LOGINซูหย่งเหอนายท่านใหญ่สกุลซูผู้เป็นบิดาของซูหลีหลี่ในยามนี้เขาดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมพิธีการ หน้าที่การงานถือว่าไม่สูงไม่ต่ำในราชสำนัก เดิมทีสกุลซูไม่ใช่สกุลขุนนางแต่อย่างใดแต่เพราะซูหย่งเหอมีโชคทางด้านสตรี ฮูหยินคนแรกของเขาเป็นบุตรสาวของอดีตหัวหน้าสำนักแพทย์หลวง สินเจ้าสาวที่ติดตัวมาของนางเพียงพอให้เขาสามารถใช้ซื้อตำแหน่งขุนนางเล็กๆ พอให้เขามีหน้ามีตาขึ้นมาได้บ้าง พอสิ้นฮูหยินคนแรกไปเขาก็แต่งกับฮูหยินคนที่สองจากจวนสกุลหวังซึ่งเป็นจวนของอัครเสนาบดี หลังจากนั้นตำแหน่งขุนนางของเขาก็พลันก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นฮูหยินคนที่สองผู้นี้นางชี้นกเขาก็ต้องบอกว่าเป็นนก นางชี้ไม้เขาก็ย่อมจะต้องตอบว่าไม้โดยไม่กล้ามีความเห็นเป็นอย่างอื่น
หวังเจียหรานผู้เป็นฮูหยินคนที่สองของเขา แม้ว่าจะถือกำเนิดจากอนุของท่านอัครเสนาบดีแต่ก็นางถือว่าเป็นบุตรสาวคนโปรดของบิดา ไม่เพียงช่วยเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาได้ แต่นางยังทั้งงดงามและอ่อนเยาว์แถมยังสามารถคลอดบุตรชายและบุตรสาวให้เขาอย่างละหนึ่งคน ทำให้บุตรสาวคนโตที่ถือกำเนิดจากฮูหยินคนแรกกลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวของเขาในทันที
เดิมทีเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าซูหลีหลี่เป็นตัวปัญหาแต่อย่างใด แค่ส่งนางไปอยู่ในหมู่บ้านเกษตรที่อยู่ในชนบทตามคำชี้แนะของฮูหยินของเขา เพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหากวนใจเขาเรื่องบุตรสาวที่ถือกำเนิดจากฮูหยินคนก่อนแล้ว แต่ยามนี้ปัญหาใหญ่กลับเกิดขึ้นจนทำให้เขาไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาตั้งหลายวัน นั่นก็คือคู่หมายของซูหลีหลี่ที่ท่านตาของนางเคยหมั้นหมายเอาไว้ให้กลับมีสถานะสูงส่งกว่าคู่หมายของบุตรสาวคนรองที่ถือกำเนิดจากหวังเจียหราน เดิมทีพวกนางไม่รู้ก็ไม่เป็นอันใด แต่ยามนี้พอพวกนางล่วงรู้เรื่องคู่หมายของซูหลีหลี่จวนสกุลซูที่เคยสงบสุขก็พลันร้อนรุ่มดุจมีกองเพลิงคอยแผดเผาจนเขาแทบจะไม่ได้กินไม่ได้นอน
“หลีหลี่ เรื่องการหมั้นหมายของเจ้า จะเป็นไปได้ไหมที่เจ้านั้นจะยินยอมยกคู่หมายให้น้องสาวของเจ้า ส่วนตัวเจ้านั้นก็แต่งออกไปกับแม่ทัพฮั่วผู้เป็นก็คู่หมายของน้องสาวของเจ้าแทน” คำพูดของบิดาทำให้ซูหลีหลี่พลันรีบก้มหน้าลงเพื่อเก็บงำสายตาแล้วส่งเสียงเอ่ยคัดค้านออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“แต่การหมั้นหมายนี้เป็นท่านตาของข้าทำข้อตกลงกับจวนอ๋องเอาไว้นะเจ้าคะ” นางเอ่ยพลางเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองบิดาด้วยสายตาอันว่างเปล่า ชาติที่แล้วนางพยายามทำทุกอย่างแม้แต่การแลกเปลี่ยนการแต่งงานกับน้องสาวเพื่อให้เขามองว่านางคือบุตรสาวของเขาบ้าง แต่ผลสุดท้ายเมื่อซูหลีเซียงกลายเป็นภรรยาม่ายของท่านอ๋อง นางก็ถูกทั้งบิดาและมารดาเลี้ยงด่ากราดอย่างสาดเสียเทเสีย กล่าวหาว่านางรู้อยู่แล้วว่าเสียนอ๋องมีร่างกายไม่แข็งแรง จึงได้ยินยอมแลกเปลี่ยนการแต่งงานกับน้องสาวแต่โดยดี
“ข้ารู้ เพียงแต่น้องสาวของเจ้าบอกกับข้าว่านางและเสียนอ๋องมีใจปฏิพัทธ์ต่อกัน ดังนั้นหากนางไม่ได้แต่งเข้าจวนอ๋องนางขอยอมตายเสียดีกว่า” คำพูดของบิดาทำให้ซูหลีหลี่พลันยิ้มเย็นออกมาในทันที
“ทั้งๆ ที่รู้ว่าตนเองมีคู่หมายอยู่แล้ว อีกทั้งในตอนหลังยังรู้ว่าเสียนอ๋องคือคู่หมายของพี่สาวเช่นข้านางยังมีใจปฏิพัทธ์ต่อเสียนอ๋องได้ลงอีกหรือ” คำพูดประโยคนี้ของซูหลีหลี่ทำให้ซูหย่งเหอพลันทำสีหน้าไม่ถูกในทันที
ส่วนหวังเจียหรานนั้นนางหรี่ตาและเพ่งมองซูหลีหลี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการพินิจพิจารณาในทันที ก่อนหน้านี้ซูหลีหลี่ดูเหมือนจะเป็นเด็กสาวที่ว่าง่ายเป็นอย่างยิ่ง แต่ยามนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดซูหลีหลี่จึงได้ดูดื้อรั้นขึ้นแตกต่างจากที่นางเคยเข้าใจยิ่งนัก
“หลีหลี่ ข้ารู้ว่าเจ้าเองก็หมายตาตำแหน่งพระชายาของเสียนอ๋อง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีการว่าจ้างอดีตนางข้าหลวงข้างพระวรกายหยางไทเฮาไปคอยสอนกิริยามารยาทเจ้าตั้งแต่เด็ก แต่ยามนี้ในเมื่อเสียนอ๋องและเซียงเซียงมีใจให้กัน หากเจ้ายังยืนยันที่จะแต่งเข้าจวนอ๋องไปทั้งที่เสียนอ๋องไม่ได้ชอบพอเจ้าเลยสักนิดเจ้าไม่คิดว่าจะทำให้ตนเองได้รับความทุกข์ยากในภายหลังหรือเจ้าคงไม่รู้กระมังว่าสตรีที่ไม่ได้แต่งกับคนที่ไม่พึงใจ ต่อให้มีฐานะสูงส่งมากเพียงใดก็ต้องกินข้าวต่างน้ำตาอยู่ดี” คำพูดของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่เงยหน้าขึ้นไปมองนาง สตรีผู้นี้ยามที่พูดจาโจมตีผู้คนก็มักจะโจมตีได้ตรงจุด เพียงแต่ซูหลีหลี่ในวันนี้แตกต่างจากซูหลีหลี่ในเมื่อวาน คำพูดเพียงแค่นี้มีหรือที่จะทำให้จิตใจของนางหวั่นไหว
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้า…” ซูหลีหลี่ยังไม่ทันได้ยืนยันความต้องการของตนเอง ซูหลีเซียงที่บอกกับผู้คนว่าตนเองไม่มีแรงกายแรงใจที่จะมีชีวิตอยู่แล้วกลับรีบวิ่งเข้ามาแล้วเอ่ยกับบิดามารดาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าไม่แต่งแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะไม่แต่งเข้าจวนอ๋องแล้ว” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่พลันเงยหน้าขึ้นไปมองนางในทันที
“เจ้าว่าอย่างไรนะ” หวังเจียหรานเอ่ยถามบุตรสาวออกมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อวานนี้บุตรสาวของนางยังบอกกับนางอยู่เลยว่าจะขอยอมตายดีกว่าต้องแต่งเข้าจวนแม่ทัพที่อยู่ห่างไกลถึงชายแดน อีกทั้งยังบอกว่านางจะต้องเสียหน้าแน่ถ้าหากว่าซูหลีหลี่ได้เป็นพระชายาของเสียนอ๋อง แต่บุตรสาวในอุทรของนางกลับเป็นแค่ฮูหยินของแม่ทัพตามแถบชายแดน นางจึงได้ยอมกลืนน้ำลายของตนเอง ออกหน้าเอ่ยปากแย่งชิงการแต่งงานของซูหลีหลี่มาให้ซูหลีเซียง แต่ยามนี้เมื่อซูหลีเซียงมาเอ่ยปากขอกลับคำเช่นนี้นางที่ออกหน้าเอ่ยปากแย่งชิงไปแล้วย่อมจะรู้สึกยอมรับไม่ได้อยู่บ้าง
“ข้าบอกว่าข้าไม่แต่งเข้าจวนอ๋องแล้ว ข้ายินดีแต่งงานเข้าจวนสกุลฮั่วเป็นฮูหยินของฮั่วจิ่นหรงเจ้าค่ะ” ซูหลีเซียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจทำให้ซูหลีหลี่รีบเก็บงำสายตาของตนเองเพื่อปิดบังความคิดของตนเองในทันที
“ไหนเจ้าบอกกับมารดาของเจ้าว่า เจ้าและเสียนอ๋องมีจิตปฏิพัทธ์ต่อกันอย่างไรเล่า” คำถามของซูหย่งเหอทำให้ซูหลีเซียงรีบไปคุกเข่าลงตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด
“นั่นเป็นเพราะลูกกลัวว่าท่านพ่อ ท่านแม่และพี่หญิงจะไม่ยินยอมให้ข้าแต่งเข้าจวนอ๋องเจ้าค่ะ แต่แท้จริงแล้วข้าและท่านอ๋องไม่เคยพบกันเลยแล้วจะมีจิตปฏิพัทธ์ต่อกันได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พลันเม้มปากแน่นแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ
“เจ้าไม่เคยได้พบกับเสียนอ๋องจริงหรือ” คำถามของนางทำให้ซูหลีเซียงหันมาจ้องมองนางด้วยสายตาเกลียดชังในทันที
“ท่านอ๋องล้มป่วยมาโดยตลอด ย่อมยากจะได้ย่างเท้าออกจากจวนอ๋องแล้วข้าจะเคยได้พบกับเขาได้อย่างไร พี่หญิงท่านแม่ทัพฮั่วคือคู่หมายของข้าไม่ว่าท่านจะทำเช่นไรก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาแย่งชิงเขากับข้า” คำตอบและสีหน้าของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่มั่นอกมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าไม่ใช่แค่นางที่ได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ แต่ซูหลีเซียงก็น่าจะได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่เช่นเดียวกันและยามนี้ซูหลีเซียงก็ได้เลือกแล้วว่านางจะเป็นฮูหยินของแม่ทัพฮั่วไม่ใช่พระชายาที่เฝ้ารอวันเป็นม่ายของเสียนอ๋อง
ยามที่เสียนอ๋องได้รู้ว่าคนสนิทของเขาอย่างหยางไหวยามนี้ได้เสนอตัวเข้าไปเป็นผู้คุ้มกันของซูหลีหลี่แล้ว เดิมทีเขาก็รู้สึกไม่พอใจที่หยางไหวกระทำการโดยไม่รอฟังคำสั่งของเขาก่อน แต่เมื่อคิดได้ว่ายามนี้ว่าที่พระชายาของตนเองกำลังถูกผู้อื่นจ้องเล่นงานเสียนอ๋องก็พลันรู้สึกไม่สบอารมณ์มากยิ่งขึ้น และคิดว่าการที่หยางไหวและเผิงกวนออกหน้าไปเป็นผู้คุ้มกันให้นางเช่นนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกแล้ว“หยางกงกง ท่านเตรียมของขวัญล้ำค่าสักคันรถและสุราชั้นดีให้ข้าสักหลายไห วันนี้ข้าจะไปคารวะเยี่ยมเยียนว่าที่ท่านพ่อตาของข้าสักหน่อย อ้อ เอาบทกวีและภาพวาดเหล่านั้นไปด้วย คืนนี้ข้าตั้งใจว่าจะไปร่ำสุราชื่นชมภาพวาดและบทกวีกับว่าที่พ่อตาของข้าสักหน่อย” เสียนอ๋องเอ่ยออกมาด้วยสายตาอันร้ายกาจทำให้หยางกงกงได้แต่ยิ้มออกมาแล้วรีบดำเนินการในทันทีทางด้านหยางไหว เผิงกวน สุ่นเสียงและสุ่นเม่าหลังจากแยกย้ายกันไปจับตามองคนของหวังเจียหรานแล้วพวกเขาก็รู้ว่าหวังเจียหรานนั้นช่างอุกอาจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงสั่งให้คนที่สกุลหวังส่งมาไปพบที่ห้องโถงของเรือนพักของนาง นางยังออกคำสั่งให้ซุนมามานำขอทานเข้าจวนมา แถมยังออกหน้าสั่งการอย่างไม่เกร
ยามที่ซูหลีหลี่ได้เห็นใบหน้าของผู้คุ้มกันที่เผิงซีหามา นางก็พลันมีสีหน้าประหลาดใจในทันที คนเหล่านี้นางสามารถจดจำใบหน้าของพวกเขาได้ พวกเขาคือบรรดาลูกน้องคนสนิทของซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของนางในชาติที่แล้ว หยางไหวผู้นี้เป็นทั้งอาจารย์ผู้สอนวิชายุทธ์และเป็นกุนซือคอยวางแผนการรบให้ซูฉางเยว่ ส่วนเผิงกวนคือรองแม่ทัพที่ซูฉางเยว่ไว้ใจซูฉางเยว่สู้รบชนะตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบก็เพราะกองกำลังภายใต้การควบคุมของเผิงกวนผู้นี้ ส่วนเผิงกวนมีกองกำลังนับแสนนายได้อย่างไรนางไม่ได้มีเวลาได้สืบค้น รู้แค่เพียงว่าเขาคือศิษย์สำนักเดียวกันกับเผิงซี เจ้านายเก่าของเขาทิ้งกองกำลังเอาไว้ให้เขาจำนวนหนึ่ง เขามีความเคารพต่อหยางไหวจึงได้ติดตามมาขอเป็นลูกน้องของซูฉางเยว่บุตรชายบุญธรรมของนาง แล้วหลังจากนั้นจึงได้กลับไปรวบรวมกำลังคนที่เคยอยู่สั่งกัดเดียวกันกับเขาจนกลายเป็นกองกำลังขนาดใหญ่มีทหารอยู่ในมือนับแสนนายยินดีรับฟังคำสั่งทางทหารจากซูฉางเยว่เพียงเท่านั้นมาชาตินี้เมื่อไม่มีซูฉางเยว่แล้วหยางไหวจะมาอยู่กับนางก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือนางได้พบกับเขาและเผิงกวนก่อนที่เคยได้พบกันในชาติที่แล้วถึงหกปี นา
ถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น จวนเสนาบดีหวังแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจวนของมหาบัณฑิตแต่ก็ชุบเลี้ยงผู้ฝึกยุทธ์หลายคน ยิ่งเมื่อตงเสวี่ยมาส่งข่าวให้นางรู้ว่าหวังเจียหรานคิดจะเรียกใช้ผู้ฝึกยุทธ์ของสกุลหวัง ซูหลีหลี่จึงได้รีบออกคำสั่งให้เผิงซีออกจากจวนไปหาผู้คุ้มกันที่มีวรยุทธ์สูงมาทำงานให้นางในทันที แม้ว่าเผิงซีจะมีวรยุทธ์แต่วิชายุทธ์ของนางก็หาได้เพียงพอที่จะต่อสู้กับผู้มีวิชายุทธ์หลายคนได้ เผิงซีจึงต้องรีบเร่งเดินทางกลับไปที่สำนักเดิมของตนเองเพื่อไหว้วานศิษย์พี่และอาจารย์ของนางหาผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือสูงส่งให้นาง“ข้าต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์อย่างน้อยสี่คน ขอเป็นคนที่ไว้ใจได้และต้องการวันนี้เลย” คำพูดของเผิงซีทำให้ทั้งศิษย์พี่ของนางละอาจารย์หันไปมองหน้ากัน พวกเขาต้องดูแลสำนักย่อมปลีกตัวไปไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนคนอื่นๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียกตัวหลับ ดังนั้นคำขอของเผิงซีจึงยากนักที่จะทำได้“วันนี้ย่อมไม่ทัน เผิงซีนายของเจ้าไปมีเรื่องกับผู้ใดเหตุใดจึงต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์ถึงสี่คน” คำถามของอาจารย์ทำให้เผิงซีทอดถอนใจออกมาในทันที“คุณหนูของข้านางกำลังจะเป็นพระชายาข
เมื่อซูจวิ้นกลับเรือนของตนเองไปแล้วซูหลีหลี่จึงได้กลับเข้าเรือนของตนเองเช่นเดียวกัน แล้วจึงได้เอ่ยกับสาวใช้รุ่นใหญ่ทั้งสี่ของตนเองด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ“หลินหว่านผู้นั้น พวกเจ้าคิดว่าจะสามารถเข้าหานางได้มากน้อยสักเพียงไหน” คำถามของเจ้านายทำให้สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วสุดท้ายก็เป็นตงชิงที่เป็นฝ่ายเสนอตัวออกมา“ยามที่บ่าวไปรับสำรับอาหารให้คุณหนูที่โรงครัวก็มักจะได้พบกับนางอยู่บ่อยครั้งเจ้าค่ะ สตรีผู้นี้ดูเรียบง่ายและอ่อนหวานมองไม่เห็นวี่แววเลยสักนิดว่าจะเป็นสตรีของนายท่านอย่างที่คุณหนูรองเอ่ยมา” เมื่อตงชิงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้า“นางเป็นสตรีของท่านพ่อจริงๆ อย่างที่เซียงเซียงเอ่ยมา ส่วนเรื่องความทะเยอทะยานของนางจะมี่หรือไม่ข้าไม่มั่นใจนัก รู้แค่เพียงนางเป็นเด็กสาวที่ทำให้ท่านพ่อของข้าไม่เชื่อฟังหวังซื่อได้ สตรีที่มีความสามารถเช่นนี้หากพวกเราสามารถดึงนางมาเป็นพวกได้ข้าย่อมจะมีหนทางที่จะจัดการกับหวังซื่อได้ในเร็ววัน” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้สาวใช้ทั้งมีต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ“คุณหนูทราบได้อย่างไรเจ้าค่ะ ว่านายท่านโปรดปรานนางมากกว่าฮูหยิน” คำถามของสาวใช้ทำให้ซูหลีหลี่ยิ้มออกมาใ
ซูจวิ้นที่ยังไม่ได้ไปไหนย่อมจะได้ยินถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหราน เขาจ้องมองน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“หลีหลี่ครั้งนี้เจ้าเป็นศัตรูกับพวกนางโดยตรง เจ้าไม่กังวลว่าวันหน้าพวกนางแม่ลูกจะรวมหัวกันเล่นงานเจ้าหรือ” คำพูดของพี่ชายต่างมารดาทำให้ซูหลีหลี่หัวเราะออกมาด้วยความเย้ยหยัน“ต่อให้ข้าไม่คิดจะเป็นศัตรูกับพวกนางแล้วพวกนางจะเป็นมิตรกับข้าหรือ พี่ใหญ่ท่านก็เห็นแล้วว่าวันนี้เซียงเซียงตั้งใจจะเล่นงานข้าอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าตนเองกำลังทำลายความรักและความเอ็นดูของท่านพ่อที่เคยมีต่อนาง ขอแค่เพียงเล่นงานข้าได้สมใจของนางเพียงเท่านั้น นางจึงจะพอใจ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูจวิ้นทอดถอนใจออกมา“แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป” คำถามของเขาทำให้ซูหลีหลี่พลันเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจในทันที“เดิมทีข้าคิดว่าแค่เพียงข้าแต่งออกจากจวนไปก็จะพ้นการโจมตีจากพวกนางแล้ว แต่ข้ากลับคิดผิดซูหลีเซียงจะต้องหาหนทางเล่นงานข้าให้ได้ก่อนที่ข้าจะได้แต่งงานออกจากจวนไปแน่ อีกทั้งเมื่อดูจากความพยาบาทของนางแล้วต่อให้ข้าแต่งเข้าจวนอ๋องไปเป็น
แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะละเลยต่อบุตรสาว เอาอกเอาใจหวังเจียหรานและบุตรสาวของนางอย่างออกนอกหน้า แต่เขาก็หาได้ลืมเลือนว่าซูหลีหลี่ก็เป็นบุตรสาวของเขาเช่นเดียวกัน ได้เห็นสภาพของนางที่เป็นเช่นนี้ความเห็นใจและความรู้สึกผิดของเขาที่มีต่อบุตรสาวคนโตจึงได้ผุดขึ้นมา“ท่านพ่อ ท่านสั่งให้คนค้นหาให้ละเอียด ข้าสงสัยว่านอกจากพี่หญิงจะลักลอบออกจากจวนแล้วนางยังนำคนกลับมาด้วย อีกทั้งคนที่นางนำมาอาจจะเป็นเด็กทารกที่นางไปคลอดทิ้งเอาไว้ข้างนอกด้วยเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่หรี่ตาแล้วเอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ“ซูหลีเซียงนี่เจ้าใส่ความเรื่องที่ข้าออกนอกจวนไม่สำเร็จ ก็ใส่ความลามปามมาจนถึงเรื่องความบริสุทธิ์ของข้าเชียวหรือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาทำเช่นนี้กับข้า ก่อนหน้านี้ก็ฟูมฟายโวยวายจะแย่งการแต่งงานของข้า พอท่านพ่อมาขอให้ข้ายินยอมเจ้าก็กลับเป็นฝ่ายเปลี่ยนใจไม่แย่งชิงการแต่งงานด้วยตนเองแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดวันนี้เจ้าจึงได้จงใจมาหาเรื่องข้าจนถึงเรือนพักส่วนตัวของข้าอีก แถมครั้งนี้ยังหาเรื่องข้าจนถึงขั้นที่อาจจะทำลายชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของข้าและทำลายเกียรติของสกุลซูของพวกเร







