แชร์

บทที่ 15 ลงมือ

ผู้เขียน: BigM00N
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-03 15:29:44

ยามที่เสียนอ๋องได้รู้ว่าคนสนิทของเขาอย่างหยางไหวยามนี้ได้เสนอตัวเข้าไปเป็นผู้คุ้มกันของซูหลีหลี่แล้ว เดิมทีเขาก็รู้สึกไม่พอใจที่หยางไหวกระทำการโดยไม่รอฟังคำสั่งของเขาก่อน แต่เมื่อคิดได้ว่ายามนี้ว่าที่พระชายาของตนเองกำลังถูกผู้อื่นจ้องเล่นงานเสียนอ๋องก็พลันรู้สึกไม่สบอารมณ์มากยิ่งขึ้น และคิดว่าการที่หยางไหวและเผิงกวนออกหน้าไปเป็นผู้คุ้มกันให้นางเช่นนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกแล้ว

“หยางกงกง ท่านเตรียมของขวัญล้ำค่าสักคันรถและสุราชั้นดีให้ข้าสักหลายไห วันนี้ข้าจะไปคารวะเยี่ยมเยียนว่าที่ท่านพ่อตาของข้าสักหน่อย อ้อ เอาบทกวีและภาพวาดเหล่านั้นไปด้วย คืนนี้ข้าตั้งใจว่าจะไปร่ำสุราชื่นชมภาพวาดและบทกวีกับว่าที่พ่อตาของข้าสักหน่อย” เสียนอ๋องเอ่ยออกมาด้วยสายตาอันร้ายกาจทำให้หยางกงกงได้แต่ยิ้มออกมาแล้วรีบดำเนินการในทันที

ทางด้านหยางไหว เผิงกวน สุ่นเสียงและสุ่นเม่าหลังจากแยกย้ายกันไปจับตามองคนของหวังเจียหรานแล้วพวกเขาก็รู้ว่าหวังเจียหรานนั้นช่างอุกอาจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงสั่งให้คนที่สกุลหวังส่งมาไปพบที่ห้องโถงของเรือนพักของนาง นางยังออกคำสั่งให้ซุนมามานำขอทานเข้าจวนมา แถมยังออกหน้าสั่งการอย่างไม่เกรงกลัวว่าผู้ใดจะได้ยินในโถงกลางของเรือนพักส่วนตัวของนางอีกด้วย

“ชายสองคนนี้คือคนที่บ่าวหามาเพื่อให้พวกเขาทำลายความบริสุทธิ์ของคุณหนูใหญ่โดยเฉพาะเจ้าค่ะ” ซุนมามาเอ่ยพลางชี้ไปที่ขอทานสกปรกสองคน นอกจากพวกเขาจะสวมใส่เสื้อผ้าสกปรกแล้วยังดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีอาการของโรคเรื้อนติดตัวมาด้วย หวังเจียหรานมองขอทานสกปรกเหล่านั้นด้วยสายตาเย็นชา ขอทานสองคนนี้พอได้ยินว่าจะได้รับเงินก้อนใหญ่อีกทั้งยังจะได้ลิ้มรสสาวงามก็ไม่รีรอที่จะรีบติดตามซุนมามาเข้าจวนในทันที โดยไม่รู้สักนิดว่าหลังจากนี้พวกเขาอาจจะต้องถูกคนสกุลซูฆ่าปิดปากเพื่อรักษาชื่อเสียงให้สกุลซู

“ส่วนทั้งสามท่านนี้คือผู้ฝึกยุทธ์ที่ท่านเสนาบดีหวังส่งมาให้เจ้าค่ะ ท่านเสนาบดียังฝากถ้อยคำให้ข้านำมาบอกกับฮูหยินด้วยเจ้าค่ะ ท่านเสนาบดีกล่าวว่าหากฮูหยินคิดจะลงมือต้องลงมือขั้นเด็ดขาดเพียงเท่านั้น แม้ว่าเสียนอ๋องจะอ่อนแอและไร้กำลังสนับสนุน แต่ก็ไม่แน่ว่าเสียนอ๋องอาจจะชอบทำตัวเป็นพยัคฆ์หมอบมังกรซ่อนก็ได้ ขอฮูหยินอย่าได้ประมาทเสียนอ๋องเด็ดขาด ถึงอย่างไรคุณหนูใหญ่ก็กำลังจะเป็นว่าที่พระชายาของเสียนอ๋อง หากเสียนอ๋องรู้ว่าฮูหยินคิดปองร้ายว่าที่พระชายาย่อมจะไม่ใช่เรื่องดี” คำพูดของซุนมามาทำให้หวังเจียหรานหัวเราะออกมา

“ก็แค่สตรีนางหนึ่งที่ยังไม่ทันได้แต่งเข้าจวนอ๋อง นางสร้างเรื่องเสื่อมเสียให้ตนเองจนต้องรีบฆ่าตัวตายเพื่อล้างอาย ข้าเชื่อว่าเสียนอ๋องไม่มีทางส่งคนเข้ามาตรวจสอบหรอก แม้ว่าจะส่งคนเข้ามาตรวจสอบแต่ที่นี่คือจวนที่อยู่ภายใต้การดูแลของข้าย่อมไม่มีทางที่ข้าจะปกปิดหลักฐานไม่ได้ อีกอย่างการแต่งงานนี้เป็นแค่เพียงพระเสาวนีย์ของหยางไทเฮาก่อนที่จะทรงสิ้นพระชนม์ ดังนั้นเสียนอ๋องย่อมไม่มีทางจะสนใจหรอกว่าเกิดเรื่องใดขึ้นจึงทำให้ว่าที่พระชายาที่มาจากชนบทต้องฆ่าตัวตาย” หวังเจียหรานเอ่ยพลางจ้องมองขอทานทั้งสองคนด้วยสายตาเย็นชา

“นางใฝ่ต่ำมีความสัมพันธ์กับบุรุษนอกจวน ลักลอบออกจากจวนไปหาตอนกลางวันก็ยังไม่หนำใจตกดึกยังกล้าลักลอบพาบุรุษสองคนนี้เข้ามาทำเรื่องต่ำช้าในเรือนพักของตนเอง บิดาของนางหากไม่โบยตีนางให้ตายจะต้องบังคับให้นางจบชีวิตตนเองเพื่อรักษาชื่อเสียงของวงศ์สกุลแน่ ถึงยามนั้นเขาจะต้องนึกเสียใจที่ลงโทษโบยตีเซียงเซียงของข้า และรู้สึกผิดต่อเซียงเซียงเรื่องที่เขาไม่ยอมเชื่อคำพูดของนางเมื่อตอนกลางวัน” คำพูดของหวังเจียหรานทำให้หยางไหวที่กำลังฟังหันไปส่งสัญญาณให้คนของเขารีบสับเปลี่ยนกำยานในห้องในทันที วิชาตัวเบาของพวกเขาล้ำเลิศยิ่งแม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามที่หวังเจียหรานเชื้อเชิญมาก็ยังไม่รู้ตัวว่ามีคนเข้าไปสับเปลี่ยนกำยานในห้องแล้ว

“พวกท่านทั้งสามก็แค่จัดการกับผู้คุ้มกันของนางและคนของนางที่อาจจะขวางทางให้หมด แล้วขนย้ายศพไปฝังทางชายป่าด้านหลังจวน ข้าจะให้ซุนมามาไปรอรับศพที่นั่น พวกท่านวางใจได้แค่คนรับใช้กับผู้คุ้มกันที่หายไปไม่มีผู้ใดคิดตามตัวแน่ พวกเขาก็คงจะพากันคิดว่าทั้งสาวใช้และผู้คุ้มกันหวาดกลัวความผิดจึงได้รีบหนีออกจากจวนทันทีที่เกิดเรื่องเพียงเท่านั้น” เมื่อหวังเจียหรานเอ่ยเช่นนี้ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามก็พยักหน้า

“งานนี้เป็นงานง่ายๆ แค่กำจัดผู้คุ้มกันฝีมือธรรมดาๆ กับสาวใช้รุ่นใหญ่ที่ติดตามนางมาจากชนบทแค่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น หวังว่าท่านจอมยุทธ์ทั้งสามคงจะไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวัง” เมื่อหวังเจียหรานเอ่ยเช่นนี้หนึ่งในผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามก็รีบเอ่ยปากรับคำในทันที

“ขอฮูหยินได้โปรดวางใจ พวกข้าย่อมจะทำได้อยู่แล้วขอรับ” เมื่อเขาเอ่ยจบก็พลันพบว่าลมปราณภายในของตนเองมีความปั่นป่วน เขาหันไปมองเพื่อร่วมงานของตนเองแล้วก็พลันเอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันว่า “แย่แล้ว!” เมื่อเอ่ยจบพวกเขาก็ใช้วิชายุทธ์สกัดจุดเพื่อยับยั้งลมปราณอันปั่นป่วนของตนเอง แต่พิษของกำยานแทรกซึมเข้าสู่อวัยวะภายในแล้วต่อให้พวกเขาพยายามสกัดเส้นลมปราณก็ย่อมจะไม่มีผลอันใด

“เกิดอะไรขึ้น” หวังเจียหรานเอ่ยพลางซวดเซลงไปนั่งบนเก้าอี้ทางด้านหลัง ส่วนสาวใช้ทั้งสองคนของนางนั้นก็พลันมีอาการเนื้อตัวสั่นเทาขึ้นมา หวังเจียหรานเองก็กำลังรู้สึกรุ่มร้อนผิดปกตินางจึงไม่เห็นว่าสาวใช้ทั้งสองกำลังจ้องมองขอทานทั้งสองด้วยสายตาที่แตกต่างออกไปจากเดิมแล้ว

“พวกเราถูกคนเล่นงาน” หนึ่งในผู้ฝึกยุทธ์เอ่ยพลางกระอักโลหิตออกมาสายตาของเขาที่จ้องมองสาวใช้เต็มไปด้วยความกระหายหิว เมื่อสาวใช้เห็นสายตาของเขาก็รีบโผเข้าหาอย่างไรซึ่งความละอายในทันที

“ท่านจอมยุทธ์” เสียงเรียกอันอ่อนหวานของสตรีทั้งสองทำให้อารมณ์อันพลุ่งพล่านของผู้ฝึกยุทธ์แตกกระเจิงมีสาวน้อยสองคนโผเข้าหาเขาก็รีบอ้าแขนรับแล้วรีบลงมือจู่โจมพวกนางในทันทีเพื่อใช้พวกนางคลายความร้อนรุ่มในกายของตน ส่วนซุนมามายามนี้โผเข้าหาหนึ่งในผู้ฝึกยุทธ์แล้วความรุนแรงของพิษกำยานทำให้พวกเขายากจะต่อต้าน

ทางด้านหวังเจียหรานยามนี้นางกำลังถูกขอทานเนื้อตัวสกปรกทั้งสองพัวพันจนนางลืมสิ้นถึงความน่ารังเกียจของพวกเขาแล้ว พิษกำยานที่ได้รับทำให้นางหน้ามืดตามัวยินดีสมสู่ได้แม้กระทั่งขอทานสกปรกที่นางเกลียดชัง สภาพภายในโถงกลางของเรือนจึงเต็มไปด้วยภาพการสมสู่อย่างไร้ซึ่งความละอาย เสียงร้องครวญครางและเสียงการขยับไหวดังลั่นไปทั้งห้องโถงทำให้คนที่เห็นภาพนี้ต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ

“ช่างโสมมดีแท้” หยางไหวที่ยามนี้ปิดปากปิดจมูกของตนเองอย่างแน่นหนาเอ่ยออกมาด้วยความรังเกียจ เขารีบโบกส่งสัญญาณให้เผิงกวน สุ่นเสียงและสุ่นเม่าให้พวกเขารีบล่าถอยออกจากโถงของเรือนอันโสมมแห่งนี้

เมื่อพ้นจากเรือนของหวังเจียหรานแล้วเผิงกวนก็รีบถอดผ้าปิดปากปิดจมูกออกสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มแรงแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ

“ข้าจะไปส่งข่าวให้ท่านอ๋องรู้ด้วยตนเอง ส่วนท่านก็รีบไปแจ้งให้คุณหนูทราบเถิดว่าทำงานสำเร็จแล้ว” คำพูดของเผิงกวนทำให้หยางไหวยิ้มออกมา

“เจ้าไม่ต้องไปส่งข่าวให้ท่านอ๋องรู้หรอก หากข้าเดาไม่ผิดยามนี้ท่านอ๋องน่าจะทรงเสด็จมาคารวะเยี่ยมเยียนว่าที่พ่อตาที่จวนด้วยตนเองแล้ว และยามนี้คงกำลังนั่งร่ำสุราชื่นชมบทกวีอยู่กับใต้เท้าซูที่ไหนสักแห่งภายในจวนนี้เรียบร้อยแล้ว” คำพูดของหยางไหวทำให้เผิงกวนเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ แต่เมื่อคิดได้ว่าควรจะต้องรีบดำเนินการขั้นต่อไปพวกเขาจึงรีบไปแจ้งให้ซูหลีหลี่ทราบในทันที ซึ่งเมื่อซูหลีหลี่ได้รับรายงานจากพวกเขานางก็รีบออกคำสั่งกับเผิงซีในทันที

“เผิงซีเจ้านำเงินนี้ไปมอบให้บ่าวข้างกายของคุณชายรองและบอกกับเขาว่าให้พาคุณชายรองไปที่เรือนของฮูหยินได้แล้ว” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เผิงซีก็รับคำแล้วรีบไปดำเนินการต่อในทันที

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 15 ลงมือ

    ยามที่เสียนอ๋องได้รู้ว่าคนสนิทของเขาอย่างหยางไหวยามนี้ได้เสนอตัวเข้าไปเป็นผู้คุ้มกันของซูหลีหลี่แล้ว เดิมทีเขาก็รู้สึกไม่พอใจที่หยางไหวกระทำการโดยไม่รอฟังคำสั่งของเขาก่อน แต่เมื่อคิดได้ว่ายามนี้ว่าที่พระชายาของตนเองกำลังถูกผู้อื่นจ้องเล่นงานเสียนอ๋องก็พลันรู้สึกไม่สบอารมณ์มากยิ่งขึ้น และคิดว่าการที่หยางไหวและเผิงกวนออกหน้าไปเป็นผู้คุ้มกันให้นางเช่นนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกแล้ว“หยางกงกง ท่านเตรียมของขวัญล้ำค่าสักคันรถและสุราชั้นดีให้ข้าสักหลายไห วันนี้ข้าจะไปคารวะเยี่ยมเยียนว่าที่ท่านพ่อตาของข้าสักหน่อย อ้อ เอาบทกวีและภาพวาดเหล่านั้นไปด้วย คืนนี้ข้าตั้งใจว่าจะไปร่ำสุราชื่นชมภาพวาดและบทกวีกับว่าที่พ่อตาของข้าสักหน่อย” เสียนอ๋องเอ่ยออกมาด้วยสายตาอันร้ายกาจทำให้หยางกงกงได้แต่ยิ้มออกมาแล้วรีบดำเนินการในทันทีทางด้านหยางไหว เผิงกวน สุ่นเสียงและสุ่นเม่าหลังจากแยกย้ายกันไปจับตามองคนของหวังเจียหรานแล้วพวกเขาก็รู้ว่าหวังเจียหรานนั้นช่างอุกอาจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงสั่งให้คนที่สกุลหวังส่งมาไปพบที่ห้องโถงของเรือนพักของนาง นางยังออกคำสั่งให้ซุนมามานำขอทานเข้าจวนมา แถมยังออกหน้าสั่งการอย่างไม่เกร

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 14 วางยา

    ยามที่ซูหลีหลี่ได้เห็นใบหน้าของผู้คุ้มกันที่เผิงซีหามา นางก็พลันมีสีหน้าประหลาดใจในทันที คนเหล่านี้นางสามารถจดจำใบหน้าของพวกเขาได้ พวกเขาคือบรรดาลูกน้องคนสนิทของซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของนางในชาติที่แล้ว หยางไหวผู้นี้เป็นทั้งอาจารย์ผู้สอนวิชายุทธ์และเป็นกุนซือคอยวางแผนการรบให้ซูฉางเยว่ ส่วนเผิงกวนคือรองแม่ทัพที่ซูฉางเยว่ไว้ใจซูฉางเยว่สู้รบชนะตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบก็เพราะกองกำลังภายใต้การควบคุมของเผิงกวนผู้นี้ ส่วนเผิงกวนมีกองกำลังนับแสนนายได้อย่างไรนางไม่ได้มีเวลาได้สืบค้น รู้แค่เพียงว่าเขาคือศิษย์สำนักเดียวกันกับเผิงซี เจ้านายเก่าของเขาทิ้งกองกำลังเอาไว้ให้เขาจำนวนหนึ่ง เขามีความเคารพต่อหยางไหวจึงได้ติดตามมาขอเป็นลูกน้องของซูฉางเยว่บุตรชายบุญธรรมของนาง แล้วหลังจากนั้นจึงได้กลับไปรวบรวมกำลังคนที่เคยอยู่สั่งกัดเดียวกันกับเขาจนกลายเป็นกองกำลังขนาดใหญ่มีทหารอยู่ในมือนับแสนนายยินดีรับฟังคำสั่งทางทหารจากซูฉางเยว่เพียงเท่านั้นมาชาตินี้เมื่อไม่มีซูฉางเยว่แล้วหยางไหวจะมาอยู่กับนางก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือนางได้พบกับเขาและเผิงกวนก่อนที่เคยได้พบกันในชาติที่แล้วถึงหกปี นา

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 13 หาผู้คุ้มกัน

    ถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น จวนเสนาบดีหวังแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจวนของมหาบัณฑิตแต่ก็ชุบเลี้ยงผู้ฝึกยุทธ์หลายคน ยิ่งเมื่อตงเสวี่ยมาส่งข่าวให้นางรู้ว่าหวังเจียหรานคิดจะเรียกใช้ผู้ฝึกยุทธ์ของสกุลหวัง ซูหลีหลี่จึงได้รีบออกคำสั่งให้เผิงซีออกจากจวนไปหาผู้คุ้มกันที่มีวรยุทธ์สูงมาทำงานให้นางในทันที แม้ว่าเผิงซีจะมีวรยุทธ์แต่วิชายุทธ์ของนางก็หาได้เพียงพอที่จะต่อสู้กับผู้มีวิชายุทธ์หลายคนได้ เผิงซีจึงต้องรีบเร่งเดินทางกลับไปที่สำนักเดิมของตนเองเพื่อไหว้วานศิษย์พี่และอาจารย์ของนางหาผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือสูงส่งให้นาง“ข้าต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์อย่างน้อยสี่คน ขอเป็นคนที่ไว้ใจได้และต้องการวันนี้เลย” คำพูดของเผิงซีทำให้ทั้งศิษย์พี่ของนางละอาจารย์หันไปมองหน้ากัน พวกเขาต้องดูแลสำนักย่อมปลีกตัวไปไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนคนอื่นๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียกตัวหลับ ดังนั้นคำขอของเผิงซีจึงยากนักที่จะทำได้“วันนี้ย่อมไม่ทัน เผิงซีนายของเจ้าไปมีเรื่องกับผู้ใดเหตุใดจึงต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์ถึงสี่คน” คำถามของอาจารย์ทำให้เผิงซีทอดถอนใจออกมาในทันที“คุณหนูของข้านางกำลังจะเป็นพระชายาข

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 12 ศัตรูของศัตรู

    เมื่อซูจวิ้นกลับเรือนของตนเองไปแล้วซูหลีหลี่จึงได้กลับเข้าเรือนของตนเองเช่นเดียวกัน แล้วจึงได้เอ่ยกับสาวใช้รุ่นใหญ่ทั้งสี่ของตนเองด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ“หลินหว่านผู้นั้น พวกเจ้าคิดว่าจะสามารถเข้าหานางได้มากน้อยสักเพียงไหน” คำถามของเจ้านายทำให้สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วสุดท้ายก็เป็นตงชิงที่เป็นฝ่ายเสนอตัวออกมา“ยามที่บ่าวไปรับสำรับอาหารให้คุณหนูที่โรงครัวก็มักจะได้พบกับนางอยู่บ่อยครั้งเจ้าค่ะ สตรีผู้นี้ดูเรียบง่ายและอ่อนหวานมองไม่เห็นวี่แววเลยสักนิดว่าจะเป็นสตรีของนายท่านอย่างที่คุณหนูรองเอ่ยมา” เมื่อตงชิงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้า“นางเป็นสตรีของท่านพ่อจริงๆ อย่างที่เซียงเซียงเอ่ยมา ส่วนเรื่องความทะเยอทะยานของนางจะมี่หรือไม่ข้าไม่มั่นใจนัก รู้แค่เพียงนางเป็นเด็กสาวที่ทำให้ท่านพ่อของข้าไม่เชื่อฟังหวังซื่อได้ สตรีที่มีความสามารถเช่นนี้หากพวกเราสามารถดึงนางมาเป็นพวกได้ข้าย่อมจะมีหนทางที่จะจัดการกับหวังซื่อได้ในเร็ววัน” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้สาวใช้ทั้งมีต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ“คุณหนูทราบได้อย่างไรเจ้าค่ะ ว่านายท่านโปรดปรานนางมากกว่าฮูหยิน” คำถามของสาวใช้ทำให้ซูหลีหลี่ยิ้มออกมาใ

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 11 โน้มน้าว

    ซูจวิ้นที่ยังไม่ได้ไปไหนย่อมจะได้ยินถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหราน เขาจ้องมองน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“หลีหลี่ครั้งนี้เจ้าเป็นศัตรูกับพวกนางโดยตรง เจ้าไม่กังวลว่าวันหน้าพวกนางแม่ลูกจะรวมหัวกันเล่นงานเจ้าหรือ” คำพูดของพี่ชายต่างมารดาทำให้ซูหลีหลี่หัวเราะออกมาด้วยความเย้ยหยัน“ต่อให้ข้าไม่คิดจะเป็นศัตรูกับพวกนางแล้วพวกนางจะเป็นมิตรกับข้าหรือ พี่ใหญ่ท่านก็เห็นแล้วว่าวันนี้เซียงเซียงตั้งใจจะเล่นงานข้าอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าตนเองกำลังทำลายความรักและความเอ็นดูของท่านพ่อที่เคยมีต่อนาง ขอแค่เพียงเล่นงานข้าได้สมใจของนางเพียงเท่านั้น นางจึงจะพอใจ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูจวิ้นทอดถอนใจออกมา“แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป” คำถามของเขาทำให้ซูหลีหลี่พลันเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจในทันที“เดิมทีข้าคิดว่าแค่เพียงข้าแต่งออกจากจวนไปก็จะพ้นการโจมตีจากพวกนางแล้ว แต่ข้ากลับคิดผิดซูหลีเซียงจะต้องหาหนทางเล่นงานข้าให้ได้ก่อนที่ข้าจะได้แต่งงานออกจากจวนไปแน่ อีกทั้งเมื่อดูจากความพยาบาทของนางแล้วต่อให้ข้าแต่งเข้าจวนอ๋องไปเป็น

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 10 ลุกขึ้นมาตอบโต้

    แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะละเลยต่อบุตรสาว เอาอกเอาใจหวังเจียหรานและบุตรสาวของนางอย่างออกนอกหน้า แต่เขาก็หาได้ลืมเลือนว่าซูหลีหลี่ก็เป็นบุตรสาวของเขาเช่นเดียวกัน ได้เห็นสภาพของนางที่เป็นเช่นนี้ความเห็นใจและความรู้สึกผิดของเขาที่มีต่อบุตรสาวคนโตจึงได้ผุดขึ้นมา“ท่านพ่อ ท่านสั่งให้คนค้นหาให้ละเอียด ข้าสงสัยว่านอกจากพี่หญิงจะลักลอบออกจากจวนแล้วนางยังนำคนกลับมาด้วย อีกทั้งคนที่นางนำมาอาจจะเป็นเด็กทารกที่นางไปคลอดทิ้งเอาไว้ข้างนอกด้วยเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่หรี่ตาแล้วเอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ“ซูหลีเซียงนี่เจ้าใส่ความเรื่องที่ข้าออกนอกจวนไม่สำเร็จ ก็ใส่ความลามปามมาจนถึงเรื่องความบริสุทธิ์ของข้าเชียวหรือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาทำเช่นนี้กับข้า ก่อนหน้านี้ก็ฟูมฟายโวยวายจะแย่งการแต่งงานของข้า พอท่านพ่อมาขอให้ข้ายินยอมเจ้าก็กลับเป็นฝ่ายเปลี่ยนใจไม่แย่งชิงการแต่งงานด้วยตนเองแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดวันนี้เจ้าจึงได้จงใจมาหาเรื่องข้าจนถึงเรือนพักส่วนตัวของข้าอีก แถมครั้งนี้ยังหาเรื่องข้าจนถึงขั้นที่อาจจะทำลายชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของข้าและทำลายเกียรติของสกุลซูของพวกเร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status