เข้าสู่ระบบบทที่ 8
เมื่อสองพี่น้องเดินเข้านั่งในห้อง หลัวอี๋อิ่งก็ได้เรียกสาวใช้ที่ท่านตาส่งมาเข้ามาในห้อง เอ่ยว่า “พวกเจ้าทั้งสามคน ท่านตาเรียกพวกเจ้าให้ไปพบที่จวนสกุลหาน” นางแจ้งเรื่องให้พวกนางรู้ พร้อมกับยื่นเงินและจดหมายหนึ่งฉบับให้
พวกนางตอบรับพร้อมกับรับเงินและจดหมายก่อนจะเดินออกไป อย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นนางก็หันไปพูดกับสาวใช้อีกสองคน “ส่วนพวกเจ้าสองคน ออกไปซื้อขนมมาให้กับข้ากับน้องสาม” พูดพร้อมกับยื่นเงินให้พวกนาง นางนั้นกล่าวต่อว่า “แล้วก็ไปตามซือซือมาคอยรับใช้พวกข้าสองคนด้วย”
หลังจากที่สาวใช้ออกไปแล้ว หลัวอี๋อิ่งก็หันไปพูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เจ้าอยากทำอะไรก็ทำเถิด”
“ข้าจะทำอันใดได้เล่า” นางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ภายในใจกับมีแผนการอยู่มากมาย แม้นางจะยอมตัดใจจากบุรุษผู้นั้น แต่บัญชีแค้นนี้ นางไม่อาจปล่อยวางได้ คอยดูเถิดว่าข้าจะทำอะไรได้บ้าง
ไม่นานซือซือก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์นั้น แต่นางก็ยังคงเก็บอาการได้เป็นอย่างดี
“คุณหนูเรียกบ่าวมาพบมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”
“เจ้าอยู่ที่นี่แหละ คอยรับใช้พวกข้า” หญิงสาวผู้เป็นนายเอ่ยขึ้น
“ได้เจ้าค่ะคุณหนู” แม้จะไม่พอใจ แต่นางก็จำต้องฝืนทนรับใช้คนที่ตนเกลียด
สองพี่น้องล้วนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ภายในหัวของหลัวลู่ชิงกับคิดแผนการมากมาย เพราะนางตั้งใจที่จะใช้หาเรื่องกลั่นแกล้ง ซือซือ
“ซือซือ... เจ้าช่วยเปลี่ยนน้ำชาให้ข้าหน่อย ข้าไม่อยากกินน้ำชาชนิดนี้” นางสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะปรายตามองซือซือด้วยหางตา
ซือซือได้แต่กำหมัดแน่น แต่ก็จำต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ พร้อมกับครุ่นคิดตลอดเวลา ว่าเหตุใดสองคนนี้ถึงกับมาพูดคุยกันด้วยดีได้ มิใช่ว่าเกลียดกันหรอกหรือ
“ได้แล้วเจ้าค่ะ” นางเดินถือถ้วยชาเข้ามาอย่างสงบ
“แล้วขนมเล่าเหตุใดจึงมินำมาด้วย” หลัวลู่ชิงแสร้งถามขึ้นอย่างโมโห
ส่วนหลังอี๋อิ่งก็มองด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเช่นกาลก่อน
“ที่เรือนไม่มีขนมเลยเจ้าค่ะ” นางตอบด้วยท่าทีหวั่นกลัว แต่ในใจแทบอยากจะลุกขึ้นไปตบตีเสียให้ได้ ส่วนนางตัวดีก็เอาแต่นั่งนิ่ง ไม่ยอมออกปากช่วยนางสักนิด
“เจ้าก็ไปเอาจากเรือนใหญ่สิ เรื่องเพียงเท่านี้ เหตุใดจึงคิดมิได้” นางพูดขึ้นอย่างมีโทสะ ก่อนจะยกน้ำชาขึ้นจิบ
เมื่อดื่มน้ำชาแล้วก็ทำหน้าตาไม่สบอารมณ์ออกมา จากนั้นจึงหยิบกาน้ำชาสาดใส่ซือซือด้วยความเกรี้ยวกราด แล้วตะโกนออกมาเสียงดัง
“เจ้าชงชาเช่นนี้ได้อย่างไร!! จงใจกลั่นแกล้งข้าใช้หรือไม่”
“มิใช่นะเจ้าคะ บ่าวจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออันใด” นางพูดขึ้นพร้อมกับร่ำไห้ออกมาเสียงดัง
“เป็นอันใดหรือน้องสาม” เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดี หลัวอี๋อิ่ง จึงได้ยื่นมือเข้าไปช่วย
“ก็ชาที่สาวใช้พี่รองชงมาให้ รสชาติมิได้เรื่องสักนิด พี่สามปล่อยคนไม่ได้เรื่องเช่นนี้ให้อยู่ข้างกายได้นานถึงเพียงนี้ได้อย่างไร” นางยังคงแสร้งกล่าวต่อด้วยความโมโห
“ข้าว่านางก็ชงชาได้ไม่เลว เจ้าก็อย่าทำให้นางเสียน้ำใจถึงเพียงนั้น” นางพูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่ไม่จริงจังนัก ราวกับเรื่องที่เอ่ยออกมานั้นคือเรื่องจริง
ซือซือได้แต่กำมือแน่น ชงชาได้ไม่เลวอย่างนั้นหรือ ช่างกล้าเอ่ยออกมาได้ พวกเจ้ายังชงชาได้มิถึงครึ่งของข้าเลย ซือซือได้แต่คิดในใจอย่างเคียดแค้น
หลัวอี๋อิ่งเมื่อพูดกับน้องสาวเสร็จแล้วก็หันไปเอ่ยกับซือซือ
“ซือซือ เจ้าก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” นางเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “แล้วไปชงชามาใหม่ อย่าลืมขนมด้วยเล่า หากที่เรือนไม่มี ก็ไปขอที่เรือนใหญ่”
ซือซือได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ก่นด่าในใจ นางคิดว่าจะไม่ได้เข้ามาที่นี่อีก นี่นางยังคงต้องมารับใช่พวกนางอีกหรือ คิดแล้วก็ได้แต่แค้นใจ รอให้ข้าได้เป็นใหญ่ก่อนเถิด ข้าจะเหยียบพวกเจ้าให้จมดิน
“เจ้าค่ะ” แม้จะเคียดแค้นปานใดนางก็ต้องทำตามที่ได้รับคำสั่งอยู่ดี
หลังจากซือซือเดินออกไปแล้ว หลัวลู่ชิงก็หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ
“ข้าสะใจยิ่งเจ้าค่ะ ยิ่งได้เห็นท่าทีเช่นนั้นของนาง ข้ายิ่งชอบใจ”
“หึ เจ้าจะทำอันใดก็ทำไปเถิด” หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมกับโบกพัดที่อยู่ในมืออย่างสบายอารมณ์
“พี่รองไม่สนใจมาร่วมวงกับข้าหน่อยหรือ” หญิงสาวถามขึ้นอย่างนึกสนุก จะให้นางสนุกเพียงคนเดียวได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องร่วมมือกันจึงจะสนุกยิ่งกว่าเดิม
“ไม่ล่ะ พี่ขอชมความรื่นเริงอยู่เฉย ๆ ดีกว่า” หญิงสาวพูดพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ ปล่อยให้นางได้สนุกไปเถิด
“เช่นนั้นข้าจะให้พี่รองได้ชมความรื่นเริงอย่างถึงที่สุด” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนดวงหน้าน้อย ๆ
“พี่จะรอชม” จะว่านางเป็นคนไม่ดีก็ได้ แต่การได้เห็นคนที่ทำชีวิตของนางต้องมาติดอยู่ในที่แห่งนี้ ทุกข์ทรมานบ้างก็คงจะไม่เป็นอะไร
ทั้งสองนั่งรอได้ไม่นานซือซือก็เดินเข้ามาพร้อมกับขนมและน้ำชาชุดใหม่ เมื่อวางขนมและน้ำเสร็จแล้วก็ออกไปยืนอยู่ด้านข้าง เพื่อรอรับใช้เจ้านายทั้งสอง
“เจ้านะ... มารินน้ำชาให้พวกข้า” หลัวลู่ชิงเอ่ยเสียงแข็ง
“เจ้าค่ะ” นางตอบรับพร้อมกับเดินเข้าไปรินชาให้ทั้งสอง
ในขณะที่ซือซือกำลังรินชาอยู่นั้น หลัวลู่ชิงก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปชมวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ก็พลันมองไปเห็นศาลาริมน้ำ ที่พี่สาวของนางได้ตกลงไป ก็พลันนึกแผนการดี ๆ ขึ้นได้ จึงเอ่ยขึ้น“ข้าว่าเราออกไปนั่งที่ศาลาริมน้ำตรงนั้นดีหรือไม่เจ้าคะพี่รอง”“ไปนั่งรับลมตรงนั้นก็ดี” นางพูดขึ้นพร้อมกับยิ้ม ๆ จากนั้นก็หันหน้าไปสั่งซือซือที่ยืนอยู่ “ซือซือ... ไปเตรียมสถานที่ให้พวกข้า”“เจ้าค่ะคุณหนู” ซือซือจำต้องก้มหน้ารับคำสั่ง อย่าให้ข้าได้มีอำนาจบ้างก็แล้วกัน“เจ้าคิดที่จะทำอันใด” นางถามน้องสาว แม้จะรู้ว่าในใจของน้องสาวต้องมีแผนการอะไรซ่อนอยู่ แต่นางก็ยอมที่จะเดินตามแผนการนั้น“พี่รองรอดูเถิด นางทำให้ท่านต้องตกน้ำเกือบตาย ข้าก็จะทำให้นางต้องตกลงไปในน้ำนั้นบ้าง” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างมีโทสะ หากไม่เพราะสองคนนั้น พี่สาวของนางคงไม่ต้องประสบเคราะห์เช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่ส่งยิ้มไปให้น้องสาวเท่านั้นทางด้านซือซือที่ถูกใช้ให้มาจัดสถานที่ ก็จัดด้วยความเกรี้ยวกราด ให้นางม
บทที่ 8เมื่อสองพี่น้องเดินเข้านั่งในห้อง หลัวอี๋อิ่งก็ได้เรียกสาวใช้ที่ท่านตาส่งมาเข้ามาในห้อง เอ่ยว่า “พวกเจ้าทั้งสามคน ท่านตาเรียกพวกเจ้าให้ไปพบที่จวนสกุลหาน” นางแจ้งเรื่องให้พวกนางรู้ พร้อมกับยื่นเงินและจดหมายหนึ่งฉบับให้พวกนางตอบรับพร้อมกับรับเงินและจดหมายก่อนจะเดินออกไป อย่างรวดเร็วหลังจากนั้นนางก็หันไปพูดกับสาวใช้อีกสองคน “ส่วนพวกเจ้าสองคน ออกไปซื้อขนมมาให้กับข้ากับน้องสาม” พูดพร้อมกับยื่นเงินให้พวกนาง นางนั้นกล่าวต่อว่า “แล้วก็ไปตามซือซือมาคอยรับใช้พวกข้าสองคนด้วย”หลังจากที่สาวใช้ออกไปแล้ว หลัวอี๋อิ่งก็หันไปพูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เจ้าอยากทำอะไรก็ทำเถิด”“ข้าจะทำอันใดได้เล่า” นางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ภายในใจกับมีแผนการอยู่มากมาย แม้นางจะยอมตัดใจจากบุรุษผู้นั้น แต่บัญชีแค้นนี้ นางไม่อาจปล่อยวางได้ คอยดูเถิดว่าข้าจะทำอะไรได้บ้างไม่นานซือซือก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์นั้น แต่นางก็ยังคงเก็บอาการได้เป็นอย่างดี“คุณหนูเรียกบ่าวมาพบมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งก็ได้แต่ลอบยิ้มในใจ นางไม่สามารถออกหน้าเรื่องซือซือได้ มีน้องสาวผู้นี้จัดการให้ก็ถือว่าไม่เลว“แล้วเจ้าเล่า จะเอาเช่นไรต่อไปเรื่องของถางอีเฟย” นางรู้เช่นนี้แล้วยังจะมีใจรักต่อเขาอีกหรือ หญิงสาวได้แต่คิดในใจ“หากเขามีสตรีที่รักอยู่แล้ว ข้าก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยว” นางคิดมาตลอดว่าตัวเองยังคงมีหวัง เพราะเขาและพี่สาวไม่ได้รักกัน แต่วันนี้เมื่อรู้ว่าเขานั้นมีสตรีที่ชอบพออยู่แล้ว ก็เกิดอาการเสียใจอยู่ไม่น้อย“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดี บุรุษที่ทำตัวเช่นนั้น เจ้าก็อย่าไปให้ใจเลย” ยังดีที่น้องสาวของนางไม่ได้งมงายในรักมากเกินไป“ข้าคิดมาตลอดว่าพวกท่านไม่ได้มีใจให้กัน ข้าอาจจะพอมีหวังที่จะได้หัวใจของเขามาครอบครองอยู่บ้าง แต่เมื่อได้มารู้ว่าเขามีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว จึงคิดว่ายอมตัดใจเสียแต่ตอนนี้ ดีกว่าจะต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย“เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า ไว้วันหน้าเราออกมาเที่ยวเช่นนี้ดีอีกดีหรือไม่”“ดีเจ้าค่ะ”สอ
บทที่ 7หานเฟยเจี้ยออกจากจวนสกุลหลัว หลังจากนั้นเขาก็รีบก้าวขึ้นรถม้า หมอที่ทุกคนเข้าใจว่ากลับไปแล้ว ตอนนี้กับนั่งรอเขาอยู่บนรถม้า“หลานสาวของข้า อาการเป็นเช่นไรบ้าง” เขาถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วหลานสาวเขาเป็นอะไรกันแน่“ร่างกายของคุณหนูปกติดีทุกอย่างขอรับ ด้านจิตใจก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง”เมื่อได้ยินหมอพูดออกมาเช่นนั้นเขาก็เบาใจลงมาได้บ้าง แล้วเพราะอะไรนางถึงได้เปลี่ยนไป หรือเพราะเหตุการณ์นั้นจึงทำให้นางเข้มแข็งขึ้น หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ดี เขาจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเพราะนางอีกหลัวอี๋อิ่งพักผ่อนอยู่ในจวนอีกหลายวัน เมื่อเห็นว่าในจวนนี้ไม่มีอะไรให้ทำนอกจาก ฝึกศาสตร์ต่าง ๆ จึงคิดหาวิธีที่จะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกอีก“อิงอิง ไปตามน้องสามมาพบข้าหน่อย บอกว่าข้าจะพานางออกไปเที่ยวเล่นด้านนอก และพาไปพบพี่อีเฟยด้วย” หญิงสาวพูดขึ้นในขณะที่ตายังคงหลับอยู่“เจ้าค่ะ” นางตอบรับแล้วเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที&ldq
หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความอิ่มเอม โดยไม่รู้เรื่องเลยว่าปัญหากำลังเดินทางมาหาตนเองเมื่อทานอาหารเช้าเสร็จก็มานอนเล่นอย่างสบายอารมณ์ ในยุคนี้ไม่มีอะไรทำมากนัก นอกจากฝึกศาสตร์ต่าง ๆ แล้ว ก็ไม่มีอะไรทำอีก ซึ่งนางจึงเลือกที่จะนอน มากกว่าจะฝึกฝนศาสตร์เหล่านั้นในขณะที่นางกำลังนอนพักผ่อนอยู่นั้น อิงอิงก็เดินเข้ามาแจ้งถึงการมาของคนที่นางคาดไม่ถึง“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านผู้เฒ่าหานมาหาเจ้าค่ะ”“เจ้าว่าอย่างไรนะ!! ท่านตามาหาข้าหรือ” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับดีดตัวขึ้นจากที่นอนทันที ท่านตาไม่เคยมาหานางที่จวน มีแต่นางที่เดินทางไปหา หรือว่าสองคนนี้จะไปเล่าอะไรให้ท่านฟัง เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็หันไปถามอิงอิงที่นั่งก้มหน้าอยู่ ด้วยสายตาจับผิด “เจ้าไปเล่าอันใดให้ท่านตาของข้าฟังหรือไม่”“บ่าวไม่ได้เล่าอันใดเลยเจ้าค่ะ บางที่นายท่านผู้เฒ่าอาจจะเป็นห่วงสุขภาพคุณหนูก็ได้นะเจ้าค่ะ” นางเลือกที่จะโกหกออกไป เพราะหากคุณหนูรู้อาจจะไม่ยอมให้นางคอยอยู่รับใช้ข้างกายต่อ เช่นนั้นจะยิ่งไม่แย่ไปกันใหญ่หรือ“เช่นนั้น
บทที่ 6ในเวลาช่วงพลบค่ำ สามนายบ่าวพากันพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ทางด้านซือซือก็ได้ลอบออกไปพบกับถางอีเฟย ที่ประตูด้านหลังจวน ประตูนี้ไม่มีคนใช้ สร้างไว้เพื่อขนของเท่านั้น จึงสะดวกต่อการแอบลอบพบกัน“ซือซือคิดถึงคุณชายเหลือเกินเจ้าค่ะ” เมื่อพบหน้ากัน หญิงสาวก็โผเข้ากอดชายคนรักด้วยความคิดถึง ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้“ข้าจะมาที่จวนนี้ให้บ่อยขึ้นดีหรือไม่” เขาเอ่ยขึ้น เพราะหลังวันปักปิ่นของหลัวอี๋อิ่ง เขายังไม่ได้พูดคุยกับนางอย่างจริงเลย วันที่เขามาเยี่ยมหลัวอี๋อิ่งวันนั้น ก็ได้พูดคุยกันเพียงแค่นิดเดียว“หากเราไม่ลอบพบกันเช่นนี้ ซือซือคงจะไม่ได้พบหน้าคุณชายอีกแล้ว” นางพูดขึ้นด้วยท่าทีน่าสงสาร“ทำไมหรือ?” ชายหนุ่มถามขึ้นอย่างสงสัย หากนางยังอยู่ในจวน เหตุใดจะไม่ได้พบหน้ากันเล่า“คุณหนูให้ซือซือเฝ้าที่เรือนเจ้าค่ะ ไม่ให้ออกไปข้างนอก” นางแสร้งบอกด้วยนำเสียงตัดพ้อ ช่างน่าตายนัก คิดที่จะขังนางเอาไว้แต่ในเรือน“เหตุใดต้องให้เจ้าเฝ้าเรือน คนที่เคยทำหน้าที่ไปไหนเสียเล่า”“คุ







