เข้าสู่ระบบ"คะ?"
“งงอะไร ค่าทำขวัญไม่จ่ายได้นะ แต่ค่าหัวปูดนี่เธอต้องรับผิดชอบสิ”
สายตาคนพูดเอาเรื่องจนพุดแก้วที่งงๆ ต้องรับมือถือเขามากดเบอร์โทรศัพท์ให้อย่างจำใจ
“เอาเบอร์เธอนะ ไม่เอาเบอร์คนอื่น”
คนกำลังจะกดเบอร์พี่ชายเม้มปากเบาๆ เปลี่ยนไปกดเบอร์ตัวเองแล้วโทรออกเลย “พอใจยังคะ”
เทวาส่ายหน้า “ขอดูบัตรประชาชนด้วย อย่าคิดว่าฉันโง่ นี่เห็นว่ายังเด็กอยู่หรอกนะ ถึงยอมให้เรื่องจบง่ายแบบนี้ เธอไม่ต้องกลัวเสียเปรียบ ฉันไม่ขอดูฝ่ายเดียวหรอก เราแลกกันดูทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ เวลาติดต่อจะได้ไม่ต้องนึกนาน ได้ยินชื่อก็รู้เลย อ๋อ คนที่ทำให้โดนตีหัวนั่นเอง!”
พุดแก้วมุมปากกระตุก ได้แต่ค้นเอาบัตรประชาชนมาให้เขาดูพลางบอกเสียงเข้ม “ปีนี้ฉันอายุยี่สิบหกแล้วค่ะ ไม่เด็กแล้ว กรุณาเข้าใจใหม่ด้วย”
“อ้าว! เห็นตัวเล็กนิดเดียวก็นึกว่ายังเด็กอยู่ ที่แท้เธอเตี้ยไปสินะ”
เตี้ยบ้านคุณสิ!
คนมีส่วนสูงเกินมาตรฐานสาวไทยมาไม่กี่เซนติเมตรตะโกนด่าในใจ
ที่บอกว่าเขาไม่ใช่คนรับมือยากทิ้งนั่นเธอขอลบทิ้ง!
หลังแยกจากพุดแก้ว แทนที่เทวาจะตรงกลับบ้าน เขาดันโทรหาใครบางคนที่บอกว่าไปงานแต่งอาจารย์หมอไม่ได้เพราะติดเวรดึกก่อน
เมื่อรู้พิกัดแล้ว ร่างสูงโดดเด่นด้วยชุดยับๆ กับหัวยุ่งๆ ก็เดินตรงไปยังตึกผู้ป่วยด้านหลัง ไปถึงก็เห็นหนุ่มหล่อปานเทพบุตรในชุดกาวน์ยืนรออยู่
“พี่ชาย!” เทวายิ้มกว้างให้อีกฝ่าย แต่ลืมไปว่าหน้าผากตึงอยู่ เลยเจ็บจนน้ำตาซึม “อูยย...”
คนรออยู่ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นแฝดผู้พี่ของเขาเอง หมอนี่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนเขาทุกสัดส่วน แต่นิสัยต่างกันนิดหน่อย
เทวินทร์เป็นศัลยแพทย์นิสัยเย็นเป็นน้ำ ซ่อนความร้ายไว้ใต้ใบหน้าหล่อเหลาจนคนทั่วไปยากจะรับรู้ ส่วนเทวาคนนี้เป็นนายสัตวแพทย์หนุ่มนิสัยดี เป็นที่รักและเอ็นดูของพ่อแม่พี่น้อง น่ารักสดใสทุกวัน เขี้ยวเล็บสั้นกรุบๆ ไม่มีอะไรแอบซ่อน เป็นคนวุ่นวายเล็กน้อย แต่เปิดเผยจริงใจ ร้ายก็ร้าย รักก็รัก
“มาทำไม”
เทวาที่กำลังจะยิ้มประจบอีกถึงกับกลอกตา หน้าบูดขึ้นมาทันที ดูเหมือนเขาจะไม่เป็นที่รักของหมอนี่เท่าไร
กระนั้น เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ เขาจึงต้องยิ้มทักไป "ฮ๊ายฮายสุดหล่อ”
สุดหล่อนิ่วหน้ามองใบหน้าเกลี้ยงเกลาแต่มีรอยปูดนูนเด่นบนหน้าผาก ไหนจะชุดครึ่งหล่อครึ่งยับนั่นอีก
“นี่ไปมีเรื่องกับใครมาอีกล่ะ คนที่งานแต่งเหรอ”
เทวาทนปั้นหน้ายิ้มต่อไม่ไหว ค้อนตาคว่ำใส่ “มึงนี่นะวินนี่ เห็นหน้ากูเมื่อไหร่ เอะอะหาว่ามีเรื่องมาตลอด ไม่มีสักคำที่จะถามว่าน้องนุ่งเจ็บมากหรือเปล่า ไม่เคยมีเลยยยยยย”
“ถ้าเจ็บหนักจะมายืนอยู่ตรงนี้เหรอ” เทวินทร์แค่นเสียงใส่ คืนนี้เขาเข้าเวรดึกอยู่ดีๆ ไอ้ตัวร้ายนี่ก็โทรมาบอกอยู่ที่โรงพยาบาล มาอยู่ตอนตีสองแบบนี้ เดาได้ไม่ยากเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีเรื่องมาคงไม่ใช่เทวา “นี่ไปยุ่งกับผู้หญิงของใครมาล่ะ ไหนว่าเป็นเจ้าคนนายคนแล้วจะเลิกมั่ว”
“กูเลิกมั่วแล้วจริงๆ นะโว้ย แต่ก็โดนตีหัวมาเพราะผู้หญิงอย่างที่มึงคิดจริงแหละ” เทวาทั้งส่ายหน้าทั้งพยักหน้าบอก “มันเป็นเรื่องสุดวิสัยอะ กูก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีก็มาฟื้นที่โรงพยาบาลนี้แล้ว”
“ไม่รู้ตัวคนทำเหรอ” คนพี่มุ่นคิ้วถาม
“อือ มันเล่นทีเผลอ ตีผิดคน แต่ตัวต้นเหตุก็รับผิดชอบพากูมาหาหมอแหละ”
“แล้วไง? หาหมอเสร็จแล้วไม่กลับ โทรหากูทำไม”
เทวายิ้มเขินบอกพี่ชาย “มันดึกแล้วอะ ขี้เกียจนั่งรถกลับ ห้องของวินนี่พอจะมีที่ให้น้องนุ่งซุกหัวนอน...”
“อยากไปนอนคอนโดกูก็พูดมาตรงๆ ดีกว่า”
“แหะๆ” เขาทำหน้าประจบ แม้จะหมั่นไส้ที่อีกฝ่ายรู้ทันไปหมดก็ตาม ระยะทางจากโรงพยาบาลกับบ้านเขาอยู่ไกลกันพอสมควร แต่คอนโดของเทวินทร์อยู่ไม่ไกล แต่ก่อนเขามีรหัสเปิดเข้าห้องมันได้สบายๆ แต่หลังเทวินทร์แต่งงานมีเมีย มันก็เปลี่ยนรหัสกันเขาไปยุ่มย่าม แต่ตอนนี้มันพาเมียย้ายออกไปอยู่บ้านหรูที่ซื้อเป็นเรือนหอแล้ว เขาเลยลองเสี่ยงดวงมาขอที่นอนดูสักคืน
เทวินทร์ไม่อยากพูดจาร่ำไรอีก คิดว่ายังไงตัวเองก็ไม่ได้อยู่ที่คอนโดนั้นแล้ว จึงยอมบอกรหัสเข้าห้องให้เทวา แต่ไม่วายจะกำชับเสียงเรียบ “ไปนอนแล้วเก็บกวาดให้เรียบร้อยด้วย ถ้ากูแวะไปดูแล้วเห็นว่ามึงทำห้องกูรก มึงจะไม่ได้เหยียบเข้าห้องกูอีกเลยไอ้น้องวาที่รัก”
“ครับผม!” เทวาพยักหน้าบอกทันที แต่ตอนโบกมือลายังหันไปหยอกพี่ชาย “เอาไว้ว่างๆ น้องวาจะไปเยี่ยมที่เรือนหอนะพี่ชาย ไม่ได้เจอหนูมดของวินนี่มานานแล้วอะ”
“ไสหัวไปเลย!”
"คะ?"“งงอะไร ค่าทำขวัญไม่จ่ายได้นะ แต่ค่าหัวปูดนี่เธอต้องรับผิดชอบสิ”สายตาคนพูดเอาเรื่องจนพุดแก้วที่งงๆ ต้องรับมือถือเขามากดเบอร์โทรศัพท์ให้อย่างจำใจ“เอาเบอร์เธอนะ ไม่เอาเบอร์คนอื่น”คนกำลังจะกดเบอร์พี่ชายเม้มปากเบาๆ เปลี่ยนไปกดเบอร์ตัวเองแล้วโทรออกเลย “พอใจยังคะ”เทวาส่ายหน้า “ขอดูบัตรประชาชนด้วย อย่าคิดว่าฉันโง่ นี่เห็นว่ายังเด็กอยู่หรอกนะ ถึงยอมให้เรื่องจบง่ายแบบนี้ เธอไม่ต้องกลัวเสียเปรียบ ฉันไม่ขอดูฝ่ายเดียวหรอก เราแลกกันดูทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ เวลาติดต่อจะได้ไม่ต้องนึกนาน ได้ยินชื่อก็รู้เลย อ๋อ คนที่ทำให้โดนตีหัวนั่นเอง!”พุดแก้วมุมปากกระตุก ได้แต่ค้นเอาบัตรประชาชนมาให้เขาดูพลางบอกเสียงเข้ม “ปีนี้ฉันอายุยี่สิบหกแล้วค่ะ ไม่เด็กแล้ว กรุณาเข้าใจใหม่ด้วย”“อ้าว! เห็นตัวเล็กนิดเดียวก็นึกว่ายังเด็กอยู่ ที่แท้เธอเตี้ยไปสินะ”เตี้ยบ้านคุณสิ!คนมีส่วนสูงเกินมาตรฐานสาวไทยมาไม่กี่เซนติเมตรตะโกนด่าในใจที่บอกว่าเขาไม่ใช่คนรับมือยากทิ้งนั่นเธอขอลบทิ้ง!หลังแยกจากพุดแก้ว แทนที่เทวาจะตรงกลับบ้าน เขาดันโทรหาใครบางคนที่บอกว่าไปงานแต่งอาจารย์หมอไม่ได้เพราะติดเวรดึกก่อนเมื่อรู้พิกัดแล้ว ร่างสูงโ
ณ ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ในเวลาต่อมาคนเจ็บที่ถูกนำตัวมาส่งด้วยอาการหน้าผากถูกของแข็งกระแทกเมื่อชั่วโมงก่อน ได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้ว กำลังรอผลเอกซเรย์อยู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึงหลังโดนฟาดสลบเหมือด ฟื้นมาอีกทีก็เจอหมอในห้องฉุกเฉินแบบนี้ เทวากลับไม่ได้ตระหนกตกใจอะไร สมัยก่อนพฤติกรรมชอบยุ่งกับสาวสวยหุ่นเอ็กซ์ แต่ไม่เช็กเจ้าของ ทำให้เขาเจอเรื่องทำนองนี้มาไม่น้อยถ้ายังเป็นเทวาคนเดิม แผลนี้คงได้มาเรื่องชู้สาวแน่ๆ แต่เทวาคนนี้ไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงสักคนมาเป็นปีๆ แล้วน่ะสิฉะนั้นต้นเหตุของเรื่องคืนนี้มันไม่ได้เกิดจากเขา!“ฮึก!”ดวงตาคมกริบตวัดมองคนนั่งร้องไห้สะอื้นอยู่เก้าอี้ข้างๆ ตอนฟื้นขึ้นมาบนเตียงคนไข้เขาก็เห็นคนคนนี้ร้องไห้น้ำตาท่วมอยู่ ทั้งร้องไห้ ทั้งขอโทษเขา จนถึงตอนนี้ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดร้องเลย ใบหน้าเล็กๆ มอมแมมด้วยน้ำตา ดูอ่อนแอน่าสงสารและน่าโมโหพอกันเมื่อมาอยู่ในโรงพยาบาลที่เปิดไฟสว่างจ้า เทวาจึงพบว่าไอ้หนุ่มที่มาจูบปากเขาแล้วฟาดหัวด้วยเงินร้อยเดียวเป็นผู้หญิงจริงๆ ผมยาวสลวยกับน้ำเสียงหวานใสนั่นเป็นของจริงเธอเป็นนางสาว ไม่ใช่นาย!“ฮืออ...ฮึก..ฮือออ”“โว้ย! หยุดร้องสักท
พุดแก้วเดินออกจากโรงแรมอย่างระมัดระวัง สายตาคอยมองดูรอบตัวว่าเป้าหมายยังอยู่หรือเปล่า พอเหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนออกันอยู่แถวประตูหน้าโรงแรม ซึ่งต้องเดินผ่านออกไปเรียกรถกลับบ้าน เธอก็รีบถอยหลังกลับทันทีนั่นเป็นพวกบอดี้การ์ดที่เกือบเดินมาเจอเธอ!“ทำไมยังอยู่อีกเนี่ย หรือว่าพวกเขาจะรู้ตัวแล้ว”สมองน้อยๆ รีบคิดหาทางรอด ไม่นานก็ดึกวิกผมสั้นบนหัวออก ปล่อยผมสีน้ำตาลยาวเป็นลอนคลื่นลงมาแทน“ถึงจะเป็นชุดเดิม แต่เปลี่ยนมาผมยาวเป็นผู้หญิงแล้วพวกนั้นคงจำไม่ได้หรอก”หญิงสาวปลุกใจตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยัดวิกผมสั้นใส่เป้สะพายที่หลัง เดินผ่านประตูใหญ่ออกไปตามทางเท้าอย่างมั่นใจ ในผับมืดจะตาย พวกเขาจะรู้ได้ไงว่ามีคนแอบถ่าย เธอคิดมากไปแล้ว“นี่หยุดเลยนะ!”พวกเขารู้จริงๆ ด้วย!พุดแก้วคิดพลางสาวเท้าเดินให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ทางเท้าตรงนี้ทั้งมืดทั้งเปลี่ยว แถมยังไม่มีคนอื่นเลย เหมาะจะทำการไม่ดีสุด เธอต้องรีบเดินให้พ้นจากตรงนี้...“กรี๊ดดดดดดดดด” เสียงหวานกรีดร้องออกมาทันทีที่มีมือใหญ่เอื้อมมารั้งแขนเรียวเอาไว้“คิดจะหนีไปไหน ร้ายนะมึง!”เอ๊ะ?!ดวงตากลมโตเบิกค้าง เมื่อเห็นหน้าคนมารั้งตนไว้ “คุณ!”
คืนนี้เทวาโกนหนวด แต่งหล่อ สวมสูทหรู มาร่วมงานเลี้ยงฉลองวิวาห์ของอาจารย์หมอที่สนิทกันในโรงแรมใหญ่กลางกรุง ด้วยความที่เจ้าบ่าวอยู่ในวัยโคแก่แล้ว ภายในงานเลี้ยงจึงมีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในสายอาชีพเป็นส่วนใหญ่ หมอตัวเล็กๆ อย่างเขากับเพื่อนอีกสองสามคนทนนั่งปั้นหน้าอยู่จนพิธีสำคัญเสร็จสิ้น ก็พากันหลบออกจากงาน ลงมานั่งดื่มกันในผับชั้นใต้ดินนี่นั่งไปนั่งมาเพื่อนก็เริ่มหายไปกับสาวทีละคน เหลือเขานั่งจิบเหล้าดื่มด่ำบรรยากาศเย้ายวนในนี้คนเดียว ในหลายปีที่ผ่านมา เขาทำงานยุ่งทุกวัน เวลาที่เหลือว่างน้อยนิดถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า โดยไม่รู้ตัวก็ลด ละ เลิก ไม่ยุ่งกับปาร์ตี้เฮฮาในคืนสิ้นเดือน ห่างหายจากสาวสวยในคืนหลอกลวงเช่นนี้ไปแล้ว มีเหงาบ้าง แต่เขาไม่ได้ยี่หระอะไร ไม่ดีดดิ้นอยากออกมาเที่ยวเหมือนเมื่อก่อน วันนี้เขาก็ตามเพื่อนมานั่งเล่นแก้เบื่อเฉยๆ รอดึกหน่อย รถไม่ติดแล้วค่อยกลับบ้านจู่ๆ เด็กนี่ก็โผล่มาพร้อมกลิ่นหอมของแป้งเด็ก...“เฮ้ย!” เทวาร้องออกมา เมื่อคนนั่งข้างๆ โถมตัวเข้ามากอดแขนเขาแล้วยื่นหน้ามากระซิบบอกข้างหู“อย่าขยับนะฮะ!”ชายหนุ่มนิ่วหน้ายุ่ง รู้แหละว่าความหล่อมันโดนใจ แต่ไม่ต้องเอานมปลอมมาแนบแ
ในยุคสมัยนี้ เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน หลายคนมักจะมีวงจรชีวิตที่ค่อนข้างตายตัวเหล่ามนุษย์ออฟฟิศนี่รีบกันตั้งแต่ตื่น เพราะต้องนั่งรถฝ่าการจราจรอันหนาแน่นในช่วงเช้า เพื่อให้ไปถึงที่ทำงานทันเวลาตอกบัตรเข้างาน แล้วทำงานยุ่งตัวเป็นเกลียวทั้งวัน มีไม่กี่วันเท่านั้นที่ได้นั่งทำงานสบายๆ เมื่อได้เวลาเลิกงานก็รีบเก็บกระเป๋าแจ้นออกจากออฟฟิศ บ้างตรงกลับบ้าน บ้างนัดทานข้าวสังสรรค์ละลายความเหนื่อยกับเพื่อนๆ หรือแวะท่องราตรีต่อ วันศุกร์นี่เป็นเหมือนวันปล่อยผีของมนุษย์เงินเดือนเลยทีเดียวขณะเดียวกันก็มีคนอีกกลุ่มที่ทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ทำในสิ่งที่ตนเองสนใจ รับงานอย่างอิสระ ไม่มีเจ้านาย ไม่มีเวลาเข้าออกงานตายตัว แต่มีกำหนดเวลาส่งงานพุดแก้ว สาวหน้าหวานวัย 26 ปี เลือกที่จะเป็นนักวาดภาพประกอบอิสระ เบื่อๆ ก็ไปทำงานพาร์ทไทม์บ้าง รับจ้างสืบให้สำนักงานสืบของพี่ชายบ้างเหมือนดั่งคืนนี้...เวลาเกือบห้าทุ่ม ภายในผับชั้นใต้ดินของโรงแรมใหญ่ มีนักเที่ยวราตรีมานั่งดื่มด่ำโยกตัวเบาๆ ไปกับทำนองเพลงอยู่เกือบเต็มทุกโต๊ะ หนึ่งในโต๊ะเหล่านั้นมีเด็กหนุ่มหน้าอ่อน สวมชุดทะมัดทะแมงนั่งจ้องไปทางมุมหนึ่งอย่างเงียบเชียบ ทว่าจริงๆ







