مشاركة

บทที่ 9 ไม่สบาย

مؤلف: BigM00N
last update تاريخ النشر: 2026-02-02 16:09:39

ยามที่เห็นว่าสาวใช้ทั้งสองคนของซูหลีหลี่เป็นลมล้มลงไปซูหลีเซียงก็คิดในใจว่าจะต้องมีสิ่งที่ผิดปกติแน่ จึงสั่งให้คนลากพวกนางให้พ้นทางแล้วรีบสั่งให้คนเปิดประตูเรือนให้นางในทันที

“ลากพวกนางออกไปแล้วรีบเปิดประตูเรือนให้ข้า” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้บรรดาข้ารับใช้ของนางก็รีบลากตัวสาวใช้รุ่นใหญ่ทั้งสองคนของซูหลีหลี่ออกจากหน้าประตูเพื่อให้สามารถเปิดประตูเรือนได้อย่างสะดวก ส่วนบรรดาสาวใช้รุ่นเล็กของเรือนแห่งนี้เมื่อแกนนำหลักหวาดกลัวจนเป็นลมล้มลงไปแล้วพวกนางเองก็จำต้องล่าถอย แม้ว่าคุณหนูใหญ่ผู้เป็นเจ้านายของเรือนแห่งนี้จะตกรางวัลพวกนางเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าออกหน้าทัดทานคุณหนูรองผู้เป็นที่โปรดปรานของนายท่านและฮูหยินของจวนแห่งนี้

“น้องหญิงรอง เจ้ามาเอะอะเพื่อจะบุกเข้าเรือนของผู้อื่นเช่นนี้ไม่ดีนะ” เสียงของซูจวิ้นทำให้ซูหลีเซียงหันไปมองเขาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูแคลน

“ดีหรือไม่ก็เป็นเรื่องของข้า ส่วนเจ้าก็ไสหัวกลับเรือนของเจ้าไปเสีย ลูกอนุเช่นเจ้าถือดีอย่างไรมายุ่งเรื่องของคุณหนูเช่นข้า” คำพูดของนางทำให้ซูจวิ้นแค่เพียงเลิกคิ้วขึ้นแล้วยืนกอดอกจ้องมองซูหลีเซียงด้วยสายตายียวน

“เช่นนั้นข้าก็จะรอดูว่าคุณหนูเช่นเจ้าเรื่องดีๆ ไม่รู้จักทำ วันๆ มัวแต่หาเรื่องผู้อื่นเช่นนี้สุดท้ายจะลงเอยเช่นไร” คำพูดของซูจวิ้นทำให้ซูหลีเซียงพลันมีอารมณ์ขุ่นมัวมากยิ่งขึ้น

“เปิดประตูให้ข้า หากข้างในลงดาลไว้ก็จงพังให้ข้า หากผู้ใดกล้าขวางทางข้า ข้าจะเฆี่ยนให้ตายไปตรงนี้แหละ” เมื่อซูหลีเซียงพูดจบบ่าวรับใช้ที่นางนำมาก็ทำท่าว่าจะทำลายบานประตูด้วยการโถมตัวใช้หัวไหล่กระแทกบานประตูที่ลงดาลเอาไว้ให้พังเพื่อที่จะได้เปิดได้ แต่บานประตูกลับถูกเปิดออกเสียก่อนทำให้พวกเขาเสียหลักล้มลงไปกองบนพื้น

“โอย อูย” เสียงร้องโอดครวญของบ่าวรับใช้หาได้ทำให้ซูหลีเซียงสนใจไม่นางจ้องมองสาวใช้สองคนของซูหลีหลี่เป็นคนเปิดบานประตูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจรีบสาวเท้าก้าวเข้าไปในเรือนในทันที

“คุณหนูรอง คุณหนูใหญ่ไม่ค่อยจะสบายท่านจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ” เผิงซีเอ่ยพลางพยายามจะขัดขวางซูหลีเซียงเอาไว้

“ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าถ้าผู้ใดกล้าขวางทางข้า มันผู้นั้นจะต้องถูกโบย” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้ก็มีสาวใช้กลุ่มหนึ่งกรูกันเข้าไปจะจับตัวเผิงซี และตงผิง แต่เมื่อเผิงซีใช้สายตาที่เต็มไปด้วยการข่มขู่จ้องมองพวกนาง พวกนางก็ถอยกรูดในทันที มีผู้ใดบ้างที่จะไม่รู้ว่าแม่นางเผิงซีสาวใช้รุ่นใหญ่ของคุณหนูใหญ่ผู้นี้มีวรยุทธ์ดังนั้นพวกนางจึงได้พุ่งเป้าไปที่ตงชิงแทน

“หากข้าถูกโบยคุณหนูใหญ่จะต้องเอาเรื่องกับคนที่โบยข้าแน่” คำพูดของตงชิงยั่วยุให้ซูหลีเซียงเดินตรงไปหานางแล้วตวัดมือตบเข้าไปที่ใบหน้าของนางในทันที

“เพียะ!” เสียงฝ่ามือที่ปะทะเข้าไปที่ใบหน้าของสาวใช้ทำให้ซูหลีหลี่แสร้งนอนบนเตียงต่อไปไม่ไว้นางรีบเปิดประตูห้องนอนของตนเองออกแล้วพุ่งตรงไปหาซูหลีเซียงกระชากแขนของซูหลีเซียงให้เสียหลักแล้วลงมือตบเข้าไปที่ใบหน้าของซูหลีเซียงอย่างไม่คิดจะยั้งมือ

“เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ย” เสียงตบหลายครั้งที่ดังขึ้นทำให้หวังเหม่ยฉีได้สติรีบส่งเสียงห้ามปรามในทันที

“หยุดนะ ซูหลีหลี่นี่เจ้ากล้าลงมือทำร้ายเซียงเซียงหรือ” คำพูดของหวังเหม่ยฉีทำให้ซูหย่งเหอและหวังเจียหรานที่เดินมาถึงเรือนแล้วรีบวิ่งเข้ามาในเรือนในทันที

“ผู้ใดกล้าตบลูกสาวของข้า” หวังเจียหรานตวาดออกมา พอเห็นว่าเป็นซูหลีหลี่นางก็เดินตรงไปตั้งใจว่าตบซูหลีหลี่ในทันที แต่ซูหลีหลี่กลับไม่ยอมให้นางเข้าถึงตัวใช้ฝ่าเท้าถีบเข้าไปที่ช่วงท้องของหวังเจียหนานอย่างรุนแรงแล้วตวาดออกมา

“ผู้ใดกล้าทำให้ข้ามีร่องรอยถูกทำร้ายก็จงเตรียมรอรับโทสะของว่าที่สามีของข้าได้เลย ผู้ใดดูหมิ่นข้าก็เหมือนดูหมิ่นเสียนอ๋อง อยากจะลองก็ดาหน้าเข้ามา” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ทุกคนต่างไม่กล้าเข้าไปทำร้ายนางทำได้แค่เพียงช่วยกันประคองหวังเจียหรานและซูหลีเซียงเอาไว้ แต่ซูหย่งเหอกลับไม่ได้หวั่นเกรงคำขู่ของนาง เขาเดินตรงเข้าไปแล้วเงื้อฝ่ามือขึ้นทำท่าว่าจะลงมือตบซูหลีหลี่ แต่ซูจวิ้นกลับยื่นมือไปเหนี่ยวรั้งฝ่ามือของบิดาเอาไว้

“ท่านพ่อท่านอยากจะลงมือสั่งสอนบุตรสาวย่อมจะไม่ใช่เรื่องผิด แต่การลงมือสั่งสอนโดยไม่สอบสวนย่อมจะไม่มีคำตอบที่ดีให้เสียนอ๋องนะ คนสกุลซูทั้งสกุลล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของท่าน ท่านจะเอาคนทั้งสกุลมาเสี่ยงเพียงเพราะแรงอารมณ์ไม่ได้นะขอรับ” คำพูดของซูจวิ้นทำให้ซูหย่งเหอลดฝ่ามือลงแล้วหันไปขึงตาใส่เขาในทันที

“เจ้ามายุ่งอันใดกับเรื่องนี้” เขาตวาดออกมาด้วยความไม่พอใจซูจวิ้นจึงได้ยิ้มออกมาแล้วค้อมกายคำนับเขา

“ขออภัยที่ข้าต้องเข้ามายุ่ง ท่านเป็นบิดาของข้า ข้าย่อมจะต้องช่วยเหลือท่านก่อนผู้อื่น บรรดาผู้อาวุโสในสกุลของพวกเรายามที่ลงมือกดดันท่านทีไรมักจะทำให้ท่านต้องปวดศีรษะทุกครั้งมิใช่หรือ ครั้งนี้ก็อย่าได้ทำให้เป็นเรื่องใหญ่จนบรรดาผู้อาวุโสเหล่านั้นใช้เรื่องนี้มากดดันและข่มขู่ท่านอีกเลย” คำพูดของซูจวิ้นทำให้ซูหย่งเหอร้องเฮอะออกมาแต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์ของตนเองในทันที

“ท่านพี่” เสียงออดอ้อนขอความเห็นใจของหวังเจียหรานทำให้ซูหย่งเหอหันไปมองนางแล้วเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

“เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะต้องสอบสวนเรื่องนี้ให้ละเอียดทวงคืนความเป็นธรรมให้เจ้าและเซียงเซียงให้ได้” คำพูดของซูหย่งเหอทำให้ซูหลีหลี่จ้องมองบิดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ แม้ว่าจะผ่านมาแล้วชาติหนึ่งแต่บิดาก็ยังสามารถสร้างความเจ็บช้ำให้นางได้เสมอ

“ท่านพ่อท่านสั่งให้คนค้นเรือนของนางให้ละเอียดเลยเจ้าค่ะ วันนี้นางลักลอบออกไปพบคนข้างนอก น้องฉีสามารถเป็นพยานให้ข้าได้” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้หวังเหม่ยฉีก็พยักหน้าในทันที

“ข้าสามารถเป็นพยานให้ได้เจ้าค่ะว่านางสวมชุดสาวใช้ลักลอบออกไปนอกจวน” คำพูดของหวังเหม่ยฉีทำให้ซูหลีหลี่หัวเราะออกมาเบาๆ

“พวกเจ้าเป็นพวกเดียวกันย่อมจะต้องเข้าข้างกันอยู่แล้ว” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้หวังเจียหรานก็เอ่ยออกมาในทันที

“ไปตามคนเฝ้าประตูจวนมาจะต้องมีสักคนสิที่ปล่อยเจ้าออกไป” คำพูดของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่พยักหน้า

“เชิญท่านสอบถามได้เลยสาวใช้เข้าออกจากจวนเป็นว่าเล่น อาจจะมีสักคนยินดีใส่ความข้าเพื่อหาเรื่องให้ตนเองก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้หวังเจียหรานเม้มปากแน่น ต่อให้นางโบยตีคนเฝ้าประตูจวนจนตายก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากยืนยันหรอกว่าตนเองเป็นคนเปิดประตูจวนให้คุณหนูใหญ่หลบหนี ที่สำคัญตนเองลักลอบเปิดประตูให้สาวใช้ออกจากจวนก็มีความผิดอยู่แล้ว หากยังยอมรับว่าเป็นคนเปิดประตูให้คุณหนูใหญ่หากไม่ตายเพราะคุณหนูใหญ่ก็ต้องตายเพราะถูกนายซูหย่งเหอผู้เป็นนายท่านใหญ่ของจวนกำจัดทิ้งเพื่อปิดปากอยู่ดี

“ท่านพ่อท่านไปตรวจสอบด้านในห้องนอนของข้าได้เลย ข้าพึ่งจะลุกจากที่นอนเมื่อครู่นี้ ร่องรอยการนอนและไออุ่นบนเตียงน่าจะยังคงอยู่ ส่วนเรื่องที่ข้าสวมชุดสาวใช้ออกไปข้างนอกเป็นคุณหนูหวังมองคนผิดไปหรือเปล่า หากข้าอยากจะออกจากจวนแค่ขออนุญาตจากท่านแม่ก็สามารถออกได้อยู่แล้วมิใช่หรือ ในเมื่อท่านแม่เมตตาข้าจนถึงขั้นนี้แล้วจะมีเหตุผลอันใดที่ทำให้ข้าไม่อาจจะออกจากจวนใช่ไหมเจ้าคะ” ประโยคสุดท้ายซูหลีหลี่ตั้งใจหันไปถามหวังเจียหราน แม้ว่าพวกนางจะรู้ดีว่าหากซูหลีหลี่ไปขออนุญาตเพื่อออกไปข้างนอกนางย่อมไม่มีทางยินยอมอนุญาตแน่ แต่ในเมื่อซูหลีหลี่เอ่ยถามเช่นนี้มีหรือที่หวังเจียหรานจะยินยอมกลายเป็นคนไร้เมตตา นางย่อมจะต้องตอบว่า “ใช่!” อยู่แล้วซูหย่งเหอจึงรีบสั่งให้คนเข้าไปตรวจค้นในห้องนอนของซูหลีหลี่ในทันทีว่าเป็นอย่างที่นางพูดจริงหรือไม่

“เรียนนายท่าน เป็นจริงอย่างที่คุณหนูใหญ่แจ้งเอาไว้เจ้าค่ะ ที่นอนมีร่องรอยของการนอนอีกทั้งไออุ่นบนที่นอนก็ยังไม่จางหายไปแสดงว่าคุณหนูใหญ่พึ่งจะลุกจากที่นอนจริงๆ เจ้าค่ะ” เมื่อสาวใช้รุ่นใหญ่ของเขาออกมารายงานเช่นนี้ซูหย่งเหอจึงได้เพ่งพิศบุตรสาวคนโตอย่างละเอียด เสื้อผ้ายับยุ่งแม้ว่านางจะสวมใส่เสื้อคลุมทับแต่ก็เป็นไปอย่างเร่งรีบ ผมบนศีรษะแม้ว่าจะไม่ได้ยุ่งเหยิงแต่ก็สามารถบ่งบอกได้ว่านางพึ่งจะลุกจากที่นอนมาจริงๆ ยังมีเสียงที่แหบแห้งกว่าปกติของบุตรสาวอีก แสดงให้เห็นถึงลักษณะของคนที่ไม่สบายจริงๆ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   ตอนพิเศษที่2 : ชีวิตที่สองของฉู่ฉางเยว่

    ฮ่องเต้มิอาจจะขาดฮองเฮา แม้ว่าขุนนางหลายคนจะหวาดกลัวข้า แต่ก็มีหลายคนที่ไม่กลัวตายกล้าเสนอหน้ามาขอให้ข้ารับพระสนมและแต่งตั้งฮองเฮา ข้ารำคาญคนเหล่านั้นจึงได้บอกกับทุกคนว่าข้ารักใคร่เสิ่นกุ้ยหนิงที่ตายจากไปเป็นอย่างมาก ชั่วชีวิตนี้จะไม่ขอมีผู้ใดอีกนอกจากนาง คำพูดของข้าทำให้ชาวประชาต่างหลั่งน้ำตาและเรียกร้องให้ข้าแต่งตั้งสตรีที่ตายไปแล้วผู้นั้นขึ้นเป็นฮองเฮา“เสิ่นกุ้ยหนิงยังไม่ตาย ข้าเป็นคนช่วยนางไว้ และนางไม่อาจจะเป็นฮองเฮาได้เพราะนางคือสตรีของข้า” คำพูดของเยียนอ๋องทำให้พิธีแต่งตั้งฮองเฮาของข้าต้องหยุดชะงัก คำพูดของเขาทำให้ข้าชักกระบี่ออกมา เดิมทีตั้งใจว่าจะใช้ข่มขู่เยียนอ๋องผู้นั้นให้สงบปาก แต่เสิ่นกุ้ยหนิงกลับเผยตัวออกมาแล้วใช้มีดสั้นในมือรับคมกระบี่ที่ข้าตั้งใจจะใช้พาดคอเพื่อข่มขู่เยียนอ๋อง“ฝ่าบาท พวกเราไม่เคยเป็นสามีภรรยา ดังนั้นขอฝ่าบาทได้โปรดปล่อยหม่อมฉันไปเถิดเพคะ” คำพูดของนางหากเอ่ยกับบุรุษที่รักใคร่ในตัวนางคนผู้นั้นคงจะคลุ้มคลั่งแล้วลงมือฆ่านางไปแล้วโชคดีที่ข้าไม่ใช่ ข้ามองเยียนอ๋องแล้วก็มองนางสุดสุดท้ายจึงเอ่ยออกมาอย่างไม่ถือสา“กุ้ยหนิง เป็นข้าไม่ดีเองที่ไปช่วยเจ้าและท่านพ่

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   ตอนพิเศษที่1 : จากซูฉางเยว่เป็นฉู่ฉางเยว่

    ฉางเยว่คือชื่อที่ท่านแม่บุญธรรมของข้าตั้งให้ นางรับข้ามาเลี้ยงตั้งแต่เด็กนอกจากจะตั้งชื่อให้ข้าแล้วยังทำให้ข้าได้มีชื่อในผังสกุลของสกุลซูอีกด้วย ข้ารู้ดีว่าตนเองเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นลูกนอกสมรสของท่านแม่บุญธรรมแต่ตัวข้าย่อมรู้ตนเองดีว่าข้านั้นไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับนางเลย“เยว่เอ๋อ เจ้าไม่ต้องพยายามเพื่อแม่ ทุกอย่างที่เจ้าเรียนรู้และฝึกฝนล้วนจะต้องทำเพื่อตัวของเจ้าเองเท่านั้น” ซูหลีหลี่ผู้เป็นแม่บุญธรรมของข้ามักจะเอ่ยเช่นนี้กับข้าอยู่เสมอ เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณที่ท่านแม่เก็บข้ามาเลี้ยงข้าจึงได้พยายามพัฒนาตนเองและฝึกฝนตนเองให้เก่งกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน เพื่อให้ท่านแม่ของข้ารู้สึกชื่นชมและภาคภูมิใจในตัวข้าและที่สำคัญข้าไม่อยากให้นางรู้สึกเสียใจที่เก็บเด็กกำพร้าอย่างข้ามาเลี้ยง“หลีหลี่ วันๆ เจ้าเอาแต่ใช้เวลาอยู่กับเด็กคนนี้ หากเจ้ายังทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เมื่อไหร่ท่านแม่ของข้าจะเชื่อเจ้าเล่าว่าเจ้าเด็กคนนี้คือเด็กที่เจ้าเก็บมาเลี้ยงจริงๆ หาใช่ลูกนอกสมรสของเจ้าไม่” ฮั่วจิ่นหรงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าดูแคลน แม้ว่าปากของเขาจะเอ่ยเช่นนี้แต่สายตาที่เขาใช้จ้อ

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 67 บทสรุปที่ไม่มีสิ่งใดให้เสียใจ (ตอนจบ)

    องค์รัชทายาทฉู่ฉางเยว่ขึ้นครองราชย์ในยามที่เขามีอายุแค่เพียงยี่สิบห้าชันษา ไท่ซ่างหวงฉู่เทียนเสียงใช้ข้ออ้างเรื่องสุขภาพสละราชบัลลังก์หลังจากที่ครองราชย์ยาวนานถึงยี่สิบห้าปี หลังจากนั้นฉู่เทียนเสียงก็พาซูหลีหลี่ออกจากวังไปใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขในตำหนักฤดูร้อนที่ตั้งอยู่นอกเมืองสองสามีภรรยาช่วยกันปลูกดอกไม้สร้างสวนสมุนไพรใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างสมถะและอิสรเสรี พอถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิก็มักจะจับหลานชายและหลานสาวแต่งกายเหมือนชาวบ้านทั่วไปออกท่องเที่ยวหาความสำราญตามประสาคนว่างงาน หลังจากนั้นก็จะพาหลานๆ กลับเข้าเมืองหลวงส่งคืนพ่อแม่ของพวกเขาในทุกฤดูหนาว พวกเขามักจะทำเช่นนี้เป็นประจำทุกปีจนทำให้ทั้งหลานชายและหลานสาวเบื่อหน่ายชีวิตในวังหลวงร่ำร้องที่จะอยู่แต่กับเสด็จปู่และเสด็จย่าการได้ใช้ชีวิตในรูปแบบนี้ทำให้ซูหลีหลี่ที่เคยต้องผจญกับความทุกข์ยากในชาติที่แล้วมักจะทอดถอนใจให้กับโชคชะตาในชาตินี้อยู่เสมอ ในใจของนางก็ได้แต่คิดว่าไม่ใช่แค่เพียงสวรรค์ที่เห็นใจนาง แต่สามีและลูกๆ ของนางต่างก็พากันเห็นใจและมักจะทำทุกอย่างเพื่อเอาอกเอาใจนางอยู่เสมอ สำหรับซูหลีหลี่แล้วความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจที

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 66 รอยยิ้มแห่งความสุข

    หลังจากท่านหญิงผิงอันและบรรดาคุณหนูที่ติดตามมาขอลากลับไปแล้ว ซูหลีหลี่ก็สั่งให้คนตามหาบุตรชายและบุตรสาวทั้งสามในทันที แต่นางรู้ดีว่าฉู่ฉางเยว่มีความเชี่ยวชาญในการหลบหนีความผิดยิ่งนัก นางจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะมีผู้ใดสามารถพาพวกเขากลับมาให้นางลงโทษได้“ทูลฮองเฮา ฝ่าบาทเสด็จมาแล้วเพคะ” เสียงของนางข้าหลวงคนสนิททำให้ซูหลีหลี่ลืมตาขึ้นมาจากการพักสายตา เมื่อนางเห็นว่าฉู่เทียนเสียงเดินเข้ามาในห้องแล้วนางจึงได้โบกมือไล่นางข้าหลวงให้ออกไปให้หมด“หลีหลี่ ข้าจับตัวพวกเขามาให้เจ้าแล้ว” ฉู่เทียนเสียงเอ่ยพลางผายมือไปทางด้านหลัง ฉู่ฉางเยว่ ฉู่ฉางซินและฉู่ฉางเล่อถูกมัดด้วยเชือกเส้นโตในปากของพวกเขามีผ้ายัดเอาไว้ ฉู่ฉางเยว่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเคือง ส่วนฉู่ฉางซินและฉู่ฉางเล่อกำลังหลั่งน้ำตาออกมาและส่งสายตาอ้อนวอนมาที่นาง“ข้าช่วยเจ้าระบายโทสะแล้วดีหรือไม่ หรือว่าเจ้าจะเป็นคนโบยตีพวกเขาด้วยตนเองอีกครั้งก็ตามแต่ใจของเจ้าเลย” เมื่อฉู่เทียนเสียงเอ่ยเช่นนี้ก็ได้รับสายตาขุ่นเคืองจากนางในทันที“เท่าที่หม่อมฉันรู้มา ความวุ่นวายในวันนี้ฝ่าบาทก็มีส่วนร่วมด้วยมิใช่หรือเพคะ” เมื่อได้ยินซูหลีหลี่เอ่ยออกมาเช่นนี้ฉู

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 65 ภายใต้ความสงบสุข

    ซูหลีหลี่มองขึ้นไปด้านบนของต้นอู่ถงด้วยความปวดใจ นางย่อมเป็นห่วงบุตรสาวของตนเองอยู่แล้ว แต่ต้นอู่ถงต้นนี้ฉู่ฉางเล่อถูกพี่ชายตัวแสบอย่างฉู่ฉางซินหลอกให้ปีนขึ้นไปจนนางสามารถปีนขึ้นลงได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว แต่เด็กสาวอีกคนที่กำลังปีนขึ้นไปกลับทำให้นางรู้สึกเป็นกังวลมากกว่า“กุ้ยหนิง เจ้าระวังนะ” ซูเหม่ยจีเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง นางเคยเห็นองค์หญิงน้อยปีนขึ้นลงต้นอู่ถงแห่งนี้จนชินตาแล้ว แต่นางไม่เคยรู้เลยว่าเสิ่นกุ้ยหนิงจะปีนขึ้นต้นไม้อย่างคล่องแคล่วได้เช่นนี้“องค์หญิงอย่าปีนขึ้นไปอีกเลยเพคะ กิ่งที่อยู่ด้านบนดูเหมือนว่าจะเปราะแล้ว” เสียงของเสิ่นกุ้ยหนิงทั้งมั่นคงและเต็มไปด้วยความมั่นใจทำให้ความกังวลใจของซูหลีหลี่พลันผ่อนคลายลง นางหันไปถามท่านหญิงผิงอันผู้เป็นพี่สะใภ้ของตนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาในทันที“นางคือคุณหนูจากจวนใดหรือ” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยถามเช่นนี้ท่านหญิงผิงอันก็เอ่ยตอบในทันทีเช่นกัน“บุตรสาวคนโตของแม่ทัพเสิ่น เสิ่นกุ้ยหนิง” คำตอบของพี่สะใภ้ทำให้ซูหลีหลี่นิ่งงันไปในชาติก่อนทัพสกุลเสิ่นเคยให้การสนับสนุนและคอยเป็นกำลังหนุนช่วยเหลือทัพของซูฉางเยว่อยู่หลายครั้ง หากนางจำไม่ผิดในชาติที่แ

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 64 ความวุ่นวาย

    ยามที่ฉู่ฉางเยว่มีอายุได้เก้าขวบ ซูหลีหลี่ก็คลอดทารกฝาแฝดหงส์คู่มังกรออกมาคู่หนึ่ง สร้างความยินดีให้กับทุกคนโดยเฉพาะฉู่ฉางเยว่ที่เคยอยากมีน้องเป็นของตนเองมาโดยตลอด ทุกเวลาที่เขาว่างจากการเรียนก็มักจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้น้องชายและน้องสาว ทั้งซูหลีหลี่และฉู่เทียนเสียงต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าตั้งแต่มีน้องรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็มีความอ่อนโยนขึ้นมากท่ามกลางการยืนยันอันหนักแน่นและการลงโทษอย่างเด็ดขาดของฉู่เทียนเสียงทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องการรับพระสนมเข้าวังอีก ยิ่งยามนี้ในวังหลวงมีองค์ชายและองค์หญิงเพิ่มขึ้นมาอย่างละหนึ่งคนแล้ว ก็ยิ่งทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องการแตกกิ่งก้านสาขาอีกเลย ซูหลีหลี่จึงใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงได้อย่างสงบสุข ทุ่มเทเวลาทั้งหมดของตนเองเพื่อดูแลลูกและสามีช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเสมอ ผ่านไปแค่เพียงไม่กี่ปี องค์ชายน้อยและองค์หญิงน้อยก็กระโดดโลดเต้นสร้างความวุ่นวายไปจนทั่ววังหลวงแล้ว องค์หญิงน้อยฉู่ฉางเล่อยังไม่สร้างปัญหาเท่าใดนักเพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรี แต่องค์ชายน้อยอย่างฉู่ฉางซินกลับสร้างความปั่นป่วนจนผู้คนต่างเอือมระอา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status