Share

บทที่ 8 ความผิดในชาติก่อน

last update Last Updated: 2026-03-12 03:39:31

แม้โจวหยางเทียนจะโมโหมากเพียงใดที่แผนการของตนล้มเหลว แต่กระนั้น เขาก็ยังประคองร่างของซูเยี่ยนหลิงมาส่งยังกระโจมที่พักของอีกฝ่ายราวกับเป็นห่วงนางจากใจจริง ทว่าความเป็นจริงนั้นเขากลับก่นด่านางในใจว่าไม่ได้เรื่อง แค่มอบถุงหอมถุงเดียวให้กับลู่ฟางหนิงก็ทำไม่สำเร็จ เช่นนี้เขาจะใช้ประโยชน์อันใดจากนางได้อีก

ทว่าซูเยี่ยนหลิงที่ถูกรุ่ยอ๋องประคองมายังกระโจมที่พักกลับคิดเข้าข้างตนเองว่าเขามีความรู้สึกที่พิเศษมอบให้กับนาง มิเช่นนั้น เขาคงไม่ประคองนางมาส่งถึงที่พักเช่นนี้

ทางด้านของลู่จางหมิ่นกับลู่เหว่ยหรงที่ล่ากวางมาได้หลายตัว เมื่อได้ยินว่าสหายของน้องสาวเกิดอันตรายก็รีบมาดูอาการของนางด้วยความห่วงใยทันที เพราะพวกเขาก็เห็นซูเยี่ยนหลิงเป็นน้องสาวคนหนึ่งเช่นกัน แม้พวกเขาอยากจะหาสาเหตุการคลุ้มคลั่งของม้า ทว่าลู่ฟางหนิงกลับเอ่ยห้ามเอาไว้ บอกว่าม้าของซูเยี่ยนหลิงอาจจะเพียงแค่ตกใจเท่านั้น เพราะนางไม่อยากให้ซูเยี่ยนหลิงรู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนการของโจวหยางเทียน

นางอยากให้ชีวิตของซูเยี่ยนหลิงและครอบครัวพังพินาศเหมือนกับนางในชาติที่แล้วก่อน ตอนนั้นบอกความจริงกับอีกฝ่ายก็นับว่ายังไม่สายเกินไป

“พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าว่าม้าของเยี่ยนหลิงคงไม่ได้มีอะไรหรอก มันอาจจะแค่ตื่นตกใจกลัวก็เท่านั้น อีกอย่างท่านอ๋องก็ช่วยนางจนปลอดภัยแล้ว พวกท่านไม่ต้องกังวลเรื่องนี้หรอก”

“ข้าเองก็คิดเห็นเช่นเดียวกันกับนาง พวกเจ้าไม่ต้องสืบหาสาเหตุให้มากความหรอก มิสู้เอาเวลาที่เหลือเข้าป่าล่าสัตว์มาให้ได้เยอะๆ จะไม่ดีกว่าหรือ” โจวหยางเทียนเองก็เห็นด้วยกับลู่ฟางหนิง เพราะหากมีการตรวจสอบขึ้นมาจริงๆ ซูเยี่ยนหลิงต้องรู้แน่ว่าเป็นฝีมือของเขา และนางอาจจะรู้ด้วยว่าเขากำลังหลอกใช้นางอยู่ จากนี้หากเขาต้องการใช้ประโยชน์จากนางเพื่อเข้าหาลู่ฟางหนิงอีกครั้งคงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป

ลู่จางหมิ่นและลู่เหว่ยหรงเมื่อได้ยินน้องสาวกับรุ่ยอ๋องเอ่ยเช่นนั้น เขาจึงละทิ้งความตั้งใจที่จะหาสาเหตุอาการคลุ้มคลั่งของม้า อย่างไรคนก็ปลอดภัยแล้ว สู้เอาเวลาที่เหลือเข้าป่าล่าสัตว์เพื่อชิงเงินรางวัลดีกว่า

ส่วนทางด้านของซูเยี่ยนหลิงก็คิดว่าที่ม้าของนางวิ่งเตลิดเปิดเปิงเข้าป่าเพราะลู่ฟางหนิงทำให้มันตกใจ ที่สำคัญนางเห็นตอนที่ลู่ฟางหนิงตบหลังม้าพอดี แต่กระนั้นนางก็ไม่คิดจะโทษลู่ฟางหนิง เพราะหากไม่ได้อีกฝ่ายช่วยทำให้ม้าของนางคลุ้มคลั่ง นางกับรุ่ยอ๋องก็คงไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกันเช่นนี้

เรื่องราวในครั้งนี้ซูเยี่ยนหลิงจึงไม่ติดใจเอาความ

หลังจากที่ชายหนุ่มทั้งสามคนจากไปแล้ว ลู่ฟางหนิงกับซูเยี่ยนหลิงจึงอยู่ด้วยกันในกระโจมที่พักตามลำพัง แม้ลู่ฟางหนิงไม่อยากจะเชื่อว่าสตรีตรงหน้าจะกล้าแทงข้างหลังของนาง แต่ในเมื่อนางได้ผ่านความตายมาแล้วรอบหนึ่ง นางจำต้องเชื่อในสิ่งที่นางรับรู้มา

ลู่ฟางหนิงหันไปทางซูเยี่ยนหลิง ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าสงสัยเพราะต้องการหลอกถามอะไรบางอย่างจากอีกฝ่าย นางอยากรู้ยิ่งนักว่าซูเยี่ยนหลิงกับโจวหยางเทียนไปรู้จักกันตอนไหน และพวกมันวางแผนหลอกใช้นางตั้งแต่เมื่อใด

“เยี่ยนหลิง เจ้ารู้จักกับรุ่ยอ๋องด้วยหรือ เหตุใดก่อนหน้านี้เจ้าถึงไม่เคยเล่าเรื่องของเขาให้ข้าฟังเลย”

แน่นอนว่าในชาติก่อน ลู่ฟางหนิงจดจำได้เป็นอย่างดีว่าซูเยี่ยนหลิงไม่เคยเอ่ยเรื่องของโจวหยางเทียนให้นางฟังเลยแม้เพียงสักครั้งเดียว นางถึงไม่เคยรู้เลยว่าพวกเขาทั้งสองคนไปรู้จักกันและรวมหัวกันหลอกใช้นางตอนไหน แต่ในตอนนี้เหตุการณ์ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ซูเยี่ยนหลิงจะต้องยอมบอกเรื่องนั้นกับนางอย่างแน่นอน เพราะอีกฝ่ายคงอยากจะโอ้อวดนางเต็มทนแล้วกระมัง

ซูเยี่ยนหลิงได้ยินคำถามของลู่ฟางหนิง นางก็พยักหน้าตอบรับด้วยท่าทางเขินอาย ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้เอ่ยเรื่องของรุ่ยอ๋องให้ลู่ฟางหนิงฟัง เพราะนางกลัวว่าลู่ฟางหนิงจะเกิดความสนใจในตัวของรุ่ยอ๋องเช่นเดียวกัน นางถึงไม่เคยเอ่ยเรื่องของรุ่ยอ๋องให้อีกฝ่ายได้รับรู้ แต่ในยามนี้นางไม่จำเป็นต้องปิดบังแล้ว เพราะดูเหมือนว่ารุ่ยอ๋องจะสนใจนางมากกว่าลู่ฟางหนิง

“ข้ากับรุ่ยอ๋อง พวกเรารู้จักกันเมื่อหนึ่งเดือนก่อน…”

ยามที่เอ่ยเรื่องนี้ออกมา ดวงหน้าของซูเยี่ยนหลิงก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อก่อนยามที่ได้เห็นรอยยิ้มนี้ ลู่ฟางหนิงก็คิดว่าเป็นรอยยิ้มที่จริงใจจากสหายคนหนึ่ง แต่เมื่อได้ผ่านอะไรมามากมาย นางถึงได้รู้ว่ารอยยิ้มนี้เป็นเพียงแค่ความจอมปลอมที่ซูเยี่ยนหลิงใช้หลอกนางมาโดยตลอดเท่านั้น

“ตอนนั้นรถม้าของข้าเกิดพังระหว่างทาง ทว่าโชคดีที่ได้ท่านอ๋องมาช่วยเอาไว้ คาดไม่ถึงว่าครั้งนี้ที่ม้าของข้าเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา จะเป็นเขาที่เข้ามาช่วยเหลืออีก หรือว่าจะเป็นเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิตที่ทำให้ข้ากับท่านอ๋องได้มาพบกันอีกครั้ง”

ยามที่ได้ยินน้ำเสียงที่คล้ายจะเยินยอโจวหยางเทียนอยู่ในที ลู่ฟางหนิงก็รับรู้ได้ว่าซูเยี่ยนหลิงในยามนี้จะต้องมีใจให้กับเขาแล้วแน่ๆ ชาติก่อนมิใช่เพียงแค่นางที่ตกหลุมรักโจวหยางเทียนเพราะความอ่อนโยนของเขา แต่ซูเยี่ยนหลิงก็ตกหลุมรักเขาเช่นกัน และบุรุษชั่วอย่างเขาก็หลอกใช้ความรักจากนางทั้งสองคน เพียงแต่ซูเยี่ยนหลิงกลับหักหลังนาง ทั้งๆ ที่รู้ความจริงว่าเขาหลอกใช้นาง ชาตินี้ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้น นางจะเอาคืนพวกมันทั้งสองให้สาสมกับสิ่งที่ทำไว้กับนางและครอบครัวในชาติก่อน

ยามที่นึกถึงเรื่องราวในอดีตของตนเองทีไร ไฟแค้นในใจของลู่ฟางหนิงก็ปะทุออกมาจนยากจะควบคุม และหากว่านางยังอยู่ตรงนี้ต่อ นางอาจจะพลั้งมือฆ่าซูเยี่ยนหลิงไปแล้วก็ได้ ดังนั้นนางจึงรีบออกจากกระโจมที่พักของซูเยี่ยนหลิง โดยให้เหตุผลว่านางเหนื่อยแล้วอยากกลับไปพักผ่อน ทว่าความเป็นจริงนางกลับเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย เพื่อให้จิตใจที่รุ่มร้อนของตนได้สงบลง

ทว่าเดินไปได้เพียงไม่นาน นางกลับพบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่ง แม้ดวงหน้าของเขาจะนิ่งขรึมราวกับก้อนน้ำแข็งอยู่ตลอดเวลา ทว่ากลับเป็นดวงหน้าที่สตรีหลายนางต่างใฝ่ฝันหา และอยากครอบครองหัวใจของเขามากที่สุด

เมื่อลู่ฟางหนิงได้พบกับโจวหยางอวี้อีกครั้ง ความรู้สึกผิดในใจก็เริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิด ใช่แล้ว… ชายหนุ่มผู้นี้คือคนที่ยอมปลิดชีพตนเองทิ้ง เพียงเพราะไม่อยากให้มือของนางแปดเปื้อนเลือดของผู้คนเพื่อโจวหยางเทียน

อีกทั้งก่อนที่จะใช้มีดสั้นปลิดชีพตนเอง โจวหยางอวี้ยังทำเรื่องที่ทำให้นางต้องตกตะลึงนั่นคือการสารภาพรักกับนาง แม้จะไม่รู้ว่าเขามีใจให้นางตั้งแต่เมื่อใด ทว่าเมื่อได้เผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง นางจึงไม่กล้าสู้หน้าเขา เพราะภายในใจของนางรู้สึกผิดเหลือเกิน

และเมื่อความรู้สึกผิดภายในใจเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด ลู่ฟางหนิงจึงตัดสินใจหันหลังเดินจากไปเสียดื้อๆ แม้การกระทำของนางในยามนี้จะเป็นการกระทำที่เสียมารยาทกับองค์รัชทายาท และอาจถูกลงโทษได้ แต่นางก็ไม่สามารถเผชิญหน้ากับเขาได้อีกครั้งจริงๆ ขอเวลาให้นางมากกว่านี้อีกสักหน่อยเถิด

เมื่อพบว่าลู่ฟางหนิงทำราวกับหนีหน้าตน โจวหยางอวี้ก็คิดที่จะเอ่ยรั้งนางไว้ หากแต่ยามนั้นกลับมีสตรีกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาขัดขวางไว้เสียก่อน โจวหยางอวี้จึงได้แต่มองตามแผ่นหลังของลู่ฟางหนิงไปจนลับสายตา โดยไม่มีโอกาสได้สนทนากับนางอย่างที่ตั้งใจเอาไว้เลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 10 แผนการของสกุลเซวีย

    หลังจากที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานรางวัลให้กับผู้ชนะเสร็จสิ้น เทศกาลล่าสัตว์ในปีนี้ก็ได้สิ้นสุดลง ขบวนรถม้าของเหล่าเชื้อพระวงศ์เริ่มทะยอยเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ขณะที่ขบวนรถม้าของเหล่าขุนนางและครอบครัวจำต้องรั้งรอเพื่อติดตามไปทีหลัง ซูเยี่ยนหลิงจึงอาศัยช่วงจังหวะนี้เข้าไปสนทนากับลู่ฟางหนิงที่กำลังเตรียมตัวออกเดินทางเหมือนกับคนอื่นๆ“หนิงหนิงเจ้าได้ล่ากระต่ายป่ามาให้ข้าหรือไม่”ก่อนหน้านี้ซูเยี่ยนหลิงเคยขอร้องให้ลู่ฟางหนิงล่ากระต่ายป่ามาให้นาง ดังนั้นเมื่อการล่าสัตว์จบลงนางจึงมาทวงถามตามคำสัญญานั้น เมื่อกลับเมืองหลวงไปแล้ว นางจะได้นำกระต่ายป่าไปโอ้อวดเพราะต้องการให้ตนเองดูโดดเด่นในหมู่สตรีวัยเดียวกันโดยที่ผลงานทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นของลู่ฟางหนิงทั้งสิ้นลู่ฟางหนิงเมื่อพบว่าซูเยี่ยนหลิงเดินมาหาตน นางก็ลอบกรอกตาด้วยความเบื่อหน่าย เพราะนางไม่อยากเห็นหน้าสตรีนางนี้อีกต่อไปแล้ว แต่กระนั้นนางก็ยังต้องเก็บกลั้นอารมณ์นั้นเอาไว้ แล้วหันกลับไปเอ่ยตอบซูเยี่ยนหลิงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเจ้า ข้าจึงไม่ได้เข้าป่าล่าสัตว์ต่อ นอกจากไก่ป่าสองตัว ข้าก็ล่าอย่างอื่นไม่ได้อีกเลย”ซูเยี

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 9 ความตั้งใจของลู่ฟางหนิง

    ลู่ฟางหนิงไม่เข้าใจตนเองเช่นกันว่าเป็นเพราะเหตุใดนางถึงได้เดินหนีโจวหยางอวี้มาเช่นนี้ หรืออาจเป็นเพราะในชีวิตก่อนนางเคยทำผิดไว้กับเขา เมื่อต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง นางจึงยังไม่มีความกล้ามากพอที่จะสนทนากับเขา“หนิงหนิงเจ้าเป็นอันใดหรือ เหตุใดสีหน้าถึงได้เป็นเช่นนั้น”ลู่เหว่ยหรงเอ่ยถามน้องสาว เมื่อเห็นว่านางเดินกลับมายังกระโจมที่พักด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าใดนัก อาการของซูเยี่ยนหลิงก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงขนาดนั้น เพราะรุ่ยอ๋องช่วยเหลือไว้ได้ทัน ดังนั้นเขาจึงคิดว่าอาการป่วยของนางอาจกำเริบขึ้นมา“หรือว่าเจ้าไข้ขึ้น?” ลู่เหว่ยหรงเอื้อมมือไปวัดความร้อนบนหน้าผากของน้องสาว แต่เมื่อพบว่านางไม่มีความผิดปกติอันใด คิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดมุ่นเข้าหากันลู่ฟางหนิงดึงมือพี่ชายคนรองออก เอ่ยว่า “ข้ามิได้เป็นอันใดเจ้าค่ะ พี่รองอย่าได้เป็นกังวลไปเลย ข้าแค่เหนื่อยจากการเข้าป่าล่าสัตว์เท่านั้น พักผ่อนสักประเดี๋ยวคงจะดีขึ้น”ลู่เหว่ยหรงได้ยินน้องสาวเอ่ยบอกเช่นนั้นจึงพยักหน้าเข้าใจ “เช่นนั้นเจ้าก็รีบพักผ่อนเถิด หากถึงเวลาอาหารเย็นแล้วเดี๋ยวข้าจะมาเรียกอีกครั้ง”“เจ้าค่ะ” ลู่ฟางหนิงรับคำ ก่อนจะเดินเข้ากระโจมที

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 8 ความผิดในชาติก่อน

    แม้โจวหยางเทียนจะโมโหมากเพียงใดที่แผนการของตนล้มเหลว แต่กระนั้น เขาก็ยังประคองร่างของซูเยี่ยนหลิงมาส่งยังกระโจมที่พักของอีกฝ่ายราวกับเป็นห่วงนางจากใจจริง ทว่าความเป็นจริงนั้นเขากลับก่นด่านางในใจว่าไม่ได้เรื่อง แค่มอบถุงหอมถุงเดียวให้กับลู่ฟางหนิงก็ทำไม่สำเร็จ เช่นนี้เขาจะใช้ประโยชน์อันใดจากนางได้อีกทว่าซูเยี่ยนหลิงที่ถูกรุ่ยอ๋องประคองมายังกระโจมที่พักกลับคิดเข้าข้างตนเองว่าเขามีความรู้สึกที่พิเศษมอบให้กับนาง มิเช่นนั้น เขาคงไม่ประคองนางมาส่งถึงที่พักเช่นนี้ทางด้านของลู่จางหมิ่นกับลู่เหว่ยหรงที่ล่ากวางมาได้หลายตัว เมื่อได้ยินว่าสหายของน้องสาวเกิดอันตรายก็รีบมาดูอาการของนางด้วยความห่วงใยทันที เพราะพวกเขาก็เห็นซูเยี่ยนหลิงเป็นน้องสาวคนหนึ่งเช่นกัน แม้พวกเขาอยากจะหาสาเหตุการคลุ้มคลั่งของม้า ทว่าลู่ฟางหนิงกลับเอ่ยห้ามเอาไว้ บอกว่าม้าของซูเยี่ยนหลิงอาจจะเพียงแค่ตกใจเท่านั้น เพราะนางไม่อยากให้ซูเยี่ยนหลิงรู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนการของโจวหยางเทียนนางอยากให้ชีวิตของซูเยี่ยนหลิงและครอบครัวพังพินาศเหมือนกับนางในชาติที่แล้วก่อน ตอนนั้นบอกความจริงกับอีกฝ่ายก็นับว่ายังไม่สายเกินไป“พี่ใหญ่ พี่รอง ข

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 7 สับเปลี่ยนโชคชะตา

    หลังจากที่ได้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์จนเสร็จเรียบร้อย ทุกคนจึงได้มารวมตัวกันที่ลานพิธี เมื่อฮ่องเต้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ เทศกาลล่าสัตว์จึงได้เริ่มต้นขึ้นในขณะที่เหล่าบุรุษเข้าป่าล่าสัตว์ กลุ่มของฮองเฮา สนมชายาและเหล่าสตรีชนชั้นสูงบางคนที่ไม่ชอบกิจกรรมผาดโผนก็ได้รั้งรออยู่ยังที่พัก ระหว่างนี้ฮองเฮาได้จัดงานเลี้ยงน้ำชาขึ้น เพื่อให้เหล่าสตรีทั้งหลายรู้สึกไม่เบื่อหน่าย แต่กระนั้นก็ยังมีสตรีหลายคนที่เข้าป่าตามเหล่าบุรุษไปล่าสัตว์ หนึ่งในนั้นคือกลุ่มขององค์หญิงสามซึ่งเป็นพระธิดาเพียงพระองค์เดียวของฮองเฮาเมื่อสตรีหลายนางเห็นองค์หญิงสามเป็นผู้นำกลุ่มสตรีเข้าป่าล่าสัตว์ หลายคนก็ควบอาชาตามนางไป ส่วนมากเพื่อต้องการประจบเอาใจ เพราะองค์หญิงสามเป็นพี่น้องร่วมอุทรกับองค์รัชทายาท หากพวกนางสามารถตีสนิทกับองค์หญิงสามได้ การเข้าถึงองค์รัชทายาทก็คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวซูเยี่ยนหลิงเห็นว่าสตรีหลายคนติดตามองค์หญิงสามไปแล้ว นางก็เอ่ยคะยั้นคะยอให้ลู่ฟางหนิงตามไปเช่นกัน “ฟางหนิง พวกเราติดตามกลุ่มขององค์หญิงสามไปกันเถิด”ลู่ฟางหนิงได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าปฏิเสธ หากนางติดตามกลุ่มขององค์หญิงสามไป เหตุการณ์เหมือนในช

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 6 ถุงหอมมีปัญหา

    เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวสกุลลู่ทั้งสี่ชีวิตกำลังเตรียมตัวเดินทางไปเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ที่ภายในหนึ่งปีจะจัดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น และปีนี้ก็เป็นปีแรกที่ลู่ฟางหนิงสามารถเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ได้ลู่ฮูหยินออกมาส่งสามี บุตรชายและบุตรสาวขึ้นรถม้าที่หน้าประตูจวน ภายในใจของนางยังมีความกังวลมากมายเพราะบุตรสาวเพิ่งหายจากอาการป่วย แม้ในใจของลู่ฮูหยินไม่อยากให้ลู่ฟางหนิงเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ครั้งนี้ แต่ในเมื่อบุตรสาวขอร้องอ้อนวอนขนาดนั้น นางจะใจจืดใจดำรั้งบุตรสาวไว้ได้อย่างไร ดังนั้นลู่ฮูหยินจึงกำชับให้สามีและบุตรชายทั้งสองคนดูแลลู่ฟางหนิงให้มากเป็นพิเศษ อย่าให้นางได้รับอันตรายใดๆ เด็ดขาด“ท่านแม่อย่าเป็นกังวลเลย ท่านพ่อ พี่ใหญ่และพี่รองมีฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจขนาดนั้น คงไม่ปล่อยให้ข้าได้รับอันตรายง่ายๆ หรอกเจ้าค่ะ”ลู่ฟางหนิงผละออกจากอ้อมกอดของมารดา พร้อมกับพูดปลอบใจให้นางเลิกกังวลเสียที ทว่าลู่ฮูหยินก็ยังไม่สามารถคลายความกังวลได้ อย่างไรลู่ฟางหนิงก็เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนาง ลู่หนิงเหอเห็นเช่นนั้นก็เข้าไปโอบบ่าภรรยา กล่าวว่า “ฮูหยินไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลหนิงหนิงของพวกเราเ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 5 รุ่ยอ๋อง

    แม้ซูเยี่ยนหลิงจะเคยพานพบบุรุษรูปงามมามากมาย ทว่านางปฏิเสธไม่ได้ว่ารุ่ยอ๋องเป็นบุรุษที่มีเสน่ห์ชวนให้รู้สึกน่าหลงใหลมากกว่าคนอื่นๆหากวันนั้นรถม้าของนางไม่เกิดพังระหว่างทาง นางก็คงไม่ได้รู้จักกับรุ่ยอ๋องเช่นนี้ อีกทั้งวันนี้ยังได้พบกับเขาเข้าโดยบังเอิญ หากไม่กล่าวว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะโชคชะตานำพา นางก็ไม่รู้จะกล่าวว่าอย่างไรแล้ว “คารวะท่านอ๋องเพคะ”ซูเยี่ยนหลิงยอบกายคำนับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทางขวยเขิน ยามที่นางช้อนสายตาขึ้นมองก็พบว่าเขากำลังแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้ ด้วยภาพลักษณ์เช่นนี้จึงทำให้ไม่มีผู้ใดระแคะระคายว่ารุ่ยอ๋องจะหมายปองตำแหน่งรัชทายาทของน้องชายอย่างโจวหยางอวี้ กระทั่งฮ่องเต้เองก็ไม่เคยคิดว่าพระโอรสองค์โตจะมีความคิดที่มักใหญ่ใฝ่สูงเช่นกัน หากแต่ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าภายใต้หน้ากากอันแสนอ่อนโยนนี้จะซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมายเพียงใด“คราวก่อนที่ท่านอ๋องช่วยหม่อมฉันเอาไว้ หม่อมฉันยังไม่ได้ตอบแทนเลย หากท่านอ๋องไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอเลี้ยงน้ำชาท่านอ๋องสักจอกจะได้หรือไม่เพคะ”แน่นอนว่าบุญคุณของรุ่ยอ๋องในครั้งนั้น ซูเยี่ยนหลิงไม่มีวันลืม ทว่าการเชิญชวนนี้ก็หาใช่เพื่อตอบแทนบุญคุณเสียท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status