แชร์

หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต
หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต
ผู้แต่ง: BigM00N

บทที่ 1 อดีตชาติของซูหลีหลี่

ผู้เขียน: BigM00N
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-02 16:06:50

แสงจันทร์ที่สาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามาทำให้ดวงตาอันพร่ามัวของซูหลีหลี่พลันกระจ่างใส่ขึ้น ร่างกายของนางอีกไม่นานก็คงจะดับสิ้นแล้ว หลายปีที่ต้องตรากตรำอยู่ในสนามรบกับสามี หลายเดือนที่ต้องตรากตรำใช้ความคิดเพื่อผลักดันให้สามีสามารถผลัดเปลี่ยนราชวงศ์และได้ครอบครองราชบัลลังก์ได้สำเร็จ ยามนี้ยังมีทุกโมงยามที่นางต้องระมัดระวังและคอยแย่งชิงอำนาจจากบรรดาสตรีของสามี

“สวรรค์ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ชีวิตนี้ข้าทำเพื่อผู้อื่นมามาก เหตุใดชีวิตของข้าจึงไม่ได้รับความสุขอย่างที่ควรจะเป็นสักที” ซูหลีหลี่เอ่ยพึมพำออกมาเสียงเบา ยามนี้พอนางสิ้นไร้กำลัง แม้แต่สาวใช้ข้างกายก็ไม่อาจจะปกป้อง หากไม่ตายก็ล้วนถูกขังคุก ทั้งตงชิง ตงผิง ตงหนานและเผิงซีล้วนจากนางไปหมดแล้ว

“นางตายหรือยัง” เสียงของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่พลันขมวดคิ้วในทันที ในใจก็ได้แต่คิดว่าเพราะเหตุใดน้องสาวต่างมารดาของนางจึงได้เข้ามาอยู่ในห้องนี้

“ทูลเต๋อเฟย พระนางน่าจะยังทรงบรรทมอยู่เพคะ” คำเรียกขานที่นางกำนัลใบ้เรียกขานซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่เพ่งสายตาไปที่เงาร่างของสตรีที่อยู่หลังม่านในทันที

“ปิดหน้าต่างบานนั้นเสีย ปิดบานประตูด้านหน้าด้วย บอกกับผู้อื่นว่าข้าอยากจะปรนนิบัติซูฮองเฮาด้วยตนเอง” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็ค่อยๆ ดึงเข็มที่ตนเองซุกซ่อนเอาไว้ในแขนเสื้อออกมา น้องสาวของนางเป็นคนลงมือโหดเหี้ยมและไร้เมตตามากเพียงใดนางรู้ดี อีกทั้งยังเป็นคนที่ไร้หัวคิดเป็นอย่างมากอีกด้วย ไม่ต้องคาดเดาก็รู้ว่ายามนี้ซูหลีเซียงคงจะคิดว่าหากกำจัดฮองเฮาเช่นนางไปได้ตำแหน่งฮองเฮาของฮั่วจิ่นหลงฮ่องเต้ก็คงจะว่างลง

“เซียงเซียง เจ้าคิดจะทำอันใด” น้ำเสียงที่ทั้งแหบพร่าและไร้เรี่ยวแรงของนางทำให้ซูหลีเซียงหัวเราะออกมาในทันที

“ก็กำลังจะลงมือปรนนิบัติพี่หญิงให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บเร็วๆ อย่างไรเล่า” ซูหลีเซียงเอ่ยพลางปัดผ้าม่านที่บดบังระหว่างพวกนางออกแล้วก็ชะโงกใบหน้าเข้ามามองซูหลีหลี่ที่ในยามนี้กลายเป็นเนื้อหุ้มกระดูกหมดความงามไปนานแล้ว

“ท่านหมอซู จนถึงยามนี้แล้วก็ยังไม่อาจจะรักษาอาการป่วยของตนเองได้เลยหรือ ไหนว่ามีความสามารถทางด้านการรักษาจนแม้กระทั่งท่านหมอเทวดาหลี่ก็ยังต้องเอ่ยปากชื่นชมอย่างไรเล่า” ซูหลีเซียงเอ่ยพลางหยิบผ้าห่มผืนหนาขึ้นมา

“เจ้าจะทำอันใด ถ้าข้าตายไปเจ้าก็อย่าได้คิดว่าตำแหน่งฮองเฮาจะตกไปถึงมือเจ้าเลย” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ซูหลีเซียงก็หัวเราะออกมาในทันที

“เมื่อก่อนพี่หญิงก็เคยบอกกับข้าว่าภรรยาม่ายของท่านอ๋องจากราชวงศ์ก่อนเช่นข้า เป็นได้แค่เพียงชู้รักอันต่ำต้อยของฝ่าบาทมิใช่หรือ ซูหลีหลี่ยามนี้เจ้าจงดูให้ดีว่าชู้รักอันต่ำต้อยเช่นข้ายามนี้ได้เป็นถึงเต๋อเฟยแล้วและอีกไม่นานตำแหน่งฮองเฮาที่ควรจะเป็นของข้าก็จะเป็นของข้าอย่างที่ควรจะเป็นไปได้เสียที” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พลันหัวเราะออกมาเบาๆ

“เป็นของเจ้าหรือตำแหน่งฮองเฮานี้ควรจะเป็นของเจ้าได้อย่างไร” คำถามของซูหลีหลี่ทำให้ซูหลีเซียงเอ่ยออกมาด้วยความแค้นเคือง

“เดิมทีคู่หมายของฝ่าบาทก็คือข้า คนที่ควรจะได้เป็นภรรยาเอกแล้วได้ครอบครองตำแหน่งฮองเฮาของฝ่าบาทย่อมจะต้องเป็นข้า เป็นพี่หญิงที่แย่งชิงฝ่าบาทไปจากข้า” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่พลันยิ้มเย็นออกมาแล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเชือดเฉือนอีกทั้งยังตั้งใจเปล่งเสียงให้ดังมากขึ้นกว่าปกติอีกด้วย นางรู้ดีว่ายามนี้คนผู้หนึ่งมาถึงแล้วและเขากำลังยืนฟังบทสนทนาของพวกนางอยู่

“เจ้าอย่าได้ลืมสิว่าเป็นเจ้าเองที่ละทิ้งตำแหน่งฮูหยินของแม่ทัพเพื่อจะได้แต่งเข้าไปเป็นพระชายาเอกของจวนอ๋อง แล้วยามนี้มาใช้คำว่าข้าแย่งชิงฝ่าบาทไปได้อย่างไรเป็นเจ้าต่างหากที่ละทิ้งฝ่าบาทที่ในยามนั้นเป็นแค่เพียงแม่ทัพประจำชายแดนอันห่างไกล น่าเสียดายที่ฝ่าบาทและเจ้าต่างก็ลืมเลือนเรื่องนี้ไป มีเพียงข้านี่แหละที่จดจำได้ว่าน้องสาวเช่นเจ้าทำอย่างไรบ้างเพื่อจะได้ทอดทิ้งการแต่งงานกับฝ่าบาท” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูหลีเซียงเม้มปากแน่น

อันที่จริงแล้วนางไม่เคยลืมการตัดสินใจอันผิดพลาดของตนเอง เพราะอยากจะเป็นพระชายาอ๋อง นางต้องแสร้งทำเป็นว่าจะขอยอมตายหากไม่ได้แต่งเข้าจวนอ๋อง ทำให้บิดาที่ทั้งรักและเอ็นดูในตัวนางยินยอมทำเรื่องสับเปลี่ยนตัวเจ้าสาว ทำให้นางได้แต่งเข้าจวนอ๋องและส่วนพี่สาวของนางให้แต่ออกไปยังจวนแม่ทัพที่อยู่ติดกับชายแดนแทน

“ผู้ใดจะรู้กันเล่า ว่าแม่ทัพเล็กๆ ผู้หนึ่งที่ตรากตรำอยู่แต่แถบชายแดนจะได้เป็นใหญ่เฉกเช่นวันนี้ แต่ช่างเถิดต่อให้ครั้งนั้นข้าเลือกผิดไปแต่ครั้งนี้ข้าเลือกไม่ผิดหรอก พี่หญิงถึงเวลาแล้วที่ท่านจะหมดเคราะห์หมดโศกหายจากโรคภัยที่รุมเร้าได้เสียที” ซูหลีเซียงเอ่ยพลางยกผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาปิดปากปิดจมูกของพี่สาวเอาไว้แล้วใช้ฝ่ามือกดไม่ให้นางสามารถหายใจได้

ซูหลีหลี่ดิ้นรนอย่างเต็มที่เท่าที่กำลังของนางจะทำได้ แม้ว่าอยากจะหลุดพ้นจากสภาพร่างกายอันเจ็บป่วยนี้แต่นางก็ไม่ยินดีที่จะต้องตายด้วยเงื้อมมือของน้องสาวต่างมารดาของตนเอง

“อึก อึก” นางส่งเสียงออกมาพลางเค้นพละกำลังที่เหลือของตนเองไปที่มือที่กำลังถือเข็มอยู่ แล้วลงมือแทงเข็มเข้าไปในจุดตายของร่างกายของน้องสาว

“เฮือก!” ซูหลีเซียงตาเหลือกขึ้นไปมองด้านบนแล้วล้มลงไปนอนชักอยู่บนพื้น นางกำนัลที่ติดตามมาด้วยรีบวิ่งเข้ามาแล้วส่งเสียงเรียกคนด้านนอกในทันที

“ช่วยด้วย! ช่วยเต๋อเฟยด้วยพระนางถูกฮองเฮาทำร้าย” เสียงเรียกคนของนางกำนัลกลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับ แต่ฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้องกลับทำให้นางพลันเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความยินดี ฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้แค่เพียงส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียวขันทีที่ติดตามมาทางด้านหลังก็เข้ามาปิดปากปิดจมูกแล้วลากตัวนางกำนัลผู้นั้นออกไปในทันที

“ยังลงมืออย่างเด็ดเดี่ยวอยู่เช่นเดิม เสียดายที่เรี่ยวแรงของเจ้ายังไม่ค่อยจะเพียงพอนัก” ฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้เอ่ยพลางย่อกายลงไปกระแทกฝ่ามือกดเข็มที่ปักอยู่กลางกระหม่อมของซูหลีเซียงลงไปจนมิดด้ามทำร่างที่ดิ้นทุรนทุรายของซูหลีเซียงสงบลงและสิ้นใจไปในทันที

“น่าเสียดายจริงๆ เดิมทีข้าเคยสงสารนางและคิดว่าเป็นเพราะเจ้าแย่งชิงการแต่งงานของนางมา จนทำให้นางต้องไปลงเอยด้วยการเป็นพระชายาม่ายของเสียนอ๋อง คิดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วจะเป็นเจ้าที่ถูกนางแย่งชิงการแต่งงานไป” ฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้ทรงตรัสออกมาพลางจ้องมองเงาร่างที่ใกล้จะแตกดับที่นอนอยู่บนแท่นบรรทม

“ในเมื่อฝ่าบาททรงเสด็จมายืนฟังอยู่ตั้งนานแล้วเหตุใดจึงไม่เสด็จเข้ามาเล่าเพคะ” ซูหลีหลี่เอ่ยถามถึงช่วงเวลาที่นางถูกซูหลีเซียงใช้ผ้าห่มปิดปากปิดจมูก นางอยากถามเขาว่าเพราะเหตุใดเขาจึงได้ยืนมองนางถูกคนทำร้ายโดยไม่คิดจะทำอะไรเลย

“ซูหลีเซียงพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง เจ้าทนทุกข์ทรมานกับอาการป่วยไข้มานานแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เจ้าควรจะผ่านพ้นความทรมานจากการเจ็บป่วยนี้ได้เสียที” เขาเอ่ยพลางนั่งลงบนแท่นบรรทมแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาที่ไร้ความเมตตา

“หม่อมฉันหมดประโยชน์แล้ว ไม่สมควรจะเก็บเอาไว้แล้วสินะเพคะ” คำถามของซูหลีหลี่ทำให้ฮั่วจิ่นหรงพยักหน้า

“ก่อนที่หม่อมฉันจะตาย ขอบังอาจถามพระองค์สักประโยคได้ไหมเพคะ” ซูหลีหลี่เอ่ยถามพลางหอบหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อนเมื่อครู่นี้ตอนที่แทงเข็มลงไปกลางศีรษะของซูหลีเซียงนางได้ใช้พละกำลังเฮือกสุดท้ายของตนเองไปแล้ว

“ได้สิ เชิญเจ้าถามมาได้เลย” เมื่อฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้ทรงตรัสมาเช่นนี้ซูหลีหลี่จึงได้ถามออกมาตามตรง

“พระองค์ทรงเคยรักหม่อมฉันบ้างหรือไม่เพคะ” คำถามของนางทำให้เขาพยักหน้า

“เคยสิ ข้าเคยรักเจ้ามาก เจ้าทั้งงดงามและเก่งกาจ เพียงแต่ช่วงหลังมานี้ความเก่งกาจของเจ้าออกจะเกินหน้าข้าจนเกินไป เจ้าคงจะไม่รู้กระมังว่ายามนี้อดีตแม่ทัพนายกองที่เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าถูกข้ากำจัดทิ้งไปหมดแล้ว” คำตอบของฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้ทำให้สายตาของซูหลีหลี่พลันมืดมัวลง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   ตอนพิเศษที่2 : ชีวิตที่สองของฉู่ฉางเยว่

    ฮ่องเต้มิอาจจะขาดฮองเฮา แม้ว่าขุนนางหลายคนจะหวาดกลัวข้า แต่ก็มีหลายคนที่ไม่กลัวตายกล้าเสนอหน้ามาขอให้ข้ารับพระสนมและแต่งตั้งฮองเฮา ข้ารำคาญคนเหล่านั้นจึงได้บอกกับทุกคนว่าข้ารักใคร่เสิ่นกุ้ยหนิงที่ตายจากไปเป็นอย่างมาก ชั่วชีวิตนี้จะไม่ขอมีผู้ใดอีกนอกจากนาง คำพูดของข้าทำให้ชาวประชาต่างหลั่งน้ำตาและเรียกร้องให้ข้าแต่งตั้งสตรีที่ตายไปแล้วผู้นั้นขึ้นเป็นฮองเฮา“เสิ่นกุ้ยหนิงยังไม่ตาย ข้าเป็นคนช่วยนางไว้ และนางไม่อาจจะเป็นฮองเฮาได้เพราะนางคือสตรีของข้า” คำพูดของเยียนอ๋องทำให้พิธีแต่งตั้งฮองเฮาของข้าต้องหยุดชะงัก คำพูดของเขาทำให้ข้าชักกระบี่ออกมา เดิมทีตั้งใจว่าจะใช้ข่มขู่เยียนอ๋องผู้นั้นให้สงบปาก แต่เสิ่นกุ้ยหนิงกลับเผยตัวออกมาแล้วใช้มีดสั้นในมือรับคมกระบี่ที่ข้าตั้งใจจะใช้พาดคอเพื่อข่มขู่เยียนอ๋อง“ฝ่าบาท พวกเราไม่เคยเป็นสามีภรรยา ดังนั้นขอฝ่าบาทได้โปรดปล่อยหม่อมฉันไปเถิดเพคะ” คำพูดของนางหากเอ่ยกับบุรุษที่รักใคร่ในตัวนางคนผู้นั้นคงจะคลุ้มคลั่งแล้วลงมือฆ่านางไปแล้วโชคดีที่ข้าไม่ใช่ ข้ามองเยียนอ๋องแล้วก็มองนางสุดสุดท้ายจึงเอ่ยออกมาอย่างไม่ถือสา“กุ้ยหนิง เป็นข้าไม่ดีเองที่ไปช่วยเจ้าและท่านพ่

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   ตอนพิเศษที่1 : จากซูฉางเยว่เป็นฉู่ฉางเยว่

    ฉางเยว่คือชื่อที่ท่านแม่บุญธรรมของข้าตั้งให้ นางรับข้ามาเลี้ยงตั้งแต่เด็กนอกจากจะตั้งชื่อให้ข้าแล้วยังทำให้ข้าได้มีชื่อในผังสกุลของสกุลซูอีกด้วย ข้ารู้ดีว่าตนเองเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นลูกนอกสมรสของท่านแม่บุญธรรมแต่ตัวข้าย่อมรู้ตนเองดีว่าข้านั้นไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับนางเลย“เยว่เอ๋อ เจ้าไม่ต้องพยายามเพื่อแม่ ทุกอย่างที่เจ้าเรียนรู้และฝึกฝนล้วนจะต้องทำเพื่อตัวของเจ้าเองเท่านั้น” ซูหลีหลี่ผู้เป็นแม่บุญธรรมของข้ามักจะเอ่ยเช่นนี้กับข้าอยู่เสมอ เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณที่ท่านแม่เก็บข้ามาเลี้ยงข้าจึงได้พยายามพัฒนาตนเองและฝึกฝนตนเองให้เก่งกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน เพื่อให้ท่านแม่ของข้ารู้สึกชื่นชมและภาคภูมิใจในตัวข้าและที่สำคัญข้าไม่อยากให้นางรู้สึกเสียใจที่เก็บเด็กกำพร้าอย่างข้ามาเลี้ยง“หลีหลี่ วันๆ เจ้าเอาแต่ใช้เวลาอยู่กับเด็กคนนี้ หากเจ้ายังทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เมื่อไหร่ท่านแม่ของข้าจะเชื่อเจ้าเล่าว่าเจ้าเด็กคนนี้คือเด็กที่เจ้าเก็บมาเลี้ยงจริงๆ หาใช่ลูกนอกสมรสของเจ้าไม่” ฮั่วจิ่นหรงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าดูแคลน แม้ว่าปากของเขาจะเอ่ยเช่นนี้แต่สายตาที่เขาใช้จ้อ

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 67 บทสรุปที่ไม่มีสิ่งใดให้เสียใจ (ตอนจบ)

    องค์รัชทายาทฉู่ฉางเยว่ขึ้นครองราชย์ในยามที่เขามีอายุแค่เพียงยี่สิบห้าชันษา ไท่ซ่างหวงฉู่เทียนเสียงใช้ข้ออ้างเรื่องสุขภาพสละราชบัลลังก์หลังจากที่ครองราชย์ยาวนานถึงยี่สิบห้าปี หลังจากนั้นฉู่เทียนเสียงก็พาซูหลีหลี่ออกจากวังไปใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขในตำหนักฤดูร้อนที่ตั้งอยู่นอกเมืองสองสามีภรรยาช่วยกันปลูกดอกไม้สร้างสวนสมุนไพรใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างสมถะและอิสรเสรี พอถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิก็มักจะจับหลานชายและหลานสาวแต่งกายเหมือนชาวบ้านทั่วไปออกท่องเที่ยวหาความสำราญตามประสาคนว่างงาน หลังจากนั้นก็จะพาหลานๆ กลับเข้าเมืองหลวงส่งคืนพ่อแม่ของพวกเขาในทุกฤดูหนาว พวกเขามักจะทำเช่นนี้เป็นประจำทุกปีจนทำให้ทั้งหลานชายและหลานสาวเบื่อหน่ายชีวิตในวังหลวงร่ำร้องที่จะอยู่แต่กับเสด็จปู่และเสด็จย่าการได้ใช้ชีวิตในรูปแบบนี้ทำให้ซูหลีหลี่ที่เคยต้องผจญกับความทุกข์ยากในชาติที่แล้วมักจะทอดถอนใจให้กับโชคชะตาในชาตินี้อยู่เสมอ ในใจของนางก็ได้แต่คิดว่าไม่ใช่แค่เพียงสวรรค์ที่เห็นใจนาง แต่สามีและลูกๆ ของนางต่างก็พากันเห็นใจและมักจะทำทุกอย่างเพื่อเอาอกเอาใจนางอยู่เสมอ สำหรับซูหลีหลี่แล้วความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจที

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 66 รอยยิ้มแห่งความสุข

    หลังจากท่านหญิงผิงอันและบรรดาคุณหนูที่ติดตามมาขอลากลับไปแล้ว ซูหลีหลี่ก็สั่งให้คนตามหาบุตรชายและบุตรสาวทั้งสามในทันที แต่นางรู้ดีว่าฉู่ฉางเยว่มีความเชี่ยวชาญในการหลบหนีความผิดยิ่งนัก นางจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะมีผู้ใดสามารถพาพวกเขากลับมาให้นางลงโทษได้“ทูลฮองเฮา ฝ่าบาทเสด็จมาแล้วเพคะ” เสียงของนางข้าหลวงคนสนิททำให้ซูหลีหลี่ลืมตาขึ้นมาจากการพักสายตา เมื่อนางเห็นว่าฉู่เทียนเสียงเดินเข้ามาในห้องแล้วนางจึงได้โบกมือไล่นางข้าหลวงให้ออกไปให้หมด“หลีหลี่ ข้าจับตัวพวกเขามาให้เจ้าแล้ว” ฉู่เทียนเสียงเอ่ยพลางผายมือไปทางด้านหลัง ฉู่ฉางเยว่ ฉู่ฉางซินและฉู่ฉางเล่อถูกมัดด้วยเชือกเส้นโตในปากของพวกเขามีผ้ายัดเอาไว้ ฉู่ฉางเยว่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเคือง ส่วนฉู่ฉางซินและฉู่ฉางเล่อกำลังหลั่งน้ำตาออกมาและส่งสายตาอ้อนวอนมาที่นาง“ข้าช่วยเจ้าระบายโทสะแล้วดีหรือไม่ หรือว่าเจ้าจะเป็นคนโบยตีพวกเขาด้วยตนเองอีกครั้งก็ตามแต่ใจของเจ้าเลย” เมื่อฉู่เทียนเสียงเอ่ยเช่นนี้ก็ได้รับสายตาขุ่นเคืองจากนางในทันที“เท่าที่หม่อมฉันรู้มา ความวุ่นวายในวันนี้ฝ่าบาทก็มีส่วนร่วมด้วยมิใช่หรือเพคะ” เมื่อได้ยินซูหลีหลี่เอ่ยออกมาเช่นนี้ฉู

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 65 ภายใต้ความสงบสุข

    ซูหลีหลี่มองขึ้นไปด้านบนของต้นอู่ถงด้วยความปวดใจ นางย่อมเป็นห่วงบุตรสาวของตนเองอยู่แล้ว แต่ต้นอู่ถงต้นนี้ฉู่ฉางเล่อถูกพี่ชายตัวแสบอย่างฉู่ฉางซินหลอกให้ปีนขึ้นไปจนนางสามารถปีนขึ้นลงได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว แต่เด็กสาวอีกคนที่กำลังปีนขึ้นไปกลับทำให้นางรู้สึกเป็นกังวลมากกว่า“กุ้ยหนิง เจ้าระวังนะ” ซูเหม่ยจีเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง นางเคยเห็นองค์หญิงน้อยปีนขึ้นลงต้นอู่ถงแห่งนี้จนชินตาแล้ว แต่นางไม่เคยรู้เลยว่าเสิ่นกุ้ยหนิงจะปีนขึ้นต้นไม้อย่างคล่องแคล่วได้เช่นนี้“องค์หญิงอย่าปีนขึ้นไปอีกเลยเพคะ กิ่งที่อยู่ด้านบนดูเหมือนว่าจะเปราะแล้ว” เสียงของเสิ่นกุ้ยหนิงทั้งมั่นคงและเต็มไปด้วยความมั่นใจทำให้ความกังวลใจของซูหลีหลี่พลันผ่อนคลายลง นางหันไปถามท่านหญิงผิงอันผู้เป็นพี่สะใภ้ของตนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาในทันที“นางคือคุณหนูจากจวนใดหรือ” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยถามเช่นนี้ท่านหญิงผิงอันก็เอ่ยตอบในทันทีเช่นกัน“บุตรสาวคนโตของแม่ทัพเสิ่น เสิ่นกุ้ยหนิง” คำตอบของพี่สะใภ้ทำให้ซูหลีหลี่นิ่งงันไปในชาติก่อนทัพสกุลเสิ่นเคยให้การสนับสนุนและคอยเป็นกำลังหนุนช่วยเหลือทัพของซูฉางเยว่อยู่หลายครั้ง หากนางจำไม่ผิดในชาติที่แ

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 64 ความวุ่นวาย

    ยามที่ฉู่ฉางเยว่มีอายุได้เก้าขวบ ซูหลีหลี่ก็คลอดทารกฝาแฝดหงส์คู่มังกรออกมาคู่หนึ่ง สร้างความยินดีให้กับทุกคนโดยเฉพาะฉู่ฉางเยว่ที่เคยอยากมีน้องเป็นของตนเองมาโดยตลอด ทุกเวลาที่เขาว่างจากการเรียนก็มักจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้น้องชายและน้องสาว ทั้งซูหลีหลี่และฉู่เทียนเสียงต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าตั้งแต่มีน้องรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็มีความอ่อนโยนขึ้นมากท่ามกลางการยืนยันอันหนักแน่นและการลงโทษอย่างเด็ดขาดของฉู่เทียนเสียงทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องการรับพระสนมเข้าวังอีก ยิ่งยามนี้ในวังหลวงมีองค์ชายและองค์หญิงเพิ่มขึ้นมาอย่างละหนึ่งคนแล้ว ก็ยิ่งทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องการแตกกิ่งก้านสาขาอีกเลย ซูหลีหลี่จึงใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงได้อย่างสงบสุข ทุ่มเทเวลาทั้งหมดของตนเองเพื่อดูแลลูกและสามีช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเสมอ ผ่านไปแค่เพียงไม่กี่ปี องค์ชายน้อยและองค์หญิงน้อยก็กระโดดโลดเต้นสร้างความวุ่นวายไปจนทั่ววังหลวงแล้ว องค์หญิงน้อยฉู่ฉางเล่อยังไม่สร้างปัญหาเท่าใดนักเพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรี แต่องค์ชายน้อยอย่างฉู่ฉางซินกลับสร้างความปั่นป่วนจนผู้คนต่างเอือมระอา

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 20 เทพเจ้าแห่งโรคระบาด

    ยามที่ซูหลีหลี่และซูจวิ้นเข้าไปในโถงรับรอง คนทั้งสองก็คารวะทักทายเสียนอ๋องอย่างเต็มพิธีการ เสียนอ๋องฉู่เทียนเสียงจ้องมองรอยยิ้มของซูหลีหลี่แล้วก็พลันชะงักไป ทำให้ซูหย่งเหอต้องหันไปมองตามสายตาของเขาไปด้วย ปีนี้ซูหลีหลี่อายุสิบหกย่างเข้าสิบเจ็ดปีแล้ว แต่บุคลิกของเด็กสาวกลับเหมือนสตรีที่เคยผ่านมรสุมมา

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-20
  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 16 พ่ายแพ้

    ทางด้านซูหย่งเหอยามนี้เขากำลังให้การต้อนรับเสียนอ๋องอยู่ที่โถงรับรองแขกของจวน เดิมทีซูหย่งเหอตั้งใจจะให้คนไปแจ้งให้หวังเจียหรานทราบ เพื่อที่นางจะได้ออกมาต้อนรับและพาซูหลีหลี่มาพบเสียนอ๋องเพื่อจะได้ทำความคุ้นเคยกันเอาไว้ แต่เสียนอ๋องกลับปฏิเสธและบอกกับซูหย่งเหอว่าเขาตั้งใจจะมาทำความรู้จักกับซูหย่งเห

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-19
  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 18 สร้างหนี้บุญคุณ

    ข่าวลือยิ่งฉาวโฉ่ก็ระบือไปไกลอย่างรวดเร็ว หวังเจียหรานไม่ใช่แค่เพียงฮูหยินของรองเจ้ากรมพิธีการ แต่ยังเป็นสตรีที่มาจากสกุลหวังของท่านมหาเสนาบดี เรื่องที่นางมีสัมพันธ์สวาทกับขอทานและผู้คุ้มกันภายในเรือนของตนเองทำให้หลายคนคิดไปไกลว่าจวนสตรีจวนสกุลหวังไร้ซึ่งการอบรมก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าหลานสาวคนโตของ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-19
  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 17 ไม่หวังชาติหน้า

    หลังจากนั้นเพียงไม่นานหวังเจียหราน สาวใช้ทั้งสอง ซุนมามา ขอทานและผู้ฝึกยุทธ์ล้วนหลุดพ้นจากพิษกำยานแล้วทั้งสิ้น สิ่งที่พวกเขาทำลงไปมีคนรู้เห็นจนหมดแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วแต่ความอับอายในสิ่งที่พึ่งจะกระทำลงไปก็ทำให้พวกเขารู้สึกอยากตายมากกว่าอยู่“เป็นมามาท่านนี้ที่พาตัวพวกข้าเข

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-19
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status