แชร์

บทที่ 6 ถุงหอมมีปัญหา

ผู้เขียน: มายารัตติกาล
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-10 05:13:30

เช้าวันรุ่งขึ้น

ครอบครัวสกุลลู่ทั้งสี่ชีวิตกำลังเตรียมตัวเดินทางไปเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ที่ภายในหนึ่งปีจะจัดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น และปีนี้ก็เป็นปีแรกที่ลู่ฟางหนิงสามารถเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ได้

ลู่ฮูหยินออกมาส่งสามี บุตรชายและบุตรสาวขึ้นรถม้าที่หน้าประตูจวน ภายในใจของนางยังมีความกังวลมากมายเพราะบุตรสาวเพิ่งหายจากอาการป่วย แม้ในใจของลู่ฮูหยินไม่อยากให้ลู่ฟางหนิงเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ครั้งนี้ แต่ในเมื่อบุตรสาวขอร้องอ้อนวอนขนาดนั้น นางจะใจจืดใจดำรั้งบุตรสาวไว้ได้อย่างไร ดังนั้นลู่ฮูหยินจึงกำชับให้สามีและบุตรชายทั้งสองคนดูแลลู่ฟางหนิงให้มากเป็นพิเศษ อย่าให้นางได้รับอันตรายใดๆ เด็ดขาด

“ท่านแม่อย่าเป็นกังวลเลย ท่านพ่อ พี่ใหญ่และพี่รองมีฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจขนาดนั้น คงไม่ปล่อยให้ข้าได้รับอันตรายง่ายๆ หรอกเจ้าค่ะ”

ลู่ฟางหนิงผละออกจากอ้อมกอดของมารดา พร้อมกับพูดปลอบใจให้นางเลิกกังวลเสียที ทว่าลู่ฮูหยินก็ยังไม่สามารถคลายความกังวลได้ อย่างไรลู่ฟางหนิงก็เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนาง ลู่หนิงเหอเห็นเช่นนั้นก็เข้าไปโอบบ่าภรรยา กล่าวว่า “ฮูหยินไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลหนิงหนิงของพวกเราเป็นอย่างดี”

“พวกเราทั้งสองก็จะดูแลหนิงหนิงไม่ให้คลาดสายตา ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะขอรับ” ลู่จางหมิ่นกับลู่เหว่ยหรงก็กล่าวเสริมอีกเสียง เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่ฮูหยินจึงยอมให้พวกเขาทั้งสี่คนขึ้นรถม้าเดินทางไปยังเทศกาลล่าสัตว์ โดยที่ลู่ฟางหนิงนั่งรถม้าของจวนสกุลลู่ไป ส่วนบิดากับพี่ชายทั้งสองขี่ม้านำอยู่ด้านหน้าเพื่อดูแลความปลอดภัยให้นาง

ขบวนเดินทางล่าสัตว์มุ่งหน้าออกจากเมืองหลวง จุดหมายปลายทางคือลานล่าสัตว์ของราชวงศ์ซึ่งอยู่นอกเมือง ขบวนด้านหน้าที่มีทหารคุ้มกันอย่างหนาแน่นเป็นของฮ่องเต้และฮองเฮา ถัดมาเป็นขบวนขององค์รัชทายาท จากนั้นจึงเป็นของเหล่าสนมชายา ขบวนของเหล่าอ๋องและองค์หญิงองค์ชาย สุดท้ายจึงเป็นขบวนของเหล่าขุนนางและครอบครัว

ปีนี้ขบวนล่าสัตว์ดูคึกคักกว่าทุกปีที่ผ่านมา หาใช่เพราะว่าฮ่องเต้ทรงพระราชทานเงินรางวัลมากเป็นพิเศษแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะยามนี้องค์รัชทายาทถึงวัยเลือกคู่ครองแล้ว ดังนั้นขุนนางหลายคนจึงได้ให้บุตรสาวที่ถึงวัยออกเรือนของพวกตนติดตามมาด้วย หวังว่าบุตรสาวเหล่านั้นจะถูกตาต้องใจองค์รัชทายาทเข้า ภายภาคหน้าพวกนางอาจจะได้ขึ้นนั่งบัลลังก์หงส์ ปกครองหกตำหนักของวังหลัง

ใช้เวลาเดินทางเพียงสองชั่วยามเท่านั้น ขบวนเสด็จของฮ่องเต้และเหล่าขุนนางก็มาถึงลานล่าสัตว์ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองหลวง เมื่อมาถึงฮ่องเต้ก็ยังมิได้เปิดพิธีอย่างเป็นทางการ แต่กลับสั่งให้ทุกคนแยกย้ายไปยังที่พักของตนเอง ตามที่ทางพระราชวังได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ เพื่อได้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนที่จะต้องเข้าป่าล่าสัตว์

ที่พักของเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์นั้นจะแยกกันอย่างเป็นสัดส่วนโดยมีเหล่าทหารองครักษ์คอยป้องกันและดูแลความปลอดภัยให้ ส่วนที่พักของลู่ฟางหนิงนั้นเป็นกระโจมขนาดกลาง ด้านในมีเตียงนอนหนึ่งหลังกับโต๊ะอาหารเพียงหนึ่งชุดเท่านั้น ซึ่งจะแตกต่างจากของเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่เป็นเรือนรับรองขนาดใหญ่

หลังจากที่จัดเก็บข้าวของและเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย ลู่ฟางหนิงจึงพบว่าซูเยี่ยนหลิงกำลังเดินเข้ามาหานางในกระโจมที่พัก ถึงแม้ไม่อยากเห็นหน้าอีกฝ่ายมากเพียงใด แต่ลู่ฟางหนิงจำต้องเก็บกลั้นอารมณ์เหล่านั้นเอาไว้ และแสร้งทำเป็นดีกับซูเยี่ยนหลิงเหมือนที่อีกฝ่ายเคยทำกับนางเมื่อชาติก่อน

“หนิงหนิง ข้าได้ยินมาว่าการเข้าป่าล่าสัตว์นั้นอันตรายยิ่งนัก เจ้าควรพกถุงหอมถุงนี้ไว้ติดตัวเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้ายนะ” หลังจากที่นั่งลงบนเก้าอี้ ซูเยี่ยนหลิงจึงยื่นถุงหอมที่ได้รับมาจากโจวหยางเทียนส่งให้กับลู่ฟางหนิงทันที

แม้ในใจไม่อยากมอบให้ แต่ถ้าหากนางพบกับรุ่ยอ๋องเข้าโดยบังเอิญ นางจะอธิบายกับเขาว่าอย่างไรเล่า ดังนั้นจึงได้นำถุงหอมถุงนี้มามอบให้กับลู่ฟางหนิงตามที่เขาเอ่ยบอก

ลู่ฟางหนิงมองถุงหอมสีชมพูตรงหน้า นางก็หวนนึกถึงความทรงจำในชาติก่อนของตนเอง ยามนั้นซูเยี่ยนหลิงก็เคยมอบถุงหอมถุงนี้ให้กับนางเช่นกัน จากนั้นม้าของนางก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

และหลังจากที่พี่ชายทั้งสองของนางได้ตรวจสอบก็พบว่าถุงหอมถุงนี้มีความผิดปกติ ด้านในนั้นมีสมุนไพรชนิดหนึ่งซึ่งทำให้สัตว์ที่สูดดมเข้าไปเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เมื่อสอบถามจากซูเยี่ยนหลิง ฝ่ายนั้นก็บอกว่าไม่รู้อะไร ซูเยี่ยนหลิงบอกเพียงแค่ว่าซื้อถุงหอมถุงนี้มาจากร้านค้าริมทางเท่านั้นและไม่รู้ว่าด้านในมีส่วนผสมของอะไรบ้าง ดังนั้นซูเยี่ยนหลิงจึงรอดตัวไป

ทว่าในชาติก่อน ก่อนที่ลู่ฟางหนิงจะสิ้นใจตาย โจวหยางเทียนเป็นคนสารภาพออกมาเองว่าเป็นฝีมือของเขาที่ทำให้ม้าของนางเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ดังนั้นลู่ฟางหนิงจึงมั่นใจว่าถุงหอมถุงนี้ต้องเป็นโจวหยางเทียนที่ให้ซูเยี่ยนหลิงมามอบให้กับนางอย่างแน่นอน

“รับไว้สิ หนิงหนิง” เมื่อเห็นว่าลู่ฟางหนิงไม่ยอมรับถุงหอมไปจากตนเสียที ซูเยี่ยนหลิงจึงเอ่ยเร่งเร้าสหายอีกครั้ง หากแต่ลู่ฟางหนิงกลับเอ่ยขึ้นว่า

“เจ้าเอาถุงหอมถุงนี้มาจากไหนหรือ?”

ลู่ฟางหนิงเพียงแค่ต้องการหยั่งเชิงซูเยี่ยนหลิงเท่านั้น แต่ถ้าหากเป็นเมื่อก่อน นางคงจะรับถุงหอมถุงนี้มาจากซูเยี่ยนหลิงด้วยความดีใจแล้ว แต่ในเมื่อนางรู้ว่าอีกฝ่ายมิได้ประสงค์ดีกับนาง นางก็ต้องการทดสอบอะไรบางอย่างก่อนที่จะรับมา

“เอ่อ…ข้าซื้อมาจากร้านค้าริมทางน่ะ เห็นเขาบอกว่ามันสามารถช่วยไล่สัตว์ร้ายไม่ให้เข้ามาใกล้ได้” ซูเยี่ยนหลิงจงใจโกหกออกไป เพราะนางไม่อยากให้ลู่ฟางหนิงรู้ว่าถุงหอมถุงนี้เป็นของที่รุ่ยอ๋องมอบให้ อีกอย่างนางอยากให้ลู่ฟางหนิงซาบซึ้งในน้ำใจและคิดว่านางเป็นสหายที่ดีที่สุด

ลู่ฟางหนิงรู้ว่าซูเยี่ยนหลิงกำลังโกหก ดังนั้นนางจึงอยากทดสอบอีกครั้งว่ายามนี้ซูเยี่ยนหลิงได้ร่วมมือกับโจวหยางเทียนแล้วหรือไม่

“หากว่าข้าอยากเปลี่ยนถุงหอมกับเจ้า เจ้าจะว่าอันใดหรือไม่”

“เปลี่ยน? เหตุใดต้องเปลี่ยนด้วย”

ซูเยี่ยนหลิงรู้สึกไม่พอใจ เพราะถุงหอมของนางเป็นสีฟ้าซึ่งเป็นสีที่นางโปรดปรานมาก ส่วนถุงหอมของลู่ฟางหนิงเป็นสีชมพูและเป็นสีโปรดของลู่ฟางหนิงเหมือนกัน

“ข้าแค่รู้สึกว่าถุงหอมถุงนี้กลิ่นมันหอมฉุนเกินไป เลยอยากขอเปลี่ยนเป็นอันที่กลิ่นไม่แรงก็เท่านั้น”

“ไม่หรอกมั้ง ถุงหอมก็คงจะเหมือนๆ กันหมดนั่นแหละ”

ซูเยี่ยนหลิงปฏิเสธ เพราะนางชอบถุงหอมสีฟ้ามากกว่า แต่กระนั้นก็ยังยกถุงหอมสีชมพูขึ้นมาดมเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ลู่ฟางหนิงเอ่ยมาเป็นความจริงหรือไม่

ลู่ฟางหนิงเห็นว่าซูเยี่ยนหลิงปฏิเสธคำขอ นางก็เกือบจะมั่นใจแล้วว่าในยามนี้ซูเยี่ยนหลิงได้ร่วมมือกับโจวหยางเทียนแล้ว ทว่าในชั่วอึดใจต่อมา ซูเยี่ยนหลิงกลับยื่นถุงหอมสีฟ้าของตนเองให้กับนาง ก่อนจะกล่าวว่า “จริงด้วย ถุงหอมสีชมพูมีกลิ่นหอมมากกว่า เช่นนั้นข้าเอาถุงนี้ ส่วนถุงนั้นมอบให้เจ้าก็แล้วกัน”

ลู่ฟางหนิงรับถุงหอมสีฟ้ามา ก่อนจะมองดูซูเยี่ยนหลิงที่กำลังคล้องถุงหอมสีชมพูไว้ข้างเอวของตน หากซูเยี่ยนหลิงยอมแลกถุงหอมกับนาง เช่นนั้นก็หมายความว่าซูเยี่ยนหลิงไม่รู้ว่าถุงหอมถุงนั้นมีปัญหา

หรือว่าซูเยี่ยนหลิงในยามนี้ยังไม่ได้ร่วมมือกับโจวหยางเทียน บางทีซูเยี่ยนหลิงก็อาจจะเป็นหมากที่โจวหยางเทียนหลอกใช้เช่นเดียวกันกับนาง เพียงแต่เมื่อเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ เขากลับเขี่ยนางทิ้งแล้วเลือกซูเยี่ยนหลิงแทน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 70 รักนางทั้งสองชาติ (จบ)

    วันถัดมา การประหารโจวหยางเทียนกับคนสกุลเซวียก็มาถึง พวกเขาถูกคุมตัวมายังลานประหาร โจวหยางเทียนถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนเส้นใหญ่เดินนำอยู่ด้านหน้าของกลุ่มกบฏ ดวงตาคมกริบของเขาทอดมองไปด้านหน้าอย่างเลื่อนลอย แม้จะมีสายตานับพันคู่ของผู้คนที่มาร่วมชมการประหารจ้องมองมาด้วยความเกลียดชัง แต่กระนั้นเขาก็หาได้รับรู้ถึงสายตาของผู้คนเหล่านั้นอีกต่อไปเบื้องหลังของเขาคือสมาชิกตระกูลเซวีย เซวียกุ้ยเฟยในยามนี้อยู่ในอาการสงบ ไม่ได้คลุ้มคลั่งเฉกเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยามนี้นางคล้ายว่าจะยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้แล้ว ว่าอย่างไรก็คงหนีความตายไม่พ้น“เสด็จแม่ เป็นเพราะลูกไม่มีความสามารถมากพอจึงทำให้ทุกคนต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้”เซวียกุ้ยเฟยหันมองบุตรชายที่หลายวันมานี้แทบไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย “เป็นแม่ที่ผิดเอง หากแม่ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง หวังให้เจ้าครอบครองบัลลังก์ พวกเราก็คงไม่ต้องมีชีวิตเช่นนี้”หลายวันที่ถูกคุมขัง พวกนางสองแม่ลูกเริ่มจะตระหนักได้แล้วว่าหากพวกเขาไม่มีความคิดชั่วร้ายเสียก่อน พวกเขาก็คงไม่ต้องเดินทางมาพบกับจุดจบเช่นนี้ แต่อดีตไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ ตอนนี้พวกเขากำลังจะได้รับผลกรรมที่เคยก

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 69 มอบสุราพิษ

    วันต่อมา โจวหยางเทียน เซวียกุ้ยเฟยและคนสกุลเซวียทุกคนถูกนำขึ้นกรงขังแล้วแห่ประจานไปรอบเมือง ชาวบ้านที่มุงดูต่างก็ขวางปาสิ่งของใส่และด่าทอไม่หยุดเซวียกุ้ยเฟยยอมรับความอัปยศในครั้งนี้ไม่ได้จึงสลบไปหลายรอบ ทว่านางก็ถูกน้ำอุจจาระปัสสาวะสาดใส่ให้ต้องฟื้นขึ้นมาพบกับความจริงอีกครั้งในขณะที่เซวียกุ้ยเฟยเสียสติไปแล้ว โจวหยางเทียนที่อยู่อีกกรงขังกลับนิ่งสงบจนทำให้คนมองไม่ออกว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากที่แห่ประจานอยู่เช่นนี้ถึงสามวัน วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันลงดาบประหารพวกเขาแล้วตกดึกคืนนั้น ลู่ฟางหนิงพร้อมกับโจวหยางอวี้ก็เข้ามาหาโจวหยางเทียนในกรงขัง โจวหยางอวี้รู้ว่าลู่ฟางหนิงอยากจะชำระแค้นที่ถูกโจวหยางเทียนหักหลัง เขาจึงถอยออกมาและปล่อยให้นางอยู่กับโจวหยางเทียนตามลำพัง“หากเกิดเรื่องอะไรเรียกข้าได้ตลอด”“องค์รัชทายาทไม่ต้องเป็นห่วงเพคะ หม่อมฉันมาวันนี้เพราะต้องการสะสางความแค้นกับรุ่ยอ๋องให้จบสิ้น”“เจ้าคงไม่คิดจะสังหารเขาใช่หรือไม่” โจวหยางอวี้เป็นห่วงลู่ฟางหนิง เขาไม่อยากให้มือของนางต้องแปดเปื้อนเลือดของผู้คน โดยเฉพาะเลือดของโจวหยางเทียนลู่ฟางหนิงยิ้มให้เขา จากนั้นจึงเอ่ยว่า “องค์รั

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 68 ความจริงที่ไม่เคยรู้

    ลู่อวิ้นเหมยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ร่างกายก็แทบไร้เรี่ยงแรงทรงตัวไม่อยู่ เป็นเพราะเหตุผลนี้อย่างนั้นหรือ นางถึงไม่เคยได้รับความรักจากบิดาเลยสักครั้งเดียว ไม่เพียงแค่ลู่อวิ้นเหมยเท่านั้นที่ตกใจกับความจริงในเรื่องนี้ ลู่ฮูหยินรวมถึงบุตรชายบุตรสาวทั้งสามก็ตกใจไม่ต่างกัน“ท่านพี่เหตุใดถึงได้เอ่ยเช่นนี้ออกมา เรื่องทั้งหมดเป็นเช่นไรกันแน่เจ้าคะ” ลู่ฮูหยินมองสามีของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แม้เขาจะรักนางมาก แต่เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกนางมาก่อนนางรู้เพียงแค่ว่าเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน ตอนที่สามีไปออกรบ เขากลับมาพร้อมกับสตรีนางหนึ่งซึ่งกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอดแล้ว ตอนนั้นหัวใจของนางแทบแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ไม่อาจยอมรับความจริงในเรื่องนี้ได้ อีกทั้งสามีก็ไม่คิดจะอธิบายอะไรให้นางฟัง นอกจากบอกว่าเขาจะแต่งตั้งจูเหิงเยว่ขึ้นเป็นภรรยารอง นางในยามนั้นเสียใจหนักมาก หากมิได้บุตรชายทั้งสองเข้ามาปลอบประโลม นางคงผ่านมาไม่ได้ ทว่าหลังจากที่สามีรับภรรยารองเข้าบ้าน แต่เขาก็ยังร่วมหลับนอนกับนางทุกคืน ไม่เคยย่างกรายไปเรือนหลังเล็กที่อยู่ท้ายจวนเลยเรื่องนี้แม้นางจะมีความสงสัย แต่นางก็ไม่กล้าถามสามีเพราะกลัวว่าจะทำให้สาม

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 67 คนชั่วได้รับผลกรรม

    เช้าวันใหม่มาเยือน กลิ่นโลหิตที่ลอยคละคลุ้งทั่ววังหลวงเมื่อคืนนี้ถูกชำระล้างไปจนหมด ทหารของสกุลลู่กับกองทัพเกราะดำของหนิงอ๋องสามารถเข้ามาควบคุมสถานการณ์ภายในได้ทัน คนในวังจึงรอดพ้นจากความตายไปอย่างหวุดหวิด ส่วนทหารของรุ่ยอ๋องนั้นถูกสังหารทิ้งในทันที ยามนี้ศพของพวกเขากำลังถูกลากออกไปทิ้งที่นอกเมืองหลวงเซวียกุ้ยเฟยไม่สามารถทำใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ พระนางคลุ้มคลั่งอยู่ในคุก พร้อมกับอาละวาดด่าทอบุตรชายตั้งแต่เมื่อคืน จนกระทั่งตอนนี้น้ำเสียงแหบแห้งไปหมดแล้ว แต่พระนางก็ยังไม่คิดที่จะหยุดด่า“เจ้ามันไม่ได้เรื่อง ทำการใหญ่อะไรไม่เคยสำเร็จสักอย่าง ข้าไม่น่าคลอดคนไร้ประโยชน์เช่นเจ้าออกมาเลย เจ้ากำลังจะทำให้พวกเราทุกคนตาย เจ้ามันไร้ประโยชน์!”แม้ว่าเสียงต่อว่านั้นจะดังมากขนาดไหน แต่โจวหยางเทียนที่อยู่ในกรงขังอีกกรงกลับนิ่งสงบ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดต่อว่าของเซวียกุ้ยเฟยผู้เป็นพระมารดาในตอนนี้เขาก็ยังยอมรับความจริงไม่ได้ เพราะไม่คิดว่าทุกอย่างจะลงเอยแบบนี้ นี่มิใช่สิ่งที่เขาคาดหวังเอาไว้ ดวงตาของเขาเลื่อนลอย มองไม่เห็นความหวังอีกต่อไป หนทางข้างหน้ามีเพียงความมืดมนที่รอเขาอยู่ ในตอนนั้น ขันที

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 66 สะสางความแค้น

    ในขณะที่รุ่ยอ๋องกำลังจมปรักอยู่ในห้วงความทรงจำที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ลู่ฟางหนิงก็ยกดาบในมือขึ้นก่อนจะจ่อไปที่ลำคอของเขา โจวหยางเทียนไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงต้องการเอาชีวิตเขามากขนาดนี้ หรือว่าภาพความทรงจำที่ปรากฏให้เขาเห็นนั้นเคยเกิดขึ้นมาก่อน“ข้ากับเจ้าไม่เคยมีความแค้นต่อกัน เหตุใดเจ้าต้องการเอาชีวิตข้าด้วย” โจวหยางเทียนเอ่ยถามลู่ฟางหนิงด้วยความไม่เข้าใจลู่ฟางหนิงได้ยินคำพูดนั้น นางก็กดดาบลงบนลำคอของโจวหยางเทียนจนเลือดของอีกฝ่ายไหลซึมออกมา “ไม่เคยมีความแค้นอย่างนั้นหรือ ท่านอ๋องลองคิดดูให้ดีๆ ว่าเคยทำอะไรกับหม่อมฉันไว้บ้าง”“ข้ากับเจ้าไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน แล้วข้าจะทำให้เจ้าโกรธแค้นได้อย่างไร ความแค้นของเจ้า ข้าเกรงว่าคงจะสะสางผิดคนแล้วกระมัง”โจวหยางเทียนยังคงยืนกรานคำพูดเดิม แม้ก่อนหน้านี้เขาเคยวางแผนการร้ายเพราะต้องการดึงลู่ฟางหนิงกับสกุลลู่มาเป็นพวก แต่แผนการนั้นก็ไม่สำเร็จ และนางก็ไม่เคยล่วงรู้เรื่องเหล่านั้นมาก่อน นางคงไม่มีทางโกรธแค้นเขาเพราะเรื่องนี้แน่ๆ“หม่อมฉันไม่เคยลืมความแค้นนั้นลงเลยแม้เพียงชั่วอึดใจเดียว เป็นท่านที่หลอกใช้หม่อมฉัน หม่อมฉันไม่มีวันลืม!”โจ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 65 ภาพซ้อนในอดีต

    เซวียกุ้ยเฟยกำลังนั่งจิบชาอยู่ในตำหนักอย่างอารมณ์ดี ราวกับว่าค่ำคืนนี้ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ด้านข้างยังมีนางกำนัลเข้ามาบีบนวดให้รู้สึกผ่อนคลาย ทว่าเสียงร้องโหยหวนที่ดังขึ้นทั่วทิศทางในวังหลวงช่างไม่เข้ากับบรรยากาศด้านในเอาเสียเลย“หม่อมฉันขอแสดงความยินดีกับกุ้ยเฟยด้วยเพคะ อีกไม่นานพระองค์จะกลายเป็นไทเฮาของแคว้นโจวแล้ว” นางกำนัลที่อยู่ข้างกายเซวียกุ้ยเฟยพูดประจบสอพลอไม่หยุดเซวียกุ้ยเฟยที่ได้ยินคำพูดเยินยอนั้นก็ยิ้มหน้าระรื่น พลางยกชาขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์ ทว่าพระนางมีความสุขได้ไม่นาน องครักษ์ของรุ่ยอ๋องก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “กุ้ยเฟย ยามนี้ท่านอ๋องพลาดท่าแล้ว พวกเราต้องรีบหนีออกจากเมืองหลวงให้เร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”หลังจากได้รับรายงานนี้ เซวียกุ้ยเฟยที่กำลังนั่งรอฟังข่าวดีอยู่ในตำหนักถึงกับขว้างจอกชาลงพื้นด้วยความไม่พอใจ“เหตุใดถึงล้มเหลว มิใช่ว่าศึกในครั้งนี้ต้องเป็นพวกเราที่ได้รับชัยชนะมิใช่หรือ”เซวียกุ้ยเฟยโมโหมากที่บุตรชายทำการใหญ่ไม่สำเร็จ ทุกอย่างถูกเตรียมการมานานนับปี แต่โจวหยางเทียนกลับทำไม่สำเร็จ ช่างไม่เอาไหนเสียจริง!“กระหม่อมไม่มีเวลาอธิบาย

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 60 หารือกับครอบครัว

    หลังจากที่สนทนากับองค์รัชทายาทเสร็จเรียบร้อย ลู่ฟางหนิงก็รีบกลับจวนด้วยจิตใจที่สับสนและวุ่นวาย แต่กระนั้นเมื่อรถม้ามาจอดที่ด้านหน้าประตูจวนสกุลลู่ นางก็มิได้เผยท่าทางตื่นตระหนกออกมา ในทางกลับกัน นางรีบตรงไปหาบิดาที่เรือน และเรียกพี่ชายทั้งสองมาปรึกษาหารือร่วมกันแม่ทัพลู่หนิงเหอไม่รู้ว่าบุตรสาวคนรอ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 59 อย่าไว้ใจคนใน

    ก่อนงานเลี้ยงขอบคุณหนิงอ๋องกับหมอเทวดาตงหยางจะเริ่มขึ้นหนึ่งวัน โจวหยางอวี้แอบส่งจดหมายนัดลู่ฟางหนิงออกมาพบที่ด้านนอก เพราะเขามีเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกให้นางรับรู้ลู่ฟางหนิงแม้จะไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทต้องการพบตนด้วยเรื่องอันใด แต่นางก็ออกไปตามนัดหมาย เพราะคิดว่าเรื่องที่องค์รัชทายาทต้องการสนทนากับนาง

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 58 หมอเทวดาตงหยาง

    ไม่กี่วันต่อมา หนิงอ๋องกับหมอเทวดาตงหยางก็เดินทางมาถึงเมืองหลวง การมาของพวกเขาในครั้งนี้เป็นการมาอย่างเร่งรีบเพราะต้องการรักษาอาการประชวรขององค์รัชทายาทโดยเร็วที่สุด หนิงอ๋องจึงมิได้นำกำลังพลมามากนัก จะมีก็เพียงแค่องครักษ์ส่วนตัวสองสามคนที่คอยคุ้มกันความปลอดภัยของหมอเทวดาตงหยางระหว่างการเดินทางเท่า

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 57 สัมพันธ์ลับของรุ่ยอ๋อง

    ตกดึกคืนนั้น โจวหยางเทียนจึงลอบออกไปพบกับลู่อวิ้นเหมย นับตั้งแต่วันที่พวกเขาตกลงร่วมมือกัน พวกเขาก็แอบสานสัมพันธ์กันอย่างลับๆ มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ลู่อวิ้นเหมยก็ยอมพลีกายเป็นสตรีของเขาวันนี้รุ่ยอ๋องจองห้องในเหลาสุราแห่งหนึ่งเอาไว้ ไม่นานคนของเขาก็เดินนำสตรีที่สวมหมวกผ้าโปร่งปิดบ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status