INICIAR SESIÓN“พี่เพลิงยังไม่กลับหรือคะ”
ภรรยาเอ่ยถามหลังจากรับประทานอาหารเย็นกันแล้วเรียบร้อยที่สวนแห่งใหม่ของเพลิงพักนี้เพลิงมักจะมาเฝ้าระวังอยู่ที่สวนของเขาเพราะเหตุผลสองข้อ ข้อแรกคือเขากำลังจะเริ่มลงมือทำงานพัฒนาสวนอย่างจริงจัง เลยต้องทุ่มเวลาให้ที่นี่ อีกข้อคือความน่าสงสัยของสวนข้างๆ ที่เขาเห็นข้อพิรุธแปลกหลายอย่างเหลือเกิน
แปลกอย่างน่าเป็นพิษเป็นภัยเสียด้วย
แล้วเขาก็ไม่ใช่คนที่จะดูดายในเรื่องแบบนี้ ในเมื่อสงสัย เพลิงก็ต้องไขปริศนาให้กระจ่าง แล้วถ้าเรื่องที่สงสัย เป็นผลร้ายกับผู้คนในสังคมของเขา แน่ล่ะ เพลิงก็ต้องไม่ยอมปล่อยไว้แน่นอน
“อืม...ตวงกลับไปก่อนก็ได้จ้ะ พรุ่งนี้พี่มีงานต้องลงกล้าพันธุ์ แล้วก็ต้องคัดเลือกคนงานมาทำงานอีก”
“ตวงอยู่ช่วยก็ได้นะคะ”
ตวงรักว่า เธอนึกห่วงสามีที่ทำงานจนหักโหม เธอและเขาอยู่ในบ้านหลังเล็กที่สร้างจากตู้คอนเทนเนอร์ ขนาด 35 ตารางเมตร ตกแต่งข้างในไว้สำหรับทำงานและพักผ่อน เพราะบางทีไปๆ มาๆ ต่างอำเภอระยะทางก็ไกลอยู่พอสมควร พักที่นี่ก็สะดวกสบายกว่า ที่พักของพวกเขาแยกต่างหากจากที่พักของคนงาน ที่ตอนนี้เริ่มมีคนเข้ามาพักแล้วจำนวนหนึ่ง
“เป็นห่วงลูกสาวเราน่ะสิ”
เพลิงเอ่ยพึมพำ การฉีดน้ำหอมฟุ้งของหวานใจทำให้สังหรณ์ของคนเป็นพ่อกำลังสั่นไหว เพราะเจ้าหล่อนดันทำอะไรผิดแปลกจากที่ตัวเองเคยทำเสมอ
“ห่วง? พี่เพลิงห่วงอะไรยัยหวาน”
ตวงรักทรุดลงนั่งข้างเขา เธอวางแก้วน้ำขิงร้อนๆ ลงบนโต๊ะให้กับสามี เขาชอบดื่มมันก่อนนอน
“ห่วงว่าลูกสาวเราจะไปแอบปิ๊งใครเข้าน่ะสิ ดูทำตัวแปลกๆ พี่ไม่ไว้ใจ”
“แน้”
“ไม่ต้องมาแน้เลย ตวงน่ะ รู้หรือเปล่าว่ายัยหวานชอบใคร หรือว่าแอบมีแฟนก่อนที่พี่อนุญาตหรือเปล่า บอกมาตรงๆ เลย”
“พี่เพลิงนี่ บางเรื่องเราก็ต้องให้ลูกตัดสินใจ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองหรือเปล่าล่ะคะ บางเรื่องเราก็ไม่สามารถที่จะไปกำหนดให้แกได้นะ” พอภรรยาพูดแบบนั้น เพลิงก็ยิ่งหน้าเคร่ง
“ยัยหวานตกลงมีแฟนแล้วจริงๆ น่ะเหรอ บอกพี่มาว่าไอ้หมอนั่นเป็นใคร พี่จะตามไปยิงให้ไส้แตก ให้วิ่งเตลิดไม่กล้ายุ่งกับลูกสาวเราอีกเลย”
“โอ๊ย...ใจเย็นๆ ค่ะพี่เพลิง” ตวงรักรีบเบรกก่อนที่สามีจะเตลิดคิดไปไกล
“นี่จะไปทำเค้าขนาดนั้นจริงๆ น่ะเหรอ ถ้าเกิดว่าเค้ามาจีบลูกเราน่ะ”
“เอ่อ...ทำจริง”
คำตอบนั้นทำให้ตวงรักทำคอย่น รู้ว่าน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง แถมกระแสน้ำอย่างเพลิงก็ยิ่งกว่าสินามิถล่มเสียอีกเวลาจะพานพาโลขึ้นมา
“คุกนะคะ”
“ขู่มันเฉยๆ ไม่คุกหรอก”
“แล้วถ้าเกิดว่า ลูกสาวเราไปจีบเค้าก่อนล่ะพี่เพลิง”
“เฮ้ย...”
เพลิงถึงกับตาเหลือกกับคำพูดของภรรยา ใบ้กินไปชั่วคราว ท่าทางของเขาทำให้ตวงรักถึงกับหัวเราะคิก
“ตวงพูดเล่นน่ะพี่เพลิง ยัยหวานไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก อีกอย่างลูกสาวเราก็อย่างที่เห็นๆ ยัยหวานสนใจใครที่ไหนกัน ขนาดสีสันที่พวกตวงกรี๊ดๆ กันกับยัยสร้อย ยัยหวานยังไปแกล้งเค้าจนอ่วมอะ”
“พี่ก็ตกใจหมด นึกว่าลูกเราไปจีบใครเข้าจริงๆ ถ้ายัยหวานทำแบบนั้น พี่คงจะทำใจไม่ได้”
“พี่เพลิงนี่อาการหนักจริงๆ”
ตวงรักหัวเราะคิก แล้วจับมือของสามีมาบีบเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น
“แต่พี่เพลิงก็ต้องเข้าใจนะคะ ว่าวันหนึ่ง ยัยหวานก็อาจจะมีคนที่ชอบ ต้องแต่งงานมีครอบครัว พี่เพลิงจะทำตัวเป็นอันธพาล ไล่ยิงหนุ่มๆ ทุกคนที่เข้าใกล้ลูกสาวเราแบบนี้ไปตลอดไม่ได้”
“เฮ้อ...พูดไปแบบนั้นน่ะแหละ จริงๆ ทำได้ที่ไหน” เพลิงว่า
แต่จริงๆ แล้วก็ทำได้นะ...
ไอ้คำหลังนี้ต่อท้ายไว้ในใจ ไม่ได้พูดออกไปให้ภรรยาได้ขัดหู
“ทีพี่เพลิง ยังพาตวงมาจากพ่อของตวงเลย วันหนึ่งก็ต้องมีผู้ชายคนหนึ่ง พาลูกสาวเราไปดูแล ไปสร้างครอบครัวเหมือนกัน”
เจอคำนี้ไป พ่อเพลิงก็ได้แต่อ้าปากค้าง ภรรยาถึงกับยิ้มกว้างเมื่อเห็นอาการนั้นของสามี เธอเห็นว่าหวานใจก็โตแล้วเข้าสู่วัยสาวเต็มตัว ไม่แปลกที่จะนึกชอบพอใครบ้าง แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับสามี ที่บางทีก็หวง ห่วงลูกสาวมากจนเกินไป
“เฮ้อ...เราไม่น่ามีลูกคนเดียวเลย”
เพลิงบ่นพึมพำ ตวงรักซบหน้ากับไหล่ของเขา แล้วเอ่ยเสียงหวาน
“ถ้าตวงไม่ต้องผ่าตัด ก็อยากมีลูกให้พี่เพลิงอีกเยอะๆ เลย เรามีลูกเราเลี้ยงเค้าได้แต่ตัวนะคะพี่เพลิง ส่วนหัวใจ บางทีเราก็ต้องปล่อยให้เค้าดู แล้วก็เลือกเอง”
“ไม่เอาล่ะ ไม่คุยเรื่องนี้ แสลงใจ ยังทำใจไม่ได้ ตวงพูดยังกับว่ายัยหวานมีแฟนแล้ว แถมยังจะมาขอแต่งงานพรากไปจากเราวันนี้พรุ่งนี้ พี่ใจหายใจสั่น ไม่คุยด้วยล่ะ”
“ไม่คุยแล้วก็ได้ค่ะ”
ตวงรักทำท่าจะหยิบหนังสือเล่มโปรดของหล่อนมาอ่าน แต่มือของเพลิงจับมือเธอไว้เสียก่อน
“พี่ง่วงแล้ว”
“นี่เพิ่งจะหกโมงเย็นนะคะพี่เพลิง”
“กินข้าวอิ่มแล้ว ต้องออกกำลังกายสักหน่อย”
ว่าแล้วก็ตวัดภรรยามากอด พลางทำตาเจ้าชู้ ตวงรักทำตาโต ก่อนจะห้ามเสียงเบา
“พี่เพลิง...อะไรกันนี่”
“พูดเรื่องลูกแล้วก็อยากทำลูก”
“พี่เพลิงบ้า นี่ยังไม่มืดเลย”
“ไม่มืดแล้วไง ไม่มืดเราก็ทำกันออกจะบ่อย”
เขาหัวเราะ ไม่สนใจคำห้ามของหล่อน เขาอุ้มพาเธอไปยังฟูกนอนที่ปูไว้ตรงมุมห้อง กับเธอแล้วเพลิงยังเป็นเพลิงที่ร้อนแรงเสมอ และรักมั่นกับภรรยาของเขาไม่คลอนแคลน
หลังจากเกมรักผ่านพ้นไป เพลิงลูบแขนภรรยาที่หลับซบกับอกเขาเบาๆ ใจล่องลอยคิดไปถึงหวานใจบุตรสาว นึกถึงเรื่องที่คุยกันเล่นๆ เมื่อครู่ เขาคงทำใจไม่ได้ง่ายดายนักหรอก ถ้าหวานใจจะมีคนรัก...เพราะเขาเองก็เคยรับรู้รสชาติของรักทั้งผิดหวังและสมหวังมาก่อน
เขาไม่ไว้ใจผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้นล่ะ เพราะเอาตัวเองเป็นมาตรฐานสำหรับผู้ชายที่จะเข้ามาทำความรู้จัก หรือว่ารักลูกสาวของเขา
และเพลิงก็เชื่อว่าผู้ชายที่เป็นแบบเขา รักจริงจังแบบเขา ยุคนี้สมัยนี้ มันหายากเย็นแสนเข็ญจริงๆ
…………………………………………………………………………………………………………………….
“พวกมันรับสมัครคนงานกันแล้วนะครับพ่อเลี้ยง แถมผมเคยเห็นไอ้เจ้าของสวนที่ชื่อว่าเพลิง มาด้อมๆ มองๆ ถามนั่นถามนี่กับคนของเราด้วย”
“สายตำรวจหรือเปล่า?”
พ่อเลี้ยงอุดมขมวดคิ้ว เขากับลูกน้องคนสนิทนั่งคุยปรึกษากันเกี่ยวกับเรื่อง ‘งาน’ สินค้าส่งออกไปล็อตหนึ่งแล้ว เรียบร้อยไปด้วยดี รอแค่ล็อตสอง ที่ตอนนี้ผลิตเสร็จแล้ว
“ไม่ใช่นะครับ มันเป็นคนธรรมดานี่ล่ะพ่อเลี้ยง มีฐานะอยู่นะครับ มีรีสอร์ตด้วย กว้างขวางเป็นที่รู้จักพอสมควรเพราะมันมีโครงการรวมตัวกับพวกชาวสวนส้ม สวนผลไม้บ่อยๆ น่ะครับ”
“แล้วมาเสือกอะไรกับที่ของพวกเราล่ะวะ นี่กูนึกแล้วอยากจะปาดคออีลูกสาวที่มันหนีไปเปิดร้านดอกไม้ให้ตามพ่อแม่มันไปจริงๆ”
พ่อเลี้ยงอุดมบ่นอุบ นัยน์ตาของเขาฉายแววกร้าวกระด้าง ลูกน้องคนสนิทอย่างคำดี มองแล้วก็ให้สะดุ้งกับสายตานั้นนัก
“เอ่อ...พ่อเลี้ยงจะให้ทำยังไงครับ”
“กูจะลองไปเจรจาขอซื้อที่มันดู ปวดหัวฉิบหาย เพราะอีนังตัวดีนั่นที่ไม่ขายที่ให้เราแท้ๆ ทำให้มันวุ่นวายแบบนี้”
พ่อเลี้ยงอุดมว่า เขาสั่งให้ลูกน้องรินเหล้าเพิ่มให้ ก่อนจะดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ตามองไปทางทิศของที่ดินแปลงติดกัน
เอาเงินฟาดเข้าก็คงจะไป คงจะไม่มีอะไรแล้ว…ขืนให้อยู่ใกล้ๆ งานของเขาก็คงจะไม่สะดวกแน่นอน เขาไม่ยอมพังหรอก เพราะลงทุนลงแรงไปมาก แล้วกิจการของเขาก็กำลังเงินดีทีเดียว
เขามาก่อน ปักหลักก่อน คนมาทีหลัง ก็ต้องไปสิ แต่จะไปแบบไหน ไปแบบมีชีวิต หรือไม่มีชีวิต เดี๋ยวก็ค่อยว่ากัน
เขายิ้มอย่างเหี้ยมๆ
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







