Share

บทที่ 5 รุ่ยอ๋อง

last update Last Updated: 2026-03-09 17:21:44

แม้ซูเยี่ยนหลิงจะเคยพานพบบุรุษรูปงามมามากมาย ทว่านางปฏิเสธไม่ได้ว่ารุ่ยอ๋องเป็นบุรุษที่มีเสน่ห์ชวนให้รู้สึกน่าหลงใหลมากกว่าคนอื่นๆ

หากวันนั้นรถม้าของนางไม่เกิดพังระหว่างทาง นางก็คงไม่ได้รู้จักกับรุ่ยอ๋องเช่นนี้ อีกทั้งวันนี้ยังได้พบกับเขาเข้าโดยบังเอิญ หากไม่กล่าวว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะโชคชะตานำพา นางก็ไม่รู้จะกล่าวว่าอย่างไรแล้ว

  “คารวะท่านอ๋องเพคะ”

ซูเยี่ยนหลิงยอบกายคำนับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทางขวยเขิน ยามที่นางช้อนสายตาขึ้นมองก็พบว่าเขากำลังแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้ ด้วยภาพลักษณ์เช่นนี้จึงทำให้ไม่มีผู้ใดระแคะระคายว่ารุ่ยอ๋องจะหมายปองตำแหน่งรัชทายาทของน้องชายอย่างโจวหยางอวี้ กระทั่งฮ่องเต้เองก็ไม่เคยคิดว่าพระโอรสองค์โตจะมีความคิดที่มักใหญ่ใฝ่สูงเช่นกัน หากแต่ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าภายใต้หน้ากากอันแสนอ่อนโยนนี้จะซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมายเพียงใด

“คราวก่อนที่ท่านอ๋องช่วยหม่อมฉันเอาไว้ หม่อมฉันยังไม่ได้ตอบแทนเลย หากท่านอ๋องไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอเลี้ยงน้ำชาท่านอ๋องสักจอกจะได้หรือไม่เพคะ”

แน่นอนว่าบุญคุณของรุ่ยอ๋องในครั้งนั้น ซูเยี่ยนหลิงไม่มีวันลืม ทว่าการเชิญชวนนี้ก็หาใช่เพื่อตอบแทนบุญคุณเสียทีเดียว แต่เป็นเพราะนางอยากหาโอกาสให้ตนเองได้สนทนากับรุ่ยอ๋องต่างหาก เผื่อความรู้จักใกล้ชิดจะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นตามที่ใจของนางได้คาดหวังเอาไว้

“ไหนๆ วันนี้พวกเราก็พบกันโดยบังเอิญแล้ว ข้าจะปฏิเสธน้ำใจของคุณหนูซูได้อย่างไรเล่า”

เมื่อเห็นว่ารุ่ยอ๋องมิได้ปฏิเสธคำเชิญชวนนั้น ความยินดีพลันบังเกิดขึ้นในใจของซูเยี่ยนหลิง นางเริ่มวาดฝันถึงชีวิตในวันข้างหน้าของตน หากนางได้แต่งเข้าตำหนักอ๋อง นางจะต้องสุขสบายไปทั้งชีวิตแน่ๆ ที่สำคัญฐานะของนางจะต้องเหนือกว่าลู่ฟางหนิงอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็แย้มรอยยิ้มออกมาไม่หยุด

ทว่าโจวหยางเทียนที่มองการกระทำของซูเยี่ยนหลิงอยู่ตลอดเวลากลับเย้ยหยันนางอยู่ภายในใจ เพราะสตรีเช่นนี้เขาจะไม่มีวันยกขึ้นมาเป็นพระชายาอย่างแน่นอน

“เช่นนั้นพวกเราไปดื่มชาที่ร้านตรงนู้นดีหรือไม่เพคะ ผู้คนไม่เยอะ พวกเราจะได้ไม่เป็นที่จับตามอง”

ซูเยี่ยนหลิงชี้ไปยังร้านน้ำชาแห่งหนึ่งซึ่งไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน แม้จะกล่าวว่าไม่อยากให้ใครพบ แต่ความคิดของนางกลับตรงกันข้าม

โจวหยางเทียนแย้มรอยยิ้มให้นาง ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ จากนั้นคนทั้งสองจึงตรงไปยังร้านน้ำชาแห่งนั้นทันทีโดยที่เหล่าคนรับใช้รออยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาทั้งสองอยู่เท่าใดนัก

“ไม่ทราบว่าวันพรุ่งนี้คุณหนูซูจะเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์หรือไม่” โจวหยางเทียนเอ่ยขึ้นหลังจากที่เข้ามานั่งภายในร้านน้ำชาแล้ว

ซูเยี่ยนหลิงได้ยินดังนั้นก็รีบเอ่ยตอบคำถามของรุ่ยอ๋องทันที “เข้าร่วมเพคะ หม่อมฉันจะไปพร้อมกับสหายอีกคนหนึ่ง”

“สหายอย่างนั้นหรือ?”

เห็นสีหน้าสงสัยของรุ่ยอ๋อง ซูเยี่ยนหลิงก็ไม่คิดจะปิดบังว่าสหายผู้นั้นคือใคร นางเอ่ยว่า “นางเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพลู่หนิงเหอ นามว่าลู่ฟางหนิงเพคะ”

โจวหยางเทียนได้ยินดังนั้นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้น ทว่าซูเยี่ยนหลิงที่เพิ่งยกจอกชาขึ้นดื่มกลับไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มนั้น แน่นอนว่าเหตุผลที่โจวหยางเทียนเข้าหาซูเยี่ยนหลิงหาใช่เพราะเขามีใจเสน่หาต่อนาง แต่เพราะว่านางเป็นสหายของลู่ฟางหนิง สตรีที่เป็นเป้าหมายของเขาต่างหาก

หากจะถามว่าเหตุใดเขาไม่เข้าหาลู่ฟางหนิงตั้งแต่แรก แต่กลับเข้าหาซูเยี่ยนหลิงก่อน นั่นก็เพราะว่าลู่ฟางหนิงผู้นั้นถูกแม่ทัพลู่หนิงเหอเลี้ยงดูราวกับไข่ในหิน การจะเข้าถึงตัวนางได้หาใช่เรื่องง่ายดาย ดังนั้นเขาจำต้องใช้ซูเยี่ยนหลิงเป็นสะพานข้ามเสียก่อน เพราะนางเข้าถึงตัวได้ง่ายกว่าลู่ฟางหนิง และดูเหมือนนางจะไม่ค่อยฉลาดเท่าที่ควร คนเช่นนี้แหละที่เหมาะแก่การใช้งานมากที่สุดแล้ว

“คุณหนูซูรู้หรือไม่ว่าการเข้าป่าล่าสัตว์นั้นอันตรายยิ่งนัก ในป่ามีสัตว์ร้ายมากมายที่พร้อมจะทำร้ายเจ้าได้ทุกเมื่อ”

โจวหยางเทียนหาได้เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาลอยๆ หากแต่เขาจงใจเอ่ยเช่นนี้ออกมา เพราะได้วางแผนการบางอย่างเอาไว้แล้ว เพียงแค่รอคอยเวลาที่ซูเยี่ยนหลิงจะตกลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดเอาไว้ก็เท่านั้น

“การเข้าป่าล่าสัตว์อันตรายถึงเพียงนั้นเชียวหรือเพคะ!”

เมื่อได้ยินคำพูดของรุ่ยอ๋อง ดวงหน้าของซูเยี่ยนหลิงก็ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยเข้าป่าล่าสัตว์มาก่อน ปีนี้เป็นปีแรกที่พวกนางได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงาน เดิมทีคิดว่าเป็นเพียงการเข้าป่าล่าสัตว์เพื่อหาความสนุกสนานตามที่ได้ยินคนอื่นเล่าต่อๆ กันมาก็เท่านั้น ไม่คาดคิดว่าภายในป่าจะมีอันตรายหรือสัตว์ร้ายเหมือนเช่นที่รุ่ยอ๋องเอ่ยบอก

โจวหยางเทียนเห็นว่าซูเยี่ยนหลิงเริ่มตกหลุมพรางของตนแล้ว เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “อันตรายสิ ข้าไปล่าสัตว์ครั้งแรกตอนอายุเจ็ดขวบ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเจอตัวอะไร”

ซูเยี่ยนหลิงส่ายหน้า แน่นอนว่านางไม่รู้ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของรุ่ยอ๋องเริ่มจริงจังขึ้นมา นางก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าเขาต้องพบเจอกับสัตว์ที่ดุร้ายมากๆ อย่างแน่นอน

“ข้าเจอเข้ากับหมียักษ์ ยามนั้นหากไม่ได้เหล่าขุนนางกับองครักษ์ช่วยเหลือ ข้าคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้”

“มะ…หมียักษ์หรือเพคะ!”

ซูเยี่ยนหลิงได้ยินเรื่องเล่าของรุ่ยอ๋อง เม็ดเหงื่อก็เริ่มผุดซึมตามกรอบหน้า นางเริ่มจินตนาการว่าหากนางพบสัตว์ขนดุร้ายตัวนั้น นางจะทำเช่นไร ในใจของซูเยี่ยนหลิงเริ่มไม่อยากเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์แล้ว

“แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไป” โจวหยางเทียนเอ่ยขึ้น พลางหยิบสิ่งของบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ จากนั้นจึงยื่นให้กับซูเยี่ยนหลิง “ถุงหอมถุงนี้จะช่วยไล่สัตว์ร้ายไม่ให้เข้ามาใกล้เจ้า รับไว้สิ”

ซูเยี่ยนหลิงรีบรับถุงหอมถุงนั้นมาถือไว้ทันที “ขอบคุณท่านอ๋องที่เป็นห่วงความปลอดภัยของหม่อมฉันเพคะ”

นางมองถุงหอมในมือด้วยความดีใจ เพราะหากรุ่ยอ๋องมอบของล้ำค่าเช่นนี้ให้กับนาง เช่นนั้นก็หมายความว่าเขาเป็นห่วงนางกลัวว่านางจะได้รับอันตรายจากสัตว์ร้ายใช่หรือไม่ แม้ซูเยี่ยนหลิงไม่อยากคิดเข้าข้างตนเอง แต่การกระทำของรุ่ยอ๋องในยามนี้ทำให้นางอดคิดเช่นนั้นไม่ได้

โจวหยางเทียนเมื่อเห็นว่าซูเยี่ยนหลิงตกลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดเอาไว้แล้ว เขาก็เหยียดยิ้มมุมปากออกมา จากนั้นจึงได้ยื่นถุงหอมอีกถุงให้กับนาง

”คุณหนูซูจะไปกับสหายมิใช่หรือ เช่นนั้นก็มอบถุงหอมถุงนี้ให้กับนางด้วยสิ”

ซูเยี่ยนหลิงมองถุงหอมที่รุ่ยอ๋องยื่นมาให้ แม้จะไม่พอใจที่เขามอบมันให้กับลู่ฟางหนิงอีกถุง แต่นางก็ต้องเก็บสีหน้าและอารมณ์เหล่านั้นเอาไว้ ก่อนจะยื่นมือออกไปรับ

“ขอบคุณท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันจะให้หนิงหนิงพกถุงหอมถุงนี้ไว้ติดตัวเช่นเดียวกัน”

โจวหยางเทียนได้ยินดังนั้นจึงแย้มรอยยิ้มกว้างออกมา ซูเยี่ยนหลิงเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนของเขาอารมณ์ที่ไม่พอใจเมื่อครู่ก็พลันหายเป็นปลิดทิ้ง นางบิดตัวด้วยท่าทางเขินอายอีกครั้ง แต่นางกลับไม่รู้ว่าถุงหอมของลู่ฟางหนิงที่อยู่ในมือนั้นหาใช่ถุงหอมธรรมดาเหมือนเช่นถุงหอมของนาง ทว่าด้านในนั้นมีส่วนผสมของสมุนไพรชนิดหนึ่งซึ่งทำให้ม้าเกิดอาการคลุ้มคลั่ง

ในงานเทศกาลล่าสัตว์ปีนี้ โจวหยางเทียนจะต้องทำให้ลู่ฟางหนิงตกหลุมรักเขาให้ได้ซึ่งวิธีการนั้นก็คือ เขาจะเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงาม การพบกันครั้งแรกของพวกเขาทั้งสองคน เขาจะต้องทำให้ลู่ฟางหนิงเกิดความประทับใจ แม้วิธีการนั้นจะไม่เถรตรงสักเท่าใด แต่เขาก็หาได้ใส่ใจนัก ขอเพียงแผนการของเขาสำเร็จก็เป็นพอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 10 แผนการของสกุลเซวีย

    หลังจากที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานรางวัลให้กับผู้ชนะเสร็จสิ้น เทศกาลล่าสัตว์ในปีนี้ก็ได้สิ้นสุดลง ขบวนรถม้าของเหล่าเชื้อพระวงศ์เริ่มทะยอยเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ขณะที่ขบวนรถม้าของเหล่าขุนนางและครอบครัวจำต้องรั้งรอเพื่อติดตามไปทีหลัง ซูเยี่ยนหลิงจึงอาศัยช่วงจังหวะนี้เข้าไปสนทนากับลู่ฟางหนิงที่กำลังเตรียมตัวออกเดินทางเหมือนกับคนอื่นๆ“หนิงหนิงเจ้าได้ล่ากระต่ายป่ามาให้ข้าหรือไม่”ก่อนหน้านี้ซูเยี่ยนหลิงเคยขอร้องให้ลู่ฟางหนิงล่ากระต่ายป่ามาให้นาง ดังนั้นเมื่อการล่าสัตว์จบลงนางจึงมาทวงถามตามคำสัญญานั้น เมื่อกลับเมืองหลวงไปแล้ว นางจะได้นำกระต่ายป่าไปโอ้อวดเพราะต้องการให้ตนเองดูโดดเด่นในหมู่สตรีวัยเดียวกันโดยที่ผลงานทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นของลู่ฟางหนิงทั้งสิ้นลู่ฟางหนิงเมื่อพบว่าซูเยี่ยนหลิงเดินมาหาตน นางก็ลอบกรอกตาด้วยความเบื่อหน่าย เพราะนางไม่อยากเห็นหน้าสตรีนางนี้อีกต่อไปแล้ว แต่กระนั้นนางก็ยังต้องเก็บกลั้นอารมณ์นั้นเอาไว้ แล้วหันกลับไปเอ่ยตอบซูเยี่ยนหลิงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเจ้า ข้าจึงไม่ได้เข้าป่าล่าสัตว์ต่อ นอกจากไก่ป่าสองตัว ข้าก็ล่าอย่างอื่นไม่ได้อีกเลย”ซูเยี

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 9 ความตั้งใจของลู่ฟางหนิง

    ลู่ฟางหนิงไม่เข้าใจตนเองเช่นกันว่าเป็นเพราะเหตุใดนางถึงได้เดินหนีโจวหยางอวี้มาเช่นนี้ หรืออาจเป็นเพราะในชีวิตก่อนนางเคยทำผิดไว้กับเขา เมื่อต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง นางจึงยังไม่มีความกล้ามากพอที่จะสนทนากับเขา“หนิงหนิงเจ้าเป็นอันใดหรือ เหตุใดสีหน้าถึงได้เป็นเช่นนั้น”ลู่เหว่ยหรงเอ่ยถามน้องสาว เมื่อเห็นว่านางเดินกลับมายังกระโจมที่พักด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าใดนัก อาการของซูเยี่ยนหลิงก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงขนาดนั้น เพราะรุ่ยอ๋องช่วยเหลือไว้ได้ทัน ดังนั้นเขาจึงคิดว่าอาการป่วยของนางอาจกำเริบขึ้นมา“หรือว่าเจ้าไข้ขึ้น?” ลู่เหว่ยหรงเอื้อมมือไปวัดความร้อนบนหน้าผากของน้องสาว แต่เมื่อพบว่านางไม่มีความผิดปกติอันใด คิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดมุ่นเข้าหากันลู่ฟางหนิงดึงมือพี่ชายคนรองออก เอ่ยว่า “ข้ามิได้เป็นอันใดเจ้าค่ะ พี่รองอย่าได้เป็นกังวลไปเลย ข้าแค่เหนื่อยจากการเข้าป่าล่าสัตว์เท่านั้น พักผ่อนสักประเดี๋ยวคงจะดีขึ้น”ลู่เหว่ยหรงได้ยินน้องสาวเอ่ยบอกเช่นนั้นจึงพยักหน้าเข้าใจ “เช่นนั้นเจ้าก็รีบพักผ่อนเถิด หากถึงเวลาอาหารเย็นแล้วเดี๋ยวข้าจะมาเรียกอีกครั้ง”“เจ้าค่ะ” ลู่ฟางหนิงรับคำ ก่อนจะเดินเข้ากระโจมที

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 8 ความผิดในชาติก่อน

    แม้โจวหยางเทียนจะโมโหมากเพียงใดที่แผนการของตนล้มเหลว แต่กระนั้น เขาก็ยังประคองร่างของซูเยี่ยนหลิงมาส่งยังกระโจมที่พักของอีกฝ่ายราวกับเป็นห่วงนางจากใจจริง ทว่าความเป็นจริงนั้นเขากลับก่นด่านางในใจว่าไม่ได้เรื่อง แค่มอบถุงหอมถุงเดียวให้กับลู่ฟางหนิงก็ทำไม่สำเร็จ เช่นนี้เขาจะใช้ประโยชน์อันใดจากนางได้อีกทว่าซูเยี่ยนหลิงที่ถูกรุ่ยอ๋องประคองมายังกระโจมที่พักกลับคิดเข้าข้างตนเองว่าเขามีความรู้สึกที่พิเศษมอบให้กับนาง มิเช่นนั้น เขาคงไม่ประคองนางมาส่งถึงที่พักเช่นนี้ทางด้านของลู่จางหมิ่นกับลู่เหว่ยหรงที่ล่ากวางมาได้หลายตัว เมื่อได้ยินว่าสหายของน้องสาวเกิดอันตรายก็รีบมาดูอาการของนางด้วยความห่วงใยทันที เพราะพวกเขาก็เห็นซูเยี่ยนหลิงเป็นน้องสาวคนหนึ่งเช่นกัน แม้พวกเขาอยากจะหาสาเหตุการคลุ้มคลั่งของม้า ทว่าลู่ฟางหนิงกลับเอ่ยห้ามเอาไว้ บอกว่าม้าของซูเยี่ยนหลิงอาจจะเพียงแค่ตกใจเท่านั้น เพราะนางไม่อยากให้ซูเยี่ยนหลิงรู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนการของโจวหยางเทียนนางอยากให้ชีวิตของซูเยี่ยนหลิงและครอบครัวพังพินาศเหมือนกับนางในชาติที่แล้วก่อน ตอนนั้นบอกความจริงกับอีกฝ่ายก็นับว่ายังไม่สายเกินไป“พี่ใหญ่ พี่รอง ข

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 7 สับเปลี่ยนโชคชะตา

    หลังจากที่ได้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์จนเสร็จเรียบร้อย ทุกคนจึงได้มารวมตัวกันที่ลานพิธี เมื่อฮ่องเต้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ เทศกาลล่าสัตว์จึงได้เริ่มต้นขึ้นในขณะที่เหล่าบุรุษเข้าป่าล่าสัตว์ กลุ่มของฮองเฮา สนมชายาและเหล่าสตรีชนชั้นสูงบางคนที่ไม่ชอบกิจกรรมผาดโผนก็ได้รั้งรออยู่ยังที่พัก ระหว่างนี้ฮองเฮาได้จัดงานเลี้ยงน้ำชาขึ้น เพื่อให้เหล่าสตรีทั้งหลายรู้สึกไม่เบื่อหน่าย แต่กระนั้นก็ยังมีสตรีหลายคนที่เข้าป่าตามเหล่าบุรุษไปล่าสัตว์ หนึ่งในนั้นคือกลุ่มขององค์หญิงสามซึ่งเป็นพระธิดาเพียงพระองค์เดียวของฮองเฮาเมื่อสตรีหลายนางเห็นองค์หญิงสามเป็นผู้นำกลุ่มสตรีเข้าป่าล่าสัตว์ หลายคนก็ควบอาชาตามนางไป ส่วนมากเพื่อต้องการประจบเอาใจ เพราะองค์หญิงสามเป็นพี่น้องร่วมอุทรกับองค์รัชทายาท หากพวกนางสามารถตีสนิทกับองค์หญิงสามได้ การเข้าถึงองค์รัชทายาทก็คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวซูเยี่ยนหลิงเห็นว่าสตรีหลายคนติดตามองค์หญิงสามไปแล้ว นางก็เอ่ยคะยั้นคะยอให้ลู่ฟางหนิงตามไปเช่นกัน “ฟางหนิง พวกเราติดตามกลุ่มขององค์หญิงสามไปกันเถิด”ลู่ฟางหนิงได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าปฏิเสธ หากนางติดตามกลุ่มขององค์หญิงสามไป เหตุการณ์เหมือนในช

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 6 ถุงหอมมีปัญหา

    เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวสกุลลู่ทั้งสี่ชีวิตกำลังเตรียมตัวเดินทางไปเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ที่ภายในหนึ่งปีจะจัดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น และปีนี้ก็เป็นปีแรกที่ลู่ฟางหนิงสามารถเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ได้ลู่ฮูหยินออกมาส่งสามี บุตรชายและบุตรสาวขึ้นรถม้าที่หน้าประตูจวน ภายในใจของนางยังมีความกังวลมากมายเพราะบุตรสาวเพิ่งหายจากอาการป่วย แม้ในใจของลู่ฮูหยินไม่อยากให้ลู่ฟางหนิงเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ครั้งนี้ แต่ในเมื่อบุตรสาวขอร้องอ้อนวอนขนาดนั้น นางจะใจจืดใจดำรั้งบุตรสาวไว้ได้อย่างไร ดังนั้นลู่ฮูหยินจึงกำชับให้สามีและบุตรชายทั้งสองคนดูแลลู่ฟางหนิงให้มากเป็นพิเศษ อย่าให้นางได้รับอันตรายใดๆ เด็ดขาด“ท่านแม่อย่าเป็นกังวลเลย ท่านพ่อ พี่ใหญ่และพี่รองมีฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจขนาดนั้น คงไม่ปล่อยให้ข้าได้รับอันตรายง่ายๆ หรอกเจ้าค่ะ”ลู่ฟางหนิงผละออกจากอ้อมกอดของมารดา พร้อมกับพูดปลอบใจให้นางเลิกกังวลเสียที ทว่าลู่ฮูหยินก็ยังไม่สามารถคลายความกังวลได้ อย่างไรลู่ฟางหนิงก็เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนาง ลู่หนิงเหอเห็นเช่นนั้นก็เข้าไปโอบบ่าภรรยา กล่าวว่า “ฮูหยินไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลหนิงหนิงของพวกเราเ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 5 รุ่ยอ๋อง

    แม้ซูเยี่ยนหลิงจะเคยพานพบบุรุษรูปงามมามากมาย ทว่านางปฏิเสธไม่ได้ว่ารุ่ยอ๋องเป็นบุรุษที่มีเสน่ห์ชวนให้รู้สึกน่าหลงใหลมากกว่าคนอื่นๆหากวันนั้นรถม้าของนางไม่เกิดพังระหว่างทาง นางก็คงไม่ได้รู้จักกับรุ่ยอ๋องเช่นนี้ อีกทั้งวันนี้ยังได้พบกับเขาเข้าโดยบังเอิญ หากไม่กล่าวว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะโชคชะตานำพา นางก็ไม่รู้จะกล่าวว่าอย่างไรแล้ว “คารวะท่านอ๋องเพคะ”ซูเยี่ยนหลิงยอบกายคำนับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทางขวยเขิน ยามที่นางช้อนสายตาขึ้นมองก็พบว่าเขากำลังแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้ ด้วยภาพลักษณ์เช่นนี้จึงทำให้ไม่มีผู้ใดระแคะระคายว่ารุ่ยอ๋องจะหมายปองตำแหน่งรัชทายาทของน้องชายอย่างโจวหยางอวี้ กระทั่งฮ่องเต้เองก็ไม่เคยคิดว่าพระโอรสองค์โตจะมีความคิดที่มักใหญ่ใฝ่สูงเช่นกัน หากแต่ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าภายใต้หน้ากากอันแสนอ่อนโยนนี้จะซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมายเพียงใด“คราวก่อนที่ท่านอ๋องช่วยหม่อมฉันเอาไว้ หม่อมฉันยังไม่ได้ตอบแทนเลย หากท่านอ๋องไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอเลี้ยงน้ำชาท่านอ๋องสักจอกจะได้หรือไม่เพคะ”แน่นอนว่าบุญคุณของรุ่ยอ๋องในครั้งนั้น ซูเยี่ยนหลิงไม่มีวันลืม ทว่าการเชิญชวนนี้ก็หาใช่เพื่อตอบแทนบุญคุณเสียท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status