INICIAR SESIÓNธงรามนั่งรอหวานใจมาตั้งแต่สี่โมงเย็น ยาวจนมาถึงเวลานี้ เขาถูกสร้อยสายเชิญให้มานั่งรอในห้องรับแขก เมื่อเห็นว่าเขาตบยุงตายไปแล้วหลายตัว ตอนที่นั่งรอเจ้าของบ้านอยู่ตรงม้าหินอ่อนหน้าบ้าน เขาจะต้องคุยกับเธอให้ได้ ว่าสิ่งที่เธอเห็น มันไม่ใช่สิ่งที่เธอคิด
ยังไงวันนี้ก็จะต้องคุยกันให้รู้เรื่องล่ะ
เธอเข้าใจผิดเขากับทิวสนแน่ๆ ถึงได้หนีเปิดไปแบบนั้น
เธอคงโกรธเขา
แต่ทำไมเป็นการโกรธที่ทำให้ธงรามรู้สึก...ดีจังแหะ
“พี่ราม”
เสียงแหวๆ ดังขึ้นที่ประตูบ้าน พร้อมกับร่างเพรียวสูงของหวานใจ ที่เดินหน้าสามก้าว ถอยหลังไปอีกก้าวครึ่ง ธงรามขมวดคิ้วมองอาการของหวานใจอย่างสงสัย กลิ่นแอลกอฮอล์กรุ่นให้ได้กลิ่นจางๆ จากเธอ ทำให้เขาเอ่ยออกมาเสียงห้าว
“ไปกินเหล้ามาหรือน้องหวาน...เมาหรือเปล่าครับนั่น”
“ไม่เมา...” หวานใจเซซ้ายอีกนิด แล้วสะบัดหน้า ก่อนจะมองจ้องเขาเขม็ง
“แต่แค่ไม่เหมือนเดิม”
คำตอบจากสาวน้อยทำให้ธงรามเกือบจะขำออกมา เขาอมยิ้ม มองดูคนเมา ที่หน้าบึ้งตึง มองเขาอย่างจะอยากหาเรื่องเต็มที่
“พี่ซื้อขนมมาฝาก”
“หวานมีเรื่องจะคุยกับพี่ราม”
ในที่สุด การเดินทางอันยาวนานของหวานใจก็ถึงตัวเขาเสียที เอ่อ...ฤทธิ์แอลกอฮอล์นี่ทำให้การย่างก้าวมีปัญหาจริงๆ
“ครับ” เขาเลิกคิ้ว หวานใจมองจ้องหน้าเขา ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงอ้อแอ้
“พี่รามมีเมียแล้วเหรอ?”
“หื้ม” คำถามของหวานใจเล่นเอาเขาอึ้งไปเลย ก่อนจะสั่นหน้าดิก
“เฮ้ย...ไม่มี น้องหวานไปเอามาจากไหนว่าพี่มีเมียแล้ว”
“แหมๆๆ” หวานใจชี้หน้าเขา แล้วหัวเราะอย่างจะประชด ก่อนจะชี้ที่ตาของตัวเอง
“หวานเห็นเต็มๆ สองตานี่เลย ว่าพี่รามกำลังสวีทกับเมียพี่รามตอนที่หวานเข้าไปหา”
“ไม่ใช่....เฮ้อ...เข้าใจเตลิดไปถึงไหนแล้วนะ ไอ้สนน่ะเป็นเพื่อนพี่ เพื่อนพี่จริงๆ พี่ไม่ได้ชอบผู้ชาย พี่ชอบผู้หญิงต่างหาก”
“แนะๆ ชอบผู้หญิง ชอบผู้หญิงที่ไหนกัน”
“ก็ชอบผู้หญิงที่เมาแล้วน่ารักคนนี้ไง”
เขาว่าแล้วอมยิ้ม พร้อมกับมองจ้องหน้าเธอ หวานใจกะพริบตาปริบๆ เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรกันนะ?
“หืม...ใคร มีใครเมาอยู่แถวนี้”
“หึๆ ต้องพูดให้ชัดๆ ไปเลยสินะ”
เขาจับมือของเธอไว้ทั้งสองมือ หวานใจตัวแข็งไปเลยเมื่อเขาทำแบบนั้น ธงรามเอ่ยเสียงหนัก ย้ำ...ชัดเจน
“พี่ชอบน้องหวาน หวานใจ...ชอบมากด้วย”
“อา...”
หวานใจอ้าปากค้างไปเลยหนนี้ เธอดึงมือออกจากมือเขา แล้วลุกพรวด ก่อนจะวิ่งลิ่วขึ้นชั้นสองไปเลย ทิ้งให้ธงรามมองตามแล้วอุทานออกมาเบาๆ
“อ้าว...”
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสารภาพรักกับสาวตรงๆ
แถมเป็นครั้งแรกด้วยที่ถูกสาวที่รวบรวมความกล้าสารภาพรักวิ่งหนีเตลิดเอาแบบนั้น
เฮ้อ...
ยังไงกันแน่นะนี่
ธงรามคิดแล้วอมยิ้ม เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้น พร้อมกับส่งข้อความไปยังไลน์ หาสาวที่วิ่งเตลิดหนีเขาไปเมื่อครู่
.............................................................................................................................................................................
มึนจังเลยแหะ...
หวานใจค่อยปรือตาขึ้นมา ก่อนจะร้องอูยเบาๆ เมื่อมีอาการมึนศีรษะตามมา นี่เธอเมาอีกแล้ว? ใช่...เมาจริงๆ นั่นแหละเมื่อวาน แถมยังมานอนที่บ้านบนเตียงได้ยังไง นี่ก็ยังงงๆ แหะ
“หวาน หวาน”
“จ๋า...แม่จ๋า ขอเวลาหวานสิบห้านาทีจ้า”
เสียงร้องเรียกของมารดาปลุกให้เธอตื่นเต็มที่ หวานใจขานรับ แล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ถึงสิบห้านาทีดี เธอก็วิ่งลงมาจากชั้นสองอย่างจะทำเวลา ตวงรักเอ็ดลูกสาวเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงเธอวิ่งโครมครามแบบนั้น
“เป็นสาวเป็นนาง เดินเบาๆ หน่อยยัยหวาน รีบไปไหนกัน”
“รีบวิ่งมาหาแม่จ๋ายังไงล่ะจ๊ะ”
หวานใจย่นจมูกน้อยๆ มารดาทำจมูกฟุตฟิตแล้วขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้ทักอะไร ส่วนบิดาที่นั่งกินโจ๊กอยู่ตรงหัวโต๊ะ ได้กลิ่นหอมฟุ้งนั่นก็ถึงกับเอ่ยทัก
“ใครฉีดน้ำหอมกัน หอมมาก หอมจน ฮัดเช้ย ฮัดเช้ย!”
“หวานเอง”
หวานใจยกมือแล้วยิ้มแหย เธอทรุดลงนั่งให้ไกลท่านทั้งสองนิดหน่อย ที่ต้องฉีดรมกันขนาดนี้เพื่อกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ เธอเกรงว่ากลิ่นเมื่อคืนจะยังหลงเหลืออยู่นั่นแหละ
“นึกยังไงกันล่ะลูก” ตวงรักมองลูกสาว ที่คงจะโอกาสพิเศษถึงได้ฉีดน้ำหอมจนฟุ้งขนาดนี้
“เอ...”
“มีคนมาจีบเหรอยัยหวาน”
เสียงของคนที่นั่งหัวโต๊ะดังขึ้น พร้อมกับสายตาคมวับที่มองส่งมา แน่ล่ะถ้าเพลิงไว้หนวด มันจะต้องกระดิกอยู่แน่ๆ บุตรสาวกลืนน้ำลาย ขณะที่มารดาเหลือบมองสามี แล้วกระแอมขึ้น
“พี่เพลิง ลูกไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ”
“เด็กอยู่ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีแฟนได้ที่ไหนกัน”
“บรรลุนิติภาวะของพี่เพลิงนี่เท่าไหร่” ตวงรักแกล้งถาม สามีวางช้อน แล้วเอ่ยเสียงขรึมๆ
“ยี่สิบห้า”
“โหย...ตอนพี่เพลิงจีบตวง หลอกตวงก็ยี่สิบสี่รึเปล่าล่ะ”
“อะแฮ่ม!” สามีกระแอม แล้วมองภรรยาเหมือนจะค้อน
“ใครว่าพี่หลอกตวงกัน ไม่ได้หลอกเสียหน่อย ก็ตวงกับคุณย่าหญิงนั่นแหละ หาว่าพี่เป็นเกย์ พี่ก็แค่ทำให้สมบทบาทก็เท่านั้นเอง”
“อย่าไปฟังพ่อเลยลูก ไม่แปลกหรอกถ้าจะชอบใคร หรืออยากจะสวยเป็นพิเศษเพื่อใครน่ะ ถ้าพ่อว่า แม่จะห้ามเอง”
หวานใจอมยิ้ม เธอค่อยๆ ยกถ้วยโจ๊กหนีออกมาข้างนอก เมื่อบิดาเริ่มบ่นมารดา ข้อที่ว่าสนับสนุนเธอให้ใจแตก เธอไม่ได้จะฉีดน้ำหอมเอาใจใครสักกะหน่อย ไม่ได้อยากสวยเลยวันนี้ ไอ้ที่ฉีดน่ะกลบกลิ่นต่างหากเล่า นั่งกินไปสักพัก น้องชายของเธอก็ยกชามโจ๊กตามมาสมทบ สภาพของเขาหัวยุ่งนิดๆ เสื้อยังเป็นเสื้อตัวเดิมเมื่อตอนเย็น แถมกลิ่น...น่ะ ตอนนี้มันกำลังตีกับกลิ่นน้ำหอมของเธอจนเอียนไปหมด
“ไปไกลๆ เลยนาวิน เหม็นอะ”
“พี่หวานก็เหม็น อื้อหือ...เวียนหัว ทำไมจะต้องฉีดน้ำหอมขนาดนั้นด้วยล่ะ”
“กลบงะ กลบกลิ่น ขืนไม่กลบ ก็ฟุ้งเหมือนแกน่ะสิ ว่าแต่ว่า เมื่อวาน เรากลับมาบ้านได้ยังไงอะ”
“นี่พี่หวานจำไม่ได้เลยเหรอ?” หวานใจสั่นหน้าดิก
“จำไม่ได้”
“เออ...หึๆ วันหลังอย่าไปกินกับคนอื่นนะ เหล้าเบียร์น่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ เฮ้อ...ผมพาพี่หวานกลับมาบ้านน่ะสิ แล้วพี่หวานรู้ไหมว่า เมื่อวานมีใครมารอพี่หวานด้วย”
“ใคร”
“คุณรามไง พี่หวานคุยกับเค้าอยู่ตั้งนาน”
“พี่” หวานใจทำตาโต แล้วชี้มือที่ตนเอง
“พี่คุยอะไรกับพี่รามอะ”
“จะไปรู้กับพี่หวานเหรอ ไปล่ะ เหม็นน้ำหอมพี่หวาน”
แล้วนาวินก็ยกชามโจ๊กหนีเธอ หวานใจเกิดอาการอิ่มตื้อขึ้นมาทันที แล้วพยายามนึกทบทวนว่าเธอทำอะไรไปบ้าง ทำอะไรหนอ...คิดไม่ออก โอย...เธอจะไม่แตะต้องมันอีกจริงๆ ล่ะหนนี้ ไอ้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่
หรือเธอควรจะไปถามเขาดีล่ะ
เฮ้อ...ไม่ไปอะ ช้ำใจ!
ขืนไปเห็นเขากับ...อีตาเพื่อนคนนั้นเข้าอีก ช้ำใจเปล่าๆ ปลี้ๆ หวานใจยักไหล่ ไม่ใช่มีแต่นาวินที่อกหัก เธอก็เหมือนกันแหละ เธอตกลงใจล่ะว่าจะไม่ไปเจอหน้าเขา จนกว่าเขาจะเช็คเอ้าท์ไปจากรีสอร์ต มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วล่ะ
หวานใจกินโจ๊กเสร็จ ก็เดินกลับขึ้นไปบนห้อง มารดาและบิดาของเธอเงียบกันไปแล้ว ไม่รู้พากันไปทะเลาะต่อที่ไหนหรือเปล่า หวานใจเห็นข้อความมาจากธงราม ก็เม้มริมฝีปากนิดๆ ตัดสินใจว่าจะเปิดดีไหม แต่เอาเหอะ...ไหนๆ ก็ช้ำแล้ว ดูนิดหน่อยจะช้ำมากไปได้อีกสักเท่าไหร่กัน
พี่พูดเรื่องจริงนะน้องหวาน พี่ชอบน้องหวาน ชอบมาก แล้วพี่ก็ไม่ได้เป็นเกย์ นายสนเป็นเพื่อนของพี่ พี่เป็นผู้ชายแท้ๆ ผู้ชายที่ตอนนี้ชอบน้องหวานจนหมดหัวใจ
หวานใจถึงกับเผลอร้องอุทานออกมาเมื่อเห็นข้อความนั้น
โอย...หัวใจเธอจะพองจนแตกไหมนะแบบนี้
แอร๊...
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







