INICIAR SESIÓN“หูย...” สร้อยสายมองหน้านาวิน ที่ตอนนี้เชิดหน้าให้กับเธอ แถมไม่พอหมุนตัวให้ดูอีกหนึ่งรอบ แบบสะดีดสะดิ้งเกินสาวประเภทสองไปอีกสองสามเบอร์ ก็ทำให้เธอขำกิ๊กๆ ขำหนักจนไปนั่งกลิ้งกับพื้น คนทำเลยชักจะอาย แล้วส่งเสียงอ่อย
“โหว อะไรอ่า พี่สร้อยทำไมจะต้องขำแรงขนาดนั้น ตกลงทำให้ได้หรือเปล่าเนี่ย? คำขอจากน้องเลิฟเลยนะ ไม่ได้หวังล่ะความสวยงาม หวังแต่ความตลกโปกฮาล้วนๆ หมื่นหนึ่งก็ยังดีนะพี่สร้อย นี่ผมคิดไว้แล้วว่าจะแสดงอะไร รับรอง ฮาตรึม กรี๊ดเฮ!”
“แค่...คิกๆๆ แค่เดินมา ทำหน้าเหมือนเมื่อกี้ ไม่ต้องแต่งอะไรเลย ก็ ฮ่าๆ ก็ โอ๊ย...พี่ขำ ขำจะตายแล้ว”
“ไอ้นางสาวเทียมเฮฮานี่ เค้าห้ามแต่งหน้าตลก เค้าให้แต่งสวย แต่ให้ตลกจากภายใน แล้วเค้าก็จะคัดกลุ่มเฮฮานี่ออกจากต่างหากจากกลุ่มสวยงาม โอ๊ะ...ช่างจุกจิกแหะ กติกาเค้าว่ามาแบบนั้น ไม่งั้นนะ ผมจัดเองไปล่ะ ไม่ง้อพี่สร้อย เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมหรอกน่า”
“คิกๆๆ”
“อ้าวนี่ก็อีกคน หัวเราะอะไรนักหนา”
นาวินเองก็ชักจะเริ่มขำตัวเองขึ้นมาบ้าง เมื่อหันไปเห็นพี่สาวอีกคนที่กำลังหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดง ถ้าเกิดว่าไม่มี ‘หนุ่ม’ มานั่งข้างๆ เจ้าหล่อนก็คงลงไปกลิ้งแข่งกับสร้อยสาย ที่ตอนนี้เริ่มควบคุมตัวเองได้ แล้วกำลังอมยิ้มจนแก้มตุ่ย
นาวินคิดว่าดีเหมือนกันนะที่สร้อยสายไม่รับรักเขา...เอ่อเห้อ...ถ้าไม่อย่างนั้นเขาก็คงยังต้องเก๊ก...สารพัดอยู่นั่นแหละ ไม่ชิวสบายๆ อยากทำอะไรก็ทำแบบนี้
เป็นเพื่อนกันบางทีก็ดีจะตายไป ความสัมพันธ์ยั่งยืนกว่าอีกแบบ
“นึกภาพนาวินไปเดินฉับๆ เป็นนางงามไม่ออกอะ สร้อย แกจะไหวเหรอ เสกให้นาวินสวยนี่”
“ไหวสิ อย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องยัดหน้าอก นมนาวินโตอยู่ล่ะ” สร้อยสายว่า แล้วหันไปหยอกเพื่อนรัก ที่ล้อกันเรื่องสรีระเป็นประจำและไม่ถือกัน
“คะแนนนมนำโด่ง เหมือนคะแนนนมของยัยหวาน”
“ยัยสร้อย!”
หวานใจหน้าแดงเถือก หันขวับมองคนข้างๆ ตัว ธงรามทำหน้านิ่ง แต่กลั้นยิ้มไว้อย่างสุดกำลังจนหน้าแดง ส่วนสร้อยสายเหมือนจะนึกขึ้นได้ ว่าตอนนี้กลุ่มเธอมีคนแปลกปลอมอยู่ การล้อกันอะไรแบบนี้...น่ะ เธอปิดปากแล้วทำตาโต
“อุ๊บ!”
“พี่ไปหาขนมมาให้กินกันนะ”
ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้น แล้วขยิบตาให้หวานใจ ที่หลบตาเขาก่อนจะหน้าแดง พยายามห่อตัวเหมือนจะซ่อนบางสิ่ง แต่...น่ะ ไม่เคยจะซ่อนมิดอยู่แล้วสำหรับสรีระส่วนนั้น
พอธงรามเดินลงบันไดไปแล้ว สร้อยสายก็ไปนั่งประกบเพื่อนรักแทน ก่อนจะคล้องคอของหวานใจ พลางบีบจมูกเพื่อนรักอย่างหมั่นไส้
“หมั่นไส้ๆ”
“โอ๊ย...อะไรเล่า”
“ซิวหนุ่มในฝันของสาวนักอ่านทั้งชาติไปเลยนะยะ”
“แน้” หวานใจทำตาโตใส่สร้อยสาย พยายามทำหน้าบึ้งหน้าดุ แต่ก็อดยิ้มไม่ได้
“แหม...”
“ไปกินเหล้าอกหักกับผมอยู่แท้ๆ” นาวินตามมาขนาบอีกคน
“ไหงเรื่องมันพลิกกลับแบบนี้ล่ะพี่ โห...ไปแอบจีบกันตอนไหนอะ แกล้งเขาอยู่หมาดๆ หวงกันท่าป้าตวงแท้ๆ อิอิ”
“โอ๊ย...ไม่คุยด้วยแล้ว” ว่าแล้วก็ทำท่าจะหนี แต่นาวินกับสร้อยสายรั้งไว้พลางหัวเราะ
“ไม่ล้อแล้วก็ได้ โอ๋ๆ แต่มีแฟนแล้วรู้สึกยังไงอะยัยหวาน”
“ก็...” หวานใจทำตาปริบๆ แก้มแดง หน้าร้อนไปหมด แล้ว...เธอหยุดยิ้มไม่ได้จริงๆ แค่คิดถึงเขา
“มันก็ดีนะ มันเหมือนไม่รู้สิ มองอะไรก็สดชื่นไปหมด ดีไปหมด เหมือนลอยได้ อื้อ...ไม่รู้อะ ไปลองมีแฟนกันสิ จะได้รู้ มาถามทำไมเล่า”
“ผมอยากมีหรอก แต่อกหักไปซะละ” นาวินว่า พร้อมถอนใจ
“อกหัก? กับใครล่ะยะ”
ถามแทงใจเข้าไปอี๊ก ทั้งที่รู้ๆ นะพี่หวาน...นาวินตวัดตามองพี่สาว จะอ้าปากพูดแต่ก็ช้าไปกว่าสร้อยสายที่เอ่ยออกมาหน้าตาเฉย
“กับคนสวยอย่างพี่สร้อยไงล่ะ”
เล่นเอาสองพี่น้องมองตากันปริบๆ สร้อยสายนี่...มีอะไรให้คาดไม่ถึงมากมายเสียจริงๆ
“เอ่อ...”
“เอาน่า หักแล้วก็ดามแล้ว” สร้อยสายว่า แล้วตบไปที่อกล่ำๆ ของนาวินพร้อมกับยิ้มกว้าง
“เดี๋ยวพี่หาสาวให้ใหม่ แจ่มจี๊ดกว่าพี่เยอะ อิอิ”
“ฟังแล้วสวยเนาะยัยสร้อย”
หวานใจอดว่าไม่ได้ สร้อยสายเชิดหน้าแล้วยักไหล่ นาวินเริ่มหัวเราะกับท่าทางนั้น ชักจะเห็นด้วยข้อที่ว่า เขากับสร้อยสายควรเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมนั่นแหละดีที่สุด เพราะดูแล้วเจ้าหล่อนช่างเป็นสาวที่รับมือได้ยากจริงๆ คนอะไรจะรู้ทัน จะแกร่ง จะเหนือปานนั้นกันนะ แต่ก็นี่ล่ะ เสน่ห์ของสร้อยสายไม่เหมือนใครเลยจริงๆ
“นิดหน่อยย่ะ อิอิ พูดเรื่องสวยก็ดีล่ะ ป้าตวงสั่งมาว่าฉันจะต้องปั้นลิงกับคิงคองให้สวยให้เกิด เฮ้อ...งานหนักจริงจัง”
“ใครเป็นลิงยะ” หวานใจทำเสียงแหลม
“ใครเป็นคิงคองอะ” นาวินทำเสียงแหบ
สร้อยสายหัวเราะชอบใจ ก่อนจะสั่งให้สองพี่น้องเริ่ม กรรมวิธีวิถีแห่งนางงามขั้นที่หนึ่ง ว่าด้วยการบำรุงขั้นต้น ก่อนจะไปขั้นต่อไป เธอมีลูกมืออีกหนึ่งสองคนมาช่วยเพราะคงจะรับมือคนเดียวไม่ไหวแน่ๆ ภาสวินีเองก็มีนางงามที่จะส่งประกวดในเครือของสวนส้มตะวันฉายเป็นสาวประเภทสองอีกหนึ่งคน อีกไม่กี่วันจะถึงวันงานเลยปิดร้านเพื่อการนี้กันเลยทีเดียว
ธงรามที่ปลีกตัวลงมา กำลังเดินเล่นในตลาด เขากำลังนั่งจดบันทึกเล็กๆ น้อยๆ ลงในสมุดเล่มเล็กที่พกติดตัว และถ่ายรูปสิ่งที่น่าสนใจไปด้วยอย่างเพลินๆ ด้วยโทรศัพท์มือถือ นึกเสียดายที่ไม่มีกล้องคู่ใจ แต่ฟังก์ชั่นจากโทรศัพท์ที่ใช้ถ่ายรูปก็ให้ความรู้สึกไปอีกแบบจากกล้องตัวเก่งของเขา วันนี้อารมณ์ของเขาค่อนข้างปลอดโปร่งสดชื่น เมื่อคืนคุยกับน้องชายฝาแฝดแล้วก็ให้นึกยินดี ว่าเรื่องของธงลักษณ์กำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี เขาคงจะได้อุ้มหลานเร็วๆ นี้นั่นแหละ ก็อย่างที่เขาสังหรณ์ น้องชายของเขากับจันดาลี...
คนอย่างธงลักษณ์ ถ้าไม่รักจริงจัง คงไม่กระโดดลงมาทำอะไรแบบนี้หรอก
รัก...
คำนี้ทำให้หัวใจสดชื่น ปริ่มไปด้วยพลังแห่งชีวิต คิดถึงคำนี้แล้ว ภาพของใครบางคนก็ลอยซ้อนขึ้นมาในทันที
เขาเก็บสมุดบันทึกใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ก่อนจะเดินไปเลือกขนมฝากคนที่ร้านของภาสวินี
สำหรับเขาคงจะอีกนาน...กว่าที่เขากับหวานใจจะก้าวไปถึงจุดเดียวกับน้องแฝด เอาเถอะ...แต่เขารอได้ ธงรามถอนใจน้อยๆ อย่างมีความสุข
................................................................................................................................................................
“ผมตามสืบ แล้วก็ให้คนเฝ้าคนสำคัญของมันไว้แล้วครับพ่อเลี้ยง”
คำรายงานนั่น สร้างรอยยิ้มให้กับใบหน้าเคร่งเครียดของพ่อเลี้ยงอุดม ที่คร่ำเคร่งมาหลายวันขึ้นมาได้ เขาเคาะไม้เท้าหัวเสือเป็นจังหวะ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ ฟังลูกน้องรายงานต่อ
“เมียของมันชื่อตวงรัก ทำงานอยู่ในสวนส้มกับรีสอร์ต มันมีลูกสาวเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ตอนนี้กลับมาบ้านตอนปิดเทอม มากับหลานของมันอีกคน ครอบครัวของมันเป็นที่รู้จัก แล้วก็ค่อนข้างจะเป็นที่รักนับถือของคนแถบนั้นมาก...”
“อืม...”
“อาทิตย์หน้าจะมีการจัดงานประจำปีของพวกมัน ที่มันเป็นหัวแรงใหญ่ งานนี้ดังมากในเชียงใหม่ เห็นว่าลูกสาวของมันก็จะเข้าประกวดนางงามด้วยนะครับพ่อเลี้ยง...ผมว่า...ถ้าเราชิงลงมือตอนนั้นน่าจะดี”
“กูไม่อยากให้มันคึกโครมมากไป” พ่อเลี้ยงอุดมว่า “กูอยากจะแค่ขู่...ไม่อยากให้ถึงเลือด ถึงเนื้อ ถ้าไม่จำเป็น”
“ถ้าอย่างนั้น...พ่อเลี้ยงจะขู่มันแบบไหนครับ”
“เอาแค่หยอกๆ กันไปก่อน” พ่อเลี้ยงลูบคาง แล้วหัวเราะหึๆ
“หยอกสักสองสามหมัด ดูเชิงไป ว่ามันจะเอายังไง เราก็ค่อยเสนอเงินให้มันใหม่ ร้อยล้าน แลกกับความสงบสุข ใครจะไม่อยากได้ เราจะต้องทำให้มันไม่สามารถมาทำงานที่นี่ได้ แล้วค่อยเขยิบไปมากขึ้น ถ้ามันยังกวนตีนไม่ยอมขายที่นี่ให้กู ไม่ยอมเลิกยุ่งกับกู อ้อ...กูรู้มาว่ามันสนิทกับท่านรองสุเมธ ตำรวจในท้องที่ ตอนนี้คงจะยังไม่สะดวกถ้าเราจะทำอะไร แต่ไอ้ท่านรองนี่...” เขายิ้มแสยะ
“คงจะใกล้ได้ไปพักผ่อน เพราะขัดแข้งขัดขาท่านเหลือเกิน เรารอถึงตรงนั้นแล้ว ค่อยจัดการไอ้เพลิง ทางมันจะสะดวก”
“พวกลูกสาวมันกับเมียของมัน ยังจะต้องให้คนเฝ้าคุมไว้อยู่ไหมครับ?”
“คุมไว้ เผื่อไว้”
เขาสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะบอกให้ลูกน้องคนสนิท จัดแจงหาเตรียมเหล้าและกับแกล้มมาให้เขา เขากำลังมีอารมณ์อยากจะฉลองข่าวดีในเย็นนี้ ซึ่งมีแน่นอน
เย็นวันนั้นก็มีข่าวพาดหัวเกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุของท่านรองผู้กำกับสุเมธ ที่เกิดอุบัติเหตุรถสิบล้อพุ่งชน อาการโคม่านอนในไอซียู
อา...รสของเหล้ามันก็จะกร่อยไปนิดหน่อย มันจะอร่อยและสนุกกว่านี้ ถ้าเกิดว่าไอ้รองตงฉินนี่มันจะตายๆ ไปซะ!
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ