공유

บทที่ 7

last update 게시일: 2025-12-31 07:29:25

ไป๋ซู่ซินพูดพล่ามหลายอย่างว่าจิรวรรณคือน้องสาวของตน หญิงสาวได้แต่เถียง เพราะเด็กสาววัยสิบหกสิบเจ็ดอย่างไป๋ซู่ซิน จะกลายมาเป็นพี่สาวของตนที่มีอายุยี่สิบสี่ได้อย่างไร

ระหว่างทางที่เดินมากับไป๋ซู่ซิน หญิงสาวก็ใจแป้วลงเรื่อยๆ ภาพบรรยากาศบ้านเรือน ผู้คนและสถานที่ที่ดูยังไงก็คงจะหาไม่เจอในจีพีเอส ทำให้ลางสังหรณ์แปลกๆ ในใจส่งเสียงออกมาดังลั่น และคิดว่าเจ้ากำไลนั่นกำลังเล่นตลกแน่

ไป๋ซู่ซินพาหญิงสาวเข้ามายังคฤหาสน์ตระกูลไป๋อันมั่งคั่ง แล้วยื่นกระจกส่งให้ไป๋อวี้หลันทันที เพราะเห็นอีกฝ่ายเอาแต่บอกว่าตนอายุยี่สิบสี่แล้ว

“นะ นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!”

ภาพของเด็กสาววัยไม่เกินสิบห้าปีกำลังสะท้อนออกมาจากกระจกเงา เด็กคนนี้คือไป๋อวี้หลันที่มีใบหน้าพิมพ์เดียวกันกับหญิงสาวไม่ผิดแน่ หากหญิงสาวคือไป๋อวี้หลันเด็กสาวอายุสิบห้าอยู่ที่นี่

…แล้วจิรวรรณที่อายุยี่สิบสี่ปีเล่า อยู่ที่ไหน!!

หลังจากที่ไป๋ซู่ซินพาไป๋อวี้หลันกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลไป๋แล้ว นางจึงจำเป็นต้องบอกความลับเรื่องที่นางแอบคบหากับหยางไห่ออกไป ด้วยเพราะนางต้องเชิญท่านหมอมาดูอาการของญาติผู้น้อง ซึ่งโดนหยางไห่บีบคอ และยังต้องอธิบายด้วยว่าทำไมพวกนางจึงออกไปพบหยางไห่กลางป่า

 ไป๋ซู่จิ่นออกไปแจ้งทางการให้ตามจับหยางไห่มาลงโทษทันทีที่ทราบข่าว เขาเดือดดาลเป็นอย่างมาก ทั้งยังสั่งกักบริเวณไป๋ซู่ซินมิให้ออกไปนอกคฤหาสน์ แต่เรื่องนั้นก็ไม่ได้ทำให้ไป๋ซู่ซินเสียใจ เท่ากับเรื่องที่นางเป็นต้นเหตุให้ไป๋อวี้หลันต้องถูกทำร้าย

หมอที่มาดูอาการไป๋อวี้หลันเพียงบอกว่า เพราะเด็กสาวถูกทำร้ายจึงตกใจเกินไป ทำให้นางจำเรื่องราวต่างๆ ไม่ได้ รักษาตัวสักพักก็จะหายเป็นปกติ

ส่วนรอยช้ำรอบคอที่เกิดจากการที่หยางไห่ใช้มือทั้งสองข้างบีบนั้น ทายาไม่กี่วันก็จะหายไปเอง หลังจากเอ่ยแบบนั้นแล้วเขาก็เขียนใบสั่งยาทิ้งเอาไว้ให้ก่อนจากไป

ทว่ามีเพียงเด็กน้อยที่นั่งอยู่เงียบๆ บนเตียงเท่านั้นที่รู้ว่า นางไม่มีวันหายเป็นปกติหรอก เพราะนางไม่ใช่ไป๋อวี้หลันเด็กสาวอายุสิบห้า แต่นางคือไป๋อวี้หลันหญิงสาวอายุยี่สิบสี่ปีต่างหาก

หญิงสาวพบว่าไป๋ซู่ซินนั้น ค่อนข้างรักและเป็นห่วงไป๋อวี้หลันมาก ทุกวันนางจะมาเยี่ยมเยียน ทั้งยังมาอยู่เป็นเพื่อนไป๋อวี้หลันไม่ยอมห่าง ทั้งยังคอยเล่าเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับไป๋อวี้หลันให้ฟัง เพื่อเป็นการช่วยรื้อฟื้นความทรงจำ

ในเมื่อจิรวรรณยังไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ จึงตัดสินใจที่จะเป็นไป๋อวี้หลันเด็กสาววัยสิบห้าปีดูสักครั้ง หากจะคิดในแง่ดีแล้ว จะมีใครที่โชคดีได้กลับมาเป็นเด็กวัยสิบห้าปีอีกครั้งเช่นตนเล่า…

สามวันผ่านไปไป๋ซู่ซินใช้เวลาว่างของนาง สอนหลายอย่างที่ไป๋อวี้หลันอยากจะเรียน อย่างแรกคือการอ่านเขียน

ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ หญิงสาวก็เพิ่งจะมารู้ว่าไป๋อวี้หลันพออ่านออกเขียนได้ ฟังดูอาการอึกอักของไป๋ซู่ซิน หญิงสาวก็เดาได้เลยว่าเด็กคนนี้น่าจะหัวทึบเป็นแน่ เพราะเรียนการอ่านเขียนมาหลายปี ทว่าก็ยังเขียนพู่กันได้ไม่ดี

หญิงสาวตาลายเมื่อเห็นอักษรจีนโบราณพวกนั้น ตอนแรกมั่นใจหนักหนา เพราะตัวเองจบปริญญาตรีมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของเซี่ยงไฮ้

ทว่าอักษรจีนพวกนี้มันไม่เห็นเหมือนกับที่ตนเคยเรียนเลยนี่นา แม้บางอักษรจะเหมือนกัน แต่ก็ส่วนน้อยเท่านั้น ดังนั้นบัณฑิตสาวจบหมาดๆ ก็ยังต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่อยู่ดี

โชคดีที่ว่าตนหัวไว ดังนั้นจึงพยายามที่จะเรียนรู้จากไป๋ซู่ซินให้มากที่สุด

คืนวันที่สี่ของการเป็นไป๋อวี้หลัน ระหว่างที่กำลังนอนหลับอยู่นั่นเอง เสียงเรียกคุ้นหูก็ดังแว่วมา จิรวรรณขมวดคิ้วทั้งยังคล้ายคนที่กำลังฝันร้าย “แม่คะ” ไป๋อวี้หลันละเมอ

“แม่ หนูอยู่นี่ค่ะแม่”

“วรรณ ได้ยินแม่ไหมลูกแม่มาแล้ว ตื่นได้แล้วนะลูกนอนนานไปแล้ว” อัญชลีลูบใบหน้าบุตรสาวทั้งยังเรียกชื่อบุตรสาวทั้งน้ำตา

“มะ แม่คะ” หญิงสาวค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของอัญชลีมีแววแตกตื่น ตามมาด้วยรอยยิ้มสดใส นางกดปุ่มฉุกเฉินเพื่อเรียกหมอเข้ามาทันที “ตื่นแล้วหรือลูก รู้สึกยังไงบ้าง รู้หรือเปล่าว่าแม่เป็นห่วงแค่ไหน”

เสียงปนสะอื้นของมารดาและสัมผัสแสนอ่อนโยน ทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ที่นี่คือที่ที่ตนจากไป และนี่คือร่างของจิรวรรณเองไม่ใช่ร่างของไป๋อวี้หลัน “แม่คะ” มองใบหน้ามารดาแล้วยกมือขึ้นจับมือมารดาเอาไว้ “หนูขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะ”

“ไม่หรอกจ้ะฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว” อัญชลียกมือบุตรสาวมาวางที่ใบหน้าของตนเบาๆ ตอนนั้นเองที่หญิงสาวมองเห็นกำไลคุ้นตา มันคือกำไลอาถรรพ์ที่ตนพยายามที่จะเอาไปทิ้งที่วัด แต่ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ กำไลที่ว่านั้นมันสวมอยู่บนข้อมือของตน!!

“หมอบอกว่าถอดไม่ออกจ้ะ มันเล็กเกินไปเลยปล่อยเอาไว้อย่างนั้น ว่าแต่ลูกใส่เข้าไปได้ยังไงจ้ะกำไลเล็กรัดข้อมือขนาดนั้น ทั้งยังใส่ทั้งข้างซ้ายข้างขวาเลย” อัญชลีมองตามสายตาบุตรสาวแล้วเอ่ยกลั้วหัวเราะ ก่อนหน้านี้หมอได้อธิบายไปแล้วว่าพวกเขาพยายามถอดกำไลทั้งสอง

“อะไรนะคะ” หญิงสาวเบิกตากว้าง

ลางสังหรณ์ทำให้ตนยกข้อมืออีกข้างขึ้นมา เป็นอย่างที่คิดข้อมือทั้งสองข้างของตนปรากฏกำไลหยกสองอันที่สมบูรณ์ยิ่ง กำไลหยกที่มีคำกลอนประหลาดสลักเอาไว้ กำไลหยกที่ครั้งหนึ่งหญิงสาวเองก็เห็นว่ามันแตกเป็นสองส่วนไปแล้ว

ในตอนที่หมอและพยาบาลเข้ามาตรวจอาการ อัญชลีจำต้องออกไปรอด้านนอก หญิงสาวเอ่ยถามกับพยาบาลและหมอว่ากำไลที่ตนสวมนั้นมาได้อย่างไร

ทว่าพวกเขากลับบอกว่ามันอยู่หญิงสาวตั้งแต่ถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลแล้ว หญิงสาวได้แต่งงในเมื่อกำไลทั้งสองอยู่ในกระเป๋าถือ แล้วมันจะมาสวมอยู่บนข้อมือของตนได้ยังไง อีกทั้งเพราะอะไรกำไลที่หักไปแล้ว กลับกลายเป็นกำไลที่สมบูรณ์ไปได้

หลังจากรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว หมอก็ให้ความเห็นว่าตอนนี้ร่างกายของหญิงสาวไม่มีอะไรน่าห่วง นอกจากบาดแผลภายนอกที่มองเห็นแล้วทุกอย่างปกติดี แต่บาดแผลภายนอกพวกนั้น ทำให้ต้องอยู่โรงพยาบาลต่อ จนกว่าหมอจะอนุญาตให้กลับบ้านได้

หญิงสาวสนทนาอยู่กับอัญชลีได้ไม่นาน ก็ผล็อยหลับไปเพราะฤทธิ์ยา

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 148 จบ

    เขาไม่ได้บอกจิรวรรณว่าทั้งสองใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกันและสุนิสาก็พูดคล่องปร๋อ งานนี้ทั้งพี่สาวของเขากับน้องสาวของจิรวรรณชนะใสๆ เลยทีเดียว“วรรณครับผมมารับ กลับไปกับผมนะ ผมจะมาตกลงขอหมั้นคุณกับคุณน้า ผมไม่ได้เร่งรัดนะครับ แต่ผมคิดว่าผมไม่ได้ชอบคุณอย่างเดียวซะแล้ว ผมคิดว่าผมรักคุณ และผมเองก็คิดว่าคุณน่าจะชอบผมบ้าง…หรือเปล่า”“มะ หมั้นหรือคะ” หญิงสาวมองเขาคล้ายไม่อยากจะเชื่อ“คือ ผมข้ามขั้นตอนไปหรือเปล่า ผมหมายถึง เอ่อ...” เพราะรู้ว่าตนเองทำอะไรรวบรัด จางหย่วนหมิงจึงพูดไม่ถูก“หมิง” จิรวรรณเรียกชื่อเขาเบาๆ “คุณกำลังตื่นเต้นอยู่หรือคะ” จิรวรรณมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของเขาแล้วยิ้มออกมา แม้จะเขินอาย ทว่าเมื่อมองเห็นความลนลานของเขา หญิงสาวกลับคิดว่าเขาน่ารักจริงๆ“ผม...” เขามองใบหน้ายิ้มแย้มของจิรวรรณแล้วนิ่งไปเล็กน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนเผยออกมา หลังจากที่เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “วรรณ ผมรักคุณ แต่งงานกับผมนะครับ” ครั้งนี้เขาเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ“ค่ะ” หลังจากมองหน้าเขาแล้วเงียบไปครู่ใหญ่ จิรวรรณก็ยิ้มสดใสให้เขาจางหย่วนหมิงรีบก้มลงไปค้นกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะล้วงแหวนเพชร

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 147

    “ผมไม่มีความลับ”บรรยากาศการฟาดฟันกันด้วยถ้อยคำระหว่างเขากับพี่สาว ทำให้จิรวรรณเห็นอีกด้านของเขา เพราะแม้ว่าทั้งสองดูจะประชดกันไปมาด้วยคำพูด ทว่ามันก็แสดงออกมาชัดเจนว่าทั้งสองคนรักและสนิทสนมกันมากแค่ไหนตลอดมื้ออาหารจิรวรรณรู้สึกเพลิดเพลินมาก เพราะจางเยวี่ยหลิงเอาแต่ชวนพูดโน่นคุยนี่อยู่ตลอดเวลา ผิดกับจางหย่วนหมิงที่ดูอารมณ์ไม่ดีกระทั่งจบมื้ออาหารลง“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่พี่สาวของผมเสียมารยาท ถึงจะดูเขาเป็นคนพูดมากและไม่ค่อยสนใจในมารยาทเท่าไร แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายนะครับ” จางหย่วนหมิงเอ่ยขึ้น ในตอนที่ทั้งสองกำลังเดินมายังที่จอดรถที่อยู่ด้านหน้าโรงแรม“ฉันรู้ค่ะ ที่จริงคุณไม่ต้องขอโทษก็ได้ ฉันสนุกมากเลยที่ได้พบพี่เยวี่ยหลิงวันนี้” จิรวรรณตอบด้วยรอยยิ้ม ทั้งยังก้าวเข้าไปนั่งบนรถเมื่อเขาเปิดประตูให้ ทั้งสองเข้าไปนั่งในรถทว่าจางหย่วนหมิงกลับนึกขึ้นมาได้ว่าหญิงสาวมีเรื่องอยากจะถามเขา“วรรณมีเรื่องจะถามผมไม่ใช่เหรอครับ”“เอ๋ อ้อ ตอนนี้ไม่ต้องแล้วละค่ะ ไม่สงสัยแล้ว”หญิงสาวยิ้มสดใสเมื่อคิดถึงเรื่องที่เธอเข้าใจผิดจางเยวี่ยหลิง รอยยิ้มนั้นทำให้จางหย่วนหมิงนิ่งไป เขายื่นมือออกมาแตะแก้มของห

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 146

    “คุณแม่ให้ป้าจิ้งไปตามวรรณหรือคะ”“จ้ะ แม่มีเรื่องจะถามหน่อย”“เรื่องอะไรหรือคะ” “เรื่องลูกกับหมอจาง” “เอ๋” “ลูกชอบเขาหรือเปล่า” “เอ่อ” “เขาโทรมาหาแม่วันนี้ ทั้งยังขออนุญาตพาลูกออกไปกินข้าวนอกบ้าน ลูกจะว่ายังไง” “เขาว่าอย่างนั้นหรือคะ” จิรวรรณขมวดคิ้ว เพราะเมื่อเช้าเขาเองก็โทรหาตน แต่ไม่เห็นจะบอกเลยว่าจะพาไปข้างนอก“เขาบอกแม่ว่าเขาชอบลูกทั้งยังจริงใจกับลูก ดังนั้นจึงขออนุญาตไปมาหาสู่ ทั้งยังอยากจะพาลูกออกไปข้างนอกบ้าง ลูกเองก็โตจนป่านนี้แล้วเขายังจะขออนุญาตแม่อีก แม่ก็ว่าเขาเป็นคนดี เห็นเขาโทรหาลูกแม่บ่อยๆ แม่ก็รู้ว่าเขาชอบพอในตัวลูก แต่ยังไงแม่ก็อยากจะให้ลูกตัดสินใจเอง”“ค่ะ” ใบหน้ายุ่งยากของจิรวรรณทำให้อัญชลียิ้มออกมา “มีอะไรก็ถามเขาไปตรงๆ สิลูก” “เอ๋” จิรวรรณสะดุ้งคล้ายเด็กถูกจับได้ว่าทำความผิด “ลูกสงสัยไม่ใช่เหรอว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เย็นนี้ออกไปพบเขาก็ถามเขาเสียสิจะได้รู้ความจริง” อัญชลียิ้มอย่างอ่อนโยน นางหรือจะไม่รู้ว่าจิรวรรณยังติดใจภาพที่เห็

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 145

    “ขอโทษค่ะ” จิรวรรณหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ก่อนที่จะดันตัวเองออกไปจากเขา หญิงสาวพบว่าเขาใช้เพียงแขนข้างเดียวก็โอบรัดร่างของตนเอาไว้ได้แล้ว“นี่ครับ” เขายื่นช่อดอกทิวลิบให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะ”ในขณะที่คนทั้งสองกำลังยืนสนทนากันอยู่นั้น ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่กำลังแอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อัญชลีกับหยูจิ้งที่ยืนแอบอยู่มุมห้องก็ส่ายหน้าช้าๆ อย่างขัดใจ“โธ่ลูกสาวฉัน เขามาหาถึงบ้าน แทนที่จะไว้ตัวกลับพุ่งเข้าหาเขาซะนี่” อัญชลีกระซิบเสียงเบา“คุณหมอจางดูท่าจะชอบคุณหนูมากนะเจ้าคะ” หยูจิ้งกระซิบเสียงเบาเพราะเกรงว่าจางหย่วนหมิงและจิรวรรณจะได้ยิน“ยังไม่รู้หรอกต้องดูกันไปก่อน แต่การที่เขารับปากทันทีที่เอ่ยชวนนี่ก็มีความเป็นไปได้อยู่” อัญชลีเอ่ยสองวันก่อนนางได้พบจางหย่วนหมิงโดยบังเอิญในตอนที่กำลังเดินซื้อของกับหยูจิ้ง นางขอโทษขอโพยเขาที่บุตรสาวเสียมารยาทในวันที่ออกมาจากโรงพยาบาลในตอนที่จะแยกจากกัน เขาคล้ายจะเอ่ยถามอะไร แต่ก็ยับยั้งเอาไว้ อัญชลีจึงคิดที่จะเปิดโอกาสให้เขาเสียหน่อย จึงลองชวนเขามาทานอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋ไม่คาดว่าเขาจะรับปากทันที คล้ายกับกลัวว่านางจะเปลี่ยนใจ จนกระทั่งวันนี

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 144

    “อ้อ เหรอคะ” อัญชลีครุ่นคิดว่า ‘เขาว่างขนาดนั้นเลยหรือ’ ก่อนมองใบหน้าแดงก่ำของบุตรสาว แล้วหันกลับมามองใบหน้ายิ้มแย้มของหมอหนุ่มนี่ตนพลาดอะไรไปหรือเปล่า ทำไมบรรยากาศภายในห้องของบุตรสาวจึงแปลกพิกล“ถ้าคุณน้ากลับมาแล้วผมต้องขอตัวก่อนนะครับ” จางหย่วนหมิงเอ่ยอย่างสุภาพแล้วก้าวเดินออกไปจากห้องนับจากวันนั้นจิรวรรณก็พบว่าเขาบังเอิญเดินผ่านเข้ามาทักทายด้วยบ่อยๆ เขาเข้ากับอัญชลีได้เป็นอย่างดี ท่าทางใจดีของเขา ทำให้พยาบาลหลายคนตกหลุมรักเขาได้อย่างง่ายดายและนั่นยิ่งทำให้จิรวรรณระมัดระวัง ไม่ให้ตัวเองพาตัวพาใจไปใกล้เขาเกินความจำเป็น เพราะไม่อยากจะเข้าใจผิดว่าความใจดีที่เขามีให้ตนนั้น แตกต่างจากคนอื่นๆ“กำไลหยกนั่นสวยดีนะครับ”“ค่ะ ฉันได้มาโดยบังเอิญที่พิพิธภัณฑ์ แต่พอสวมแล้วถอดไม่ออกเลยได้แต่ปล่อยเอาไว้อย่างนี้” หญิงสาวเล่าเฉพาะสิ่งที่เล่าได้“ตระกูลของผมก็มีกำไลแบบนี้นะครับ แต่หายไปนานมากแล้ว”“เอ๋ อย่างนั้นกำไลนี้อาจจะเป็นของคุณหรือเปล่าคะ” จิรวรรณยกมือทั้งสองข้างขึ้นและยื่นไปหาเขา กำไลหยกสีเขียวแวววาวที่อยู่บนข้อมือของหญิงสาวส่องประกายวาววับ“มันจะเป็นของผมไปได้อย่างไรครับ ในเมื่อมันอยู่ที่ข

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 143

    ในขณะเดียวกันนั้นจางหย่วนหมิง แพทย์หนุ่มผู้หล่อเหลาที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องของคนไข้ก็สูดหายใจเข้าลึก เขาหันหลังพิงกำแพงด้วยใบหน้าแตกตื่น เหงื่อเย็นๆ ผุดออกมาบนหน้าผาก หัวใจที่เต้นรัวแรงทำให้เขาต้องหยุดก้าวเดินไปชั่วครู่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเป็นแบบนี้ ครั้งแรกมันเกิดขึ้นตอนที่เขาพบหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ แต่ครั้งนี้คล้ายรุนแรงกว่า เพราะใบหน้าของหญิงสาวที่จ้องเขม็งมา ทำให้เขาแทบจะระงับอาการตื่นเต้นไม่อยู่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าจะกับหญิงสาวคนไหน แต่กับเธอคนนี้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าสบตา เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังเขาเป็นอย่างที่คิดเขาแทบจะยื่นมือออกไป อยากลูบไล้สัมผัสแก้มเนียนใสนั้นอย่างอดใจไม่อยู่ทันทีที่สบตาของเธอก่อนหน้านี้เขาเป็นแพทย์ประจำอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อเมริกา แต่เมื่อทราบข่าวจากคนของตระกูลจางว่าหากำไลหยกประจำตระกูลที่สูญหายไปพบแล้ว เขาก็รีบบินมาที่จีนทันทีก่อนตายบิดาของเขาสั่งเสียเอาไว้ว่าต้องหากำไลหยกของย่าทวดที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยให้พบ แต่เขาไม่เคยเห็นกำไลนั้นมาก่อน แม้ว่าจะมีภาพถ่ายของย่าทวดที่สวมกำไลนั้นแต่ก็เป็นเรื่องยากอย

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 108

    “ท่านไปเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะจัดการเรื่องทางนี้เอง แล้วจะรีบตามท่านไปที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋ทันที” ถังหานเยวี่ยเห็นท่าทีพะว้าพะวังของฮูหยินจ้าววังแล้วจึงตัดสินใจรั้งอยู่“เช่นนั้นต้องรบกวนท่านแล้วผู้คุมกฎ”“ข้าจะเพิ่มคนคุ้มกันท่านให้มากหน่อย” ถังหานเยวี่ยเอ่ยแล้วเดินไปสั่งความกับผู้ติดตาม“แล้วผู้ที่มาส่งข่

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 107

    “ตอนนี้ประมุขจิ่วเย่ยังไม่อาจใช้วรยุทธ์ ส่วนนาง...” เสวียนหมิงเหลือบมองจิ่วเย่จื่อหลันด้วยดวงตาเย็นชา “คงจะต้องพากลับไปขังเอาไว้ก่อน” เสวียนหมิงเอ่ยแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง“เจ้ากับประมุขจิ่วเย่กลับไปอยู่ที่วังเมฆาอัคคีชั่วคราวเถิด”“ช้าก่อน” จิ่วเย่จื่อหลันขมวดคิ้วมองแผ่นหลังโดดเด่นเย็นชานั้นด้วย

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 102

    เมื่อเดินเข้าไปยังห้องอาบน้ำ ในมือยังคงมีกาสุราดอกกุ้ยอยู่ นางยกมันขึ้น ก่อนจะเงยหน้ากรอกสุราเข้าปาก พร้อมกับกลืนลงไปจนหยดสุดท้ายนางต้องนอนให้หลับ เพราะหากนางยังไม่ยอมหลับจะต้องฟุ้งซ่านไปกว่านี้แน่นอน ทว่าทำเช่นไรจะนอนหลับเล่า เพราะทันทีที่นึกถึงภาพเสวียนหมิงกำลังตระกองกอดโฉมงามเอาไว้ในอ้อมแขน นาง

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 101

    ไป๋อวี้หลันก้าวออกมาจากห้องโถงเล็ก แม้นางจะแสดงตัวเพื่อข่มจิ่วเย่จื่อหลันได้ ทว่าการส่งตัวเข้าหอก็ยังต้องมี เรื่องนี้เหล่าผู้อาวุโสได้เตือนนางมาก่อนแล้ว แม้แต่อี้หลัวจงเองก็เตือนนางเช่นกัน นางมิอาจทำทุกอย่างได้ดังที่ใจปรารถนา“อวี้เอ๋อ” เสียงอ่อนโยนของไป๋ซู่ซินดังขึ้น ตลอดเวลานางยืนรออยู่หน้าประตูห

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status