เข้าสู่ระบบแม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะละเลยต่อบุตรสาว เอาอกเอาใจหวังเจียหรานและบุตรสาวของนางอย่างออกนอกหน้า แต่เขาก็หาได้ลืมเลือนว่าซูหลีหลี่ก็เป็นบุตรสาวของเขาเช่นเดียวกัน ได้เห็นสภาพของนางที่เป็นเช่นนี้ความเห็นใจและความรู้สึกผิดของเขาที่มีต่อบุตรสาวคนโตจึงได้ผุดขึ้นมา
“ท่านพ่อ ท่านสั่งให้คนค้นหาให้ละเอียด ข้าสงสัยว่านอกจากพี่หญิงจะลักลอบออกจากจวนแล้วนางยังนำคนกลับมาด้วย อีกทั้งคนที่นางนำมาอาจจะเป็นเด็กทารกที่นางไปคลอดทิ้งเอาไว้ข้างนอกด้วยเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่หรี่ตาแล้วเอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ซูหลีเซียงนี่เจ้าใส่ความเรื่องที่ข้าออกนอกจวนไม่สำเร็จ ก็ใส่ความลามปามมาจนถึงเรื่องความบริสุทธิ์ของข้าเชียวหรือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาทำเช่นนี้กับข้า ก่อนหน้านี้ก็ฟูมฟายโวยวายจะแย่งการแต่งงานของข้า พอท่านพ่อมาขอให้ข้ายินยอมเจ้าก็กลับเป็นฝ่ายเปลี่ยนใจไม่แย่งชิงการแต่งงานด้วยตนเองแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดวันนี้เจ้าจึงได้จงใจมาหาเรื่องข้าจนถึงเรือนพักส่วนตัวของข้าอีก แถมครั้งนี้ยังหาเรื่องข้าจนถึงขั้นที่อาจจะทำลายชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของข้าและทำลายเกียรติของสกุลซูของพวกเราด้วย เจ้าไม่คิดว่ามันเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไปหน่อยหรือ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูหลีเซียงส่ายหน้า
“แล้วที่เจ้าลงมือตบข้าและท่านแม่เช่นนี้เล่า เจ้าคิดว่าตัวเจ้าทำถูกแล้วหรือ ระวังเอาไว้เถอะหากผู้อื่นล่วงรู้ถึงเรื่องนี้นอกจากเรื่องความบริสุทธิ์ของเจ้าที่ถูกทำลายแล้ว เจ้ายังจะกลายเป็นสตรีที่มีจิตใจโหดเหี้ยมลงไม้ลงมือกับมารดาและน้องสาวของตนเองถึงยามนั้นอย่าว่าแต่งเข้าจวนอ๋องเลยแค่แต่งเข้าจวนขุนนางธรรมดาก็ยังเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าเลย” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่พยักหน้า
“ข้าขอยืนยันว่าเรือนของข้าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติ ไม่จำเป็นต้องตรวจค้น ส่วนเรื่องความบริสุทธิ์ของข้ามันใช่หน้าที่ของเจ้าที่จะมาตรวจสอบข้าหรือ เซียงเซียง คนเช่นเจ้าไม่สมควรมาพูดเรื่องความบริสุทธิ์กับข้านะ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูหลีเซียงพลันชะงักค้างแล้วก็เม้มปากแน่นในทันที
“คนเช่นข้ามันเป็นเช่นไรหรือ หึ หึ ซูหลีหลี่สาเหตุที่เจ้าไม่กล้าให้คนตรวจค้นเรือนของเจ้าเป็นเพราะว่าห้องอื่นๆ ภายในเรือนของเจ้ามีปัญหาเช่นนั้นหรือ ท่านพ่อท่านอย่ายอมนางนะเจ้าคะ ท่านพ่อคือคนที่สามารถออกคำสั่งทุกคนในจวนได้ แล้วเหตุใดท่านจึงจะสั่งให้คนตรวจค้นเรือนของนางอย่างละเอียดไม่ได้” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่ยืดกายขึ้นแล้วหันไปมองบิดาของนาง
“ท่านพ่อ ข้ายินยอมให้ตรวจค้นก็ได้เจ้าค่ะ แต่หากไม่พบสิ่งใดที่ผิดปกติท่านพ่อจะต้องลงโทษน้องเซียงเซียงนะเจ้าคะ หลายวันมานี้นางจงใจหาเรื่องข้าอย่างชัดเจน เดิมทีข้าก็อดทนมาโดยตลอดแต่วันนี้หากท่านไม่จัดการให้ข้า ข้าก็คงจะต้องไปแจ้งผู้อาวุโสของสกุลเพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้แก่ตนเองแล้วล่ะเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูหย่งเหอตวาดนางในทันที
“นี่เจ้ากล้าพูดจาข่มขู่ข้าหรือ” คำถามของซูหย่งเหอทำให้ซูหลีหลี่ส่ายหน้า
“ข้าไม่ได้ข่มขู่เจ้าค่ะ ตั้งแต่มาถึงที่เรือนแห่งนี้ท่านพ่อพูดแต่ว่าจะสอบสวนเพื่อหาความเป็นธรรมให้แก่ท่านแม่และเซียงเซียง แล้วข้าเล่าท่านไม่คิดจะมอบความเป็นธรรมให้แก่ข้าบ้างเลยหรือ ข้าก็เป็นบุตรสาวของท่านเช่นเดียวกันนะเจ้าคะท่านพ่อ” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาหวังเจียหรานที่หันไปส่งสายตากับบุตรสาวแล้วก็รีบเอ่ยวาจาขัดคำพูดของซูหลีหลี่ในทันที
“จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร เจ้าไปอยู่ชนบทเสื้อผ้าและอาหารที่ส่งไปให้เจ้าล้วนเป็นของชั้นดีทั้งสิ้น นี่ไม่ใช่เพราะท่านพ่อของเจ้าเป็นห่วงเป็นใยเจ้าหรือ” คำพูดของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่พยักหน้า
“ที่แท้ของชั้นดีในเมืองหลวงก็คือเสื้อผ้าที่ข้าใส่อยู่นี่เช่นนั้นหรือ ท่านแม่ข้ามิใช่คนโง่นะจึงจะแยกแยะของชั้นดีกับของชั้นเลวไม่ออก แต่ที่ข้ายังคงสวมใส่อยู่เพราะเชื่อว่าข้าวของเหล่านี้คือความปรารถนาดีของท่านพ่อ แม้ว่าความซอมซ่อของข้าจะทำให้ผู้อื่นที่ได้พบเห็นต่างพากันหมิ่นแคลนข้า แต่เพราะข้ารู้ดีว่านี่คือความปรารถนาดีของท่านพ่อและท่านแม่ข้าจึงได้ยังคงสวมใส่และใช้สอยสิ่งของที่ท่านส่งไปให้ข้าอยู่” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูหย่งเหอสำรวจเนื้อผ้าและการแต่งกายของบุตรสาวคนโตแล้วจึงได้หันไปมองหวังเจียหรานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการตำหนิ
“พวกเจ้าไปตรวจค้นเรือนแห่งนี้ให้ละเอียด ข้าเชื่อว่าที่เรือนแห่งนี้น่าจะมีหลักฐานที่ชี้ชัดถึงความผิดของนางอย่างแน่นอน” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหย่งเหอจ้องมองนางด้วยสายตาไม่พอใจ ซูหลีเซียงจึงได้เอ่ยต่อมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ข้าเชื่อว่าในเรือนแห่งนี้จะต้องมีหลักฐานชี้ชัดถึงความผิดของพี่หญิงแน่ หากไม่มีข้าก็ยินดีจะรับโทษเพื่อเป็นการขัดเกลาตนเองเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหย่งเหอพยักหน้าแล้วสั่งให้คนของตนเองเข้าไปตรวจค้นภายในเรือนของซูหลีหลี่อย่างละเอียดโดยที่ซูหลีหลี่ก็ไม่ได้คัดค้านอีกนางแค่จ้องมองซูหลีเซียงแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนือกว่า
“เซียงเซียงหากตรวจภายในเรือนอย่างละเอียดแล้วไม่พบสิ่งใดเจ้าก็อย่าได้ผิดคำพูดก็แล้วกัน” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ซูหลีเซียงก็พลันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีและคิดคำนวณอยู่ในใจว่านางจดจำวันที่ซูหลีหลี่นำทารกเข้าจวนมาผิดวันหรือไม่ แต่เมื่อคิดได้ว่าเป็นวันนี้ในชาติที่แล้วที่หวังเหม่ยฉีมาหานางและเอ่ยถึงเรื่องที่ซูหลีหลี่ลักลอบออกไปพบคน พอตกเย็นมาข้างกายของซูหลีหลี่ก็มีเด็กทารกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคนพอดี มาชาตินี้นางจึงได้ตั้งใจลงมือวันนี้ ต่อให้เล่นงานซูหลีหลี่เรื่องที่นางลักลอบออกจากจวนไม่สำเร็จแต่นางก็ยังมีเรื่องเด็กทารกข้างกายของซูหลีหลี่ให้เล่นงาน
“เรียนนายท่านพวกข้าตรวจค้นทั้งเรือนอย่างละเอียดแล้วไม่พบคนหรือสิ่งของที่มีความผิดปกติเลยเจ้าค่ะ” ถ้อยคำรายงานของสาวใช้รุ่นใหญ่ข้างกายบิดาทำให้ซูหลีเซียงพลันระเบิดโทสะออกมาในทันที
“ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้ ภายในเรือนของพี่หญิงจะต้องมีเด็กทารกอยู่ด้านในสิ นางแพศยาเจ้าจงใจเข้าข้างพี่หญิงของข้าเพื่อเล่นงานท่านแม่ของข้าใช่หรือไม่” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้มุมปากของซูหย่งเหอพลันกระตุกในทันที
“เซียงเซียง เจ้าพูดจาให้ดีหน่อย หลินหว่านจะเล่นงานเจ้ากับท่านแม่ของเจ้าได้อย่างไร” คำพูดของบิดาทำให้ซูหลีเซียงร้องเฮอะ! ออกมาในทันที
“ท่านพ่อ! ท่านอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าท่านและสาวใช้ฝนหมึกของท่านมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา นางทะเยอทะยานจนถึงขั้นยอมปรนนิบัติท่านบนเตียง เรื่องคิดจะเล่นงานข้าและท่านแม่ของข้านางย่อมจะยินดีที่จะทำเพื่อจะได้มีฐานะที่มั่นคงขึ้นไม่ใช่หรือ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหย่งเหอพลันมีโทสะในทันที
“เซียงเซียงข้าเอ็นดูเจ้ามากก็จริง แต่เจ้าก็อย่าได้ทำเกินเลยจนเกินไปนัก” คำพูดของซูหย่งเหอทำให้หวังเจียหรานรีบเดินไปหาบุตรสาวแล้วเอ่ยวาจาตำหนิบุตรสาวในทันที
“เซียงเซียงอย่าทำให้ท่านพ่อของเจ้าไม่พอใจ” คำพูดของหวังเจียหรานแม้ว่าจะแผ่วเบาแต่ซูหลีหลี่กลับสามารถได้ยินอย่างชัดเจนนางจึงยิ้มออกมาแล้วเอ่ยกับบิดาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ท่านพ่อ เช่นนั้นก็อย่าได้ลืมลงโทษเซียงเซียงนะเจ้าคะ ขนาดอยู่ในจวนของตนเองนางยังกล้าล่วงเกินข้าที่เป็นพี่สาวโดยไม่สนใจความถูกต้อง ยามที่อยู่ข้างนอกนางจะไม่สร้างปัญหาให้จวนสกุลซูของพวกเราหรือเจ้าคะ” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ซูหลีเซียงก็พลันส่งเสียงร้องคัดค้านในทันที
“ท่านพ่อ!”
“เซียงเซียงครั้งนี้เจ้าก่อความวุ่นวายมากเกินไปแล้ว อีกทั้งครั้งนี้ยังเกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของพี่หญิงของเจ้าและเกียรติของสกุลซูของพวกเรา ดังนั้นครั้งนี้หากข้าไม่ลงโทษเจ้าก็คงจะไม่ได้แล้ว” ซูหย่งเหอเอ่ยพลางหันไปส่งเสียงออกคำสั่งในทันที
“ใครก็ได้ มาพาคุณหนูรองไปรับโทษโบยที่หอลงทัณฑ์” เมื่อซูหย่งเหอเอ่ยเช่นนี้ซูหลีเซียงก็หันไปส่งเสียงร้องขอความเมตตาจากหวังเจียหราน แต่หวังเจียหรานกลับส่ายหน้าให้บุตรสาว
“ครั้งนี้ให้นางรับโทษโบยยี่สิบไม้เพื่อเป็นการตักเตือน หากมีครั้งหน้าอีกโทษโบยของเจ้าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว” เมื่อซูหย่งเหอเอ่ยเช่นนี้ซูหลีเซียงก็ร้องโอดครวญออกมาในทันที
“ท่านพ่อ!”
“เซียงเซียง พ่อทำเช่นนี้ก็เพื่อเจ้า วันหน้าเจ้าจะได้ไม่ทำให้ตนเองและจวนสกุลซูของพวกเราต้องเดือดร้อน” เมื่อซูหย่งเหอเอ่ยจบคนของหอลงทัณฑ์ก็มารับตัวนางไปในทันทีทำให้ซูหลีเซียงได้แต่กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธแค้น ส่วนหวังเหม่ยฉียามนี้นางก็ได้แต่แอบหลบอยู่ด้านหลังของหวังเจียหราน
“คุณหนูหวัง วันหน้าเจ้าก็อย่าได้ทำเรื่องเช่นนี้อีก ข้าเองก็เป็นบุตรสาวที่มีบิดามารดาไม่ใช่คนหัวเดียวกระเทียมลีบที่เจ้าคิดจะรังแกเมื่อไหร่ก็ได้” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูหย่งเหอหันไปมองหวังเจียหรานและหวังเหม่ยฉีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ท่านพี่” หวังเจียหรานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน แต่เขากลับส่ายหน้าแล้วเอ่ยกับหวังเจียหรานด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“นางเป็นหลานสาวของเจ้า เรื่องอบรมบ่มนิสัยข้าคงจะไม่กล้ายุ่ง แต่อย่าให้มีวันหน้าอีก ไม่เช่นนั้นข้าคงจะต้องไปเป็นแขกที่จวนสกุลหวังอย่างเป็นทางการอย่างแน่นอน” เมื่อซูหย่งเหอเอ่ยเช่นนี้หวังเจียหรานก็ได้แต่เม้มปากแน่นแล้วขานรับคำสั่งของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ส่วนเจ้าหลีหลี่ ในเมื่อไม่สบายก็รีบกลับไปนอนพักผ่อนเสีย ในเมื่อเจ้ามีความรู้เรื่องการแพทย์อยู่แล้วข้าคงจะไม่ต้องส่งคนไปเรียกท่านหมอมาดูอาการของเจ้าแล้วกระมัง” เมื่อบิดาเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พลันส่ายหน้า
“ขอบคุณท่านพ่อที่เมตตา อาการของข้าดื่มยาแค่เพียงไม่กี่เทียบและนอนพักผ่อนให้เพียงพอก็น่าจะดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ซูหย่งเหอก็พยักหน้า
“เช่นนั้นก็พักผ่อนให้มากๆ พ่อไม่กวนเจ้าแล้ว” เมื่อเอ่ยจบเขาก็เดินจากไปทิ้งให้ซูหลีหลี่ยืนจ้องตากับหวังเจียหรานตามลำพัง
“อย่าได้ใจไป ยิ่งเจ้าลุกขึ้นมาตอบโต้พวกข้า พวกข้าก็จะหาทางลงมือกับเจ้าให้หนักมือมากยิ่งขึ้น ดังนั้นหลังจากนี้เจ้าจงระวังตัวเอาไว้ข้าจะทำให้เจ้าต้องถูกโบยตีให้หนักกว่าที่ลูกของข้าเคยถูกโบยตีเสียอีก” เมื่อหวังเจียหรานพูดจบก็สะบัดชายแขนเสื้อแล้วเดินจากไปทำให้หวังเหม่ยฉีต้องรีบสาวเท้าติดตามท่านป้าของนางไปติดๆ ในทันที
ยามที่เสียนอ๋องได้รู้ว่าคนสนิทของเขาอย่างหยางไหวยามนี้ได้เสนอตัวเข้าไปเป็นผู้คุ้มกันของซูหลีหลี่แล้ว เดิมทีเขาก็รู้สึกไม่พอใจที่หยางไหวกระทำการโดยไม่รอฟังคำสั่งของเขาก่อน แต่เมื่อคิดได้ว่ายามนี้ว่าที่พระชายาของตนเองกำลังถูกผู้อื่นจ้องเล่นงานเสียนอ๋องก็พลันรู้สึกไม่สบอารมณ์มากยิ่งขึ้น และคิดว่าการที่หยางไหวและเผิงกวนออกหน้าไปเป็นผู้คุ้มกันให้นางเช่นนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกแล้ว“หยางกงกง ท่านเตรียมของขวัญล้ำค่าสักคันรถและสุราชั้นดีให้ข้าสักหลายไห วันนี้ข้าจะไปคารวะเยี่ยมเยียนว่าที่ท่านพ่อตาของข้าสักหน่อย อ้อ เอาบทกวีและภาพวาดเหล่านั้นไปด้วย คืนนี้ข้าตั้งใจว่าจะไปร่ำสุราชื่นชมภาพวาดและบทกวีกับว่าที่พ่อตาของข้าสักหน่อย” เสียนอ๋องเอ่ยออกมาด้วยสายตาอันร้ายกาจทำให้หยางกงกงได้แต่ยิ้มออกมาแล้วรีบดำเนินการในทันทีทางด้านหยางไหว เผิงกวน สุ่นเสียงและสุ่นเม่าหลังจากแยกย้ายกันไปจับตามองคนของหวังเจียหรานแล้วพวกเขาก็รู้ว่าหวังเจียหรานนั้นช่างอุกอาจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงสั่งให้คนที่สกุลหวังส่งมาไปพบที่ห้องโถงของเรือนพักของนาง นางยังออกคำสั่งให้ซุนมามานำขอทานเข้าจวนมา แถมยังออกหน้าสั่งการอย่างไม่เกร
ยามที่ซูหลีหลี่ได้เห็นใบหน้าของผู้คุ้มกันที่เผิงซีหามา นางก็พลันมีสีหน้าประหลาดใจในทันที คนเหล่านี้นางสามารถจดจำใบหน้าของพวกเขาได้ พวกเขาคือบรรดาลูกน้องคนสนิทของซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของนางในชาติที่แล้ว หยางไหวผู้นี้เป็นทั้งอาจารย์ผู้สอนวิชายุทธ์และเป็นกุนซือคอยวางแผนการรบให้ซูฉางเยว่ ส่วนเผิงกวนคือรองแม่ทัพที่ซูฉางเยว่ไว้ใจซูฉางเยว่สู้รบชนะตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบก็เพราะกองกำลังภายใต้การควบคุมของเผิงกวนผู้นี้ ส่วนเผิงกวนมีกองกำลังนับแสนนายได้อย่างไรนางไม่ได้มีเวลาได้สืบค้น รู้แค่เพียงว่าเขาคือศิษย์สำนักเดียวกันกับเผิงซี เจ้านายเก่าของเขาทิ้งกองกำลังเอาไว้ให้เขาจำนวนหนึ่ง เขามีความเคารพต่อหยางไหวจึงได้ติดตามมาขอเป็นลูกน้องของซูฉางเยว่บุตรชายบุญธรรมของนาง แล้วหลังจากนั้นจึงได้กลับไปรวบรวมกำลังคนที่เคยอยู่สั่งกัดเดียวกันกับเขาจนกลายเป็นกองกำลังขนาดใหญ่มีทหารอยู่ในมือนับแสนนายยินดีรับฟังคำสั่งทางทหารจากซูฉางเยว่เพียงเท่านั้นมาชาตินี้เมื่อไม่มีซูฉางเยว่แล้วหยางไหวจะมาอยู่กับนางก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือนางได้พบกับเขาและเผิงกวนก่อนที่เคยได้พบกันในชาติที่แล้วถึงหกปี นา
ถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น จวนเสนาบดีหวังแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจวนของมหาบัณฑิตแต่ก็ชุบเลี้ยงผู้ฝึกยุทธ์หลายคน ยิ่งเมื่อตงเสวี่ยมาส่งข่าวให้นางรู้ว่าหวังเจียหรานคิดจะเรียกใช้ผู้ฝึกยุทธ์ของสกุลหวัง ซูหลีหลี่จึงได้รีบออกคำสั่งให้เผิงซีออกจากจวนไปหาผู้คุ้มกันที่มีวรยุทธ์สูงมาทำงานให้นางในทันที แม้ว่าเผิงซีจะมีวรยุทธ์แต่วิชายุทธ์ของนางก็หาได้เพียงพอที่จะต่อสู้กับผู้มีวิชายุทธ์หลายคนได้ เผิงซีจึงต้องรีบเร่งเดินทางกลับไปที่สำนักเดิมของตนเองเพื่อไหว้วานศิษย์พี่และอาจารย์ของนางหาผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือสูงส่งให้นาง“ข้าต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์อย่างน้อยสี่คน ขอเป็นคนที่ไว้ใจได้และต้องการวันนี้เลย” คำพูดของเผิงซีทำให้ทั้งศิษย์พี่ของนางละอาจารย์หันไปมองหน้ากัน พวกเขาต้องดูแลสำนักย่อมปลีกตัวไปไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนคนอื่นๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียกตัวหลับ ดังนั้นคำขอของเผิงซีจึงยากนักที่จะทำได้“วันนี้ย่อมไม่ทัน เผิงซีนายของเจ้าไปมีเรื่องกับผู้ใดเหตุใดจึงต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์ถึงสี่คน” คำถามของอาจารย์ทำให้เผิงซีทอดถอนใจออกมาในทันที“คุณหนูของข้านางกำลังจะเป็นพระชายาข
เมื่อซูจวิ้นกลับเรือนของตนเองไปแล้วซูหลีหลี่จึงได้กลับเข้าเรือนของตนเองเช่นเดียวกัน แล้วจึงได้เอ่ยกับสาวใช้รุ่นใหญ่ทั้งสี่ของตนเองด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ“หลินหว่านผู้นั้น พวกเจ้าคิดว่าจะสามารถเข้าหานางได้มากน้อยสักเพียงไหน” คำถามของเจ้านายทำให้สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วสุดท้ายก็เป็นตงชิงที่เป็นฝ่ายเสนอตัวออกมา“ยามที่บ่าวไปรับสำรับอาหารให้คุณหนูที่โรงครัวก็มักจะได้พบกับนางอยู่บ่อยครั้งเจ้าค่ะ สตรีผู้นี้ดูเรียบง่ายและอ่อนหวานมองไม่เห็นวี่แววเลยสักนิดว่าจะเป็นสตรีของนายท่านอย่างที่คุณหนูรองเอ่ยมา” เมื่อตงชิงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้า“นางเป็นสตรีของท่านพ่อจริงๆ อย่างที่เซียงเซียงเอ่ยมา ส่วนเรื่องความทะเยอทะยานของนางจะมี่หรือไม่ข้าไม่มั่นใจนัก รู้แค่เพียงนางเป็นเด็กสาวที่ทำให้ท่านพ่อของข้าไม่เชื่อฟังหวังซื่อได้ สตรีที่มีความสามารถเช่นนี้หากพวกเราสามารถดึงนางมาเป็นพวกได้ข้าย่อมจะมีหนทางที่จะจัดการกับหวังซื่อได้ในเร็ววัน” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้สาวใช้ทั้งมีต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ“คุณหนูทราบได้อย่างไรเจ้าค่ะ ว่านายท่านโปรดปรานนางมากกว่าฮูหยิน” คำถามของสาวใช้ทำให้ซูหลีหลี่ยิ้มออกมาใ
ซูจวิ้นที่ยังไม่ได้ไปไหนย่อมจะได้ยินถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหราน เขาจ้องมองน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“หลีหลี่ครั้งนี้เจ้าเป็นศัตรูกับพวกนางโดยตรง เจ้าไม่กังวลว่าวันหน้าพวกนางแม่ลูกจะรวมหัวกันเล่นงานเจ้าหรือ” คำพูดของพี่ชายต่างมารดาทำให้ซูหลีหลี่หัวเราะออกมาด้วยความเย้ยหยัน“ต่อให้ข้าไม่คิดจะเป็นศัตรูกับพวกนางแล้วพวกนางจะเป็นมิตรกับข้าหรือ พี่ใหญ่ท่านก็เห็นแล้วว่าวันนี้เซียงเซียงตั้งใจจะเล่นงานข้าอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าตนเองกำลังทำลายความรักและความเอ็นดูของท่านพ่อที่เคยมีต่อนาง ขอแค่เพียงเล่นงานข้าได้สมใจของนางเพียงเท่านั้น นางจึงจะพอใจ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูจวิ้นทอดถอนใจออกมา“แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป” คำถามของเขาทำให้ซูหลีหลี่พลันเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจในทันที“เดิมทีข้าคิดว่าแค่เพียงข้าแต่งออกจากจวนไปก็จะพ้นการโจมตีจากพวกนางแล้ว แต่ข้ากลับคิดผิดซูหลีเซียงจะต้องหาหนทางเล่นงานข้าให้ได้ก่อนที่ข้าจะได้แต่งงานออกจากจวนไปแน่ อีกทั้งเมื่อดูจากความพยาบาทของนางแล้วต่อให้ข้าแต่งเข้าจวนอ๋องไปเป็น
แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะละเลยต่อบุตรสาว เอาอกเอาใจหวังเจียหรานและบุตรสาวของนางอย่างออกนอกหน้า แต่เขาก็หาได้ลืมเลือนว่าซูหลีหลี่ก็เป็นบุตรสาวของเขาเช่นเดียวกัน ได้เห็นสภาพของนางที่เป็นเช่นนี้ความเห็นใจและความรู้สึกผิดของเขาที่มีต่อบุตรสาวคนโตจึงได้ผุดขึ้นมา“ท่านพ่อ ท่านสั่งให้คนค้นหาให้ละเอียด ข้าสงสัยว่านอกจากพี่หญิงจะลักลอบออกจากจวนแล้วนางยังนำคนกลับมาด้วย อีกทั้งคนที่นางนำมาอาจจะเป็นเด็กทารกที่นางไปคลอดทิ้งเอาไว้ข้างนอกด้วยเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่หรี่ตาแล้วเอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ“ซูหลีเซียงนี่เจ้าใส่ความเรื่องที่ข้าออกนอกจวนไม่สำเร็จ ก็ใส่ความลามปามมาจนถึงเรื่องความบริสุทธิ์ของข้าเชียวหรือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาทำเช่นนี้กับข้า ก่อนหน้านี้ก็ฟูมฟายโวยวายจะแย่งการแต่งงานของข้า พอท่านพ่อมาขอให้ข้ายินยอมเจ้าก็กลับเป็นฝ่ายเปลี่ยนใจไม่แย่งชิงการแต่งงานด้วยตนเองแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดวันนี้เจ้าจึงได้จงใจมาหาเรื่องข้าจนถึงเรือนพักส่วนตัวของข้าอีก แถมครั้งนี้ยังหาเรื่องข้าจนถึงขั้นที่อาจจะทำลายชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของข้าและทำลายเกียรติของสกุลซูของพวกเร







