INICIAR SESIÓN“ตกลงมึงจะกลับเมื่อไหร่ล่ะนี่ ไอ้ราม”
ทิวสนถามเพื่อนสนิท ตอนนี้เขาได้งานจากธงรามแล้ว แต่ยังไม่ครบกำหนดลา เจ้านายของเขาให้รางวัลที่ทวงต้นฉบับได้ไวเกินคาด เป็นโบนัสมาจำนวนหนึ่ง เพราะงานของธงรามที่มีฐานแฟนคลับแน่นหนา ให้โบนัสเล็กๆ น้อยๆ กับทิวสนไป ก็เป็นสินน้ำใจและไม่ได้ขาดทุน
“ก็...ยังอยากจะอยู่ต่อเลย”
“มีอะไรให้น่าเที่ยวนะที่นี่” ทิวสนแกล้งว่า ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
“มึงซื้อบ้านอยู่ที่นี่เลยไหมล่ะ อยู่จะเป็นเดือนแล้ว ซื้อบ้านไปเลยคุ้มกว่านะ”
“เอ่อ...เป็นความคิดที่ดีว่ะ”
“กูประชด แหม...จะเอาจริงเหรอไอ้ราม เรื่องซื้อบ้านน่ะ ลงทุนโคตรมหาศาลในการจีบหญิงเลยนะมึง”
“หึๆ”
ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขาหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมา ข้อความของเขาที่ส่งหาหวานใจถูกอ่านแล้ว แต่เธอยังไม่ตอบ...
“มึงจะเอาไงต่อเรื่องน้องหวานของมึงน่ะ ตกลงเมื่อคืนนี้ ไปเคลียร์แล้ว? เรื่องกู” ทิวสนทำท่าขนลุก “อึ๋ย ทำไมกูรู้สึกสยิวพิกลวะ ที่ถูกเข้าใจผิดไปแบบนั้นอะ”
“ใครใช้ให้ทำทะลึ่งล่ะ กูเคลียร์แล้ว เรื่องนั้นน่ะ”
“แล้วน้องเค้าว่าไงวะ”
“ก็ยังไม่ว่าไง”
“น้องเค้ารับรักมึงหรือยังวะ”
“หิวข้าวแล้ว ไปหาข้าวเช้ากินกัน จะสั่งครัวหรือจะเข้าเมืองล่ะ”
ธงรามเสไปเรื่องอื่น ทิวสนเลยได้แต่ส่ายหน้า เพราะรู้ว่าถ้าไม่อยากตอบ จะยังไงธงรามก็ไม่พูดหรอก
“ไปในเมืองดีกว่า มีอะไรแปลกๆ น่ากินเยอะดี ไปดูสาวๆ ด้วย เออ...แต่จะว่าไป น้องรีเซฟชั่นก็น่ารักมาก..ไม่รู้ว่ามีแฟนรึยังนะ กูเปลี่ยนใจล่ะ กินที่นี่ล่ะ จะได้คุยกับน้องปายไปด้วย อิอิ”
“มึงนี่” ธงรามมองเพื่อนแล้วถอนใจ ทิวสนเลยหัวเราะชอบใจ
“อะไรเล่า”
“ทำไมแบบว่า จะต้องขนาดนี้ด้วยวะ”
“ก็ผู้ชายถ้าไม่เจ้าชู้ก็เหมือนงูไม่มีพิษไง” ว่าแล้วก็ยืดอก พลางตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ
“กูน่ะงูเห่านะไอ้ราม”
“กูเป็นคนดีกว่าเป็นงู” ธงรามว่า
“กูไม่ชอบเป็นสัตว์ที่ไม่มีความคิด”
“โห...แรง...แรงมาก...โอย...เจ็บปวด”
“ชีวิตนี้มีอะไรมากกว่าที่จะไปทดสอบเสน่ห์ของตัวเอง ไปทางนั้นที ทางนี้ทีนะไอ้สน ถ้ามึงยังเป็นแบบนี้ระวังเหอะ สุดท้ายมึงจะตายอย่างโดดเดี่ยว เพราะมึงชอบล้อเล่นกับความรัก กับความรู้สึกของคน”
“อื้อหือ...กูแบบ...สลดเลยอะ”
“สลดสักกี่นาทีวะ”
ธงรามเลิกคิ้ว เพื่อนสนิทหัวเราะแหะๆ ตอนนี้เขายังรักสนุก ยังจะชอบทดสอบเสน่ห์ของตนเอง แต่มันก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอ ใครๆ ก็ทำกัน ธงรามพูดเสียเขารู้สึกแย่ ที่ยังเป็นพ่อพวงมาลัย หยอกทางนั้นที แหย่ทางนั้นที คบคนนั้นทีคนนี้ทีแบบนี้
ชวนหมอนี่คุยเรื่องอื่นดีกว่าแหะ เดี๋ยวจะฉกแว้บมาเข้าตัวให้ทิ่มจึ๊กๆ ที่ใจดำอีก เขาเลยชวนเพื่อนรักเข้าไปในเมืองเสียเลย สองหนุ่มเดินหาของรับประทาน แล้วพากันเดินเล่นชมเมือง ธงรามเป็นคนชอบถ่ายภาพเก็บบรรยากาศอยู่แล้ว จึงเพลินกับบ้านเมืองและผู้คน สองหนุ่มมานั่งพักขากันที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง ที่ตกแต่งบรรยากาศไว้ร่มรื่น น่านั่ง ทิวสนแอบหลบฉากไปพูดคุยทำความรู้จักกับผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง ที่มาขอให้เขาถ่ายรูปให้ เพลินไปเลย ทิ้งให้เพื่อนรักนั่งอยู่คนเดียว มองดูถนนหนทางไป โดนเพื่อนว่าเรื่องเจ้าชู้มาหมาดๆ แต่คนอย่างทิวสนก็สลดไม่นานอย่างที่ธงรามว่าให้จริงๆ
ธงรามมองที่โทรศัพท์อีกหน หวานใจก็ยังไม่ตอบข้อความอะไรมา เขากำลังคิดที่จะส่งข้อความให้เธออีกครั้ง แต่หูก็แว่วได้ยินเสียงคุ้นๆ ขึ้นเสียก่อน
“ร้านนี้กาแฟอร่อยมากขอบอก ยัยหวาน แกพลาดจะเสียใจ”
“กินป่านนี้ จะนอนป่านไหนล่ะ ยิ่งมึนๆ อยู่ด้วยอะ”
“ใครใช้ให้กินล่ะ เหล้าเบียร์น่ะ ของดีที่ไหนกัน”
สร้อยสายอบรม พลางท้าวเอว ขณะที่หวานใจค้อนให้เพื่อน
“หล่อนทำไมกินล่ะยะ”
“แหม...นานๆ ครั้งตามโอกาส อีกอย่างหนึ่ง ฉันกินเหล้าย่ะ ไม่ใช่เหล้ากินฉันเหมือนแก สภาพนี้อย่าไปเมาที่ไหนนะยัยหวาน โคตรเป็นห่วง เมาแล้วจำอะไรไม่ได้แบบแกนี่”
“ถ้าไม่กินเป็นเพื่อนนาวินก็ไม่เอาหรอก”
พูดไปแล้วก็เอามือปิดปาก แล้วทำตาโต สร้อยสายยิ้มนิดๆ แล้วเอ่ยขึ้นลอยๆ
“นาวินมันอกหัก กินเหล้าละลายพิษ วันนี้ก็หายแล้วนะแก”
“มันทำใจได้เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?”
หวานใจแกล้งว่า สร้อยสายนี่...มีอะไรที่เธอคิดไม่ถึงเยอะมากจริงๆ แหะ แม่เพื่อนรักของเธอดูจะโตขึ้นมาก เป็นผู้ใหญ่กว่าเมื่อก่อน กระบวนการคิดเปลี่ยนไป คมขึ้น เข้าใจโลกมากขึ้น
“เร็วสิ บางทีความรักของนาวิน อาจจะแค่คิดไปเองอะไรแบบนี้อะ แบบว่าชื่นชม จนคิดไปเองว่าตัวเองรัก ก็เป็นไปได้นะแก”
“มันมีแบบนี้ด้วยเหรอ” สร้อยสายหัวเราะคิก แล้วพยักหน้า
“อืม...จะยังไงนาวินก็เป็นน้องชายที่น่ารักที่สุดของฉันนะยัยหวาน เหมือนแก ที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันน่ะ”
“เขินเลย” หวานใจหัวเราะ แล้วหยิกแก้มเพื่อนรักเบาๆ
“บอกรักกันแบบนี้ เดี๋ยวก็จับปล้ำเสียหรอกย่ะ”
“เก็บไว้ปล้ำพี่รามดีกว่า อิอิอิ”
“แล้วทำไมฉันจะต้องปล้ำ...”
“น้องหวาน น้องสร้อย”
เสียงหนึ่งขัดขึ้นกลางบทสนทนาของสองสาว ที่เม้าท์กันเพลิน จนไม่ได้มองว่ามีคนมายืนข้างหลัง เสียงนั้นทำให้หวานใจตกใจจนแทบจะเป็นลมตรงนั้น ขณะที่สร้อยสายยิ้มกว้าง แล้วเอ่ยทักเสียงใส
“อ้าว...พี่ราม บังเอิญจังเลย นี่เราสองคนกำลังนินทาพี่รามอยู่พอดีเลยค่ะ”
“ครับ”
ธงรามเลิกคิ้ว ตามองแต่หวานใจ ที่ต้องรีบเอามือปิดตะครุบปากของเพื่อนรักไว้ เธอหน้าแดงก่ำ แล้วหลบตาเขา ทำอะไรไม่ถูกแล้วตอนนี้ เขินไปหมด จนอยากจะมุดดินหนี
โอ๊ย...ฉันควรจะทำยังไงดี
“นินทาอะไรพี่กันหรือ น้องหวาน”
“มะ...ไม่มีอะไรค่ะ หวาน...หวาน...เอ่อ”
“จริงสิคะพี่ราม ไปเดินเล่นที่ตลาดนัดกันไหมคะ ของกินเพียบเลย”
สร้อยสายหันไปสั่งกาแฟ เธอเห็นหน้าของเพื่อนรักที่แดงจัด จนตอนนี้ลามไปถึงคอล่ะ ก็อมยิ้ม แม่สื่ออย่างสร้อยสาย จัดแจงจับมือของหวานใจ ส่งให้ธงราม แล้วเอ่ยเสียงหวาน
“ฝากพี่รามจูงเพื่อนของสร้อยทีนะคะ ยัยหวานชอบหลง สร้อยขอเดินไปล่วงหน้าก่อนเน้อ มีร้านชาไข่มุกอร่อยมาก คนต่อแถวยาวเป็นกิโลตรงโน้น ต้องรีบไป เดี๋ยวไม่ทันเค้า”
ว่าแล้วหล่อนก็เดินแกมวิ่งหนีไปดื้อๆ แล้วโบกไม้โบกมือส่งให้เพื่อนรักและธงราม พร้อมกับตะโกนบอกมา
“สร้อยไปรอที่ร้านขนมปังปิ้งตรงโน้นน้า...ไม่ต้องเป็นห่วง”
“เพื่อนบ้า”
หวานใจพึมพำอุบอิบ ใจเต้นแทบจะทะลุเมื่อรับรู้ว่าธงรามบีบมือเธอเบาๆ แล้วพาเธอออกเดินตรงไปยังบริเวณตลาดนัด ตอนนี้เขาลืมทิวสนไปเลย
“มือของน้องหวานเย็นมากเลย”
เขาเอ่ยทัก ก้มลงมองคนข้างๆ คนที่เคยพูดแจ๋วๆ ตอนนี้กลับเงียบสงบ ก้มหน้าก้มตาเดิน หน้าของเธอแดงจัดไปหมด ธงรามมองอย่างเอ็นดู หวานใจน่ารักจริงๆ เขาเองก็ใจเต้นแรงไม่แพ้เธอเช่นกัน โหนกแก้มก็ขึ้นสีเรื่อ เมื่อจับจูงเธอเดินไปด้วยกันแบบนี้
“เมื่อคืน...หวาน...หวานพูดหรือทำอะไรแปลกๆ หรือเปล่าคะ”
เธอตัดสินใจอ้อมแอ้มถามขึ้นในที่สุด ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วสั่นหน้า
“ไม่ได้ทำเลยครับ”
มือของเขายังคงกระชับมือเธอ เดินไปด้วยกันเรื่อยๆ
“จริงๆ นะคะ หวานจำไม่ได้เลย ถ้าเกิดว่าหวานทำอะไรเพี้ยนๆ เอ่อ หวานก็ขอโทษพี่รามด้วย”
“ไม่เพี้ยนหรอกครับ น่ารักมากต่างหาก แต่ว่าน้องหวานจำอะไรไม่ได้จริงๆ น่ะเหรอ ว่าเราพูดอะไรกันบ้าง”
“ไม่ได้เลยค่ะ” เธอย่นจมูกน้อยๆ
“โอ๊ย...ทำไมหวานจะต้องเมาขนาดนั้นกันนะ”เธอยกมือข้างหนึ่งกุมหัว
“หึๆ ถ้าจำไม่ได้ พี่จะทบทวนให้ฟัง”
มือเขาบีบมือเธอ แล้วพาให้เธอหยุดเดิน เขาพาเธอเลี่ยงไปตรงบริเวณที่จัดไว้ให้คนนั่งรับประทานอาหาร ม้านั่งขนาดเล็ก เลยทำให้ต้องนั่งเบียดกันนิดหน่อยขาของเขาชนกับขาของหวานใจ มือของเขาและเธอยังจับกุมกันไว้
“น้องหวานบอกว่าพี่มีเมียแล้ว แถมเมียพี่ก็คือนายสน หึๆ ทำไมถึงไปเข้าใจได้ยังงั้นกันนะ”
“แหม...” มือเธอว่างแค่มือเดียว หวานใจเลยใช้มือนั้นปิดตาแก้เขิน
“โอ๊ย...นั่นสิคะ หวานทำไมถึงไปคิดแบบนั้นกันนะ”
“พี่เสียใจมากเลย” ธงรามอมยิ้ม
“เฮ้อ...”
“แล้ว...แล้วเราพูดอะไรกันต่อ”
“พี่บอกว่าพี่ชอบน้องหวาน”
ไม่พูดพร่ำมากความ บอกกันตรงๆ ไปเลยเขามองจ้องตาเธอ หวานใจมองตอบเขา ปากเผยอนิดๆ อย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่าเขาจะบอกออกมาตรงแบบนี้
“เอ่อ...”
“แล้วน้องหวานก็วิ่งหนีพี่ไป ติดค้างคำตอบให้พี่”
“คะ? คำตอบอะไร”
“คำตอบว่าน้องหวานจะให้โอกาสพี่ไหมครับ”
“พี่ราม”
หวานใจเขินจนอยากจะวิ่งหนีไปอีกสักรอบ แต่ก็วิ่งหนีไม่ได้แน่ๆ เขาจับมือเธอไว้แน่นขนาดนี้ ธงรามนั่งนิ่งอย่างจะรอคำตอบ
“คือว่าหวาน...เอ่อ...พี่รามกลับไปก็คงจะลืมหวานแล้วล่ะค่ะ”
“ไม่ลืมหรอกครับ พี่ไม่มีทางลืมผู้หญิงที่พี่ชอบมากขนาดนี้ได้หรอก น้องหวานอยู่ที่ไหนบนโลกก็ช่าง พี่ก็จะตามไปอยู่ใกล้ๆ ให้ได้ แค่กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ สำหรับพี่ไม่ไกลเลย”
“พี่รามอยู่กรุงเทพฯ หรือคะ”
“ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นพี่รามก็ไม่ต้องไปตามหวานไกลอะไรมากหรอกค่ะ ถ้าอยากจะได้โอกาสจากหวานจริงๆ หวานเรียนอยู่ที่ มอ...เปิดเทอมหวานก็ต้องกลับไปเรียนแล้วล่ะค่ะ”
เธอเอ่ยชื่อมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ธงรามขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะหัวเราะ
“หืม...บังเอิญจัง พี่ก็จบที่นั่นมา หวานเป็นรุ่นน้องร่วมสถาบันของพี่สินะ เอาจริงๆ บ้านพี่ก็อยู่แถวนั้นนะ ไปธุระที่มอ ก็บ่อย แต่เราไม่ยักกะเจอกันสินะ”
“นั่นน่ะสิคะ”
หวานใจย่นจมูกน้อยๆ เธอยังปล่อยมือของตนไว้ในมือเขา แค่นี้ธงรามก็คงจะได้คำตอบแล้วล่ะ ว่าเธอน่ะคิดอย่างไร
“คงเพราะพรหมลิขิตมั้งครับ ฟังดู...หึๆนิยายไปหรือเปล่า”
“ก็เหมาะกับเป็นพี่รามดีนี่คะ ถ้าเป็นแบบนั้น ก็พี่รามเป็นนักเขียนนี่นา”
“หึๆ จริงสินะ แล้วตกลงน้องหวานอยากมาเป็นนางเอกของพี่หรือเปล่าครับ นางเอกที่มีพระเอกชื่อธงราม”
“ค่ะ”
ตอบรับเสียงอ้อมแอ้ม หากคนฟังนั้นได้ยินมันชัดเจน ตอกย้ำเข้าไปปักไว้ในใจ แทบจะร้องเฮออกมาเลยล่ะ
เขาต้องขอบคุณธงลักษณ์จริงๆ
เขามีว่าที่สะใภ้ไปให้คุณสีดาเลิกกลุ้มใจแล้ว
เขาคิดในใจอย่างมีความสุข ขณะที่จับมือของหวานใจขึ้นมาจูบมันเบาๆ
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







