เข้าสู่ระบบเอี๊ยด เสียงรถยนต์มาจอดอยู่หน้าบ้านของสุดาและธานินก่อนที่ร่างของไข่มุกจะลงจากรถ โดยที่เธอยังคงสวมใส่เสื้อทำงานอยู่
หญิงสาวเดินเข้าไปภายในบ้านก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บ้านแต่ก็ไม่มีใครอยู่กระทั่งน้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยก็ดังแว่วเข้ามาเสียก่อน
“กลับมาแล้วเหรอ”
“......” ไข่มุกหันไปมองตามเสียงก็พบว่าเป็นอดีตสามีของตัวเอง เธอแสดงสีหน้าเรียบนิ่งราวกับว่าคำพูดของเขานั้นไม่มีความหมายกับเธอ
“เดี๋ยวนี้ทำหน้าเย็นชาใส่พี่จังนะ” ชายหนุ่มเอ่ยถามในขณะที่จ้องมองใบหน้าสะสวยของอดีตภรรยาไม่วางตา
“ก็ไม่ได้สนิทกันมุกคิดว่าไม่จำเป็นต้องยิ้มให้ก็ได้ค่ะ” คำพูดไม่แยแสของเธอทำให้กวินท์แสดงสีหน้าบึ้งตึงออกมาทันทีอย่างไม่พอใจนัก
“แต่ฉันจำได้นะว่าเราเคยสนิทกันแถมมากกว่าสนิทอีกด้วย” เขามองเรือนร่างของเธออย่างนึกสำรวจอยู่ไม่น้อย ทำเอาไข่มุกได้แต่เม้มริมฝีปากเข้าหากัน เธอรู้ว่าเขากำลังสื่อถึงอะไร
“หยุดมองมุกด้วยสายตาแบบนั้นนะ”
“สายตาแบบไหน” กวินท์ไม่ถามเปล่าพลางเดินเข้าหาร่างบางจนไข่มุกต้องถอยตัวหนี
“ก็สายตาโรคจิตแบบนี้ไง”
“ทำไม ไม่ชอบเหรอ”
“ค่ะ มุกไม่ชอบ” เมื่อพูดจบแล้วหญิงสาวก็เดินเลี่ยงไปทางอื่นทันทีปล่อยให้กวินท์ยืนอยู่แบบนั้นคนเดียว ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ แล้วใช้มือลูบใบหน้าตัวเองก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ
“ชอบนักนะการพูดจาทำร้ายจิตใจคนอื่นเนี่ย” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยความคาดโทษแล้วเดินตามหญิงสาวไป
“อ้าวมาถึงแล้วเหรอ” เสียงของสุดาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าลูกสาวของตนนั้นเดินเข้ามาภายในห้องครัว
“สักพักแล้วค่ะ”
“แล้วเจอตาวินท์รึยัง”
“ค่ะ”
“เป็นยังไงบ้าง”
“คะ?” ไข่มุกถามด้วยความสงสัย เธอขมวดคิ้วเข้าหากันโดยที่สายตายังจบจ้องไปยังสุดาอยู่
“คุยกันเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ปกติค่ะ” จะให้เธอตอบว่าเขานั้นทำตัวโรคจิตใส่เธองั้นเหรอ
“เดี๋ยวนี้ตาวินท์ปรับตัวดีขึ้นนะ” สุดายังคงเอ่ยถึงกวินท์ เธออยากให้ไข่มุกรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกวินท์
“นั่นมันเรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับมุกค่ะแม่”
“ไม่คิดจะกลับไปหาตาวินท์อีกรอบเหรอ” คำถามอย่างตรงไปตรงมาของสุดาทำให้หญิงสาวเงียบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินคำนี้จากคนเป็นแม่
“ลองเปิดใจคุยกันอีกรอบแม่ก็ว่าดีนะ”
“เรื่องของมุกกับพี่วินท์จบกันตั้งแต่พวกเราไปอำเภอแล้วค่ะ” เธอยังคงยืนยันคำเดิมว่าจะไม่กลับไปอีกครั้งถึงแม้คำพูดของเธอนั้นจะไม่ได้เอ่ยออกมาตรง ๆ ก็ตาม แต่นั่นก็คือความหมายเดียวกันที่จะไม่กลับไปแน่นอน
“แม่ไม่ได้อยากเซ้าซี้ลูกนะ แต่แม่ก็อยากให้ลองคุยกันอีกครั้ง”
“ความรู้สึกของมุกจะไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยความหนักแน่นอีกครั้งหารู้ไม่ว่ามีใครบางคนที่กำลังแอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่อยู่
ภายในโต๊ะอาหารที่พร้อมไปด้วยกับข้าวมากมายที่วางไว้บนโต๊ะมากมายหลายเมนู
“ทานให้อร่อย ๆ นะ วันนี้แม่ตั้งใจที่จะทำให้เลยนะ” เสียงของสุดาเอ่ยบอกพร้อมกับยิ้มให้ด้วยความอ่อนโยน
“ฝีมือแม่ยังคงอร่อยเหมือนเดิมเลยนะครับ” เสียงของกวินท์พูดขึ้นพร้อมกับปรายตามองอดีตภรรยาเล็กน้อยก่อนจะหันไปหาทางสุดา
“ปากหวานนะเรา แบบนี้ใจแม่ละลายหมดแล้ว”
“คุณทำอาหารอร่อยจริง ๆ นะผมชอบมากกว่าการไปกินอาหารที่ภัตตาคารหรู ๆ ซะอีก” ธานินเอ่ยชมผู้เป็นภรรยาสร้างความดีใจแก่สุดาอยู่ไม่น้อย
“มุกก็เห็นด้วยกับคุณพ่อนะคะ”
“พากันปากหวานเข้าไป”
“ว่าแต่วินท์มีธุระที่จะไปทำต่อไหม”
“ไม่ครับ ทานข้าวเสร็จผมคิดว่าจะกลับคอนโดเลยครับ”
“นอนค้างที่บ้านแม่ก่อนก็ได้นะนี่ก็ดึกมากแล้วเราก็เหมือนกัน” สุดาพูดกับกวินท์จบแล้วก็หันไปพูดกับลูกสาวของตัวเองต่อ
“พรุ่งนี้มุกต้องเปิดร้านแต่เช้าค่ะ”
“ให้พี่ไปช่วยไหม” กวินท์เอ่ยถามทันทีเมื่อได้โอกาส
“ไม่เป็นไรค่ะ มุกไม่อยากรบกวนคนอื่นค่ะ” หญิงสาวเน้นคำว่าคนอื่นทำให้คนที่ถูกพูดถึงแสดงสีหน้าบึ้งตึงทันที เขารู้สึกไม่ชอบคำนี้เอาเสียเลย
“รบกวนที่ไหนกัน คนกันเองทั้งนั้น”
“ดูเหมือนว่าพี่วินท์จะลืมไปแล้วนะคะว่าเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว”
“......” ชายหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้นก็จ้องเธอเขม็งทันทีแต่นอกจากไข่มุกไม่สนใจแล้วยังเมินเฉยอีกด้วย
“แม่ว่าทานข้าวกันกว่านะ” สุดาที่เห็นท่าไม่ดีจึงเอ่ยเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้ทั้งคู่ต้องมีปากเสียงกันก่อนที่ทุกคนจะเริ่มรับประทานอาหารกันอีกครั้ง
“รถเป็นอะไรเหรอ?” ธานินเอ่ยถามลูกสาวเมื่อเห็นว่ารถของไข่มุกกำลังมีปัญหา
“จู่ ๆ ก็สตาร์ทไม่ติดค่ะ” หญิงสาวใช้มือเท้าคางตัวเองด้วยความสงสัยเนื่องจากก่อนมาที่นี่รถเธอก็ปกติดีทำไมตอนนี้ถึงได้สตาร์ทไม่ติดแบบนี้นะ
“แม่ว่าหนูนอนที่นี่ก่อนก็ได้ไม่ก็ให้คนขับรถของพ่อไปส่งที่คอนโด”
“พรุ่งนี้มุกมีงานต้องทำเลยต้องกลับไปนอนที่ห้องค่ะ” เนื่องจากพรุ่งนี้เธอค่อนข้างงานเยอะเลยไม่อาจนอนที่นี่ได้
“เดี๋ยวพี่ไปส่งก็ได้” คำพูดของกวินท์ทำให้ทุกคนหันไปมองเขาทันที
“ก่อนจะถึงคอนโดพี่ก็ถึงคอนโดนเธอก่อนอยู่แล้วเดี๋ยวพี่แวะไปส่งก็ได้” เขาแค่อ้างเท่านั้นเพราะความจริงคืออยากอยู่กใกล้เธอต่างหาก
“ไม่เป็นไรค่ะ มุกไม่อยากรบกวน”
“รบกวนที่ไหนกัน เลิกปฏิเสธพี่ได้แล้ว”
“พ่อว่าไปกับตาวินท์ก่อนก็ได้ ยังไงก็ผ่านคอนโดหนูอยู่แล้ว” ธานินเอ่ยเสริม เขาไม่ได้เข้าข้างอดีตลูกเขยแต่อย่างใดแต่เนื่องจากก่อนจะถึงคอนโดของกวินท์ กวินท์ก็ขับรถผ่านคอนโดของไข่มุกอยู่แล้ว
“แต่มุกไม่อยากรบกวนเขาค่ะ”
“ใครบอกว่ารบกวน พี่เต็มใจต่างหาก” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทำให้ไข่มุกปรายตามองเขาเล็กน้อย
“แม่ว่าไปกับพี่เขาดีกว่านะ” สุดาพูดเสริมทำให้ไข่มุกที่ได้ยินแบบนั้นก็ยอมตอบตกลงไป
“ค่ะ......”
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาช่วงบ่ายของวัน“มุกดูนี่สิ” เสียงทุ้มอ่อนของกวินท์เอ่ยบอกคนรักหลังจากที่เขาเก็บหอยบนทรายโชว์ให้เธอดู หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนที่จะเอ่ยถามกลับไป“ทำไมเหรอคะ?” เธอจ้องมองคนตัวสูงอย่างต้องการคำตอบ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามของเธอ“สวยเหมือนมุกเลย” คำตอบของชายหนุ่มสร้างรอยยิ้มแก่หญิงสาวไม่ยาก เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับใช้มือบีบแก้มกลม ๆ ของเขาอย่างมันเขี้ยว“เดี๋ยวนี้พอมีโอกาสก็เอาใหญ่เลยนะคะ” ริมฝีปากบางเอ่ยพร้อมกับจ้องไปยังนัยน์ตาคู่คมของคนรัก กวินท์อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะประสานมือเธอไว้หลวม ๆ แล้วเดินเล่นไปถามชายหาดพร้อม ๆ กันความอบอุ่นที่ทั้งสองได้รับในตอนนี้มันสร้างความสุขแก่ทั้งคู่อยู่ไม่น้อยบางคนอาจคิดว่า ทำไมเธอถึงยอมกลับไปอยู่ในจุดเดิม เธอสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า หากเขาสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอได้ เธอก็พร้อมที่จะให้โอกาสนั้นกับเขาอีกครั้งไข่มุกรู้ตัวเองดีไปกว่าใคร เธอเชื่อมั่นว่ากวินท์ไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีกเด็ดขาด เขาให้คำมั่นสัญญากับเธอแล้ว หากมีครั้งต่อไปเขาจะไม่มีวันได้โอกาสจากเธออีกเลย“วันนี้ลมเย็นดีนะ หนาวไหม” กวินท์เอ่ยถามคนรักเสียงอ่อนในขณ
“วันนี้ถ้าอยากกินอะไรก็บอกพี่ได้นะเดี๋ยวพี่ทำให้”“มุกอยากกินข้าวต้มหมูสับ พี่วินท์ทำเป็นไหมคะ”“ไม่มีอะไรเกินความสามารถของพี่หรอก” เขาดึงมือคนตัวเล็กขึ้นมาหอมอย่างสดชื่น มืออุ่น ๆ ของเธอทำให้เขามีความสุข“โรคจิตเหรอคะ”“โรคจิตอะไรกัน แค่หอมมือเมียเอง”“นั่นแหละค่ะ”“ไม่หรอกเพราะรักถึงทำแบบนี้”ตึก ตึก ตึก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นส่ำขึ้นมา เธอรู้สึกอ่อนไหวกับคำพูดของคนรัก“ปากหวานจังเลยนะคะ”“มุกก็เคยชิมแล้วไม่ใช่เหรอ”“ถ้าอยากชิมอีกสักครั้งได้ไหมคะ”ฟึบ ชายหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากหญิงสาว เขามองใบหน้าเธอก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง“มุกต้องการแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”“มุกไม่เคยพูดละ.....อื้อ” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะพูดออกมาจบกวินท์ก็ประกบริมฝีปากบางด้วยความดูดดื่มทันที เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากบางของหญิงสาวเพื่อตักตวงความปรารถนาที่ตัวเองมีกวินท์ประคองใบหน้าของหญิงสาวไว้เบา ๆ ลิ้นของเขาารุกล้ำเข้าไปในโพรงปากบาง เขาทั้งสองแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มจนเมื่อพอใจแล้วชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกเขาสบตากับเธอดวงตาเขาเต็มไปด้วยความรักใคร่ที่ผ่านทางแววตา เขาอยากเห็นหน้าเธอในท
เช้าวันต่อมา“วันนี้พี่วินท์ไม่ทำงานเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ากวินท์ยังคงนอนอยู่บนเตียงไม่ยอมลุกไปไหน“วันนี้พี่ไม่เข้าบริษัท”“ทำไมคะ?” ไข่มุกแสดงสีหน้าสงสัยออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบจากคนตัวสูง“มุกท้องพี่ก็ต้องหาเวลาว่างเพื่อมาดูแลมุก” เขาตอบแล้วยิ้มให้กับเธอก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาว “รีบออกมานะตัวเล็กป๊าอยากเห็นหน้าหนูแล้ว” เขาย่อตัวลงไปกระซิบบริเวณหน้าท้องแบนราบของเธอทำเอาไข่มุกที่เห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอาอยู่ไม่น้อย“ลูกไม่ได้ยินหรอกค่ะ”“มันก็ไม่แน่”“แต่งตัวไปทำงานได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกโทรบอกคุณพ่อนะคะ”“เมียใครเนี่ยน่ากลัวจัง” เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เธอจนปลายจมูกของทั้งสองชนกัน“เลิกติดเล่นได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกไม่คุยกับพี่วินท์แล้วนะคะ”“ครับคุณเมีย” กวินท์หอมเข้าที่แก้มนุ่มของคนรักฟอดใหญ่แล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าไปมาแต่เธอก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อยที่เขาเป็นแบบนี้ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้มันค่อนข้างไปได้สวยเป็นอย่างมากเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ“มุกมาผูกเนคไทให้พี่หน่อย” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยเรียกคนรักทำให
“ทั้งหมด140บาทค่ะ ลูกค้าสะดวกจ่ายทางไหนดีคะ” ไข่มุกเอ่ยถามลูกค้าพร้อมกับยิ้มหวานให้ หลังจากที่เธอได้สรุปยอดให้ลูกค้าเสร็จแล้ว“สแกนจ่ายค่ะ”“สแกนตรงนี้ได้เลยนะคะ” เธอชี้คิวอาร์โค้ดตรงหน้าก่อนที่ลูกค้าจะสแกนจ่ายค่าอาหารแล้วเดินออกไปจากคาเฟ่“เหนื่อยไหมคะพี่มุก” ปันปันเอ่ยถามพร้อมกับยิ้วหวานให้“นิดหน่อยค่ะ”“แล้ววันนี้ว่าที่สามีของพี่มุกไม่มาเหรอคะ” เด็กสาวเอ่ยถามพลางทำสีหน้าสงสัยอยู่ไม่น้อย เธอชะเง้อเพื่อมองหาใครบางคน“ช่วงนี้เขางานยุ่งน่ะ”“แต่เขาก็ดูรักพี่มุกมากเลยนะคะ ปันเห็นมาหาแทบทุกวันเลย”ไข่มุกรู้ดีว่ากวินท์นั้นให้ความสำคัญกับเธอมากแค่ไหน เขาจะมาหาเธอทุกครั้งเมื่อมีโอกาสต่อให้ไม่มีกวินท์ก็จะพยายามหาเวลาว่างมาหาเธอให้ได้ เธอรู้ดีว่าเขาเป็นคนยังไง“ยังไงปันก็ขอแสดงความยินดีกับรักครั้งใหม่ด้วยนะคะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพูดจบแล้วก็ยิ้นหวานให้กับเด็กสาวตรงหน้า การที่เธอยอมให้โอกาสกวินท์อีกครั้งเป็นเพราะเขานั้นทำให้เธอเห็นว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแค่ไหนเธอเห็นทุกการกระทำของเขาทุกอย่างและอีกส่วนหนึ่งคือมาจากใจเธอที่ยังมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเขาอยู่ เธอยังรักและยังหวงเขาเหมือนแต่ก่อนที่บอกว
“......” กวินท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยินชะงักอยู่เล็กน้อยแม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาตอนนี้แต่ภายในใจนั้นแทบจะอยากกอดเธอจนแทบจะบ้า“มุกยอมกลับไปอยู่ด้วยกันอีกคระ......อ๊ะ !” หญิงสาวร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ กวินท์โผลเข้ามาสวมกอดเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย“พี่ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มพูดอย่างซึ้งใจ ความพยายามของเขาไม่สูญเปล่าแล้ว เขากระชับกอดเธอให้แน่นมากขึ้นกว่าเดิมราวกับว่าไม่อยากปล่อยให้เธอหายไปจากอ้อมกอดของเขาอีกแล้ว“แต่มันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของพี่วินท์เหมือนกันนะคะ” ที่เธอยอมให้โอกาสเขาเพราะเธอยังรักเขาอยู่ เธอหลอกคนอื่นได้แต่เธอไม่สามารถหลอกใจตัวเองได้เธอมองเห็นความพยายามของกวินท์มาโดยตลอดเพียงแต่อยากเห็นเขาพยายามมากกว่านี้ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าไม่ใช่แค่เขาที่ขาดเธอไม่ได้ เธอก็ไม่สามารถขาดเขาได้เช่นกัน“พี่ขอบคุณมุกจริง ๆ นะ พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้มุกเสียใจอีก”“มุกจะเชื่อคำพูดของพี่วินท์อีกครั้งนะคะ”“ขอบคุณนะ” เขาเอ่ยขอบคุณเธอด้วยความซาบซึ้งใจ“มุกให้โอกาสพี่วินท์แค่ครั้งเดียวนะคะ หากพี่วินท์ยังเป็นแบบเดิมอยู่มุกขอไม่กลับมาอีกแล้วนะคะ” เธอรู้ว่าการกลับไปอยู่ใน
เช้าวันต่อมาก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาประตูห้องดังขึ้นทำให้ไข่มุกที่กำลังยืนทำกับข้าวอยู่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองไปยังประตูห้องเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู เธอพอจะเดาออกว่าคนที่เคาะคือใคร......“มาทำไมแต่เช้าคะ?” เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วก็เห็นกวินท์ยืนอยู่หน้าประตูห้องพร้อมกับในมือมีของมาฝากมากมาย“วันนี้พี่ไม่ได้เข้าบริษัทเลยมาหามุกแทน”“คำตอบของพี่วินท์ดูเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบเลยนะคะ” เขามาหาเธอโดยที่ไม่ได้ไปทำงาน มันทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย“พี่ขอเข้าไปข้างในได้ไหม”“ถ้ามุกบอกว่าไม่พี่วินท์จะยอมกลับไปไหมคะ”“มุกก็น่าจะรู้คำตอบของพี่นะ”“เฮ้อ มุกไม่อยากเถียงกับพี่แล้ว” หลังจากพูดจบแล้วหญิงสาวก็ยอมหลรกทางให้คนตังสูงเดินเข้ามาหาภายในห้องก่อนที่เธอจะปิดประตูลง“ทำอะไรกินเหรอ ทำไมหอมจัง” เขาวางสัมภาระที่ถือมาด้วยความไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปดูกับข้าวที่เธอทำอย่างถือวิสาสะแต่แล้วก็ทำให้เขาต้องเบือนหน้าไปทางอื่นทันที“อึก ทำไมเหม็นแบบนี้วะ” กวินท์พูดกับตัวเองเบา ๆ หลังที่ชะเง้อหน้ามองกับข้าวที่หญิงสาวทำไว้ ท่าทีของเขาทำให้ไข่มุกได้แต่ยืนมองอย่างเงียบ ๆ เธอเม้มริมฝีปาก







