เข้าสู่ระบบเมื่อได้ยินเช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งก็ได้แต่ลอบยิ้มในใจ นางไม่สามารถออกหน้าเรื่องซือซือได้ มีน้องสาวผู้นี้จัดการให้ก็ถือว่าไม่เลว
“แล้วเจ้าเล่า จะเอาเช่นไรต่อไปเรื่องของถางอีเฟย” นางรู้เช่นนี้แล้วยังจะมีใจรักต่อเขาอีกหรือ หญิงสาวได้แต่คิดในใจ
“หากเขามีสตรีที่รักอยู่แล้ว ข้าก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยว” นางคิดมาตลอดว่าตัวเองยังคงมีหวัง เพราะเขาและพี่สาวไม่ได้รักกัน แต่วันนี้เมื่อรู้ว่าเขานั้นมีสตรีที่ชอบพออยู่แล้ว ก็เกิดอาการเสียใจอยู่ไม่น้อย
“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดี บุรุษที่ทำตัวเช่นนั้น เจ้าก็อย่าไปให้ใจเลย” ยังดีที่น้องสาวของนางไม่ได้งมงายในรักมากเกินไป
“ข้าคิดมาตลอดว่าพวกท่านไม่ได้มีใจให้กัน ข้าอาจจะพอมีหวังที่จะได้หัวใจของเขามาครอบครองอยู่บ้าง แต่เมื่อได้มารู้ว่าเขามีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว จึงคิดว่ายอมตัดใจเสียแต่ตอนนี้ ดีกว่าจะต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า ไว้วันหน้าเราออกมาเที่ยวเช่นนี้ดีอีกดีหรือไม่”
“ดีเจ้าค่ะ”
สองพี่น้องทานอาหารและคุยกันอย่างสนุกสนาน พร้อมกับหวนคิดถึงความหลัง ตอนเป็นเด็กพวกนางก็พูดคุยกันเช่นนี้เสมอ แต่เพราะมีถางอีเฟยเข้ามา ทั้งสองจึงไม่ได้สนิทกันเช่นแต่ก่อน
เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วก็พากันเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมเพื่อกลับจวน แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะพบกับใครบางคนยืนรออยู่ที่รถม้า
“คารวะพี่อีเฟย”
ทั้งสองเอ่ยทำความเคารพชายหนุ่มอย่าสุภาพ แม้ภายในใจของหลัวลู่ชิงจะมีอาการขุ่นเคืองอยู่บ้าง แต่นางจะสามารถทำอันใดได้เล่า
“พี่ไปหาพวกเจ้าที่จวน แต่พ่อบ้านบอกว่าพวกเจ้าออกมาซื้อของ พี่เลยตามมา เพื่อว่าจะมีโอกาสได้พบกัน” เขาอธิบายถึงสาเหตุที่ต้องมายืนรอที่รถสกุลหลัว
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ พี่อีเฟยมีอันใดหรือเจ้าคะ จึงมาพบพวกข้า” หลัวอี๋อิ่งพูดขึ้น วันหน้าค่อยมาอีกก็ได้ เหตุใดจึงต้องพบให้ได้ในวันนี้
“วันนี้ท่านแม่ทำขนม จึงให้ข้านำขนมมามอบให้ชิงเอ๋อร์ เพื่อเป็นการตอบแทนที่หลายวันนี้ทำขนมไปมอบให้ที่จวน มีของอิ่งเอ๋อร์ด้วย” เขาพูดพร้อมกับยื่นขนมไปให้ทั้งสอง ลู่ชิงจะแวะนำขนมที่ทำเองไปให้ที่จวน และพูดคุยกับมารดาเขาตลอด
“วันหลังฝากพ่อบ้านไว้ก็ได้ พี่อีเฟยจะไม่ต้องลำบากตามหาพวกเราเช่นนี้” หลัวลู่ชิงพูดอย่างเกรงใจ แต่ความจริงแล้วนางไม่อยากจะพบหน้าเขาในตอนนี้
“ไม่ลำบากหรอก ท่านแม่ยังฝากมาถามอีกด้วย ว่าวันนี้เจ้าจะไปที่จวนหรือไม่” มารดาของเขาดูจะชอบหลังลู่ชิงอยู่ไม่น้อย
“ฝากบอกท่านป้าด้วยว่าหลายวันนี้ข้ายุ่งนัก ไม่อาจไปคุยเล่นที่จวนได้” นางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางจะต้องตัดใจจากเขาให้ได้
“เดี๋ยวพี่จะบอกท่านแม่ให้” เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เกิดอาการวุ่นวายใจ หรือเขาอยากจะให้นางไปที่จวนเช่นหลายวันที่ผ่านมา แต่เหตุใดเขาต้องรู้สึกเช่นนั้นด้วยเล่า
“พี่อีเฟยมีอันใดอีกหรือไม่เจ้าคะ หากไม่มีอะไรแล้วพวกข้าจะได้กลับจวน” นางกล่าวอย่างเย็นชา นี้เป็นครั้งแรกที่นางแข็งใจทำเช่นนี้ เพราะนางอยากจะตัดใจจากเขาอย่างเด็ดขาดเสียที
“พวกเจ้าไปเถิด เดี๋ยวจะถึงจวนมืดค่ำ”
หลังจากที่กล่าวลากันเรียบร้อย สองพี่น้องก็ก้าวขึ้นรถม้าแล้วจากไปทันที
ถางอีเฟยยืนมองรถม้าแล่นออกไปด้วยความรู้สึกสับสน เหตุใดถึงได้รู้สึกไม่สบายใจนัก เวลาที่นางกล่าวว่าจะไม่ไปที่จวน แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก จึงได้เดินทางกลับจวนของตนเอง
หลัวลู่ชิงตั้งแต่กลับจากตลาด หญิงสาวก็มีอาการเศร้าซึมไม่ร่าเริง จนหลัวอี๋อิ่งรู้สึกเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย แม้นางจะพยายามทำให้น้องสาวร่าเริง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลเท่าที่ควร
ในเช้าวันหนึ่งนางจึงให้อิงอิงสาวใช้ของนางไปตามหลัวลู่ชิงมาพบ
“น้องสามเจ้ามาแล้วหรือ” หลัวอี๋อิ่งที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นว่าน้องสาวมา จึงได้รีบเดินออกมาหาน้องสาวด้วยความดีใจ
“ท่านพี่รอง ท่านเรียกข้ามาพบมีเรื่องอันใดอย่างนั้นหรือ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“เข้ามาก่อนเถิด พี่มีเรื่องอะไรจะให้เจ้าทำ” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์
การกระทำของพี่สาวทำให้หลัวลู่ชิงเกิดความสงสัยเป็นอย่างมาก แต่นางก็ไม่ได้ถามอะไรมากนัก ทำเพียงแค่เดินตามพี่สาวเข้าไปในห้อง
ในขณะที่ซือซือกำลังรินชาอยู่นั้น หลัวลู่ชิงก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปชมวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ก็พลันมองไปเห็นศาลาริมน้ำ ที่พี่สาวของนางได้ตกลงไป ก็พลันนึกแผนการดี ๆ ขึ้นได้ จึงเอ่ยขึ้น“ข้าว่าเราออกไปนั่งที่ศาลาริมน้ำตรงนั้นดีหรือไม่เจ้าคะพี่รอง”“ไปนั่งรับลมตรงนั้นก็ดี” นางพูดขึ้นพร้อมกับยิ้ม ๆ จากนั้นก็หันหน้าไปสั่งซือซือที่ยืนอยู่ “ซือซือ... ไปเตรียมสถานที่ให้พวกข้า”“เจ้าค่ะคุณหนู” ซือซือจำต้องก้มหน้ารับคำสั่ง อย่าให้ข้าได้มีอำนาจบ้างก็แล้วกัน“เจ้าคิดที่จะทำอันใด” นางถามน้องสาว แม้จะรู้ว่าในใจของน้องสาวต้องมีแผนการอะไรซ่อนอยู่ แต่นางก็ยอมที่จะเดินตามแผนการนั้น“พี่รองรอดูเถิด นางทำให้ท่านต้องตกน้ำเกือบตาย ข้าก็จะทำให้นางต้องตกลงไปในน้ำนั้นบ้าง” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างมีโทสะ หากไม่เพราะสองคนนั้น พี่สาวของนางคงไม่ต้องประสบเคราะห์เช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่ส่งยิ้มไปให้น้องสาวเท่านั้นทางด้านซือซือที่ถูกใช้ให้มาจัดสถานที่ ก็จัดด้วยความเกรี้ยวกราด ให้นางม
บทที่ 8เมื่อสองพี่น้องเดินเข้านั่งในห้อง หลัวอี๋อิ่งก็ได้เรียกสาวใช้ที่ท่านตาส่งมาเข้ามาในห้อง เอ่ยว่า “พวกเจ้าทั้งสามคน ท่านตาเรียกพวกเจ้าให้ไปพบที่จวนสกุลหาน” นางแจ้งเรื่องให้พวกนางรู้ พร้อมกับยื่นเงินและจดหมายหนึ่งฉบับให้พวกนางตอบรับพร้อมกับรับเงินและจดหมายก่อนจะเดินออกไป อย่างรวดเร็วหลังจากนั้นนางก็หันไปพูดกับสาวใช้อีกสองคน “ส่วนพวกเจ้าสองคน ออกไปซื้อขนมมาให้กับข้ากับน้องสาม” พูดพร้อมกับยื่นเงินให้พวกนาง นางนั้นกล่าวต่อว่า “แล้วก็ไปตามซือซือมาคอยรับใช้พวกข้าสองคนด้วย”หลังจากที่สาวใช้ออกไปแล้ว หลัวอี๋อิ่งก็หันไปพูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เจ้าอยากทำอะไรก็ทำเถิด”“ข้าจะทำอันใดได้เล่า” นางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ภายในใจกับมีแผนการอยู่มากมาย แม้นางจะยอมตัดใจจากบุรุษผู้นั้น แต่บัญชีแค้นนี้ นางไม่อาจปล่อยวางได้ คอยดูเถิดว่าข้าจะทำอะไรได้บ้างไม่นานซือซือก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์นั้น แต่นางก็ยังคงเก็บอาการได้เป็นอย่างดี“คุณหนูเรียกบ่าวมาพบมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งก็ได้แต่ลอบยิ้มในใจ นางไม่สามารถออกหน้าเรื่องซือซือได้ มีน้องสาวผู้นี้จัดการให้ก็ถือว่าไม่เลว“แล้วเจ้าเล่า จะเอาเช่นไรต่อไปเรื่องของถางอีเฟย” นางรู้เช่นนี้แล้วยังจะมีใจรักต่อเขาอีกหรือ หญิงสาวได้แต่คิดในใจ“หากเขามีสตรีที่รักอยู่แล้ว ข้าก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยว” นางคิดมาตลอดว่าตัวเองยังคงมีหวัง เพราะเขาและพี่สาวไม่ได้รักกัน แต่วันนี้เมื่อรู้ว่าเขานั้นมีสตรีที่ชอบพออยู่แล้ว ก็เกิดอาการเสียใจอยู่ไม่น้อย“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดี บุรุษที่ทำตัวเช่นนั้น เจ้าก็อย่าไปให้ใจเลย” ยังดีที่น้องสาวของนางไม่ได้งมงายในรักมากเกินไป“ข้าคิดมาตลอดว่าพวกท่านไม่ได้มีใจให้กัน ข้าอาจจะพอมีหวังที่จะได้หัวใจของเขามาครอบครองอยู่บ้าง แต่เมื่อได้มารู้ว่าเขามีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว จึงคิดว่ายอมตัดใจเสียแต่ตอนนี้ ดีกว่าจะต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย“เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า ไว้วันหน้าเราออกมาเที่ยวเช่นนี้ดีอีกดีหรือไม่”“ดีเจ้าค่ะ”สอ
บทที่ 7หานเฟยเจี้ยออกจากจวนสกุลหลัว หลังจากนั้นเขาก็รีบก้าวขึ้นรถม้า หมอที่ทุกคนเข้าใจว่ากลับไปแล้ว ตอนนี้กับนั่งรอเขาอยู่บนรถม้า“หลานสาวของข้า อาการเป็นเช่นไรบ้าง” เขาถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วหลานสาวเขาเป็นอะไรกันแน่“ร่างกายของคุณหนูปกติดีทุกอย่างขอรับ ด้านจิตใจก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง”เมื่อได้ยินหมอพูดออกมาเช่นนั้นเขาก็เบาใจลงมาได้บ้าง แล้วเพราะอะไรนางถึงได้เปลี่ยนไป หรือเพราะเหตุการณ์นั้นจึงทำให้นางเข้มแข็งขึ้น หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ดี เขาจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเพราะนางอีกหลัวอี๋อิ่งพักผ่อนอยู่ในจวนอีกหลายวัน เมื่อเห็นว่าในจวนนี้ไม่มีอะไรให้ทำนอกจาก ฝึกศาสตร์ต่าง ๆ จึงคิดหาวิธีที่จะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกอีก“อิงอิง ไปตามน้องสามมาพบข้าหน่อย บอกว่าข้าจะพานางออกไปเที่ยวเล่นด้านนอก และพาไปพบพี่อีเฟยด้วย” หญิงสาวพูดขึ้นในขณะที่ตายังคงหลับอยู่“เจ้าค่ะ” นางตอบรับแล้วเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที&ldq
หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความอิ่มเอม โดยไม่รู้เรื่องเลยว่าปัญหากำลังเดินทางมาหาตนเองเมื่อทานอาหารเช้าเสร็จก็มานอนเล่นอย่างสบายอารมณ์ ในยุคนี้ไม่มีอะไรทำมากนัก นอกจากฝึกศาสตร์ต่าง ๆ แล้ว ก็ไม่มีอะไรทำอีก ซึ่งนางจึงเลือกที่จะนอน มากกว่าจะฝึกฝนศาสตร์เหล่านั้นในขณะที่นางกำลังนอนพักผ่อนอยู่นั้น อิงอิงก็เดินเข้ามาแจ้งถึงการมาของคนที่นางคาดไม่ถึง“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านผู้เฒ่าหานมาหาเจ้าค่ะ”“เจ้าว่าอย่างไรนะ!! ท่านตามาหาข้าหรือ” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับดีดตัวขึ้นจากที่นอนทันที ท่านตาไม่เคยมาหานางที่จวน มีแต่นางที่เดินทางไปหา หรือว่าสองคนนี้จะไปเล่าอะไรให้ท่านฟัง เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็หันไปถามอิงอิงที่นั่งก้มหน้าอยู่ ด้วยสายตาจับผิด “เจ้าไปเล่าอันใดให้ท่านตาของข้าฟังหรือไม่”“บ่าวไม่ได้เล่าอันใดเลยเจ้าค่ะ บางที่นายท่านผู้เฒ่าอาจจะเป็นห่วงสุขภาพคุณหนูก็ได้นะเจ้าค่ะ” นางเลือกที่จะโกหกออกไป เพราะหากคุณหนูรู้อาจจะไม่ยอมให้นางคอยอยู่รับใช้ข้างกายต่อ เช่นนั้นจะยิ่งไม่แย่ไปกันใหญ่หรือ“เช่นนั้น
บทที่ 6ในเวลาช่วงพลบค่ำ สามนายบ่าวพากันพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ทางด้านซือซือก็ได้ลอบออกไปพบกับถางอีเฟย ที่ประตูด้านหลังจวน ประตูนี้ไม่มีคนใช้ สร้างไว้เพื่อขนของเท่านั้น จึงสะดวกต่อการแอบลอบพบกัน“ซือซือคิดถึงคุณชายเหลือเกินเจ้าค่ะ” เมื่อพบหน้ากัน หญิงสาวก็โผเข้ากอดชายคนรักด้วยความคิดถึง ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้“ข้าจะมาที่จวนนี้ให้บ่อยขึ้นดีหรือไม่” เขาเอ่ยขึ้น เพราะหลังวันปักปิ่นของหลัวอี๋อิ่ง เขายังไม่ได้พูดคุยกับนางอย่างจริงเลย วันที่เขามาเยี่ยมหลัวอี๋อิ่งวันนั้น ก็ได้พูดคุยกันเพียงแค่นิดเดียว“หากเราไม่ลอบพบกันเช่นนี้ ซือซือคงจะไม่ได้พบหน้าคุณชายอีกแล้ว” นางพูดขึ้นด้วยท่าทีน่าสงสาร“ทำไมหรือ?” ชายหนุ่มถามขึ้นอย่างสงสัย หากนางยังอยู่ในจวน เหตุใดจะไม่ได้พบหน้ากันเล่า“คุณหนูให้ซือซือเฝ้าที่เรือนเจ้าค่ะ ไม่ให้ออกไปข้างนอก” นางแสร้งบอกด้วยนำเสียงตัดพ้อ ช่างน่าตายนัก คิดที่จะขังนางเอาไว้แต่ในเรือน“เหตุใดต้องให้เจ้าเฝ้าเรือน คนที่เคยทำหน้าที่ไปไหนเสียเล่า”“คุ







