INICIAR SESIÓNงานประจำปีของสวนส้มตะวันฉาย จัดมาติดต่อกันเป็นปีที่สาม เจตนาแรกของเพลิงคือต้องการให้เป็นงานระดับชุมชน เป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกร มาขายผลผลิตให้กับนักท่องเที่ยวและคนในชุมชน มีการจัดประกวดผลิตผล งานออกร้าน ตอนแรกจัดแค่เล็กๆ แค่กระจายในอำเภอ แต่พอคนรู้จักมากขึ้น รีสอร์ตของเพลิงเป็นที่รู้จัก ก็มีการจัดงานที่ใหญ่มากขึ้น จนตอนนี้กลายเป็นงานดังระดับจังหวัดไปแล้ว
งานปีนี้จัดติดต่อกันเจ็ดวัน จะมีการแจ้งนักท่องเที่ยวล่วงหน้าว่าเป็นเวลาของการจัดงานอาจจะมีเสียงรบกวน แต่ก็ยังมีคนมาพักเต็มทุกห้อง เพราะบางคนก็อยากจะมาสนุกกับงานประจำปีที่ขึ้นชื่องานนี้ ไม่สนใจว่าจะมีเสียงรบกวน กลับสนุกด้วยซ้ำ กับเทศกาลอาหารพื้นเมือง ท้องถิ่นนานาชนิด มีผลผลิตจากเกษตรกรถึงมือผู้บริโภคโดยตรง กิจกรรมสนุกๆ ในแต่ล่ะคืน ก็มีจุดเด่นต่างกันไป
ปีนี้ที่เกรียวกราว แล้วคึกคัก ก็จะเป็นงานสองคืนสุดท้ายที่เป็นที่สนใจของคนต่างอำเภอ ต่างจังหวัด บัตรเข้างานขายได้คึกคัก ก็เห็นจะเป็นการประกวดสาวประเภทสอง และประกวดธิดาตะวันฉายนั่นเอง ถึงกับมีแมวมองจากเวทีนางงามใหญ่ ให้ความสนใจมาดูการประกวด สปอนเซอร์ก็มาขอมอบรางวัลเพิ่มให้ ทำให้มีเงินรางวัลประกวดสูงลิ่ว ผู้ชนะได้รับถึงหนึ่งแสนบาทเลยทีเดียว
และพอเป็นประเพณี ที่ว่าเจ้าถิ่นอย่างสวนส้มตะวันฉาย จะต้องส่งนางงามเข้าร่วมประกวดทั้งสองเวทีเสียด้วย ปีนี้...แน่นอนว่า นางงามผู้หญิงแท้ คนที่ได้รับหน้าที่นั้นก็คือหวานใจ อย่างที่เจ้าตัวปฏิเสธไม่ได้เสียด้วย
“เอาจริงเหรอแม่จ๋า โห...หวานก็นึกว่าล้อเล่น ส่งคนอื่นไม่ได้เหรอ?”
“ไม่ได้ๆ ต้องหวานนี่ล่ะ ปีที่แล้วสร้อยสายลงประกวดไปแล้ว แม่หมดสต็อกตัวลงแข่งแล้ว”
ตวงรักอมยิ้ม เธอตั้งใจเข็นให้ลูกสาวกล้าแสดงออก ได้ทำอะไรที่แปลกไปบ้าง เป็นประสบการณ์ชีวิตสนุกๆ และอีกอย่างหนึ่ง ก็สร้างสายสัมพันธ์อันดีให้แก่คนระดับนายจ้างกับลูกจ้างได้ดีอีกวิธีหนึ่ง จากรุ่นสู่รุ่น
“แอร๊”
หวานใจทำหน้า ทำเสียง แบบที่ทำให้นาวินที่กำลังเกากีตาร์ แต่งเพลงรักอกหักอยู่เพลินๆ มานั่งฟังตวงรักหว่านล้อมหวานใจอยู่ด้วย ถึงกับวางมือแล้วหัวเราะ
“เอาล่ะพี่หวาน ถึงเวลาที่ลิงจะได้หัดเป็นนางแบบล่ะ อิอิอิ”
“ว่าใครยะ ว่าใครลิง?”
หวานใจถลึงตาใส่น้องชาย แล้วลุกขึ้นยืน พร้อมกับเท้าเอว วางท่าทางเลียนแบบนางงามที่เคยเห็นบ่อยๆ มารดามองแล้วก็กลั้นยิ้ม หวานใจหุ่นสูงเพรียว ระเหิดระหง แขนขายาว หน้าตาก็ไม่ขี้ริ้ว สวยมากด้วยซ้ำ ถ้าแม่เจ้าประคุณจะลดความห้าว ความแก่น มาเอาดีทางดารานางแบบ ก็คงจะไม่ยากหรอก เพราะมีพื้นฐานหน้าตาที่ดีพร้อม
“ลิงที่ไหนจะเดินได้สวย สง่า แบบนี้”
ว่าแล้วก็เดินฉับๆๆ วาดลีลา โดยใช้ลานหน้าบ้านเป็นที่ซ้อมเดินแบบเสียเลย มารดาถึงกับปรบมือให้ แล้วเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ
“เวทีนางงามนะหวานเอ๊ย เดินช้านิดหนึ่งลูก แล้วก็ทำให้มันแช่มช้อย อ่อนหวาน ไม่ใช่ทำอะไรฉับๆ ว่องไวไปหมด มันจะเหมือนลิงอย่างที่เจ้านาวินว่า”
“แม่อะ...ไม่มีเข้าข้าง”
หวานใจทำหน้างอ มารดาเลยเอ่ยถึงของล่อใจ ที่จะทำให้บุตรสาวของเธอตั้งใจมากขึ้นในการประกวด
“หนนี้เงินรางวัลของรางวัล ไม่ธรรมดานะลูก เงินสดแสนหนึ่ง มงกุฎประดับคริสตัลแท้ราคาห้าหมื่นบาทแนะ หนนี้มีสปอนเซอร์มาจากจังหวัดเลย แล้วก็คุณนายผู้ว่าท่านชอบการประกวดอะไรแบบนี้ ก็เลยสนับสนุนกันเต็มที่ไปเลย”
“อื้อหือ หวานชักจะอยากชนะบ้างแล้วสิคะ”
หวานใจทำตาโต แสนหนึ่ง! เธอจะได้ทำโครงการของเธอ ที่เคยคิดร่วมไว้กับเพื่อนๆ ว่าอยากจะทำก่อนเรียนจบเสียที
“รางวัลปีนี้แน่นทั้งของหญิงแท้ และหญิงเทียมเลยล่ะจ้ะ หญิงเทียมนี่พิเศษตรง มีสปอนเซอร์เค้ามาหาสาวสองสวยๆ ส่งประกวดมิสทิฟฟานี่โชว์ มีรางวัลเพิ่มอีกห้าหมื่นบาทสำหรับรางวัลที่หนึ่งและรอง รับกันไปแน่นๆ หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทสำหรับรางวัลที่หนึ่ง รางวัลที่สองหนึ่งแสนบาทกันไปเลย”
“โห...น่าจะมีเวทีชายงามบ้างอะไรงี้นะครับป้าตวง ห้าหมื่นก็เอาครับ” นาวินทำตาโต เลยโดนพี่สาวค่อนเอา
“งกนะยะ”
“แต่งหญิงลองประกวดได้นะ มีรางวัลนางสาวเทียมเฮฮา ได้สามหมื่นจ้ะ”
พอโดนชงเข้าแบบนั้น นาวินมีหรือจะพลาด นาทีนี้ไม่มีอะไรจะต้องมาเก็กมาดแมนหล่อล่ำอะไร เพราะตอนแรกตั้งใจจะมาหล่อๆ แมนๆ เพื่อให้สร้อยสายรับรัก ไหนๆ ก็อกหักไปล่ะ ไปสายฮาเฮ ได้เงินกลับไปเที่ยวดีกว่า
“ผมเอาด้วย”
“เอาจริงดิ”
หวานใจทำตาโต นาวินทำสะบัดสะบิ้งใส่พี่สาวด้วยจริตเกินหญิง
“เอาจริงสิค้า นาวี่จะแต่งหญิงให้งามงดกว่าพี่หวานแน่นอนค่า”
“ย่ะ” หวานใจหัวเราะชอบใจ
“ฉันจะคอยดู”
“เดี๋ยวสร้อยจะมารับพวกเราไปเก็บตัว”
มารดาว่า เล่นเอาสองพี่น้องถึงกับหันมองหน้ากันแล้วทำตาปริบๆ
“มีเก็บตัวด้วยหรือคะแม่ โห...ฟังล่ะจริงจังมาก”
“ก็ต้องจริงจังสิ งานปีนี้เป็นงานใหญ่นะ ลูกสาวสวนส้มตะวันฉายลงเองด้วยแบบนี้ คนจะต้องมาดูเยอะแน่ๆ เลยล่ะ อ้อ...มีรางวัลป๊อบปูล่าโหวตด้วยนะ ให้เอาหางตั๋วเข้างานมาหยอดใส่กล่องที่เป็นเบอร์นางงามเปิดนับจับรางวัล ได้กันไปเลยหมื่นหนึ่ง”
“หวานขอไปหาเสียงกับพี่ๆ ในสวนส้มก่อนนะแม่”
ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็วิ่งไปคว้ามอเตอร์ไซค์ ขณะที่นาวินก็วิ่งตามไปติดๆ
“ไปด้วยยยยย งานนี้นาวี่ก็ไม่พลาดจ้า”
ตวงรักมองพี่น้องทั้งสองคนแล้วก็อดขำไม่ได้ เธอก้มดูแผนงาน การจัดงานต่างๆ ในแฟ้มงาน ไล่เรียงดูว่าจะให้ใครทำอะไรบ้าง ปีนี้เธอรับหน้าที่เป็นแม่งานเต็มตัว อาทิตย์หน้าการเตรียมงานคงจะหนักและเหนื่อยหน่อยล่ะ เพราะเพลิงกำลังยุ่งอยู่กับสวนแห่งใหม่ของเขา จนแทบไม่มีเวลาเลยตอนนี้
คิดถึงสามีแล้วก็พลันขมวดคิ้วน้อยๆ รู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ว่าเพลิงอาจจะไปยุ่งอะไรกับสวนอันลึกลับของพ่อเลี้ยงอุดมเข้า เธอไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลยจริงๆ
...................................................................................................................................................................
“เอากันตรงๆ เลยนะครับ จะได้ไม่เสียเวลามาก”
พ่อเลี้ยงอุดมเอ่ย หลังจากที่จิบกาแฟเข้าไปแล้วอึกหนึ่ง เพลิงเลือกร้านกาแฟใกล้กับตลาด เป็นที่สนทนาธุระของพ่อเลี้ยงอุดม ลูกน้องของพ่อเลี้ยงไม่ได้ตามมาในร้าน คุมเชิงอยู่ข้างนอก
“ครับ พูดธุระของพ่อเลี้ยงมาได้เลย”
“ผมสนใจ อยากจะได้ที่แปลงของพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงเรียกราคามาได้เลยครับ ว่าจะขายเท่าไหร่? กี่ร้อยล้านก็ว่ามา”
“หืม?” เพลิงขมวดคิ้ว มองหน้าทางนั้นอย่างแปลกใจ พ่อเลี้ยงอุดมยักไหล่ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“ผมอยากให้ที่มันผนึกเป็นแปลงเดียวกัน เคยติดต่อขอซื้อแล้ว แต่...ช้ากว่าทางคุณไปแค่ไม่กี่ก้าว ผมรู้ว่าคุณซื้อมาแค่สามสิบกว่าล้าน ขายต่อผม ผมให้เลยที่ร้อยล้าน กำไรเห็นๆ นะครับ เจ็ดสิบล้าน”
“ถ้ามูลค่าของมันทำให้พ่อเลี้ยงกล้าซื้อขนาดนั้น ผมก็เริ่มจะเห็นว่าที่แปลงของผมน่าจะมีอะไรที่ดีมากๆ ที่ทำให้พ่อเลี้ยงยอมเสียเงินให้ผมร้อยล้าน”
เพลิงเอ่ยยิ้มๆ ขณะที่พ่อเลี้ยงอุดมถึงกับชักสีหน้าเมื่อได้ยินแบบนั้น เขากำกำปั้นทุบโต๊ะ อย่างลืมตัว
“อะไรนะ!”
“ผมไม่ขายครับ”
เพลิงเน้นเสียงชัดเจน แล้วลุกขึ้นยืน เขาวางเงินไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินจากมา ทิ้งให้พ่อเลี้ยงอุดมมองตาม ด้วยสายตาขุ่นขึ้ง
แบบนี้คงจะพูดกันดีๆ ไม่ได้อีกล่ะ
ไอ้เพลิง!
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







