต้องการตรานี้เพื่อให้ผู้ใดคุกเข่าต่อหน้า แต่ต้องการให้คลังที่เป็นของปร







