Share

จวนปีศาจ

last update publish date: 2026-06-21 20:39:24

ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงในวันนี้ดูสดใสแฝงไปด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำ ร้านผ้าแพรไหมที่ขึ้นชื่อว่าประณีตที่สุดในใต้หล้า บัดนี้เนืองแน่นไปด้วยขบวนรถม้าหรูหราจากสองจวนใหญ่ที่บังเอิญมาบรรจบกันโดยมิได้นัดหมาย

มู่หรงเสวี่ยก้าวลงจากรถม้าในอาภรณ์สีขาวนวลตา ท่วงท่าของนางสงบนิ่งเมื่อนางเดินเข้าไปภายในร้าน สายตาพลันปะทะกับร่างสูงสง่าในชุดลำลองสีเหลืองอำพันของเหอจิ่งเว่ย และสตรีในชุดสีชมพูกลีบบัวข้างกายเขา นั่นคือมู่หรงเจียวน้องสาวต่างมารดาของนาง

"พี่หญิง ท่านก็มาเลือกชุดมงคลในวันนี้หรือเจ้าคะ" 

มู่หรงเจียวรีบเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหวานทว่าดวงตากลับทอประกายเยาะเย้ย

 "ช่างบังเอิญนัก องค์รัชทายาททรงเกรงว่าชุดของข้าจะไม่สมเกียรติ จึงพามาเลือกผ้าแพรไหมด้วยพระองค์เอง"

เหอจิ่งเว่ยยืนนิ่ง มือของเขาไพล่หลังพลางมองมาที่มู่หรงเสวี่ยด้วยสายตาซับซ้อน เขาหวังจะเห็นรอยร้าวในดวงตาของนาง หวังจะเห็นความริษยาที่เขาปรนเปรอน้องสาวของนางเช่นที่นางเคยโหยหาในชาติก่อน นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงความเฉยชาที่เย็นเยียบปรากฏชัดในแววตา

"ในเมื่อรัชทายาททรงใส่ใจเจ้าถึงเพียงนี้ เจ้าก็ควรเลือกให้ดี อย่าให้เสียพระเกียรติ" 

มู่หรงเสวี่ยตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหันไปทางเถ้าแก่ร้าน

 "ชุดมงคลของข้าเสร็จแล้วหรือไม่"

เถ้าแก่รีบประคองชุดมงคลสีแดงออกมาอย่างระมัดระวัง ทันทีที่นางลองสวมชุด ทั้งร้านพลันตกอยู่ในความเงียบงัน ชุดเจ้าสาวของมู่หรงเสวี่ยไม่ได้ใช้ผ้าไหมปักดิ้นทองระยิบระยับอย่างที่นิยมกันในเมืองหลวง แต่กลับเป็นผ้าไหมสีเลือดนกที่ทออย่างแน่นหนา ปักลวดลายพยัคฆ์ขาวด้วยดิ้นเงินบริสุทธิ์ ทุกฝีเข็มที่ปักลงไปดูดุดัน ทรงพลังและสง่างามน่าเกรงขาม

และที่โดดเด่นที่สุดคือที่สายรัดเอวสีดำสนิทนางเสียบมีดสั้นกระดูกขาวที่ได้รับจากแดนเหนือไว้ตรงนั้นอย่างเปิดเผย

"นั่นมัน มีดสั้นสลักลายชนเผ่าเหอเป่ย" 

เหอจิ่งเว่ยโพล่งออกมาอย่างลืมตัว แววตาของเขาฉายชัดด้วยความตระหนกและริษยา

 "ของสิ่งนี้คืออาวุธระดับยอดฝีมือที่เซี่ยอี้เฟยตีชิงมาได้จากการศึกครั้งใหญ่ เขาให้ความสำคัญกับเจ้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ"

มู่หรงเสวี่ยปรายตามองมีดสั้นที่เอวพลางลูบมันเบา ๆ

 "ท่านแม่ทัพเกรงว่าหม่อมฉันจะโดดเดี่ยวในจวน จึงมอบอาวุธไว้ให้ป้องกันตัวและป้องกันสุนัขที่ชอบมาเห่าหอนรบกวนความสงบเพคะ"

คำพูดนั้นคล้ายตบหน้าเหอจิ่งเว่ยกลางแจ้ง เขาโกรธจนหน้าซีดสลับเขียวคล้ำ มองดูนางในชุดสีแดงเพลิงที่ดูราวกับเทพธิดาแห่งสงคราม สง่าราศีของนางข่มมู่หรงเจียวที่แต่งกายอ่อนหวานจนกลายเป็นเพียงเด็กสาวที่ไร้เดียงสาไปถนัดตา

"เจ้าแต่งกับปีศาจที่แม้แต่วันแต่งงานก็ยังไม่ยอมโผล่หน้ามาเมืองหลวง" 

มู่หรงเจียวอดมิได้ที่จะหาจุดอ่อนพูดจาถากถางพี่สาว

 "มีข่าวลือหนาหูว่าท่านท่านแม่ทัพจะส่งเพียงง้าวศึกมาเข้าพิธีแทนตัว พี่หญิง ท่านช่างน่าเวทนานัก ต้องเข้าหอกับกองเหล็กเพียงลำพัง"

เหอจิ่งเว่ยแค่นยิ้ม

 "นั่นสิ มู่หรงเสวี่ย หากเจ้าเปลี่ยนใจตอนนี้ ข้าอาจจะพอช่วยพูดกับเสด็จพ่อให้เจ้าเปลี่ยนไปแต่งกับขุนนางคนอื่นที่มีตัวตน อยู่จริงได้นะ"

มู่หรงเสวี่ยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวใจของนางมั่นคงดุจภูผา

 "ขอบคุณในความหวังดีที่ไร้ค่าเพคะ แต่สำหรับหม่อมฉัน สามีที่เป็นกองเหล็กแต่มีเกียรติ ยังน่าอภิรมย์กว่าสามีที่มีลมหายใจแต่กลับไร้สัจจะและมากตัณหาหลายเท่าตัวนัก"

นางไม่รอฟังคำโต้แย้ง ให้คนถอดชุดเก็บใส่ห่อผ้าดังเดิมแล้วก้าวออกจากร้านผ้าด้วยท่วงท่าที่ทิ้งความอัปยศไว้เบื้องหลัง ทิ้งให้เหอจิ่งเว่ยยืนกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกจุกในอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เมื่อกลับถึงจวนราชครู มู่หรงเสวี่ยกลับพบความประหลาดใจจากว่าที่สามีปีศาจที่ยังไม่จบสิ้น

นายทหารชุดดำคนเดิมนั่งรออยู่ห้องโถงพร้อมกับกล่องไม้จันทน์หอมขนาดเล็กที่ดูเรียบง่ายแต่มีกลไกซับซ้อน

"ท่านแม่ทัพฝากจดหมายฉบับที่สองและสิ่งนี้มาให้คุณหนูใหญ่ขอรับ" 

ทหารผู้นั้นกล่าวด้วยสายตาที่แฝงความเคารพมากขึ้นกว่าวันแรก

มู่หรงเสวี่ยรับมาเปิดอ่านในที่รโหฐาน ลายมือตวัดดุดันในจดหมายทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ

‘ข้าไม่อาจกลับเมืองหลวงเพื่อเข้าพิธีร่วมกับเจ้าได้ เพราะศึกทางเหนือยังไม่สงบ คนทั้งเมืองหลวงคงกำลังหัวเราะเยาะเจ้าที่ต้องแต่งกับง้าวศึก แต่ข้า เซี่ยอี้เฟย ไม่เคยยอมให้คนของข้าถูกดูแคลน

ในกล่องนี้คือกุญแจคลังสมบัติลับ ของจวนแม่ทัพในเมืองหลวง เงินทองในนั้นข้าหามาด้วยชีวิตและเลือดเนื้อ หากเจ้ายืนยันจะอยู่จวนคนเดียว ก็จงผลาญเงินเหล่านั้นให้เต็มที่ ซื้อทุกอย่างที่เจ้าอยากได้ ใช้ชีวิตให้สุขสบายที่สุดจนคนพวกนั้นต้องอิจฉาจนกระอักเลือด

ข้าจะดูว่า เจ้าจะผลาญสมบัติข้าหมดก่อน หรือข้าจะรอดชีวิตกลับไปทวงถามค่าตอบแทนจากเจ้าได้ก่อนกัน’

มู่หรงเสวี่ยเปิดกล่องออก และพบกับกุญแจทองคำแท้สลักลายพยัคฆ์ พร้อมกับตราประทับส่วนตัวของเซี่ยอี้เฟยที่สามารถเบิกถอนเงินจากร้านแลกเงินทุกแห่งในใต้หล้าได้ไม่จำกัด

นางนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสดใสที่สุดเท่าที่เคยทำมาในสองชาติภพ

"เซี่ยอี้เฟย ท่านช่างเป็นปีศาจที่รู้ใจข้านัก"

ในขณะที่สตรีคนอื่นโหยหาความรักและเวลาจากสามี แต่มู่หรงเสวี่ยที่ผ่านความตายมาแล้วโหยหาเพียงสองสิ่งคือความสงบ และความมั่นคง

การที่สามีไม่กลับบ้านแต่ส่งกุญแจคลังสมบัติมาให้เช่นนี้ สำหรับนางแล้วมันยิ่งกว่าวาสนาจากสวรรค์เสียอีก ชาติก่อนนางต้องเหนื่อยยากบริหารวังหลังเพื่อประหยัดเบี้ยหวัดให้รัชทายาทผู้เย็นชา ทว่าชาตินี้นางกลับมีคลังสมบัติของแม่ทัพผู้มั่งคั่งให้ใช้สอยตามใจชอบ

นางมองไปที่ชุดเจ้าสาวที่วางอยู่เคียงข้างมีดสั้น แววตาของนางทอประกายเด็ดเดี่ยว

"ในเมื่อท่านให้โอกาสข้าถึงเพียงนี้ ข้าก็จะใช้ชีวิตในจวนให้เป็นสวรรค์บนดินส่วนรัชทายาทและน้องสาวผู้นั้น หากอยากจะมาวุ่นวาย ก็จงเตรียมตัวพบกับเมียแม่ทัพที่รวยที่สุดและร้ายที่สุดในเมืองหลวงได้เลย"

ความเศร้าโศกจากอดีตเลือนหายไป เหลือเพียงแผนการใช้ชีวิตอย่างหรูหราลอยตัวท่ามกลางซากปรักหักพังของวาสนาเก่าที่นางตั้งใจจะถล่มให้ราบคาบในอีกไม่ช้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ตอนจบ

    แสงสีทองของดวงตะวันยามเช้าสาดส่องเหนือยอดทิวเขาชานเมืองหลวง ทอประกายระยิบระยับล้อกับหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกโบตั๋นป่าที่กำลังบานสะพรั่งเต็มลานเรือนตระกูลเซี่ย บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความเงียบสงบเป็นส่วนตัว ไร้ซึ่งกลิ่นคาวเลือด เสียงคมดาบ หรือความกลัวจากการทรยศหักหลังที่เคยตามหลอกหลอนมาสองชาติภพมู่หรงเสวี่ยยืนอยู่ริมระเบียงในชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายด้วยด้ายเงินวาววับ เส้นผมดำขลับทิ้งตัวยาวสลวยถึงบั้นเอว ใบหน้าหวานล้ำอิ่มเอิบไปด้วยความสุขที่แท้จริงดวงตาคู่สวยที่เคยแฝงแววระแวดระวังและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนดุจผิวน้ำในฤดูใบไม้ผลิ นางทอดสายตามองไปยังแปลงผักสวนครัวและสวนหม่อนที่นางกับสามีช่วยกันลงแรงปลูกไว้เมื่อวันก่อน ยามนี้มันเริ่มแตกยอดอ่อนสีเขียวขจีท้าทายแสงแดด"คิดเรื่องใดอยู่หรือ เสวี่ยเอ๋อร์"เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับอ้อมแขนแกร่งอบอุ่นที่สอดเข้ามาโอบกอดเอวของนางจากทางด้านหลัง เซี่ยอี้เฟยในชุดลำลองผ้าไหมเนื้อดีสีครามเข้ม แผงอกกว้างกำยำยังคงอุ่นร้อน ชายหนุ่มซบหน้าลงกับไหล่ของภรรยา สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนกายของนางเข้าปอดลึกราวกับไม่มีวันอิ่ม

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ความทรงจำใหม่

    สายลมโชยพัดพากลิ่นอายชื้นของดินและผืนป่าชานเมืองหลวง ทิ้งเบื้องหลังความวุ่นวายแก่งแย่งชิงดีในราชสำนักไว้ไกลโพ้น ขบวนรถม้าเรียบง่ายทว่าแข็งแรงของอดีตแม่ทัพใหญ่เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางสายเล็กที่ทอดยาวสู่ชานเมืองทิศใต้ ยามนี้บนรถม้าไม่ได้มีทองคำหรืออาวุธสงครามล้ำค่าอันใด มีเพียงหีบเสื้อผ้าไม่กี่ใบและร่างระหงของมู่หรงเสวี่ย ที่กำลังนั่งพิงแผงอกกว้างของเซี่ยอี้เฟยด้วยท่วงท่าที่ผ่อนคลายที่สุดในชีวิตชายหนุ่มในชุดผ้าไหมธรรมดาสีน้ำเงินครามไร้เกราะเหล็กหนักอึ้ง ใช้แขนแกร่งโอบรัดเอวของภรรยาไว้หลวม ๆ พลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปะทะแก้มเนียนอย่างรักใคร่ แววตาคู่คมที่เคยดุดันดุจเสือร้ายยามอยู่กลางสมรภูมิ บัดนี้กลับฉายประกายความคลั่งรักและเทิดทูนจนแทบจะล้นปรี่ออกมาทุกลมหายใจ"เสวี่ยเอ๋อร์ นั่งรถม้ามาครึ่งค่อนวัน เจ้าเหนื่อยหรือไม่ หากเจ้าเพลีย ข้าจะสั่งให้ขบวนหยุดพักผ่อนใต้ร่มไม้ก่อน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความห่วงใยประหนึ่งนางเป็นแก้วตาดวงใจที่อาจแตกสลายได้ทุกเมื่อมู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา คลี่ยิ้มหวานละมุนที่ทำเอาคนมองหัวใจกระตุก "ข้ามิได้เหนื่อยเลยสักนิดเจ้าค่ะท่านพี่ ตรงกันข้าม ข

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ลอบสังหาร

    ท่ามกลางกลิ่นอายของความล่มสลายที่ปกคลุมจวนราชครูมู่หรงเซิ่น ความเงียบงันที่น่าใจหายคืบคลานเข้าแทนที่เสียงเจรจาของขุนนางที่เคยแวะเวียนมาประจบสอพลอ เมื่อราชโองการสายฟ้าฟาดประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ มิใช่เพียงมู่หรงเจียวที่ต้องรับยาพิษพระราชทาน มู่หรงเซิ่น ผู้เป็นบิดาและหัวหน้าตระกูล กลับต้องโทษฐานละเลยการอบรมบุตรและมีส่วนรู้เห็นในความฉ้อฉลของพรรคพวก แม้ฮ่องเต้จะยังทรงเห็นแก่คุณงามความดีในอดีตไม่สั่งประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร แต่โทษทัณฑ์การริบทรัพย์สินทั้งหมดและเนรเทศไปยังชายแดนตะวันตกอันทุรกันดารชั่วชีวิต ก็ไม่ต่างจากการตายทั้งเป็นสำหรับบุรุษผู้ลุ่มหลงในอำนาจมาตลอดชีวิตมู่หรงเสวี่ยยืนอยู่หน้าประตูจวนตระกูลมู่หรงที่ถูกปิดผนึกด้วยตราประทับของราชสำนัก นางมองดูบิดาที่ครั้งหนึ่งเคยเห็นนางเป็นเพียงผลประโยชน์ บัดนี้เขากลับมีผมที่หงอกขาวเพียงข้ามคืน เดินก้มหน้าโซเซถูกทหารหลวงควบคุมตัวไปรับโทษ แววตาของนางไม่ได้มีความแค้นเคืองที่แผดเผาอีกต่อไป ทว่ากลับเป็นความเยือกเย็นของการจบสิ้นวงจรแห่งวิบากกรรมที่เคยรั้งเหนี่ยวใจนางมาสองชาติภพ"จบสิ้นเสียที" มู่หรงเสวี่ยพึมพำกับสายลม แววตาคมปลาบของนางในยามนี้ก

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   บาดแผลของคนทรยศ

    หยาดน้ำค้างยามค่ำคืนเกาะกุมตามยอดหญ้าในอุทยานหลวงอันเงียบสงัด ทว่าความเงียบสงบภายนอกไม่อาจบรรเทาความเดือดดาลและกระวนกระวายใจของคนในตระกูลมู่หรงได้เลย ข่าวใหญ่เรื่องพระชายาเอกมู่หรงเจียวถูกตลบหลังจนมุมกลางท้องพระโรงในข้อหากบฏขายชาติ และอดีตรัชทายาทเหอจิ่งเว่ย ถูกถอดถอนมงกุฎไปคุมขังในตำหนักเย็นชั่วชีวิตแพร่สะพัดออกไปนอกวังหลวงราวกับไฟลามทุ่ง ยามนี้จวนราชครูตระกูลมู่หรงไม่ต่างจากสุสานที่ไร้เสียงสิ่งมีชีวิต ขุนนางน้อยใหญ่ที่เคยวิ่งเข้าหาซบอิงอำนาจต่างพากันหันหลังหนีและตัดขาดความสัมพันธ์เพื่อเอาตัวรอดณ ห้องหับอันมืดสลัวในคุกหลวงที่ลึกลงไปใต้ดิน ไอเย็นและกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ แผ่ซ่านจนชวนให้ขนลุก ร่างของมู่หรงเจียวนั่งคุดคู้อยู่บนกองฟางแห้ง อาภรณ์งดงามที่นางเคยภาคภูมิใจยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโคลนและรอยฉีกขาด ใบหน้างดงามซูบซีดไร้สีเลือด แววตาที่เคยฉายประกายเย่อหยิ่งเหลือเพียงความว่างเปล่าระคนคลั่งแค้นเสียงฝีเท้าเบาบางดังกังวานขึ้นจากทางเดิน มู่หรงเจียวสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองดุจคนมีความหวังว่าจะมีใครมาช่วย ทว่าทันทีที่แสงโคมไฟส่องกระทบใบหน้าของผู้มาเยือน หัวใจของนางพลันด

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ลงทัณฑ์

    วังหลวงเช้าวันใหม่บรรยากาศภายในท้องพระโรงยามนี้กดดันจนขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันก้มหน้าเงียบ ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยสิ่งใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นทรงพลังดังกังวานขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับการปรากฏกายของเซี่ยอี้เฟย ท่วงท่าองอาจดุดันเคียงข้างกายของเขาคือมู่หรงเสวี่ยในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองดูสง่างามดุจนางพญาหงส์ แววตาคู่สวยเยือกเย็นนิ่งสนิทราวกับกำลังเดินเข้าสู่กระดานหมากที่นางเป็นผู้คุมชะตาชีวิตของทุกคนบนบัลลังก์มังกรองค์ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมาด้วยสายพระเนตรอันทรงอำนาจ ในขณะที่เหอจิ่งเว่ยและมู่หรงเจียว ที่ถูกทหารควบคุมตัวเข้ามาในข้อหาอื้อฉาว ยืนหน้าซีดเผือดอยู่กลางห้อง มู่หรงเจียวยังคงพยายามเชิดหน้า แสร้งทำเป็นสตรีผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกลั่นแกล้งดั่งเช่นหน้ากากบัวขาวที่นางเคยสวมใส่มาแต่อดีตชาติ"แม่ทัพเซี่ย เจ้าและฮูหยินเดินทางมาขัดการประชุมขุนนางในเช้าวันนี้ มีฎีกาด่วนอันใดงั้นหรือ" เสียงของฮ่องเต้ดังกังวานแฝงความสงสัยเซี่ยอี้เฟยก้าวเท้าไปเบื้องหน้า คุกเข่าลงอย่างหนักแน่น ทว่าแววตากลับคมกริบดุจปลายทวน "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมและฮูหยินมีคดีใหญ่ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของบ้านเมืองมาทูลถวาย ยามนี้กอง

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   หงส์สยบพยัคฆ์

    ท่ามกลางราตรีอันมืดมิดและเหน็บหนาวของเมืองหลวง แสงโคมไฟริบหรี่จากร้านขายของท้ายตลาดทอดเงายาวดูวังเวง ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าสถานที่อับชื้นและดูซอมซ่อแห่งนี้ จะเป็นรังลับของกองกำลังสายลับจากแคว้นเหนือที่แฝงตัวเข้ามาเพื่อบ่อนทำลายราชสำนักขันทีเฒ่าผู้มีความโลภบังตาลอบเดินเลาะตามตรอกซอกซอยอับสายตา ทันทีที่มาถึงประตูหลังร้าน เขารีบเคาะประตูเป็นจังหวะลับเพื่อส่งมอบซองสีน้ำตาลหนาซึ่งภายในบรรจุแผนที่ค่ายทหารของปลอม ที่ มู่หรงเสวี่ยจัดฉากสลับเปลี่ยนไว้เรียบร้อยแล้วเขายังคงกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าตนเองกำลังทำความชอบครั้งใหญ่ให้แก่พระชายาเอก"นี่คือแผนยุทธศาสตร์และแนวป้องกันของกองทัพ พระชายาสั่งให้พวกเจ้าลงมือทันทีที่จับสัญญาณได้" ขันทีเฒ่ากระซิบเสียงสั่นชายชุดดำผู้รับสารยิ้มเหี้ยม แววตาคมกริบฉายประกายละโมบ "ดีมาก บอกพระชายาของเจ้า เมื่อแคว้นเหนือบุกยึดชายแดนและส่งยอดฝีมือเข้าเมืองหลวง ตำแหน่งฮองเฮาจะตกเป็นของนางอย่างแน่นอน"ทว่า ทันทีที่ซองสารเปลี่ยนมือและขันทีเฒ่าหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับวังหลวง เสียงนกแสกขยับปีกดังกังวานกึกก้องไปทั่วสี่ทิศ พลันปรากฏร่างเงาสายลับในชุดสีน้ำเงินเข้มขลิบทองของกอง

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   หีบสมบัติลวงตา

    ภายใต้แสงโคมสลัวในห้องโถงตะวันออกของจวนราชครู บรรยากาศดูหนักอึ้งและเต็มไปด้วยความโลภที่กระจายออกมาจากแววตาของสตรีสองแม่ลูก อนุหลิน ผู้มีความงามแบบดอกไม้ป่าที่เริ่มร่วงโรยพยายามปั้นยิ้มประจบเอาใจ ขณะที่มู่หรงเจียวนั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางกระสับกระส่าย สายตาของทั้งคู่จดจ้องไปยังหีบไม้จันทน์หอมสลักลาย

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ของหมั้นจากแดนไกล

    ณ ค่ายทหารชายแดนเหนืออันทุรกันดาร ลมหนาวพัดกระโชกหอบเอาละอองทรายมาปะทะกับกระโจมใหญ่ กลิ่นอายของคาวเลือดและเขม่าไฟยังคงล่องลอยอยู่ในอากาศ ทว่าความเงียบงันกลับปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณยามที่ขันทีจากเมืองหลวงคลี่ราชโองการสีเหลืองทองออกเซี่ยอี้เฟย แม่ทัพใหญ่ผู้ครองฉายาปีศาจกระหายเลือด นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   หัวใจไร้รอยรัก

    สายลมยามบ่ายพัดผ่านศาลาริมสระบัวภายในเขตพระราชฐานชั้นนอก กลิ่นอายของดอกบัวหอมระรื่นไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบกายของมู่หรงเสวี่ยผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย นางกำลังนั่งจิบชาอย่างสงบรอรถม้าของตระกูล ขณะนั้นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและคุ้นเคยจนน่ารำคาญกลับดังขึ้นจากทางด้านหลังนางไม่หันไปมอง แต่กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   วาสนาเปลี่ยนทิศ

    แสงตะวันยามเช้าส่องผ่านม่านสีโปร่ง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ที่โชยมากับลมทำให้นางขมวดคิ้วด้วยความฉงน มู่หรงเสวี่ยพยายามลืมตาที่หนักอึ้ง ภาพความทรงจำสุดท้ายคือความหนาวเหน็บในตำหนักคุนหนิงและแววตาชิงชังของเหอจิ่งเว่ย ทว่าเมื่อภาพเบื้องหน้าชัดเจนขึ้น นางกลับลืมตาขึ้นได้และพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงสี่เสา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status