Share

ตอนที่ 16 คลี่คลายปมแค้น

Author: Jiulin
last update publish date: 2026-10-13 10:28:45

“เมื่อไหร่ท่านจะเลิกเรียกข้าว่าคุณหนูใหญ่เสียทีล่ะเจ้าคะ”

น้ำเสียงอ่อนน้อมและท่วงท่าอันเป็นธรรมชาติไร้ซึ่งความแง่งอน ทำให้บรรยากาศตึงเครียดในเรือนพลันสลายไปสิ้น

“อะ... เอ่อ” ฮูหยินรองชะงักงันไปชั่วขณะ นัยน์ตาฉายแววประหลาดใจก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างโล่งอกและผ่อนคลาย

“จริงด้วย!... เซียนเอ๋อร์” ฮูหยินรองทอดสายตามองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความรักและเอ็นดูจากหัวใจ

“แม่รองคิดว่าท่านพ่อของเจ้าไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดเจ้าจริงจังนักหรอก หากเจ้ายอมลดทิฐิลงและเอ่ยปากขอโทษเขาสักนิด บางทีตาแก่คนนั้นอาจจะแอบน้ำตาคลอเบ้า ดีใจจนร้องไห้เหมือนเด็กๆ เป็นแน่”

ลู่หมิงเซียนฟังแล้วก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างสดใส นางยื่นมือไปจับมือของฮูหยินรองมาตบเบาๆ บนหลังมืออย่างประคบประหงม ราวกับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังออดอ้อนมารดา

“หากท่านพ่อยอมร้องไห้เหมือนเด็กจริงตามที่ท่านแม่รองว่า ไว้ข้ากลับมาคราวหน้า จะต้องพาเสี่ยวเฉียวมาช่วยกันจดบันทึกภาพประวัติศาสตร์นี้ไว้เสียแล้วเจ้าค่ะ”

ทั้งคู่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกัน ทำเอาบ่าวคนสนิทของฮูหยินรองที่ยืนเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ในห้องโถงถึงกับหลุดยิ้มตามด้วยความโล่งอก คุณหนูใหญ่ในวันนี้ช่างแตกต่างไปจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง

บรรยากาศตึงเครียดและห่างเหินที่เคยปกคลุมจวนตระกูลลู่มานานหลายปี พลันมลายหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงไออุ่นแห่งความเข้าใจและความผูกพันที่แท้จริง

ทว่าก็ยังมีอีกหนึ่งความสัมพันธ์ที่บรรดาบ่าวไพร่ต่างไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะลงเอยอย่างไร

เรื่องราวระหว่างสองพี่น้องต่างมารดาอย่างคุณหนูใหญ่และคุณหนูรอง ที่แต่งออกเรือนเข้าจวนชินอ๋องไปพร้อมกัน

แม้บ่าวในจวนตระกูลลู่จะไม่ได้ติดตามไปรับใช้ที่จวนอ๋อง ทว่าเรื่องราวภายในเรือนหลังแห่งนั้นกลับหลุดรอดมาเข้าหูพวกนางอยู่เสมอ ผ่านปากของเหล่าบ่าวสายสืบที่ชอบนำมาจับเข่าคุยกันในโรงครัว

พวกนางต่างก็รู้ดีว่าคุณหนูใหญ่ผู้เคยเย่อหยิ่งทว่ากลับน่าสงสาร ต้องนอนล้มป่วยหนักอยู่แต่ในเรือนร้างนานแรมเดือน โดยไม่เคยได้รับความสนใจหรือเมตตาจากท่านอ๋องเลยสักนิด

ตรงกันข้ามกับคุณหนูรอง ที่แม้จะมีศักดิ์เป็นเพียงชายารอง ทว่ากลับได้ครอบครองทั้งความรัก ความโปรดปรานและอำนาจในการดูแลจวนจนหมดสิ้น

ยามแรกที่เห็นคุณหนูใหญ่ปรากฏตัวในวันนี้ บ่าวทุกคนต่างพากันหวาดวิตก คิดไปว่าสตรีที่พ่ายแพ้และถูกทอดทิ้งคงจะแบกความแค้นเคืองกลับมาสาดใส่ฮูหยินรองอย่างแน่นอน

ทว่าภาพความอบอุ่นตรงหน้ากลับชี้ชัดแล้วว่า หลังจากผ่านพ้นเฉียดความตายมาคราหนึ่ง คุณหนูใหญ่กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง นางดูฉลาด เยือกเย็นและรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อย่างน่าเลื่อมใส

ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดินเมื่อเทียบกับคุณหนูรองลู่หมิงจู ที่คนในจวนตระกูลลู่ต่างรู้ซึ้งถึงนิสัยใจคออันจองหอง ริษยาและหน้าไม่อาย ซึ่งถูกซุกซ่อนเอาไว้ภายใต้ใบหน้าอันงดงามอ่อนหวานนั่นเป็นอย่างดี

แม้แต่ฮูหยินรองผู้เป็นมารดาแท้ๆ ยามนี้ก็ยังต้องถอดใจด้วยความเหนื่อยหน่าย จนมิอาจเคี่ยวกรำสั่งสอนให้นางรู้จักผิดชอบชั่วดีได้มากกว่านี้อีกแล้ว

“ขอบคุณท่านแม่รองที่เมตตาและใส่ใจข้า แม้ว่าในอดีตข้าจะเคยเกเรและร้ายกาจกับท่านเพียงใดก็ตาม ท่านก็ยังไม่คิดถือสา ช่างเป็นคนที่น่าเลื่อมใสนัก หมิงเซียนขอคารวะท่านแม่รองเจ้าค่ะ”

พูดจบลู่หมิงเซียนก็ขยับกายลงจากเก้าอี้ ย่อกายค้อมคำนวยพรอย่างอ่อนช้อยงดงาม ทำเอาฮูหยินรองตั้งตัวไม่ทัน รีบเข้ามาประคองร่างบางให้ลุกขึ้น

“เซียนเอ๋อร์... ลุกขึ้นเถิดๆ เจ้าอย่าทำเช่นนี้เลย แม่รองเลี้ยงดูเจ้ามาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ย่อมรักและเอ็นดูเจ้าไม่ต่างจากบุตรสาวแท้ๆ แล้วแม่รองจะถือสาหาความเจ้าได้ลงคออย่างไรกันเล่า”

ฮูหยินรองเริ่มน้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาแล้ว นางใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนบางซับที่หางตาของตนเอง ประหนึ่งเพิ่งได้พูดคุยกับบุตรสาวในไส้ทั้งที่คนตรงหน้าก็เป็นเพียงลูกเลี้ยงที่ร้ายกาจเสมอมา

“ท่านแม่รอง… วันนี้ข้ายังมีธุระสำคัญที่ต้องไปจัดการต่อ วันหลังข้าจะหาเวลาแวะกลับมาเยี่ยมท่านใหม่อย่างแน่นอน ท่านรักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าคะ”

“ได้... เดินทางกลับดีๆ นะเซียนเอ๋อร์”

ลู่หมิงเซียนยิ้มรับด้วยความจริงใจ ก่อนจะลุกขึ้นหมุนตัวเดินออกจากเรือนหลักไป ท่ามกลางสายตาของฮูหยินรองที่ทอดมองตามแผ่นหลังของบุตรีต่างสายเลือดด้วยความตื้นตันใจ จนต้องยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาแห่งความปีติที่เอ่อล้นออกมาอย่างไม่อาจกลั้น

ทว่าเมื่อนางก้าวพ้นเขตเรือนหลักออกมา ก็พบเข้ากับกลุ่มบ่าวรับใช้ที่ยืนปักหลักสอดส่องอยู่ไม่ไกล ซึ่งนางจำได้แม่นยำว่าเป็นบรรดาบ่าวสายสืบที่ลู่หมิงจูส่งมาคอยจับตาดูความเคลื่อนไหว

มุมปากเรียวสวยกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ นางรู้ดีว่าเรื่องที่นางมาเยือนจวนในวันนี้ จะต้องรีบถูกนำไปรายงานถึงหูของลู่หมิงจูอย่างรวดเร็วเป็นแน่ แต่มีหรือที่คนอย่างลู่หมิงเซียนจะแยแสใส่ใจ

“ไปกันเถอะ เสี่ยวเฉียว”

“เจ้าค่ะ คุณหนู”

ก่อนจะก้าวขึ้นรถม้า ลู่หมิงเซียนยังหันกลับไปปรายตามองกลุ่มบ่าวรับใช้ด้วยรอยยิ้มพินิจพิเคราะห์ที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง

“อ้อ... ข้ากลับจวนในวันนี้ ก็แค่มาเยี่ยมแม่รองแทนเจ้านายของพวกเจ้าเท่านั้น ช่วงนี้นางตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอด การเดินทางคงลำบากและไม่สะดวกกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดไปอีกหลายเดือนเป็นแน่”

“ข่าวคราวความเป็นไปในจวน คงต้องรบกวนพวกเจ้าแล้วกระมังที่ต้องคอยวิ่งวุ่นส่งข่าวไปมาระหว่างจวนอ๋องกับจวนตระกูลลู่เช่นนี้”

สิ้นคำพูด น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นัยน์ตากลับทอประกายคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่ง ก็แย้มรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวออกมาราวกับปีศาจตัวน้อยๆ จนบ่าวสายสืบเหล่านั้นรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ขนหัวลุกชันด้วยความหวาดกลัวจนแทบเข่าทรุดไปตามๆ กัน

‘ที่เสี่ยวเฉียวเคยบอกว่าคุณหนูใหญ่ยังคงเป็นคุณหนูใหญ่คนเดิมไม่เปลี่ยน คงจะเป็นเรื่องจริงอย่างที่นางว่าไม่มีผิด!’

บรรดาบ่าวไพร่ต่างพากันตัวสั่นงันท่ามกลางลมหนาว โดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตานางอีกเลยแม้แต่น้อย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 58 อิสรภาพภายใต้แสงโคมนับพันดวง Part2

    ‘หากวันใดที่ข้าได้อิสรภาพอย่างสมบูรณ์ วันนั้นไม่ว่าจะเป็นการเดินทางขึ้นเหนือสุด หรือลงใต้ไปไกลเพียงใด ก็คงไม่มีสิ่งใดมาพันธนาการและฉุดรั้งข้าไว้ได้อีกแล้วเป็นแน่’ลู่หมิงเซียนค่อยๆ พับแผ่นกระดาษจดหมายเก็บลงในอกเสื้ออย่างทะนุถนอม นางเอ่ยลาหลงจู๊ชราด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะก้าวเท้าออกจากร้านฝูจี้พร้อมกับเสี่ยวเฉียวสาวใช้คนสนิทเมื่อออกมาด้านนอก ดวงตะวันก็เริ่มคล้อยต่ำลงทุกขณะ บรรยากาศรอบกายเริ่มย่างเข้าสู่ยามโพล้เพล้ แสงอาทิตย์อัสดงสาดแสงสีส้มทองฉาบทาไปทั่วท้องฟ้าผืนกว้างสายลมยามเย็นพัดผ่าน พัดพาเอาความเย็นชุ่มชื่นเข้ามาแทนที่ สองสตรีเดินทอดน่องไปตามถนนเส้นหลักของเมืองหลวงอย่างสุนทรีย์และผ่อนคลายทว่ายามนี้ สองข้างทางกลับมิได้เงียบเหงา หากแต่เต็มไปด้วยความครึกครื้นจอแจของผู้คนที่แห่กันออกมาเดินเที่ยวเล่นรับลมยามค่ำคืนกันอย่างเนืองแน่น แสงไฟสีแดงส้มจากโคมกระดาษนับร้อยนับพันดวงที่ถูกทยอยจุดขึ้นประดับประดาสองข้างทาง ส่องประกายระรานตาทอแสงเรืองรองสะท้อนกับผืนถนนเบื้องหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา ทั้งเสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเร่ขายสินค้า เสียงหัวเราะสนุกสนานของผู้คน ละลานตาไปด้วย

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 57 อิสรภาพภายใต้แสงโคมนับพันดวง Part1

    “ข้าอยู่ที่นี่สุขสบายดี เหตุใดต้องกลับไปทนหายใจรดกันให้เสียเวลาสร้างเงินสร้างทองด้วยเล่า? ส่วนราชโองการหย่าจะลงมาถึงยามใด ท่านก็ส่งคนนำมามอบให้ข้าที่หอการค้าแห่งนี้ก็แล้วกันนะเพคะ”น้ำเสียงนุ่มหวานทว่าเด็ดขาดตอกกลับจนจิ้งชินอ๋องยืนอึ้ง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ได้แต่ยืนมองนางอย่างตื่นตะลึงและทอดถอนใจอยู่ลึกๆทว่า ในขณะที่ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์กำลังยืนหน้าชาทำอะไรไม่ถูกอยู่กลางหอการค้า หลินโม่และหลินเจ๋อ สององครักษ์หนุ่มที่ยืนอารักขาอยู่ไม่ห่าง ต่างลอบสบตากันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แววตาของทั้งคู่ฉายแววขบขันระคนสะใจอย่างปิดไม่มิดพวกเขาพยายามกลั้นยิ้มจนมุมปากกระตุกหยิกๆ‘ช่างสมน้ำหน้าท่านอ๋องยิ่งนัก ของดีอยู่กับตัวไม่รู้จักรักษา ปล่อยให้เพชรหลุดมือแถมยังโดนอดีตชายาตอกหน้าหงายจนพูดไม่ออก สมควรแก่ท่านอ๋องผู้มัวเมาในกิเลสแล้วจริงๆ’แม้ภายนอกทั้งสองจะยังคงตีสีหน้านิ่งขรึมเพื่อรักษาหน้าให้เจ้านาย ทว่าลึกๆ ในใจกลับพากันปรบมือเฮฮา พร้อมทั้งนึกยกย่องชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวของอดีตพระชายาเอกผู้นี้ในที่สุด นางก็สามารถกำหนดเส้นทางเดินชีวิตของตนเองได้สำเร็จ ทั้งยังยืนหยัดพึ่งพาตนเองได้อย่างสง่างาม โดยไม่

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 56 หอการค้านี้เป็นของนาง

    ‘นี่นาง... ย้ายออกไปแล้วจริงๆ งั้นหรือ’ราวกับมีสายฟ้าฟาดซ้ำลงกลางใจ ความรู้สึกร้อนรุ่มและอัดอั้นไม่ยินยอมแล่นพ่านไปทั่วร่างของอ๋องหนุ่ม“เหตุใดเจ้าจึงไม่รีบมารายงานข้า!” จิ้งชินอ๋องตวาดใส่องครักษ์หนุ่มเสียงกร้าวด้วยความโทสะทว่าหลินโม่กลับเอาแต่ก้มหน้านิ่ง ยืนรับโทษทัณฑ์โดยมิกล้าปริปากแก้ตัวใดๆ ออกมาเลยในวินาทีนี้... อ๋องหนุ่มพลันตระหนักรู้อย่างกระจ่างแจ้ง ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามัวแต่มืดบอดลุ่มหลงอยู่กับภาพลักษณ์อ่อนหวาน ว่าง่าย และคอยเอาอกเอาใจของลู่หมิงจู จนทำให้ตนเองรู้สึกผยองพองโตทว่าความรู้สึกเหล่านั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงความหวานหอมฉาบฉวยประหนึ่งน้ำตาลเคี่ยวเคลือบยาพิษ ที่คอยหลอกตาให้ตายใจไปวันๆช่างแตกต่างจากลู่หมิงเซียน สตรีที่เคยรั้นจะวิ่งไล่ตามและทุ่มเทความรักให้เขาอย่างจริงใจ แม้ในยามนี้นางจะสะบัดหน้าตัดขาดพันธะ และทิ้งสายตาอันว่างเปล่าไร้เยื่อใยไว้ให้เขาเบื้องหลัง ทว่าร่องรอยความเย่อหยิ่งทระนงนั้น กลับฝังลึกและแผดเผาความรุ่มร้อนในใจเขาจนแทบคลั่งได้อย่างน่าประหลาดบุรุษผู้ทะนงตนในศักดิ์ศรีและไม่เคยคิดจะรักใครอย่างแท้จริง ยามนี้กลับถูกความจริงตบหน้าเข้าอย่างจัง ว่าแท้จริ

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 55 นางไปแล้วจริงๆ หรือ

    ‘เหยื่อติดเบ็ดโดยสมบูรณ์แล้วสินะ’ หญิงสาวแค่นยิ้มในใจก่อนจะเอ่ยต่อว่า“ด้วยสถานะที่ชัดเจนของคุณหนูรอง ย่อมส่งผลดีต่อตำแหน่งในจวนอ๋องโดยตรง ข้าขอขอบคุณนายท่านลู่และฮูหยินรองที่ช่วยดูแลเลี้ยงดูข้ามา จากนี้ไปขอพวกท่านโปรดถนอมตัวด้วย หมิงเซียนขอลา”สิ้นประโยคแฝงนัยลึกซึ้งของนาง ลู่หมิงเซียนก็ย่อกายคารวะตามมารยาทเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากศาลบรรพชนไปอย่างเด็ดเดี่ยวและผ่าเผยใต้เท้าลู่แทนที่จะรู้สึกเสียใจที่สายเลือดของตนถูกตัดขาดอย่างไร้เยื่อใย กลับยิ้มกริ่มอย่างลำพองใจเมื่อขวากหนามที่คอยสร้างปัญหาถูกกำจัดออกไปจากชีวิตเสียทีเขากวาดสายตาไปสบตาฮูหยินรองที่ยังคงมองตามแผ่นหลังบอบบางของลู่หมิงเซียนไปด้วยความฉงนและใจหาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงวางอำนาจเต็มเปี่ยม

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 54 ข้ามิใช่คุณหนูใหญ่ลู่อีกต่อไปแล้ว

    “เซียนเอ๋อร์!... ถึงเจ้าจะหย่าขาดจากท่านอ๋อง แต่ก็ไม่เห็นต้องตัดชื่อออกจากตระกูลเลยนี่นา” ฮูหยินรองเอ่ยเสียงละล่ำละลัก“ฮูหยิน... ที่นางพูดมาก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล” ใต้เท้าลู่เอ่ยขัดขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชา “นางก่อเรื่องชั่วช้าอะไรไว้บ้างเจ้าเองก็รู้ดีแก่ใจ เมื่อก่อนก็สร้างเรื่องวางยาท่านอ๋องจนต้องแต่งงานด้วย พอเข้าจวนอ๋องไปก็หาเรื่องลูกสาวของเราไม่เว้นแต่ละวัน”“เซียนเอ๋อร์ก็เป็นลูกสาวของท่านนะเจ้าคะ!” ฮูหยินรองไม่รอให้สามีพูดจบ นางเอ่ยแทรกขึ้นเถียงแทนลู่หมิงเซียนด้วยความห่วงใย ราวกับนางเป็นบุตรสาวในไส้จริงๆ‘ช่างเป็นสตรีที่จิตใจดีแท้... ทว่าโชคชะตาของท่านที่ต้องผูกติดกับสองพ่อลูกเห็นแก่ตัวตระกูลลู่นี้ คงทำให้ท่านต้องทนทุกข์ไปอีกนานเลย ฮูหยินรอง’ลู่หมิงเซียนนึกสงสารอยู่ในใจ นางยื่นมือไปแตะบนหลังมือของแม่เล

  • หวางเฟยตัวร้ายผู้นี้ จะเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 53 ยื่นข้อเสนอบ้านเดิม

    บรรยากาศในเรือนหลักตึงเครียดขึ้นมาในพริบตา จนฮูหยินรองที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องรีบขยับเข้ามาจับแขนสามีไว้เพื่อห้ามปรามแทบไม่ทัน“ท่านพี่ใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ อย่าเพิ่งตวาดนางเลย” ฮูหยินรองเอ่ยเสียงหวานหมายจะทำให้ผู้เป็นสามีใจเย็นลง“หมิงเซียนเพิ่งกลับมา บางทีนางอาจจะรู้สำนึกผิดแล้วจึงมาคุกเข่าขออภัยท่านพี่ก็ได้นะเจ้าคะ”ลู่หมิงเซียนมองละครปาหี่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาและขบขันอย่างถึงที่สุด นางเหยียดยิ้มบางๆ ไม่สะทกสะท้านต่อเสียงตวาดแต่อย่างใด“อย่างนางน่ะหรือจะรู้จักดีกับผู้อื่นเป็น วันๆ ดีแต่ผลาญเงินทองและสร้างเรื่องให้ข้าต้องขายหน้าไม่หยุดหย่อน!”ใต้เท้าลู่แค่นหัวเราะออกมาอย่างดูแคลน พลางหันไปทางฮูหยินรองแล้วเอ่ยอ้างถึงเรื่องชาบำรุงครรภ์ที่ตนคิดว่าเป็นคนสั่งให้บ่าวส่งไปให้ทางเรือนชินอ๋อง ทว่าในคว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status