FAZER LOGIN
บทนำ
จวนสกุลหลัว
ภายในงานเลี้ยงปักปิ่นของหลัวอี๋อิ่ง บุตรสาวคนโตของท่านราชครู ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของนาง เมื่อเห็นว่าคู่หมั้นของตนหายไปนานจึงเดินตามหา หญิงสาวเดินไปจนพบกับเงาร่างหนึ่ง ที่ดูก็รู้ว่าเป็นคนที่นางกำลังตามหาอยู่
หญิงสาวจึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ ๆ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ร้องเรียกชื่อเขา นางก็ชะงักไปเสียก่อน เมื่อเห็นอีกร่างที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังสวมกอดเขาอยู่ หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นเมื่อครู่มันคืออะไรกันแน่
“เมื่อไหร่เราจะได้อยู่ด้วยกันเจ้าคะ ซือเอ๋อร์มิอยากหลบซ่อนเช่นนี้อีกแล้ว” ซือซือเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าเสียใจ พร้อมกับทำใบหน้าเศร้าสลดอย่างน่าสงสารส่งไปให้ชายหนุ่ม
เสียงตัดพ้อของอีกฝ่ายทำให้หลัวอี๋อิ่ง ที่กำลังจะเดินเข้าไปได้ยิน หญิงสาวชะงักเท้า หัวใจสั่นสะท้านราวกับมีสายฟ้าฟาดเข้าลงกลางหัวใจของนาง คำถามมากมายผุดเข้ามาในความคิด นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องที่นางได้ยินเมื่อครู่มันคือเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?
“เจ้ารอข้าอีกไม่นาน หลังจากที่ข้าแต่งกับอิ่งเอ๋อร์แล้ว ข้าจะขออนุญาตนางให้รับเจ้าเป็นอนุของข้าอีกคน” ชายหนุ่มเอ่ยปลอบ พร้อมกับประคองกอดอีกฝ่ายไว้อย่างหวงแหน
ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ หญิงสาวที่แอบฟังตั้งแต่แรกก็แทบจะประคองสติไม่อยู่ ความเสียใจระคนผิดหวัง ทำให้ความรู้สึกของนางในตอนนี้เจ็บปวดยิ่ง คล้ายกับมีเข็มนับหมื่นนับพันทิ่มแทงไปที่หัวใจของนาง หญิงสาวมองพวกเขาสองคนด้วยความเจ็บปวด ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากของนาง มีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
“แล้วคุณหนูจะไม่ว่าอันใดหรือเจ้าคะ” หญิงสาวยังคงเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ก่อนจะทำสีหน้าราวกับว่าจะร้องไห้ออกมาเสียง่าย ๆ
“เจ้ามิต้องกังวลไปหรอก ข้าสัญญาว่าเราสองคนจะได้อยู่ร่วมกันอย่างเปิดเผยแน่นอน ขอเพียงเจ้าอดทนรอข้าอีกนิด” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ก่อนจะค่อย ๆ ประคองใบหน้าที่แสนอ่อนหวานเงยขึ้นสบตากับเขา ทั้งสองจ้องมองกันด้วยสายตาที่แสนจะรักใคร่ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงไปมอบจูบที่แสนอ่อนโยนให้นางอันเป็นที่รัก
นางเป็นดั่งสตรีที่เขาใฝ่ฝัน ใบหน้ารูปไข่ ตากลมโตสดใส คิ้วดกโค้งได้รูป ปากนิดจมูกหน่อย นิสัยร่าเริง สดใส ต่างจากสตรีที่เป็นคู่หมั้นของเขายิ่งนัก แม้นางจะงดงามราวกับเทพเซียน ใบหน้าเรียวได้รูป ดวงตาหงส์ คิ้วเรียวเล็กได้รูป ริมฝีปากเรียวสวย จมูกเล็กสมหน้า ผิวขาวผ่องดั่งแสงจันทร์ แต่เวลาเขาอยู่กับนางเขากับไม่มีความสุข นางเป็นสตรีที่เรียบร้อย อยู่ในกฎเกณฑ์มากเกินไป ราวกับชีวิตนี้ของนางไม่มีสีสัน และพอได้อยู่ใกล้ชิดหญิงสาวที่ร่าเริงน่ารักเช่น ซือซือ จึงได้เกิดเป็นความรักขึ้นมา
ทั้งสองกอดจูบกันอย่างมีความสุขโดยที่ไม่ได้รับรู้เลยว่า ยังมีสตรีอีกคนหนึ่งที่หัวใจกำลังแตกสลายเพราะทั้งคู่ หลัวอี๋อิ่งค่อย ๆ ถอยหลังออกไปช้า ๆ ก่อนจะเดินร้องไห้อย่างไร้จุดหมายจนไปหยุดอยู่ที่ศาลากลางน้ำหลังจวน
หญิงสาวหลับตาลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ทิ้งตังลงน้ำเสียงดังตูมม! ทำให้ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากับวิ่งเข้ามาดู จึงได้เห็นร่างของหญิงสาวค่อย ๆ จมลงไปในสระลึก พวกเขาจึงพากันแตกตื่น แม้อยากจะลงไปช่วยเหลือแต่พวกนางก็เป็นเพียงสตรีที่ว่ายน้ำไม่เป็นจึงได้แต่ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ
ผู้ใหญ่ที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงพากันเข้ามาดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“มีคนตกน้ำเจ้าค่ะ รีบลงไปช่วยนางเร็ว” สตรีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ
“รีบลงไปช่วยนางเร็ว” หลัวจื่อโจวเอ่ยอย่างร้อนรน หากมีบุตรหลานของขุนนางคนใดมาเกิดเรื่องในจวนของเขาคงจะไม่เป็นการดีเป็นแน่
บ่าวรับใช้หลายคนต่างลงไปช่วยเหลือผู้ที่ตกลงไปในน้ำ แต่ก็ไม่พบผู้ใด พวกเขาจึงรีบเร่งช่วยกันหาต่อไป
“แล้วอิ่งเอ๋อร์ไปไหนเสียเล่า” หลัวจื่อโจวเอ่ยถามถึงบุตรสาวที่เป็นเจ้าของงานในวันนี้ เขาไม่เห็นบุตรสาวมาครู่ใหญ่แล้ว เหตุใดจนป่านนี้ยังไม่ออกมาพบปะผู้คนเสียบ้าง
“น้องมิเห็นอิ่งเอ๋อร์นานแล้วเจ้าค่ะ” หานเจียหนิงกล่าวกับผู้เป็นสามี นางไม่เห็นบุตรสาวนานแล้ว
“พบแล้วขอรับ พบแล้ว” เสียงของบ่าวรับใช้ที่ลงไปช่วยเหลือคนที่ตกลงไปในน้ำดังขึ้น พร้อมกับนำร่างที่ไร้สติขึ้นมาบนศาลา ผู้ที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างก็พากันมองว่าใช่บุตรหลานของตนหรือไม่
“อิ่งเอ๋อร์!!” หานเจียหนิง เมื่อเห็นว่าสตรีที่ถูกช่วยขึ้นมาจากน้ำเป็นใคร นางก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเข้าไปดูร่างของบุตรสาวที่นอนนิ่งไม่ไหวติง
“หมอ... ไปตามหมอมาเร็วเข้า” เจ้าของจวนพูดขึ้นอย่างร้อนใจ ก่อนจะรีบเข้าไปอุ้มร่างของบุตรสาวไปที่เรือนนอน
“เชิญทุกท่านแยกย้ายขอรับ งานเลี้ยงในวันนี้จบลงแล้ว ต้องขออภัยทุกท่านที่เกิดเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ขอรับ” พ่อบ้านเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ความสงบ แขกทุกคนต่างทยอยกันกลับจวน แต่ก็มีสกุลถางและสกุลหานที่ยังคงอยู่
ในขณะที่ซือซือกำลังรินชาอยู่นั้น หลัวลู่ชิงก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปชมวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ก็พลันมองไปเห็นศาลาริมน้ำ ที่พี่สาวของนางได้ตกลงไป ก็พลันนึกแผนการดี ๆ ขึ้นได้ จึงเอ่ยขึ้น“ข้าว่าเราออกไปนั่งที่ศาลาริมน้ำตรงนั้นดีหรือไม่เจ้าคะพี่รอง”“ไปนั่งรับลมตรงนั้นก็ดี” นางพูดขึ้นพร้อมกับยิ้ม ๆ จากนั้นก็หันหน้าไปสั่งซือซือที่ยืนอยู่ “ซือซือ... ไปเตรียมสถานที่ให้พวกข้า”“เจ้าค่ะคุณหนู” ซือซือจำต้องก้มหน้ารับคำสั่ง อย่าให้ข้าได้มีอำนาจบ้างก็แล้วกัน“เจ้าคิดที่จะทำอันใด” นางถามน้องสาว แม้จะรู้ว่าในใจของน้องสาวต้องมีแผนการอะไรซ่อนอยู่ แต่นางก็ยอมที่จะเดินตามแผนการนั้น“พี่รองรอดูเถิด นางทำให้ท่านต้องตกน้ำเกือบตาย ข้าก็จะทำให้นางต้องตกลงไปในน้ำนั้นบ้าง” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างมีโทสะ หากไม่เพราะสองคนนั้น พี่สาวของนางคงไม่ต้องประสบเคราะห์เช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่ส่งยิ้มไปให้น้องสาวเท่านั้นทางด้านซือซือที่ถูกใช้ให้มาจัดสถานที่ ก็จัดด้วยความเกรี้ยวกราด ให้นางม
บทที่ 8เมื่อสองพี่น้องเดินเข้านั่งในห้อง หลัวอี๋อิ่งก็ได้เรียกสาวใช้ที่ท่านตาส่งมาเข้ามาในห้อง เอ่ยว่า “พวกเจ้าทั้งสามคน ท่านตาเรียกพวกเจ้าให้ไปพบที่จวนสกุลหาน” นางแจ้งเรื่องให้พวกนางรู้ พร้อมกับยื่นเงินและจดหมายหนึ่งฉบับให้พวกนางตอบรับพร้อมกับรับเงินและจดหมายก่อนจะเดินออกไป อย่างรวดเร็วหลังจากนั้นนางก็หันไปพูดกับสาวใช้อีกสองคน “ส่วนพวกเจ้าสองคน ออกไปซื้อขนมมาให้กับข้ากับน้องสาม” พูดพร้อมกับยื่นเงินให้พวกนาง นางนั้นกล่าวต่อว่า “แล้วก็ไปตามซือซือมาคอยรับใช้พวกข้าสองคนด้วย”หลังจากที่สาวใช้ออกไปแล้ว หลัวอี๋อิ่งก็หันไปพูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เจ้าอยากทำอะไรก็ทำเถิด”“ข้าจะทำอันใดได้เล่า” นางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ภายในใจกับมีแผนการอยู่มากมาย แม้นางจะยอมตัดใจจากบุรุษผู้นั้น แต่บัญชีแค้นนี้ นางไม่อาจปล่อยวางได้ คอยดูเถิดว่าข้าจะทำอะไรได้บ้างไม่นานซือซือก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์นั้น แต่นางก็ยังคงเก็บอาการได้เป็นอย่างดี“คุณหนูเรียกบ่าวมาพบมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งก็ได้แต่ลอบยิ้มในใจ นางไม่สามารถออกหน้าเรื่องซือซือได้ มีน้องสาวผู้นี้จัดการให้ก็ถือว่าไม่เลว“แล้วเจ้าเล่า จะเอาเช่นไรต่อไปเรื่องของถางอีเฟย” นางรู้เช่นนี้แล้วยังจะมีใจรักต่อเขาอีกหรือ หญิงสาวได้แต่คิดในใจ“หากเขามีสตรีที่รักอยู่แล้ว ข้าก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยว” นางคิดมาตลอดว่าตัวเองยังคงมีหวัง เพราะเขาและพี่สาวไม่ได้รักกัน แต่วันนี้เมื่อรู้ว่าเขานั้นมีสตรีที่ชอบพออยู่แล้ว ก็เกิดอาการเสียใจอยู่ไม่น้อย“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดี บุรุษที่ทำตัวเช่นนั้น เจ้าก็อย่าไปให้ใจเลย” ยังดีที่น้องสาวของนางไม่ได้งมงายในรักมากเกินไป“ข้าคิดมาตลอดว่าพวกท่านไม่ได้มีใจให้กัน ข้าอาจจะพอมีหวังที่จะได้หัวใจของเขามาครอบครองอยู่บ้าง แต่เมื่อได้มารู้ว่าเขามีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว จึงคิดว่ายอมตัดใจเสียแต่ตอนนี้ ดีกว่าจะต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย“เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า ไว้วันหน้าเราออกมาเที่ยวเช่นนี้ดีอีกดีหรือไม่”“ดีเจ้าค่ะ”สอ
บทที่ 7หานเฟยเจี้ยออกจากจวนสกุลหลัว หลังจากนั้นเขาก็รีบก้าวขึ้นรถม้า หมอที่ทุกคนเข้าใจว่ากลับไปแล้ว ตอนนี้กับนั่งรอเขาอยู่บนรถม้า“หลานสาวของข้า อาการเป็นเช่นไรบ้าง” เขาถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วหลานสาวเขาเป็นอะไรกันแน่“ร่างกายของคุณหนูปกติดีทุกอย่างขอรับ ด้านจิตใจก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง”เมื่อได้ยินหมอพูดออกมาเช่นนั้นเขาก็เบาใจลงมาได้บ้าง แล้วเพราะอะไรนางถึงได้เปลี่ยนไป หรือเพราะเหตุการณ์นั้นจึงทำให้นางเข้มแข็งขึ้น หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ดี เขาจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเพราะนางอีกหลัวอี๋อิ่งพักผ่อนอยู่ในจวนอีกหลายวัน เมื่อเห็นว่าในจวนนี้ไม่มีอะไรให้ทำนอกจาก ฝึกศาสตร์ต่าง ๆ จึงคิดหาวิธีที่จะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกอีก“อิงอิง ไปตามน้องสามมาพบข้าหน่อย บอกว่าข้าจะพานางออกไปเที่ยวเล่นด้านนอก และพาไปพบพี่อีเฟยด้วย” หญิงสาวพูดขึ้นในขณะที่ตายังคงหลับอยู่“เจ้าค่ะ” นางตอบรับแล้วเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที&ldq
หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความอิ่มเอม โดยไม่รู้เรื่องเลยว่าปัญหากำลังเดินทางมาหาตนเองเมื่อทานอาหารเช้าเสร็จก็มานอนเล่นอย่างสบายอารมณ์ ในยุคนี้ไม่มีอะไรทำมากนัก นอกจากฝึกศาสตร์ต่าง ๆ แล้ว ก็ไม่มีอะไรทำอีก ซึ่งนางจึงเลือกที่จะนอน มากกว่าจะฝึกฝนศาสตร์เหล่านั้นในขณะที่นางกำลังนอนพักผ่อนอยู่นั้น อิงอิงก็เดินเข้ามาแจ้งถึงการมาของคนที่นางคาดไม่ถึง“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านผู้เฒ่าหานมาหาเจ้าค่ะ”“เจ้าว่าอย่างไรนะ!! ท่านตามาหาข้าหรือ” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับดีดตัวขึ้นจากที่นอนทันที ท่านตาไม่เคยมาหานางที่จวน มีแต่นางที่เดินทางไปหา หรือว่าสองคนนี้จะไปเล่าอะไรให้ท่านฟัง เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็หันไปถามอิงอิงที่นั่งก้มหน้าอยู่ ด้วยสายตาจับผิด “เจ้าไปเล่าอันใดให้ท่านตาของข้าฟังหรือไม่”“บ่าวไม่ได้เล่าอันใดเลยเจ้าค่ะ บางที่นายท่านผู้เฒ่าอาจจะเป็นห่วงสุขภาพคุณหนูก็ได้นะเจ้าค่ะ” นางเลือกที่จะโกหกออกไป เพราะหากคุณหนูรู้อาจจะไม่ยอมให้นางคอยอยู่รับใช้ข้างกายต่อ เช่นนั้นจะยิ่งไม่แย่ไปกันใหญ่หรือ“เช่นนั้น
บทที่ 6ในเวลาช่วงพลบค่ำ สามนายบ่าวพากันพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ทางด้านซือซือก็ได้ลอบออกไปพบกับถางอีเฟย ที่ประตูด้านหลังจวน ประตูนี้ไม่มีคนใช้ สร้างไว้เพื่อขนของเท่านั้น จึงสะดวกต่อการแอบลอบพบกัน“ซือซือคิดถึงคุณชายเหลือเกินเจ้าค่ะ” เมื่อพบหน้ากัน หญิงสาวก็โผเข้ากอดชายคนรักด้วยความคิดถึง ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้“ข้าจะมาที่จวนนี้ให้บ่อยขึ้นดีหรือไม่” เขาเอ่ยขึ้น เพราะหลังวันปักปิ่นของหลัวอี๋อิ่ง เขายังไม่ได้พูดคุยกับนางอย่างจริงเลย วันที่เขามาเยี่ยมหลัวอี๋อิ่งวันนั้น ก็ได้พูดคุยกันเพียงแค่นิดเดียว“หากเราไม่ลอบพบกันเช่นนี้ ซือซือคงจะไม่ได้พบหน้าคุณชายอีกแล้ว” นางพูดขึ้นด้วยท่าทีน่าสงสาร“ทำไมหรือ?” ชายหนุ่มถามขึ้นอย่างสงสัย หากนางยังอยู่ในจวน เหตุใดจะไม่ได้พบหน้ากันเล่า“คุณหนูให้ซือซือเฝ้าที่เรือนเจ้าค่ะ ไม่ให้ออกไปข้างนอก” นางแสร้งบอกด้วยนำเสียงตัดพ้อ ช่างน่าตายนัก คิดที่จะขังนางเอาไว้แต่ในเรือน“เหตุใดต้องให้เจ้าเฝ้าเรือน คนที่เคยทำหน้าที่ไปไหนเสียเล่า”“คุ







