LOGINหากจะว่าไปตระกูลจ้าวในเมืองต้าซุนก็ไม่ใช่เล็ก ๆ มีชื่อเสียงด้านการค้าขายเป็นพ่อค้าตระกูลมั่งคั่งอันดับต้น ๆ ของต้าซุนเพียงแต่จ้าวถิงสอบเป็นขุนนางและได้รับราชการในเมืองต้าเหลียนจึงมาลงหลักปักฐานที่นี่โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้จักภูมิหลังมาก่อน แม้ว่าจะลำบากหรือต้องดิ้นรนเพียงใดเขาก็ไม่เคยกลับไปรบกวนคนในตระกูลให้บิดาและพี่น้องลำบากใจ
ในบรรดาบุตรสามคนจ้าวจื่อหานได้เลือดพ่อค้ามามากที่สุด แต่เนื่องจากต้องสร้างตัวเอาเองและต้นทุนน้อยเขาจึงทำได้เพียงทำการค้าเล็ก ๆ เท่านั้น เรื่องราวเหล่านี้บุตรทั้งสามคนรู้ดีและพี่ชายของจ้าวเจียอิงก็เคยไปที่ต้าซุนมาก่อนเมื่อครั้งมารดายังอยู่ ส่วนนางยังไม่มีโอกาสได้พบกับญาติพี่น้องเพราะตอนเป็นทารกมารดาก็เสียชีวิตแล้ว จ้าวถิงรักภรรยามากตั้งแต่นางจากไปเขาก็ไม่ยอมแต่งอนุภรรยาคนใดเข้าบ้านจนกระทั่งบุตรทั้งสามคนเติบใหญ่ ต่อสู้กับอุปสรรคและเลี้ยงดูมาเพียงลำพังกับบ่าวรับใช้ที่คอยดูแลช่วยเท่านั้น น่าแปลกใจที่จู่ ๆ จ้าวถิงก็ได้รับจดหมายจากเมืองต้าซุนของพี่ใหญ่คือจ้าวเหลียน "ท่านลุงอยากพบอิงเอ๋อร์ เพราะยังไม่เคยเจอหน้า พ่อต้องหาเวลาว่างพาเจ้าทั้งสามคนไปเยี่ยมท่านลุงที่เมืองต้าซุน" จ้าวถิงบอกกับลูกทั้งสามคน จ้าวอี้หานจึงเอ่ยขึ้น "นั่นสิขอรับเราไม่ได้ไปที่เมืองต้าซุนนานแล้วข้าก็คิดถึงที่นั่น" จ้าวจื่อหานพูดสมทบขึ้น "ดีเลยท่านพ่อข้าอยากเรียนรู้เรื่องการค้าขายเพิ่มเติม" จ้าวถิงยิ้มส่ายหน้ากับความตื่นตัวของจ้าวจื่อหานเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าเป็นการบังคับลูกชายคนรองมากไปหรือไม่ที่ให้เขาสอบเป็นขุนนาง เขาชอบการค้าขายมากกว่ามักเรียนรู้ไม่รู้จักเบื่อหน่ายต่างกับงานราชการที่ทำไปวัน ๆ พอให้ผ่านไปเท่านั้น จ้าวถิงหันมาถามจ้าวเจียอิงถึงความสมัครใจของนางในการเตรียมตัวไปต้าซุนครั้งนี้ "อิงเอ๋อร์เล่าอยากไปหรือไม่" เรื่องใดนางจะไม่อยากไปเล่าตระกูลของนางเป็นตระกูลมั่งคั่งที่เมืองต้าซุนคงมีเรื่องให้ทำมากมายต่างจากที่ต้าเหลียนที่นางและครอบครัวดูต่ำต้อยในสายตาผู้อื่นราวกับมิใช่ตระกูลขุนนางถึงจะอยู่ระดับหางแถวก็เถอะ "ข้าอยากไปเมืองต้าซุนเจ้าค่ะ" จ้าวจื่อหานพูดถึงความทรงจำเมื่อวัยเด็กที่เขาเคยไปเยือนมาแล้วครั้งหนึ่ง "เมืองต้าซุนอยู่ไกลจากต้าเหลียนมาก เราเป็นแค่เมืองในปกครองเล็ก ๆ ของต้าซุน ที่นั่นเป็นเมืองหลวง กว้างขวางเจริญรุ่งเรืองผู้คนแต่งกายดูดีมีฐานะแทบทั้งสิ้น" "จริงหรือเจ้าคะคงมีเรื่องสนุก ๆ ให้ทำมากมาย" นางยิ้มกว้างตื่นเต้นกับคำบอกเล่าของพี่ชาย จ้าวจื่อหานพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเป็นความจริงแท้แน่นอน "อีกห้าวันพ่อได้หยุดงานสองวันเช่นนั้นจะได้ลาเพิ่ม ลูกทั้งสองคนแจ้งถึงวันหยุดที่จำเป็นนี้ให้ทางเจ้ากรมทราบด้วยเราไม่เคยลางานพ่อคิดว่าน่าจะไม่ยาก" "ขอรับ" หวงซีหยุนเดินทางเข้าวังหลวงเพื่อสะสางงาน จิตใจของเขาไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวจนแม่ทัพเฟิงสังเกตได้ "ข้าพอจะรู้ข่าวมาบ้าง ข้าเข้าใจเจ้าถึงอย่างไรก็อยากให้ตัดใจเถิด" เขาทำได้เพียงนิ่งฟังหากนางไม่ใช่คนที่รักลึกซึ้งก็คงลืมได้ง่ายดายแต่จ้าวเจียอิงไม่เหมือนคนอื่น ความผูกพันที่เขามีต่อนางยากที่คนอื่นจะเข้าใจ ค่ำคืนในเมืองต้าเหลียนโรงสุราบรรยากาศคึกคักเพราะวันพรุ่งนี้เป็นวันหยุด สถานเริงรมย์ของที่นี่เปิดได้ถูกต้องเหล่าบุรุษที่ชอบแสวงหาความสำราญต่างมุ่งหน้ามารวมกันที่นี่ โรงสุราอันดับหนึ่งของเมืองหลวงก็อยู่ละแวกนี้ โต๊ะด้านในสุดของโรงสุราขนาดย่อมปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งยกไหเหล้ากรอกปากไม่ยั้ง เขาดื่มมันลงไปราวกับดื่มน้ำชาก็มิปาน "เจ้าไปเตือนนายท่านให้เพลาลงหน่อยวันนี้มีผู้ใหญ่อยู่หลายคน" "เจ้าก็ไปบอกเองสิ หากข้าโดนกระทืบกลับมาเจ้ารับผิดชอบไหวหรือ" ทหารสองนายยืนอารักขาอยู่ข้าง ๆ ทั้งคู่เกี่ยงกันไปมา จ้าวจื่อหานมาคุยเรื่องการค้ากับสหายเขานั่งห่างออกไปสองโต๊ะหันมองกลับมาเมื่อรู้สึกคุ้นเคย "นั่นซีหยุนนี่ เขาไม่เคยมาที่แบบนี้ทำไมวันนี้ถึงกรอกเหล้าเป็นน้ำอย่างนั้น" จ้าวจื่อหานกำลังจะลุกขึ้นเดินไปหาสหายของเขาแต่กลับถูกรั้งตัวเอาไว้ "อย่าไปเลย ดูรองแม่ทัพสิดื่มเหล้าไม่บันยะบันยังขนาดนั้นข้าว่าเขาคงมีเรื่องในใจหนักหนาอยู่เหมือนกัน" จ้าวจื่อหานนั่งลงมองดูเงียบ ๆ เวลานี้เรื่องใหญ่ที่สุดของหวงซีหยุนคงไม่พ้นการถอนหมั้นเพียงแต่ไม่นึกไม่ฝันว่าเขาจะทุกข์ทนได้ขนาดนี้ เดิมทีควรเป็นน้องสาวของเขามากกว่าที่เสียใจที่สุดแต่นางกลับดูเข้มแข็งและสงบนิ่งราวกับเป็นเรื่องธรรมดา ครู่ต่อมาหวงซีหยุนเริ่มมีอาการมึนเมาจากชายหนุ่มผู้เงียบขรึมก็เริ่มส่งเสียงดัง "นายท่านขอรับกลับจวนเถิดขอรับ" นายทหารพยายามเกลี้ยกล่อมเพราะเขายังดื่มไม่หยุด "ไปให้พ้น!" เสียงของหวงซีหยุนเริ่มดังขึ้นจนรั้งไม่อยู่และร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า "ท่านรองแม่ทัพผู้องอาจเหตุใดวันนี้ถึงได้เมาเละเทะเยี่ยงนี้ ชื่อเสียงที่สั่งสมมาต้องมาเสียหายเพราะเรื่องไร้สาระท่านคิดว่าทำถูกต้องแล้วหรือ น่าขายหน้าแทนใต้เท้าหวงกับฮูหยินที่เป็นถึงเชื้อพระวงศ์จริง ๆ " ทุกคำพูดของลู่เซียนดังก้องในโสตประสาทของของหวงซีหยุน การที่เขาเมาหัวราน้ำอยู่ในโรงสุราที่รายล้อมไปด้วยชายเจนจัดเรื่องโลกีย์ดูจะผิดธรรมชาติของคุณชายตระกูลสูงศักดิ์ ถึงแม้เขากับรองแม่ทัพหวงจะไม่ค่อยถูกกันแต่การเห็นอีกคนในสถานที่อโคจรเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก หวงซีหยุนเงยหน้าขึ้นยกเหล้ากรอกเข้าปากจนหมดแล้วทิ้งลงพื้นอย่างไม่แยแส "เพล้ง!" ทุกคนที่อยู่โดยรอบต่างตระหนกเกรงว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น หวงซีหยุนลุกขึ้นเดินเซเล็กน้อยเข้าหาลู่เซียนดวงตาเรียวรีคมกริบในยามนี้ดุดันน่ากลัวยิ่งกว่าตอนออกรบ ลู่เซียนยกมือกอดอกทำหน้ายียวนมองดูสภาพของหวงซีหยุนพลางส่ายหน้าช้า ๆ เหยียดยิ้มมุมปาก "โมโหอย่างนั้นหรือ ถ้าไม่อายผู้อื่นก็ .." "พลั่ก!" พูดยังไม่ทันจบหมัดแข็งแกร่งก็ประโคมเข้าที่หน้าของลู่เซียนเต็มแรง เขาไม่ทันตั้งตัวโดนต่อยจนเซไปสามก้าว เลือดสด ๆ ไหลออกทางจมูกในทันที "ซีหยุน เจ้า..." และก็โดนกำปั้นประเคนเข้าที่ปากอีกรอบโดยไร้เสียงของหวงซีหยุน ลู่เซียนตั้งหลักได้มุ่งตรงเข้าต่อยหวงซีหยุนคืน ทุกอย่างเริ่มวุ่นวายเมื่อบุรุษทั้งสองคนต่อสู้กันและนายทหารของทั้งสองฝ่ายเป็นผู้คอยห้ามจนในที่สุดก็ทะเลาะกันเองเกิดการตะลุมบอนขึ้น "หนีเร็วไปแจ้งเถ้าแก่!" จ้าวจื่อหานถูกลากออกไปข้างนอกนักเที่ยวยามราตรีวิ่งหนีตายกันชุลมุนสร้างความโกลาหลไปทั่วโรงเหล้าและสถานบันเทิงใกล้เคียงก่อนงานเลี้ยงเลิกราหวงซีหยุนได้แนะนำจางซื่อพร้อมครอบครัวให้ใต้เท้าหวงรู้จักโดยมีจ้าวเจียอิงยืนอยู่ข้างกายเขา ใต้เท้าหวงมองหน้าบุตรชายแล้วก็รู้สึกอ่อนใจ หนุ่มสาวทั้งคู่ได้พบกันและกลับมาเป็นคนรักกันดั่งเดิม ในใจไม่อยากเห็นด้วยทว่ามองหน้าหวงซีหยุนแล้วก็ต้องยอมรับความจริงว่าบุตรชายของเขามีความสุขอย่างปิดไม่มิด ใต้เท้าหวงได้ข่าวของตระกูลจ้าวหลังจากกลับต้าซุน ใต้เท้าจ้าวดูมีฐานะดีขึ้นไม่มีผู้ใดกล้านินทาว่าต่ำต้อยได้อีก สิ่งสำคัญที่ทำให้ใต้เท้าหวงยอมรับการตัดสินใจของหวงซีหยุนในครั้งนี้ นั่นเพราะจ้าวเจียอิงไม่ทอดทิ้งบุตรชายของเขาในยามตกอยู่ในช่วงลำบาก อยู่ที่ต้าหลี่นางเป็นเศรษฐีระดับต้น ๆ แต่กลับประคับประคองความรู้สึกของหวงซีหยุนให้มีความหวังและพลังใจขึ้นมา แล้วตระกูลหวงมีสิทธิ์อะไรไปรังเกียจนาง เรื่องราวทั้งหมดหวงซีหยุนเป็นคนแจ้งกับบิดาเองจึงทำให้ใต้เท้าหวงใช้ความคิดไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ของคนทั่งคู่มากขึ้นจวบจนกลับถึงจวนก็ได้เล่าเรื่องราวให้หยางฮูหยินฟัง "ท่านพี่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูกหรือเจ้าคะ" ฟังดูแล้วหยางฮูหยินยังคงขุ่นเคือง ถึงตระกูลจ้าวจะไม่เหมือนเดิมทว่าตำแหน่งของใต้เท้าจ้
"ทั้งหมดนี้เป็นสินสอดที่ท่านเจ้าเมืองมอบให้เพื่อหมั้นหมายเจ้า แม่ ท่านป้าและท่านอาจะเป็นคนหาฤกษ์แต่งงานให้" จ้าวซืออี้มองหีบหลายใบวางซ้อนกันอยู่ตรงหน้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าท่านเจ้าเมืองจะทำถึงขนาดนี้ นางไม่เคยรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวมาก่อน จะว่าทำตามฐานะก็ไม่น่าจะมากมายเพราะนางเป็นเพียงสามัญชน ทว่าผู้อาวุโสทุกคนไม่ขัดข้องตรงกันข้ามกลับพึงพอใจที่ท่านเจ้าเมืองให้เกียรตินางเกินกว่าคนที่เป็นเชื้อพระวงศ์กระทำ จ้าวเจียอิงอดตื่นเต้นไปกับจ้าวซืออี้ไม่ได้การที่พี่สาวของนางไม่เอ่ยปากปฏิเสธทุกคนก็เข้าใจได้แล้วว่านางยินดีรับการหมั้นหมายในครั้งนี้ "พี่อี้เอ๋อร์มีความคิดเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ" จ้าวซืออี้นั่งนิ่งก้มหน้าหลุบตาลงต่ำยิ้มน้อย ๆ ก่อนตอบคำถาม "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผู้ใหญ่เห็นชอบก็เพียงพอแล้ว" นางไม่แปลกใจกับคำตอบของจ้าวซืออี้ สตรียุคนี้ตัดสินใจเรื่องแต่งงานเองไม่ได้ ยิ่งเป็นคนที่คู่ควรเมื่อผู้อาวุโสไม่ปฏิเสธก็ตกลงตามนั้น เช่นเดียวกับจ้าวซืออี้ประสบอยู่ในตอนนี้และดูท่าทีพึงพอใจกับอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ถ้าปฏิเสธน่ะสิถึงจะเป็นเรื่องไม่ปรกติ ทางด้านหมิงเจ๋อยังคงเร่งการก่อสร้างที่ทยอยแล้วเสร
จ้าวซืออี้พอเข้าใจว่าสิ่งที่หมิงเจ๋อทำมีความหมายว่าอย่างไร เพราะเป็นมารยาทนางจึงเดินไปหาผู้อาวุโสเชิญมาร่วมดื่มด้วยกันป้องกันการถูกนินทาลับหลังว่าทำตัวไม่เหมาะสม กลับทำให้หมิงเจ๋อพึงพอใจมากขึ้นเพราะได้รู้จักผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงมากขึ้น "ท่านเจ้าเมืองคงไม่ได้ทำให้ตระกูลจ้าวลำบากใจใช่หรือไม่เพคะ" เหลียนฮวาเอ่ยขึ้นขณะที่สามีของนางกำลังสนทนากับสหายอยู่อีกด้านยังไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้ มีเพียงจางซื่อที่ยืนอยู่ด้วยกัน "ข้าคิดว่าการกระทำของข้าชัดเจนมาก ท่านทั้งสองเห็นว่าข้าทำตัวไม่เหมาะสมหรือ" หมิงเจ๋อบอกความรู้สึกของตัวเองกับผู้อาวุโสชัดเจนเพื่อแสดงออกถึงความจริงใจที่มีต่อจ้าวซืออี้ ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันไปมาแววตาแสดงถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด "มิใช่อย่างนั้นเพคะ ตระกูลจ้าวมิบังอาจเพคะ" จางซื่อเอ่ยขึ้นในที่สุดหมิงเจ๋อพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ "ข้าจะทำให้ถูกต้องหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ ข้าจะส่งคนไปที่ตระกูลจ้าวในวันพรุ่งนี้" จางซื่อและเหลียนฮวานึกไม่ถึงว่าจ้าวซืออี้จะมีวาสนาสูงส่ง องค์ชายห้าเป็นถึงโอรสขององค์ฮ่องเต้ มีรูปโฉมงดงามและเก่งกาจอีกทั้งยังมีตำแหน่งปกครองเมืองต้าหลี่ ทั้งคู่มิได้เอ่ยปา
หมิงเจ๋อเรียกประชุมขุนนางอีกครั้งในครึ่งเดือนต่อมาถึงเรื่องที่ยังไม่ได้ทำให้เรียบร้อย "ข้ามาอยู่ที่เมืองต้าหลี่นานหลายเดือนแล้วยังไม่ได้จัดงานพบปะตระกูลใหญ่ของเมืองนี้ ข้าอยากรู้จักตระกูลต่าง ๆ เพื่อความสัมพันธ์อันดี ให้ส่งจดหมายเทียบเชิญมางานเลี้ยงในเดือนหน้า ย้ำด้วยว่าแต่ละตระกูลให้พาคนในครอบครัวมาด้วย" เจตนาของหมิงเจ๋อไม่มีอะไรมากแค่อยากทำความรู้จักจ้าวซืออี้ให้มากขึ้นในส่วนอื่นให้แม่ทัพเฟิงเป็นคนจัดการให้ ตระกูลจ้าว "ท่านเจ้าเมืองมีจดหมายเชิญไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ ทุกคนก็ไปกับแม่" จางซื่อแจ้งข่าวแก่ลูก ๆ ทุกคนหลังจากได้รับจดหมายเทียบเชิญจากทางการ เมื่อทราบข่าวแล้วจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน ระยะหลังหวงซีหยุนแวะมาหาจ้าวเจียอิงทุกครั้งที่มีเวลาว่างจนคนอื่นสังเกตได้ว่าทั้งสองคนมีความสำคัญต่อกัน นางก็ยังมิได้ปฏิเสธเขาเพราะคิดว่าเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็พบกันที่ร้านมิได้ออกไปข้างนอกแม้แต่ครั้งเดียว นางจึงวางใจว่าไม่มีสิงผิดปกติและไม่ได้ดูน่าเกลียด "เมื่อพ้นโทษแล้วข้าจะสอบขุนนางที่เมืองต้าหลี่" หวงซีหยุนบอกกับจ้าวเจียอิงเป็นคนแรก ช่วงนี้เขาอ่านตำราอย่างหนักจึงไม่ค่
ทั้งสองพี่น้องทำความเคารพหมิงเจ๋อ "พวกเรากำลังจะกลับแล้วเพคะ" จ้าวซืออี้เอ่ยแทน หมิงเจ๋อจึงรั้งเอาไว้ก่อน "ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปส่ง ร้านอยู่ไกลหรือไม่" "มิบังอาจเพคะ" จ้าวซืออี้ย่อเข่าก้มหน้าลงความสวยของนางสะดุดตาของหมิงเจ๋อครั้งแล้วครั้งเล่า 'เจ้าจะรู้หรือไม่ว่าข้าเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เพราะเจ้า' เขาเก็บซ่อนความรู้สึกดีที่มีต่อนางเอาไว้และขอตามไปส่งให้ได้ จนในที่สุดทั้งสี่คนพร้อมด้วยองครักษ์และคนรับใช้ก็เดินยกกลุ่มไปที่ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว เรื่องราวของสตรีตระกูลจ้าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งวันเรื่องนี้คนรับรู้กันทั่วเมือง จนกระทั่งจางซื่อและตระกูลหลี่เรียกจ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงเข้าพบเป็นการส่วนตัว "เรื่องนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งครั้งต่อไปควรปฏิเสธขุนนางและอยู่ให้ห่างท่านเจ้าเมือง" เหลียนฮวา มารดาของหลี่ซูหรงเอ่ยเตือนขณะที่จางซื่อส่ายหน้าเบา ๆ "ขุนนางคนนี้นเป็นสหายของอิงเอ๋อร์ที่ไม่ได้พบกันนานเจ้าค่ะท่านป้า ท่านแม่" จ้าวซืออี้อธิบายทว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคนกลับยิ่งไม่พอใจ "ถึงอย่างไรเรื่องอย่างนี้ก็ไม่ควรตัดสินใจโดยพลการ" "คราวหน้าคราวหลังหลานจะระวังเจ้าค่ะ" เมื่อผู้
ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว "ได้ยินมาว่าเมืองต้าหลี่ของเรามีองค์ชายจากต้าเหลียนมาดูแลหรือ" "ได้ยินมาว่าอย่างนั้นเป็นเจ้าเมืองคนใหม่อายุยังน้อย" "รูปงามหรือไม่" "ข้ายังไม่เคยพบรู้แต่ว่ายังไม่มีพระชายา" เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าสตรีที่กำลังเลือกดูผ้าพูดคุยกันถึงเรื่องเจ้าเมืองคนใหม่พลางเขินอายที่พูดถึงเรื่องส่วนตัว "มีเสียงเล็ดลอดมาจากฝั่งคนงานก่อสร้างว่ามีคนถูกเรียกตัวเข้าเฝ้า เป็นอดีตรองแม่ทัพจากต้าเหลียน" จ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงกำลังพูดกับลูกค้าจ้าวเจียอิงชะงักงันเมื่อได้ยินเรื่องนี้ หวงซีหยุนโดนปลดจากรองแม่ทัพมาเป็นคนงานหรือ หญิงสาวกลุ่มนั้นไม่พูดต่อพวกนางเลือกผ้าจนพอใจแล้วก็มาจ่ายเงินและเดินออกจากร้านไป มีเพียงจ้าวเจียอิงที่ยังคงเหม่อลอย "อิงเอ๋อร์ ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ถ้าเหนื่อยก็นั่งพักก่อนเถิด" จ้าวซืออี้เห็นเข้าพอดีจึงให้นางไปพักแต่จ้าวเจียอิงก็บอกว่าไม่เป็นไรและดูแลลูกค้าคนต่อไป หวงซีหยุนเข้าเฝ้าหมิงเจ๋อได้รับงานสำคัญให้ไปตรวจหน้างานกับรองเจ้ากรมโยธาธิการ ในฐานะที่เขาเป็นคนงานมาก่อนย่อมรู้เรื่องการก่อสร้างดี ส่วนคนอื่น ๆ ก็กระจายหน้าที่ต่างกันไป "ก่อสร้างครั้งนี้เสร็จสิ้นเ






![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
