INICIAR SESIÓN“พ่อเลี้ยงครับ ผม ผมว่าจะบ่ขอทำงานแล้วครับ”
“หืม?”
คำพูดของคนงานที่เพลิงเพิ่งจะรับมาเมื่อวานนี้ ทำให้เขาถึงกับขมวดคิ้ว แล้วร้องอ้าว...ทางนั้นก้มหน้าหลบตาเขา สีหน้าดูซีดเซียว ท่าทางเลิ่กลั่กไม่อยุ่สุข เหมือนอยากจะไปให้พ้นหน้าเขาให้เร็วที่สุด
“ผมขอเก็บของไปเลยนะครับ”
“เดี๋ยวก่อนสิ นายบุญฮอม จะรีบไปไหน คุยกันก่อน”
“บ่คุยล่ะครับ”
“อ้าว...”
ได้แต่อ้าวหนสอง เมื่อฝ่ายนั้นเดินแกมวิ่ง หนีหน้าเขาเสียดื้อๆ นายบุญฮอมคว้าเอาจักรยานที่ขี่มาได้ ก็ปั่นลิ่วเอวส่าย ออกจากสวนของเขาไปอย่างรวดเร็ว
“อะไรกันน่ะ”
“พ่อเลี้ยงครับ พ่อเลี้ยง เอ่อ...คนงานที่บอกมาทางผมว่าจะมาทำงานหื้อ(ให้) ก็บอกว่าบ่มาล่ะ เอ๊อ...บ่าหมู่นี้ (ไอ้พวกนี้) หยังมาสับปะลี้ (สับปลับ) เสียการเสียงานหมดล่ะ”
ลุงมั่นเดินบ่น หน้ายุ่งมาแต่ไกล เพลิงฟังแล้วก็ให้นึกกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง เขามองไปยังทิศทางของสวนข้างๆ ที่ล้อมกำแพงไว้สูง
“แล้วตกลงว่า เราเหลือคนงานที่จะทำงานตอนนี้กี่คนล่ะลุงมั่น”
“ก็เหลืออยู่ 1...2...3...” ลุงมั่นนับนิ้วไปมา แล้วเกาศีรษะแกรกๆ
“โอ๊ย...เอาไปเอามาเหลือคนทำงานหื้อ(ให้) แค่สามคนครับพ่อเลี้ยง จากที่รับมาจะสิบคนเน้อ”
“อืม”
“จะทำยังไงดีครับพ่อเลี้ยง”
งานที่ว่าควรจะได้เริ่ม ก็ยังเริ่มไม่ได้ ถ้ายังไม่มีคนงาน เนื้อที่เกือบร้อยไร่ของสวนผลไม้ ต้องใช้ปริมาณคนในการฟื้นฟู เพลิงถอนใจ มันยิ่งแปลก...แปลกมาก
เขามองไปทางไร่ข้างๆ อีกหน
“ลุงมั่น ผมถามอะไรหน่อยสิครับ”
“ครับพ่อเลี้ยง”
“ลุงพอจะรู้ไหมว่า ที่นั่นมีคนงานกี่คน”
“เอ่อ...” ลุงมั่นทำท่าคิด เห็นหน้าแกแล้วเพลิงก็พอจะรู้ว่าคำตอบคืออะไร
“ส่วนใหญ่เป็นคนแถวนี้หรือเปล่าครับ”
“ก็มีคนแถบนี้บ่มีครับ มีแต่คนหมู่บ้านอื่น” แกตอบตามที่รู้
“เท่าที่พอจะรู้ เค้าว่ากันว่ามีคนงานเป็นร้อยคนหมู่บ้านดอนสักก็ทำงานกับพ่อเลี้ยงอุดมกันเกือบทั้งหมู่บ้าน บางคนจากเคยทำงานไร่ งานสวน ก็เลิกทำ มาทำงานให้พ่อเลี้ยงอย่างเดียว ผมก็แปลกใจอยู่นะครับ เพราะบางคนถึงกับขายที่...ก็ขายให้พ่อเลี้ยงนี่แหละครับ เคยถามค่าแรงค่าจ้าง เพราะตอนนั้นก็สนใจให้ลูกให้หลานลองไปสมัครดู กว่าจะบอกกันก็ยากมากว่าได้เท่าไหร่ เห็นว่าได้ห้าร้อยต่อวัน มีโบนัส มีโอทีต่างหาก ผมมาลองคิดๆ คำนวณเล่นๆ บางคนทำไร่ทำสวนเอง มันได้เยอะกว่านั้นเวลาเก็บผลผลิต แถมเป็นนายตัวเอง แต่ทำไมถึงได้ยอมขาย ไปทำงานเป็นลูกจ้าง อะไรของที่นั่นดูเป็นความลับไปหมดนะพ่อเลี้ยง แถมพอมีเรื่องผีเรื่องสาง เรื่องคนหาย...เอ่อ...บางทีก็มีคนตาย เค้าว่าคนตายก็เพราะโดนของ โดนผี ที่นี่ล่ะครับ”
“หืม? ยังไง”
“เค้าว่าพ่อเลี้ยงอุดมเป็นหมอผีนะพ่อเลี้ยง ที่ผมเคยเล่าว่ามีผีกะหลายตัว พ่อเลี้ยงอุดมนี่ล่ะคนเลี้ยงไว้”
ลุงมั่นลดเสียงลงเป็นกระซิบ ตามองล่อกแล่กเหมือนกลัวว่าใครจะมาแอบฟัง ทั้งๆ ที่บริเวณนี้มีเพียงแค่เขาและเท่านั้น
“พูดธรรมดาก็ได้ลุงมั่น พูดเบาผมไม่ได้ยิน”
“อู้ดังบ่ได้ เดี๋ยวผีกะของพ่อเลี้ยงอุดมจะไปกระซิบบอก” แกทำหน้าจริงจัง
เพลิงฟังลุงมั่นเล่าเรื่องเกี่ยวกับความลี้ลับของสวนพ่อเลี้ยงอุดม ยิ่งฟังก็ยิ่งให้ฉงนมากยิ่งขึ้น และอยากจะสอดรู้ ทำความรู้จักกับชายคนนี้มากยิ่งขึ้นจริงๆ
บ่ายวันนั้น เมื่อเพลิงออกมาในเมือง เพื่อจะแวะรับประทานอาหารเที่ยง ตอนนี้งานที่สวนก็ต้องรอคนมาสมัครกันใหม่ ลุงมั่นรับปากว่าจะลองหาคนนอกพื้นที่มาทำดู และจะลองแอบถามคนที่เคยรับปาก เคยมาทำแต่จู่ๆ กลับลำว่าเพราะอะไรถึงไม่ยอมมาทำตามสัญญา เพลิงให้เงินลุงมั่นไป ‘ง้างปาก’ คนกลุ่มนี้ด้วยจำนวนหนึ่ง บางทีก็ต้องมีค่าน้ำ...น้ำสีทองๆ นั่นแล ง้างปากคนได้ดีนัก
ขณะที่กำลังยืนเลือกซื้อขนมของโปรดลูกสาว กับภรรยา รวมถึงหลานชาย อยู่หน้าร้านขนมไทย เขาก็ได้เจอะเจอกับ พ่อเลี้ยงอุดม...
“สวัสดีครับ พ่อเลี้ยงเพลิง ผมพ่อเลี้ยงอุดมครับ ดีใจจริงที่วันนี้ได้เจอตัว”
คำทักทายนั้น ทำให้เพลิงหันขวับไปมอง ชายร่างท้วม เตี้ยกว่าเขาเล็กน้อย ยืนอยู่ข้างๆ ผิวของเขาคล้ำ ไว้หนวดเครา และยิ้มให้กับเพลิงเห็นฟันขาวเรียงตัวกันสวย รอยยิ้มและนัยน์ตานั่น...ไปกันคนล่ะทาง มองแล้วก็ทำให้รู้สึก...ขนลุก
“สวัสดีครับ”
นัยน์ตาคมกริบของเพลิง มองกวาดพ่อเลี้ยงอุดมอย่างรวดเร็ว เก็บรายละเอียด เขาสวมชุดดำเป็นเสื้อแบบยาว ผ่าข้าง ทำจากผ้าฝ้าย กางเกงก็เป็นผ้าฝ้ายแบบเดียวกัน สวมประคำยาวทบกันหลายเส้น ทำจากหินมงคล เขาถือไม้เท้าหัวเสือทองเหลือง ด้วยมือซ้าย ท่ายืนของเขาเอียงเล็กน้อยและใช้ไม้เท้าเป็นตัวช่วยในการทรงตัว
“ผมมีธุระอยากจะคุยกับพ่อเลี้ยงน่ะครับ พอจะมีเวลาให้ผมสัก...ชั่วโมงหนึ่งไหมครับ คุยกันเรื่องเงินๆ ทองๆ ธุรกิจที่พ่อเลี้ยงน่าจะสนใจ”
เอ่ยจบก็ขยิบตาและยิ้มด้วยทีท่ามีเสน่ห์ เพลิงหรี่ตาลง ก่อนจะยิ้มตอบ แล้วพยักหน้า
“ได้สิครับ เราจะไปคุยกันที่ไหนดี”
ตาของเขามองไปยัง ‘ผู้คุ้มกัน’ ที่มีถึงสี่คน ที่ยืนอยู่ด้านหลังพ่อเลี้ยงอุดม
อืม...
บางทีเขาควรจะไลน์ถามเพื่อนสนิท ว่าจะทำทีบังเอิญแวะมาหาเขาได้ไหมนะ เขาหวังว่า รองสุเมธคงจะว่างวันนี้
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







