แชร์

หีบสมบัติลวงตา

ผู้เขียน: หนามชมพู
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-22 22:24:58

ภายใต้แสงโคมสลัวในห้องโถงตะวันออกของจวนราชครู บรรยากาศดูหนักอึ้งและเต็มไปด้วยความโลภที่กระจายออกมาจากแววตาของสตรีสองแม่ลูก อนุหลิน ผู้มีความงามแบบดอกไม้ป่าที่เริ่มร่วงโรยพยายามปั้นยิ้มประจบเอาใจ ขณะที่มู่หรงเจียวนั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางกระสับกระส่าย สายตาของทั้งคู่จดจ้องไปยังหีบไม้จันทน์หอมสลักลายดอกโบตั๋นหลายสิบใบที่ตั้งเรียงรายอยู่กลางห้อง

นั่นคือสินเดิมของมู่หรงเสวี่ยที่ได้รับสืบทอดมาจากฮูหยินเอกผู้ล่วงลับ สมบัติล้ำค่าจากตระกูลเดิมของมารดานางที่มีค่ามหาศาลพอจะซื้อเมืองเล็ก ๆ ได้ทั้งเมือง

"พี่หญิง" 

มู่หรงเจียวเอ่ยเสียงอ่อนหวานทว่าสั่นเครือ 

"ข้าได้ยินว่าท่านเตรียมขนย้ายสมบัติเหล่านี้ไปที่จวนแม่ทัพในวันพรุ่งนี้ ท่านแม่ทัพเซี่ยไม่เคยกลับจวน อีกทั้งจวนนั้นก็มีแต่ทหารใจโหดหยาบกระด้าง ท่านไม่ลำบากแย่หรือที่ต้องคอยเฝ้าระวังของล้ำค่าเหล่านี้เพียงลำพัง"

มู่หรงเสวี่ยนั่งจิบชาอย่างสงบนิ่ง นางมองผ่านถ้วยน้ำชาไปยังใบหน้าของน้องสาวต่างมารดา แววตาของนางนิ่งสนิท

 "เจ้ามีสิ่งใดจะพูดก็พูดมาตรง ๆ เถิดอาเจียว ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลาข้าขนของ"

อนุหลินเห็นโอกาสจึงรีบแทรกขึ้น 

"คุณหนูใหญ่เจ้าคะ อาเจียวของข้ากำลังจะเข้าวังไปเป็นพระชายารัชทายาท ตำแหน่งนี้สูงส่งและมีหน้าตาของตระกูลมู่หรงเป็นเดิมพัน แต่สินเดิมที่ท่านราชครูจัดหาให้นั้น แม้จะไม่ได้น้อยหน้าใคร แต่หากเทียบกับฐานะฮองเฮาในอนาคต มันยังดูขัดเขินอยู่บ้าง"

นางเว้นจังหวะพลางลอบสังเกตสีหน้าอีกฝ่าย

"ในเมื่อคุณหนูใหญ่ต้องไปอยู่ชายแดนทุรกันดาร หรือไม่ก็ต้องอุดอู้อยู่แต่ในจวนที่ไม่มีงานเลี้ยงสมาคม สมบัติล้ำค่าเหล่านี้ย่อมไม่ได้นำออกมาใช้สอย สู้แบ่งปันให้อาเจียวนำเข้าวังไปเชิดหน้าชูตา เพื่อความเป็นปึกแผ่นของตระกูลมู่หรงไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ"

มู่หรงเสวี่ยเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยความสมเพช ชาติก่อนนางเป็นคนใจอ่อน เห็นแก่คำว่าพี่น้องจึงยอมแบ่งสมบัติล้ำค่าของมารดาให้น้องสาวไปเกือบครึ่ง แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับมาคือการถูกหักหลังและถูกทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยว

"ความเป็นปึกแผ่นของตระกูลหรือ" 

มู่หรงเสวี่ยวางถ้วยชาลงเสียงดัง

"อนุหลิน ท่านคงลืมไปว่าสมบัติเหล่านี้ไม่ใช่สมบัติของตระกูลมู่หรง แต่เป็นสมบัติส่วนตัวของท่านแม่ข้าที่ทิ้งไว้ให้บุตรสาวเพียงคนเดียวของนาง"

มู่หรงเจียวหน้าเสีย นางบีบน้ำตาออกมาทันที

 "พี่หญิง ท่านใจจืดใจดำกับข้าเพียงนี้เชียวหรือ ท่านได้สมรสกับแม่ทัพใหญ่ที่มีเงินทองล้นคลัง แต่ข้าต้องไปอยู่ในวังหลังที่ต้องใช้เงินทองติดสินบนและสร้างบารมี ท่านไม่คิดจะช่วยเหลือน้องสาวคนนี้เลยหรือ"

มู่หรงเสวี่ยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของน้องสาว

 "อาเจียว ในเมื่อเจ้าอยากได้นัก ข้าก็มิใช่พี่สาวที่ไร้น้ำใจ เอาเถิด หีบสามใบทางทิศตะวันออกนั่น ข้าจะยกให้เจ้าถือเป็นของขวัญวันมงคล"

ดวงตาของมู่หรงเจียวและอนุหลินลุกวาวด้วยความดีใจ พวกนางรีบสั่งให้คนรับใช้ไปขนหีบเหล่านั้นออกมาทันที โดยหารู้ไม่ว่ามู่หรงเสวี่ยแอบส่งยิ้มที่เปี่ยมด้วยเล่ห์เหลี่ยมออกมาเพียงชั่วครู่

"ขอบคุณพี่หญิง ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านต้องเมตตาข้า"

 มู่หรงเจียวรีบเปิดหีบออกดูด้วยความละโมบ

ทว่าเมื่อฝาหีบเปิดออก สิ่งที่อยู่ภายในกลับไม่ใช่ไข่มุกราตรีหรือหยกงามอย่างที่พวกนางหวังไว้ ในหีบใบแรกเต็มไปด้วยตุ๊กตาผ้าเก่า ๆ ที่ขาดรุ่งริ่งและสมุดบันทึกเล่มหนาที่ปลวกเริ่มแทะเล็ม

"นี่มันอะไรกัน!" 

มู่หรงเจียวอุทานด้วยความรังเกียจ

"นั่นคือของเล่นของข้าและเจ้าตอนยังเด็ก" 

มู่หรงเสวี่ยตอบเสียงเย็น

 "ในเมื่อเจ้าบอกว่ารักข้าและตระกูลนัก ข้าจึงมอบความทรงจำเหล่านี้ให้เจ้าไปเตือนสติยามอยู่ในวัง จะได้ไม่ลืมว่าตนเองมาจากที่ใด"

ส่วนหีบใบที่สอง เมื่อเปิดออกกลับพบเพียงก้อนหินและทรายหนักอึ้งที่ก้นหีบ ทับด้วยผ้าไหมเก่า ๆ ผืนหนึ่ง

"พี่หญิง ท่านแกล้งข้าหรือ" 

มู่หรงเจียวโวยวายด้วยความโกรธจัด

"ข้าแกล้งเจ้างั้นหรือ" 

มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืน ท่วงท่าสง่างามข่มขวัญคนทั้งห้อง 

"ก้อนหินเหล่านั้นคือสิ่งที่เตือนใจว่า จิตใจของพวกเจ้าหนักแน่นเพียงใดในยามที่คิดจะมาฉกชิงของของผู้อื่น ส่วนผ้าไหมเก่าผืนนั้นคือผ้าที่แม่ของข้าเคยใช้เช็ดน้ำตาให้ข้ายามที่ถูกอนุเช่นแม่ของเจ้ากลั่นแกล้ง ในเมื่อพวกเจ้าอยากได้สินเดิมของข้านัก ข้าก็ยกความจริงเหล่านี้ให้พวกเจ้าไปเสียให้หมด"

"เจ้า!" 

อนุหลินสติหลุด ชี้หน้านางด้วยความลืมตัว

 "เจ้ามันงูพิษ เจ้ากล้าหมิ่นเกียรติอาเจียวที่จะเป็นพระชายารัชทายาทงั้นหรือ ข้าจะไปฟ้องท่านราชครู"

"เชิญ!"

 มู่หรงเสวี่ยตวาดกลับ เสียงของนางทรงพลังจนอนุหลินสะดุ้งโหยง

 "ฟ้องเลย ฟ้องให้ท่านพ่อรู้ว่าพวกท่านแม่ลูกมารุมทึ้งสมบัติของฮูหยินเอกที่เสียชีวิตไปแล้วในยามที่ข้ากำลังจะแต่งงานออกไป ฟ้องให้ทั่วเมืองหลวงรู้ว่า ว่าที่พระชายารัชทายาทไร้ยางอายเพียงใดที่มาขอส่วนแบ่งสินเดิมของพี่สาวเพื่อไปปรนเปรอผู้ชายที่ตนเองแย่งชิงมา"

มู่หรงเจียวสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ทั้งโกรธทั้งอับอาย นางไม่เคยเห็นพี่สาวที่เคยหัวอ่อนลุกขึ้นมาฟาดงวงฟาดงาเช่นนี้มาก่อน

"มู่หรงเสวี่ย เจ้ามันสารเลว!"

 มู่หรงเจียวกรีดร้อง

เพียะ!

ฝ่ามือเรียวของมู่หรงเสวี่ยฟาดลงบนใบหน้าของน้องสาวอย่างแรงจนนางล้มลงไปกองกับพื้น อนุหลินร้องอุทานด้วยความตกใจ

"คำก็สารเลว สองคำก็สารเลว อาเจียว เจ้าช่างไร้มารยาทเสียจริง"

 มู่หรงเสวี่ยก้มลงมองน้องสาวด้วยสายตาดูแคลน

 "จำใส่หัวเจ้าไว้ ข้าไม่ใช่มู่หรงเสวี่ยคนเดิมที่จะยอมให้พวกเจ้าจูงจมูก สมบัติแม้แต่เศษผ้าผืนเดียวข้าก็ไม่ให้ และหากพวกเจ้ายังกล้ามาวุ่นวายกับจวนของข้าแม้เพียงก้าวเดียว ข้าจะใช้มีดสั้นที่ท่านแม่ทัพให้มา กรีดลิ้นที่ปลิ้นปล้อนของพวกเจ้าทิ้งเสีย"

นางสะบัดชายเสื้อเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้สองแม่ลูกนั่งตัวสั่นอยู่ท่ามกลางหีบบรรจุก้อนหินและเศษผ้าที่ไร้ค่า

มู่หรงเสวี่ยก้าวออกมาสู่ลานจอดรถม้าที่บรรจุสมบัติของจริงไว้เรียบร้อยแล้ว นางเงยหน้ามองดวงจันทร์ แววตาเด็ดเดี่ยวสะท้อนแสงนวล

"ท่านแม่เจ้าคะ ลูกปกป้องของของท่านไว้ได้แล้ว"

การตัดขาดครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องทรัพย์สิน แต่นางได้ตัดเยื่อใยที่เคยพันธนาการนางไว้กับครอบครัวที่เห็นแก่ตัวนี้จนสิ้นซาก ต่อไปนี้ในจวนแม่ทัพที่เงียบสงบ นางจะสร้างสวรรค์ของนางเองโดยไม่มีมารผจญเหล่านี้มาแผ้วพานอีกต่อไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ตอนจบ

    แสงสีทองของดวงตะวันยามเช้าสาดส่องเหนือยอดทิวเขาชานเมืองหลวง ทอประกายระยิบระยับล้อกับหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกโบตั๋นป่าที่กำลังบานสะพรั่งเต็มลานเรือนตระกูลเซี่ย บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความเงียบสงบเป็นส่วนตัว ไร้ซึ่งกลิ่นคาวเลือด เสียงคมดาบ หรือความกลัวจากการทรยศหักหลังที่เคยตามหลอกหลอนมาสองชาติภพมู่หรงเสวี่ยยืนอยู่ริมระเบียงในชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายด้วยด้ายเงินวาววับ เส้นผมดำขลับทิ้งตัวยาวสลวยถึงบั้นเอว ใบหน้าหวานล้ำอิ่มเอิบไปด้วยความสุขที่แท้จริงดวงตาคู่สวยที่เคยแฝงแววระแวดระวังและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนดุจผิวน้ำในฤดูใบไม้ผลิ นางทอดสายตามองไปยังแปลงผักสวนครัวและสวนหม่อนที่นางกับสามีช่วยกันลงแรงปลูกไว้เมื่อวันก่อน ยามนี้มันเริ่มแตกยอดอ่อนสีเขียวขจีท้าทายแสงแดด"คิดเรื่องใดอยู่หรือ เสวี่ยเอ๋อร์"เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับอ้อมแขนแกร่งอบอุ่นที่สอดเข้ามาโอบกอดเอวของนางจากทางด้านหลัง เซี่ยอี้เฟยในชุดลำลองผ้าไหมเนื้อดีสีครามเข้ม แผงอกกว้างกำยำยังคงอุ่นร้อน ชายหนุ่มซบหน้าลงกับไหล่ของภรรยา สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนกายของนางเข้าปอดลึกราวกับไม่มีวันอิ่ม

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ความทรงจำใหม่

    สายลมโชยพัดพากลิ่นอายชื้นของดินและผืนป่าชานเมืองหลวง ทิ้งเบื้องหลังความวุ่นวายแก่งแย่งชิงดีในราชสำนักไว้ไกลโพ้น ขบวนรถม้าเรียบง่ายทว่าแข็งแรงของอดีตแม่ทัพใหญ่เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางสายเล็กที่ทอดยาวสู่ชานเมืองทิศใต้ ยามนี้บนรถม้าไม่ได้มีทองคำหรืออาวุธสงครามล้ำค่าอันใด มีเพียงหีบเสื้อผ้าไม่กี่ใบและร่างระหงของมู่หรงเสวี่ย ที่กำลังนั่งพิงแผงอกกว้างของเซี่ยอี้เฟยด้วยท่วงท่าที่ผ่อนคลายที่สุดในชีวิตชายหนุ่มในชุดผ้าไหมธรรมดาสีน้ำเงินครามไร้เกราะเหล็กหนักอึ้ง ใช้แขนแกร่งโอบรัดเอวของภรรยาไว้หลวม ๆ พลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปะทะแก้มเนียนอย่างรักใคร่ แววตาคู่คมที่เคยดุดันดุจเสือร้ายยามอยู่กลางสมรภูมิ บัดนี้กลับฉายประกายความคลั่งรักและเทิดทูนจนแทบจะล้นปรี่ออกมาทุกลมหายใจ"เสวี่ยเอ๋อร์ นั่งรถม้ามาครึ่งค่อนวัน เจ้าเหนื่อยหรือไม่ หากเจ้าเพลีย ข้าจะสั่งให้ขบวนหยุดพักผ่อนใต้ร่มไม้ก่อน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความห่วงใยประหนึ่งนางเป็นแก้วตาดวงใจที่อาจแตกสลายได้ทุกเมื่อมู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา คลี่ยิ้มหวานละมุนที่ทำเอาคนมองหัวใจกระตุก "ข้ามิได้เหนื่อยเลยสักนิดเจ้าค่ะท่านพี่ ตรงกันข้าม ข

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ลอบสังหาร

    ท่ามกลางกลิ่นอายของความล่มสลายที่ปกคลุมจวนราชครูมู่หรงเซิ่น ความเงียบงันที่น่าใจหายคืบคลานเข้าแทนที่เสียงเจรจาของขุนนางที่เคยแวะเวียนมาประจบสอพลอ เมื่อราชโองการสายฟ้าฟาดประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ มิใช่เพียงมู่หรงเจียวที่ต้องรับยาพิษพระราชทาน มู่หรงเซิ่น ผู้เป็นบิดาและหัวหน้าตระกูล กลับต้องโทษฐานละเลยการอบรมบุตรและมีส่วนรู้เห็นในความฉ้อฉลของพรรคพวก แม้ฮ่องเต้จะยังทรงเห็นแก่คุณงามความดีในอดีตไม่สั่งประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร แต่โทษทัณฑ์การริบทรัพย์สินทั้งหมดและเนรเทศไปยังชายแดนตะวันตกอันทุรกันดารชั่วชีวิต ก็ไม่ต่างจากการตายทั้งเป็นสำหรับบุรุษผู้ลุ่มหลงในอำนาจมาตลอดชีวิตมู่หรงเสวี่ยยืนอยู่หน้าประตูจวนตระกูลมู่หรงที่ถูกปิดผนึกด้วยตราประทับของราชสำนัก นางมองดูบิดาที่ครั้งหนึ่งเคยเห็นนางเป็นเพียงผลประโยชน์ บัดนี้เขากลับมีผมที่หงอกขาวเพียงข้ามคืน เดินก้มหน้าโซเซถูกทหารหลวงควบคุมตัวไปรับโทษ แววตาของนางไม่ได้มีความแค้นเคืองที่แผดเผาอีกต่อไป ทว่ากลับเป็นความเยือกเย็นของการจบสิ้นวงจรแห่งวิบากกรรมที่เคยรั้งเหนี่ยวใจนางมาสองชาติภพ"จบสิ้นเสียที" มู่หรงเสวี่ยพึมพำกับสายลม แววตาคมปลาบของนางในยามนี้ก

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   บาดแผลของคนทรยศ

    หยาดน้ำค้างยามค่ำคืนเกาะกุมตามยอดหญ้าในอุทยานหลวงอันเงียบสงัด ทว่าความเงียบสงบภายนอกไม่อาจบรรเทาความเดือดดาลและกระวนกระวายใจของคนในตระกูลมู่หรงได้เลย ข่าวใหญ่เรื่องพระชายาเอกมู่หรงเจียวถูกตลบหลังจนมุมกลางท้องพระโรงในข้อหากบฏขายชาติ และอดีตรัชทายาทเหอจิ่งเว่ย ถูกถอดถอนมงกุฎไปคุมขังในตำหนักเย็นชั่วชีวิตแพร่สะพัดออกไปนอกวังหลวงราวกับไฟลามทุ่ง ยามนี้จวนราชครูตระกูลมู่หรงไม่ต่างจากสุสานที่ไร้เสียงสิ่งมีชีวิต ขุนนางน้อยใหญ่ที่เคยวิ่งเข้าหาซบอิงอำนาจต่างพากันหันหลังหนีและตัดขาดความสัมพันธ์เพื่อเอาตัวรอดณ ห้องหับอันมืดสลัวในคุกหลวงที่ลึกลงไปใต้ดิน ไอเย็นและกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ แผ่ซ่านจนชวนให้ขนลุก ร่างของมู่หรงเจียวนั่งคุดคู้อยู่บนกองฟางแห้ง อาภรณ์งดงามที่นางเคยภาคภูมิใจยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโคลนและรอยฉีกขาด ใบหน้างดงามซูบซีดไร้สีเลือด แววตาที่เคยฉายประกายเย่อหยิ่งเหลือเพียงความว่างเปล่าระคนคลั่งแค้นเสียงฝีเท้าเบาบางดังกังวานขึ้นจากทางเดิน มู่หรงเจียวสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองดุจคนมีความหวังว่าจะมีใครมาช่วย ทว่าทันทีที่แสงโคมไฟส่องกระทบใบหน้าของผู้มาเยือน หัวใจของนางพลันด

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ลงทัณฑ์

    วังหลวงเช้าวันใหม่บรรยากาศภายในท้องพระโรงยามนี้กดดันจนขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันก้มหน้าเงียบ ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยสิ่งใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นทรงพลังดังกังวานขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับการปรากฏกายของเซี่ยอี้เฟย ท่วงท่าองอาจดุดันเคียงข้างกายของเขาคือมู่หรงเสวี่ยในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองดูสง่างามดุจนางพญาหงส์ แววตาคู่สวยเยือกเย็นนิ่งสนิทราวกับกำลังเดินเข้าสู่กระดานหมากที่นางเป็นผู้คุมชะตาชีวิตของทุกคนบนบัลลังก์มังกรองค์ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมาด้วยสายพระเนตรอันทรงอำนาจ ในขณะที่เหอจิ่งเว่ยและมู่หรงเจียว ที่ถูกทหารควบคุมตัวเข้ามาในข้อหาอื้อฉาว ยืนหน้าซีดเผือดอยู่กลางห้อง มู่หรงเจียวยังคงพยายามเชิดหน้า แสร้งทำเป็นสตรีผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกลั่นแกล้งดั่งเช่นหน้ากากบัวขาวที่นางเคยสวมใส่มาแต่อดีตชาติ"แม่ทัพเซี่ย เจ้าและฮูหยินเดินทางมาขัดการประชุมขุนนางในเช้าวันนี้ มีฎีกาด่วนอันใดงั้นหรือ" เสียงของฮ่องเต้ดังกังวานแฝงความสงสัยเซี่ยอี้เฟยก้าวเท้าไปเบื้องหน้า คุกเข่าลงอย่างหนักแน่น ทว่าแววตากลับคมกริบดุจปลายทวน "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมและฮูหยินมีคดีใหญ่ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของบ้านเมืองมาทูลถวาย ยามนี้กอง

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   หงส์สยบพยัคฆ์

    ท่ามกลางราตรีอันมืดมิดและเหน็บหนาวของเมืองหลวง แสงโคมไฟริบหรี่จากร้านขายของท้ายตลาดทอดเงายาวดูวังเวง ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าสถานที่อับชื้นและดูซอมซ่อแห่งนี้ จะเป็นรังลับของกองกำลังสายลับจากแคว้นเหนือที่แฝงตัวเข้ามาเพื่อบ่อนทำลายราชสำนักขันทีเฒ่าผู้มีความโลภบังตาลอบเดินเลาะตามตรอกซอกซอยอับสายตา ทันทีที่มาถึงประตูหลังร้าน เขารีบเคาะประตูเป็นจังหวะลับเพื่อส่งมอบซองสีน้ำตาลหนาซึ่งภายในบรรจุแผนที่ค่ายทหารของปลอม ที่ มู่หรงเสวี่ยจัดฉากสลับเปลี่ยนไว้เรียบร้อยแล้วเขายังคงกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าตนเองกำลังทำความชอบครั้งใหญ่ให้แก่พระชายาเอก"นี่คือแผนยุทธศาสตร์และแนวป้องกันของกองทัพ พระชายาสั่งให้พวกเจ้าลงมือทันทีที่จับสัญญาณได้" ขันทีเฒ่ากระซิบเสียงสั่นชายชุดดำผู้รับสารยิ้มเหี้ยม แววตาคมกริบฉายประกายละโมบ "ดีมาก บอกพระชายาของเจ้า เมื่อแคว้นเหนือบุกยึดชายแดนและส่งยอดฝีมือเข้าเมืองหลวง ตำแหน่งฮองเฮาจะตกเป็นของนางอย่างแน่นอน"ทว่า ทันทีที่ซองสารเปลี่ยนมือและขันทีเฒ่าหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับวังหลวง เสียงนกแสกขยับปีกดังกังวานกึกก้องไปทั่วสี่ทิศ พลันปรากฏร่างเงาสายลับในชุดสีน้ำเงินเข้มขลิบทองของกอง

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   จวนปีศาจ

    ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงในวันนี้ดูสดใสแฝงไปด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำ ร้านผ้าแพรไหมที่ขึ้นชื่อว่าประณีตที่สุดในใต้หล้า บัดนี้เนืองแน่นไปด้วยขบวนรถม้าหรูหราจากสองจวนใหญ่ที่บังเอิญมาบรรจบกันโดยมิได้นัดหมายมู่หรงเสวี่ยก้าวลงจากรถม้าในอาภรณ์สีขาวนวลตา ท่วงท่าของนางสงบนิ่งเมื่อนางเดินเข้าไปภายในร้าน สายตาพลันปะ

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   หัวใจไร้รอยรัก

    สายลมยามบ่ายพัดผ่านศาลาริมสระบัวภายในเขตพระราชฐานชั้นนอก กลิ่นอายของดอกบัวหอมระรื่นไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบกายของมู่หรงเสวี่ยผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย นางกำลังนั่งจิบชาอย่างสงบรอรถม้าของตระกูล ขณะนั้นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและคุ้นเคยจนน่ารำคาญกลับดังขึ้นจากทางด้านหลังนางไม่หันไปมอง แต่กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ของหมั้นจากแดนไกล

    ณ ค่ายทหารชายแดนเหนืออันทุรกันดาร ลมหนาวพัดกระโชกหอบเอาละอองทรายมาปะทะกับกระโจมใหญ่ กลิ่นอายของคาวเลือดและเขม่าไฟยังคงล่องลอยอยู่ในอากาศ ทว่าความเงียบงันกลับปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณยามที่ขันทีจากเมืองหลวงคลี่ราชโองการสีเหลืองทองออกเซี่ยอี้เฟย แม่ทัพใหญ่ผู้ครองฉายาปีศาจกระหายเลือด นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   วาสนาสิ้นสุด

    กลิ่นกำยานจาง ๆ อบอวลอยู่ในตำหนักคุนหนิง ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นอายแห่งความตายที่โรยตัวลงมาอย่างช้า ๆ ได้ ลมวสันต์ภายนอกหน้าต่างพัดพากลีบดอกเหมยร่วงหล่น เปรียบเสมือนสังขารของสตรีบนเตียงที่กำลังมอดดับลงในวัยห้าสิบห้าชันษามู่หรงเสวี่ย ในชุดแพรพรรณสีขาวบริสุทธิ์นอนนิ่งสนิท ร่างกายที่เคยสง่างามสมฐานะมาร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status