Share

หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ
หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ
Penulis: หนามชมพู

วาสนาสิ้นสุด

last update Tanggal publikasi: 2026-06-20 22:53:04

กลิ่นกำยานจาง ๆ อบอวลอยู่ในตำหนักคุนหนิง ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นอายแห่งความตายที่โรยตัวลงมาอย่างช้า ๆ ได้ ลมวสันต์ภายนอกหน้าต่างพัดพากลีบดอกเหมยร่วงหล่น เปรียบเสมือนสังขารของสตรีบนเตียงที่กำลังมอดดับลงในวัยห้าสิบห้าชันษา

มู่หรงเสวี่ย ในชุดแพรพรรณสีขาวบริสุทธิ์นอนนิ่งสนิท ร่างกายที่เคยสง่างามสมฐานะมารดาแห่งแผ่นดิน บัดนี้ซูบผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก เส้นผมสีดอกเลาแผ่สยายอยู่บนหมอนที่ดูราวกับเยาะเย้ยชะตากรรมของนาง ตลอดสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา นางทุ่มเทแรงกายแรงใจบริหารวังหลัง จัดระเบียบราชกิจจนจนร่างกายทรุดโทรม เพียงเพื่อหวังแบ่งเบาภาระของบุรุษผู้เป็นเจ้าของแผ่นดิน แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับมีเพียงความว่างเปล่า

เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ขันทีและนางกำนัลต่างคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความยำเกรง เหอจิ่งเว่ย ฮ่องเต้ผู้ปกครองแผ่นดินต้าเหอก้าวเข้ามาในชุดฉลองพระองค์มังกรสีเหลืองทองสง่างาม ใบหน้าของเขาแม้จะล่วงวัยกลางคนมาแล้ว แต่ยังคงความคมคายดุจรูปสลัก ทว่าแววตาที่เขาทอดมองมายังสตรีบนเตียงนั้นกลับนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความห่วงใย

มู่หรงเสวี่ยพยายามหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก มุมปากที่ซูบเซียวขยับยิ้มบางเบา แววตาที่พร่าเลือนทอประกายอาวรณ์ลึกซึ้งขณะมองบุรุษตรงหน้า

"ฝ่าบาท ท่านมาแล้ว"

 น้ำเสียงของนางแผ่เบาราวกับเสียงใบไม้เสียดสีกัน

เหอจิ่งเว่ยมิได้ก้าวเข้าไปประคอง นางจึงได้แต่เอนกายพิงหัวเตียงอย่างโดดเดี่ยวเงียบ ๆ

"หม่อมฉันนึกถึงวันแรกที่เข้าพิธีอภิเษกสมรส วันนั้นผ้าคลุมหน้าสีแดงมงคลช่างงดงามนัก หม่อมฉันเคยปฏิญาณต่อหน้าศาลบรรพชนว่าจะภักดีต่อท่านทุกชาติภพ จะเป็นฮองเฮาที่ดี และเป็นภรรยาที่รักท่านยิ่งกว่าชีวิต"

นางเล่าความหลังด้วยรอยยิ้มเปี่ยมด้วยความสุขที่เหลือเพียงเปลือก ทว่าบุรุษที่ยืนเบื้องหน้ากลับแค่นยิ้มเย็นชา แววตาของเขาดูเหยียดหยันคำสัตย์สาบานนั้นอย่างไม่ปิดบัง

"ทุกชาติภพงั้นหรือ" 

น้ำเสียงของเหอจิ่งเว่ยทุ้มต่ำชวนให้คนฟังรู้สึกหนาวเหน็บเข้าถึงกระดูก

 "มู่หรงเสวี่ย เจ้าครองตำแหน่งฮองเฮามาเนิ่นนานพอแล้ว ชาตินี้ข้าฝืนใจอยู่กับเจ้าตามหน้าที่เพื่อความมั่นคงของราชบัลลังก์ แต่หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะไม่แต่งกับเจ้าอีก"

ประโยคนั้นคล้ายสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจที่กำลังจะมอดดับ มู่หรงเสวี่ยชะงักงัน แววตาที่อาวรณ์เริ่มสั่นระริก

"ข้าจะทำตามหัวใจของข้า" 

เขาเอ่ยต่อ น้ำเสียงที่เคยเย็นชาพลันเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างที่นางไม่เคยได้รับมาตลอดชีวิต

 "ข้าจะแต่งกับมู่หรงเจียวน้องสาวของเจ้า นางคือสตรีเพียงผู้เดียวที่ข้ารักปักใจมาตั้งแต่อายุสิบขวบ"

หัวใจของมู่หรงเสวี่ยพลันแตกสลายลงในตอนนั้น ความลับที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยมาเนิ่นนานถูกกระชากออกมาอย่างโหดเหี้ยม

สามีที่นางปักใจมาตั้งแต่วัยเยาว์ไม่เคยมองเห็นนางเช่นนั้นหรือ เขาปกปิดความจริงนี้มาชั่วชีวิตโดยไม่เคยปริปาก แต่วันนี้นางป่วยหนักเขากลับทิ่มแทงนางด้วยคำพูดพวกนี้

"ใจร้าย ท่านใจร้ายยิ่งนัก"

เสียงที่เปล่งออกมามันแห้งแล้งราวกับคนสิ้นหนทาง

เหอจิ่งเว่ยเพียงมองนาง ดูเหมือนเขามิได้สนใจความรู้สึกของนางด้วยซ้ำ ยังกล้าเผยความในใจออกมาอย่างเปิดเผย เขาเริ่มเล่าถึงความหลังระหว่างเขากับมู่หรงเจียวด้วยแววตาที่เป็นประกายระยิบระยับ 

เขาเล่าถึงวันที่เขากับนางแอบพบกันใต้ต้นท้อ เล่าถึงผ้าเช็ดหน้าที่นางปักให้เขาในวันเยาว์ น้ำเสียงของเขาสดชื่นเปี่ยมสุขราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังมีความรัก

ทว่าสำหรับมู่หรงเสวี่ย มันคือคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิมจนเหวอะหวะ

"นางอ่อนหวาน ปราศจากมารยา ไม่เหมือนเจ้าที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกวิถีทางเพื่อครอบครองอำนาจและตัวข้า" 

เขาหันมามองนางด้วยสายตาที่ขมขื่นในที่สุด

 "เจ้าใช้อำนาจตระกูลบีบบังคับให้เจียวเอ๋อร์ต้องแต่งออกไปแดนไกลเพื่อหลีกทางให้เจ้า เจ้ามีความสุขบนกองซากศพแห่งความรักของข้ามานานเกินไปแล้ว"

หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลรินลงข้างแก้มที่ซูบตอบของฮองเฮาผู้ถูกตราหน้าว่าใจทราม นางร้องไห้อยู่ในใจไร้ซึ่งเสียงสะอื้น ความจริงที่นางเพิ่งล่วงรู้ช่างเจ็บปวดเกินกว่าร่างกายที่ผุพังจะรับไหว ชาติก่อนนางเพียงคิดว่านางรักเขา และนางต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเขา นางไม่เคยรู้เลยว่าความรักของนางคือคุกที่กักขังเขาไว้ และนางคือปีศาจร้ายที่พรากคนรักไปจากอกเขาในสายตาของบุรุษผู้นี้

"ที่แท้ ท่านเกลียดหม่อมฉันถึงเพียงนี้"

 นางเอ่ยพึมพำพร้อมกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ สีแดงฉานของโลหิตตัดกับชุดแพรสีขาวดูน่าสยดสยอง

กระทั่งลมหายใจสุดท้ายที่กำลังจะปลิดปลิว เหอจิ่งเว่ยก็ยังคงยืนนิ่งมองดูนางด้วยสายตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความสงสาร หยดน้ำตาแม้เพียงหยดเดียวเขาก็ไม่หลั่งรินเพื่อนาง ภาพสุดท้ายที่นางเห็นคือใบหน้าอันเย็นชาของสามีที่นางรักยิ่งกว่าชีวิต เขามองดูนางตายไปต่อหน้า ราวกับกำลังมองดูสิ่งของน่ารำคาญที่กำลังถูกขจัดออกไปจากชีวิตเสียที

'เจ็บปวด เจ็บปวดยิ่งนัก'

มู่หรงเสวี่ยรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือเพียงน้อยนิด หลับตาลงอย่างช้า ๆ พร้อมกับคำอธิษฐานสุดท้ายที่กลั่นออกมาจากดวงวิญญาณที่แตกสลาย

'หากชาติหน้ามีจริง ข้าขอเป็นฝ่ายปล่อยมือ ข้าไม่ขอรักบุรุษไร้ใจผู้นี้อีก

ขอให้ข้ามีความสุข สมหวัง และมีชีวิตที่เป็นของข้าเอง มิใช่เพื่อใครคนอื่นอีก'

ร่างของฮองเฮาผู้ยิ่งใหญ่กระตุกวูบหนึ่งก่อนจะสงบนิ่งไป แสงเทียนในตำหนักคุนหนิงวูบดับลง พร้อมกับวาสนาอันอาภัพที่จบสิ้นลงในชาตินี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ตอนจบ

    แสงสีทองของดวงตะวันยามเช้าสาดส่องเหนือยอดทิวเขาชานเมืองหลวง ทอประกายระยิบระยับล้อกับหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกโบตั๋นป่าที่กำลังบานสะพรั่งเต็มลานเรือนตระกูลเซี่ย บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความเงียบสงบเป็นส่วนตัว ไร้ซึ่งกลิ่นคาวเลือด เสียงคมดาบ หรือความกลัวจากการทรยศหักหลังที่เคยตามหลอกหลอนมาสองชาติภพมู่หรงเสวี่ยยืนอยู่ริมระเบียงในชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายด้วยด้ายเงินวาววับ เส้นผมดำขลับทิ้งตัวยาวสลวยถึงบั้นเอว ใบหน้าหวานล้ำอิ่มเอิบไปด้วยความสุขที่แท้จริงดวงตาคู่สวยที่เคยแฝงแววระแวดระวังและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนดุจผิวน้ำในฤดูใบไม้ผลิ นางทอดสายตามองไปยังแปลงผักสวนครัวและสวนหม่อนที่นางกับสามีช่วยกันลงแรงปลูกไว้เมื่อวันก่อน ยามนี้มันเริ่มแตกยอดอ่อนสีเขียวขจีท้าทายแสงแดด"คิดเรื่องใดอยู่หรือ เสวี่ยเอ๋อร์"เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับอ้อมแขนแกร่งอบอุ่นที่สอดเข้ามาโอบกอดเอวของนางจากทางด้านหลัง เซี่ยอี้เฟยในชุดลำลองผ้าไหมเนื้อดีสีครามเข้ม แผงอกกว้างกำยำยังคงอุ่นร้อน ชายหนุ่มซบหน้าลงกับไหล่ของภรรยา สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนกายของนางเข้าปอดลึกราวกับไม่มีวันอิ่ม

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ความทรงจำใหม่

    สายลมโชยพัดพากลิ่นอายชื้นของดินและผืนป่าชานเมืองหลวง ทิ้งเบื้องหลังความวุ่นวายแก่งแย่งชิงดีในราชสำนักไว้ไกลโพ้น ขบวนรถม้าเรียบง่ายทว่าแข็งแรงของอดีตแม่ทัพใหญ่เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางสายเล็กที่ทอดยาวสู่ชานเมืองทิศใต้ ยามนี้บนรถม้าไม่ได้มีทองคำหรืออาวุธสงครามล้ำค่าอันใด มีเพียงหีบเสื้อผ้าไม่กี่ใบและร่างระหงของมู่หรงเสวี่ย ที่กำลังนั่งพิงแผงอกกว้างของเซี่ยอี้เฟยด้วยท่วงท่าที่ผ่อนคลายที่สุดในชีวิตชายหนุ่มในชุดผ้าไหมธรรมดาสีน้ำเงินครามไร้เกราะเหล็กหนักอึ้ง ใช้แขนแกร่งโอบรัดเอวของภรรยาไว้หลวม ๆ พลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปะทะแก้มเนียนอย่างรักใคร่ แววตาคู่คมที่เคยดุดันดุจเสือร้ายยามอยู่กลางสมรภูมิ บัดนี้กลับฉายประกายความคลั่งรักและเทิดทูนจนแทบจะล้นปรี่ออกมาทุกลมหายใจ"เสวี่ยเอ๋อร์ นั่งรถม้ามาครึ่งค่อนวัน เจ้าเหนื่อยหรือไม่ หากเจ้าเพลีย ข้าจะสั่งให้ขบวนหยุดพักผ่อนใต้ร่มไม้ก่อน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความห่วงใยประหนึ่งนางเป็นแก้วตาดวงใจที่อาจแตกสลายได้ทุกเมื่อมู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา คลี่ยิ้มหวานละมุนที่ทำเอาคนมองหัวใจกระตุก "ข้ามิได้เหนื่อยเลยสักนิดเจ้าค่ะท่านพี่ ตรงกันข้าม ข

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ลอบสังหาร

    ท่ามกลางกลิ่นอายของความล่มสลายที่ปกคลุมจวนราชครูมู่หรงเซิ่น ความเงียบงันที่น่าใจหายคืบคลานเข้าแทนที่เสียงเจรจาของขุนนางที่เคยแวะเวียนมาประจบสอพลอ เมื่อราชโองการสายฟ้าฟาดประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ มิใช่เพียงมู่หรงเจียวที่ต้องรับยาพิษพระราชทาน มู่หรงเซิ่น ผู้เป็นบิดาและหัวหน้าตระกูล กลับต้องโทษฐานละเลยการอบรมบุตรและมีส่วนรู้เห็นในความฉ้อฉลของพรรคพวก แม้ฮ่องเต้จะยังทรงเห็นแก่คุณงามความดีในอดีตไม่สั่งประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร แต่โทษทัณฑ์การริบทรัพย์สินทั้งหมดและเนรเทศไปยังชายแดนตะวันตกอันทุรกันดารชั่วชีวิต ก็ไม่ต่างจากการตายทั้งเป็นสำหรับบุรุษผู้ลุ่มหลงในอำนาจมาตลอดชีวิตมู่หรงเสวี่ยยืนอยู่หน้าประตูจวนตระกูลมู่หรงที่ถูกปิดผนึกด้วยตราประทับของราชสำนัก นางมองดูบิดาที่ครั้งหนึ่งเคยเห็นนางเป็นเพียงผลประโยชน์ บัดนี้เขากลับมีผมที่หงอกขาวเพียงข้ามคืน เดินก้มหน้าโซเซถูกทหารหลวงควบคุมตัวไปรับโทษ แววตาของนางไม่ได้มีความแค้นเคืองที่แผดเผาอีกต่อไป ทว่ากลับเป็นความเยือกเย็นของการจบสิ้นวงจรแห่งวิบากกรรมที่เคยรั้งเหนี่ยวใจนางมาสองชาติภพ"จบสิ้นเสียที" มู่หรงเสวี่ยพึมพำกับสายลม แววตาคมปลาบของนางในยามนี้ก

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   บาดแผลของคนทรยศ

    หยาดน้ำค้างยามค่ำคืนเกาะกุมตามยอดหญ้าในอุทยานหลวงอันเงียบสงัด ทว่าความเงียบสงบภายนอกไม่อาจบรรเทาความเดือดดาลและกระวนกระวายใจของคนในตระกูลมู่หรงได้เลย ข่าวใหญ่เรื่องพระชายาเอกมู่หรงเจียวถูกตลบหลังจนมุมกลางท้องพระโรงในข้อหากบฏขายชาติ และอดีตรัชทายาทเหอจิ่งเว่ย ถูกถอดถอนมงกุฎไปคุมขังในตำหนักเย็นชั่วชีวิตแพร่สะพัดออกไปนอกวังหลวงราวกับไฟลามทุ่ง ยามนี้จวนราชครูตระกูลมู่หรงไม่ต่างจากสุสานที่ไร้เสียงสิ่งมีชีวิต ขุนนางน้อยใหญ่ที่เคยวิ่งเข้าหาซบอิงอำนาจต่างพากันหันหลังหนีและตัดขาดความสัมพันธ์เพื่อเอาตัวรอดณ ห้องหับอันมืดสลัวในคุกหลวงที่ลึกลงไปใต้ดิน ไอเย็นและกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ แผ่ซ่านจนชวนให้ขนลุก ร่างของมู่หรงเจียวนั่งคุดคู้อยู่บนกองฟางแห้ง อาภรณ์งดงามที่นางเคยภาคภูมิใจยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโคลนและรอยฉีกขาด ใบหน้างดงามซูบซีดไร้สีเลือด แววตาที่เคยฉายประกายเย่อหยิ่งเหลือเพียงความว่างเปล่าระคนคลั่งแค้นเสียงฝีเท้าเบาบางดังกังวานขึ้นจากทางเดิน มู่หรงเจียวสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองดุจคนมีความหวังว่าจะมีใครมาช่วย ทว่าทันทีที่แสงโคมไฟส่องกระทบใบหน้าของผู้มาเยือน หัวใจของนางพลันด

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ลงทัณฑ์

    วังหลวงเช้าวันใหม่บรรยากาศภายในท้องพระโรงยามนี้กดดันจนขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันก้มหน้าเงียบ ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยสิ่งใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นทรงพลังดังกังวานขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับการปรากฏกายของเซี่ยอี้เฟย ท่วงท่าองอาจดุดันเคียงข้างกายของเขาคือมู่หรงเสวี่ยในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองดูสง่างามดุจนางพญาหงส์ แววตาคู่สวยเยือกเย็นนิ่งสนิทราวกับกำลังเดินเข้าสู่กระดานหมากที่นางเป็นผู้คุมชะตาชีวิตของทุกคนบนบัลลังก์มังกรองค์ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมาด้วยสายพระเนตรอันทรงอำนาจ ในขณะที่เหอจิ่งเว่ยและมู่หรงเจียว ที่ถูกทหารควบคุมตัวเข้ามาในข้อหาอื้อฉาว ยืนหน้าซีดเผือดอยู่กลางห้อง มู่หรงเจียวยังคงพยายามเชิดหน้า แสร้งทำเป็นสตรีผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกลั่นแกล้งดั่งเช่นหน้ากากบัวขาวที่นางเคยสวมใส่มาแต่อดีตชาติ"แม่ทัพเซี่ย เจ้าและฮูหยินเดินทางมาขัดการประชุมขุนนางในเช้าวันนี้ มีฎีกาด่วนอันใดงั้นหรือ" เสียงของฮ่องเต้ดังกังวานแฝงความสงสัยเซี่ยอี้เฟยก้าวเท้าไปเบื้องหน้า คุกเข่าลงอย่างหนักแน่น ทว่าแววตากลับคมกริบดุจปลายทวน "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมและฮูหยินมีคดีใหญ่ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของบ้านเมืองมาทูลถวาย ยามนี้กอง

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   หงส์สยบพยัคฆ์

    ท่ามกลางราตรีอันมืดมิดและเหน็บหนาวของเมืองหลวง แสงโคมไฟริบหรี่จากร้านขายของท้ายตลาดทอดเงายาวดูวังเวง ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าสถานที่อับชื้นและดูซอมซ่อแห่งนี้ จะเป็นรังลับของกองกำลังสายลับจากแคว้นเหนือที่แฝงตัวเข้ามาเพื่อบ่อนทำลายราชสำนักขันทีเฒ่าผู้มีความโลภบังตาลอบเดินเลาะตามตรอกซอกซอยอับสายตา ทันทีที่มาถึงประตูหลังร้าน เขารีบเคาะประตูเป็นจังหวะลับเพื่อส่งมอบซองสีน้ำตาลหนาซึ่งภายในบรรจุแผนที่ค่ายทหารของปลอม ที่ มู่หรงเสวี่ยจัดฉากสลับเปลี่ยนไว้เรียบร้อยแล้วเขายังคงกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าตนเองกำลังทำความชอบครั้งใหญ่ให้แก่พระชายาเอก"นี่คือแผนยุทธศาสตร์และแนวป้องกันของกองทัพ พระชายาสั่งให้พวกเจ้าลงมือทันทีที่จับสัญญาณได้" ขันทีเฒ่ากระซิบเสียงสั่นชายชุดดำผู้รับสารยิ้มเหี้ยม แววตาคมกริบฉายประกายละโมบ "ดีมาก บอกพระชายาของเจ้า เมื่อแคว้นเหนือบุกยึดชายแดนและส่งยอดฝีมือเข้าเมืองหลวง ตำแหน่งฮองเฮาจะตกเป็นของนางอย่างแน่นอน"ทว่า ทันทีที่ซองสารเปลี่ยนมือและขันทีเฒ่าหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับวังหลวง เสียงนกแสกขยับปีกดังกังวานกึกก้องไปทั่วสี่ทิศ พลันปรากฏร่างเงาสายลับในชุดสีน้ำเงินเข้มขลิบทองของกอง

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   วาสนาเปลี่ยนทิศ

    แสงตะวันยามเช้าส่องผ่านม่านสีโปร่ง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ที่โชยมากับลมทำให้นางขมวดคิ้วด้วยความฉงน มู่หรงเสวี่ยพยายามลืมตาที่หนักอึ้ง ภาพความทรงจำสุดท้ายคือความหนาวเหน็บในตำหนักคุนหนิงและแววตาชิงชังของเหอจิ่งเว่ย ทว่าเมื่อภาพเบื้องหน้าชัดเจนขึ้น นางกลับลืมตาขึ้นได้และพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงสี่เสา

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   หีบสมบัติลวงตา

    ภายใต้แสงโคมสลัวในห้องโถงตะวันออกของจวนราชครู บรรยากาศดูหนักอึ้งและเต็มไปด้วยความโลภที่กระจายออกมาจากแววตาของสตรีสองแม่ลูก อนุหลิน ผู้มีความงามแบบดอกไม้ป่าที่เริ่มร่วงโรยพยายามปั้นยิ้มประจบเอาใจ ขณะที่มู่หรงเจียวนั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางกระสับกระส่าย สายตาของทั้งคู่จดจ้องไปยังหีบไม้จันทน์หอมสลักลาย

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   จวนปีศาจ

    ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงในวันนี้ดูสดใสแฝงไปด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำ ร้านผ้าแพรไหมที่ขึ้นชื่อว่าประณีตที่สุดในใต้หล้า บัดนี้เนืองแน่นไปด้วยขบวนรถม้าหรูหราจากสองจวนใหญ่ที่บังเอิญมาบรรจบกันโดยมิได้นัดหมายมู่หรงเสวี่ยก้าวลงจากรถม้าในอาภรณ์สีขาวนวลตา ท่วงท่าของนางสงบนิ่งเมื่อนางเดินเข้าไปภายในร้าน สายตาพลันปะ

  • หวนคืนครานี้ข้าไม่ขอสามีไร้ใจ   ของหมั้นจากแดนไกล

    ณ ค่ายทหารชายแดนเหนืออันทุรกันดาร ลมหนาวพัดกระโชกหอบเอาละอองทรายมาปะทะกับกระโจมใหญ่ กลิ่นอายของคาวเลือดและเขม่าไฟยังคงล่องลอยอยู่ในอากาศ ทว่าความเงียบงันกลับปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณยามที่ขันทีจากเมืองหลวงคลี่ราชโองการสีเหลืองทองออกเซี่ยอี้เฟย แม่ทัพใหญ่ผู้ครองฉายาปีศาจกระหายเลือด นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status