Masukหลายอาทิตย์ผ่านไป ปฏิบัติการทำตัวเป็นสุภาพบุรุษของไทยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไทพยายามอย่างหนักมากที่จะหยุดปากไม่ดีใส่และทำตัวดีกับขิมอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็พูดกับคนอื่นเหมือนเดิม ยักเว้นขิมแค่คนเดียว
แม้ว่าจะยังมีหลุดคำห้วน ๆ ออกมาบ้าง แต่ไทก็พยายามแทนที่คำด่าด้วยการดูแลเอาใจใส่แทน ด้วย การซื้อน้ำหวานที่ขิมชอบมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานของไหม โดยไม่ให้ขิมเห็นว่าตัวเองเป็นคนซื้อ คอยเดินตามขิมเงียบ ๆ เวลาเธอเดินไปห้องน้ำ หรือคอยดูแลรถมอเตอร์ไซค์ของขิมไม่ให้มีปัญหาใด ๆ
ส่วนขิมเอง... ก็เริ่มรู้สึกว่า เธอมีใจให้กับไทมากขึ้นทุกวันที่ไททำตัวดี ๆ กับเธอ มันกำลังบดบังความรู้สึกที่เคยมีให้ภาคไปจนเกือบจะหมด
ขิมตัดสินใจที่จะ ไม่ตอบข้อความของภาคอีกเลย ตั้งแต่วันที่ไทขอพิสูจน์ตัวเอง แม้ภาคจะพยายามทักมาขอโทษและนัดเจอ แต่ขิมก็เลือกที่จะปล่อยวางอดีตนั้นไว้ เธอต้องเดินหน้าต่อไป เลือกคนที่เขาดีกับเราดีกว่าคนที่เคยนอกใจ
ในอู่เฮียไทบรรดาลูกน้องต่างก็อดที่จะแซวไทไม่ได้ที่เจ้านายมีความรัก
"เฮียครับ! วันนี้เปลี่ยนเป็นน้ำหวานสีชมพูหรอครับ เมื่อวานยังเป็นแป๊ปซี่อยู่เลย ใครซื้อมาฝากน้อ" ช่างคนหนึ่งพูดแซว
ไทที่กำลังเช็คสภาพยางอยู่ รีบถลึงตาใส่ลูกน้อง "เงียบปากไปเลยพวกมึง อยากโดนหักเงินเดือนกันมากใช่มั้ย กูซื้อมาแดกเอง อยากลองเปลี่ยนรสชาติบ้างพวกมึงมีปัญหากับกูรึอย่างไง"
"โอ๊ย เฮียอย่ามาโกหกเลยหน่า ใครเขาไม่รู้บ้างว่าซื้อมาให้เจ๊ขิม เมื่อก่อนเฮียกินแต่น้ำแป๊บซี่นะเฮีย"
"แสนรู้จริงๆนะพวกมึง น่าไปเป็นหมาตำรวจ ดมกลิ่นพิสูจน์หลักฐานเนอะ"
"แหน่ๆๆๆ เขินก็บอกครับเฮีย ฮ่าๆ"
ไทได้แต่ทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วรีบหันไปทำงานต่อด้วยใบหน้าแดงเพราะเขินอายที่ลูกน้องแซว
วันนี้ ไอ้ปอ และ ไอ้เพชร เพื่อนสนิทของไทก็มาหาที่อู่ด้วยบรรยากาศจึงครึกครื้นเป็นพิเศษ
"อ้าว ลมอะไรหอบพวกมึงมากันวะวันนี้"
"ลมคิดถึงสาวแถวๆนี้อะดิ"
"กะล่อนอย่างมึง ใครเค้าจะเอาเป็นผัวก่อนวะไอ้ปอ"
"ก็มีแล้วกันละวะอยู่แถวนี้นี่แหละ มาว่าแต่กูมึงมันก็กะล่อนไม่แพ้กูหลอกครับไอ้ไท"
"สภาพ!!! กูดีกว่ามึงเยอะไอ้เวร ไปๆไปนั่งคุยกันดีกว่า"
พอไหมเห็นปอเดินเข้ามาก็เกิดอาการเลิ่กลั่กขึ้นมาเธอหลบสายตา ไม่กล้าสบตากับปอเลยแม้แต่น้อย
ขิมสังเกตเห็นอาการแปลก ๆ ของเพื่อนสาวก็อมยิ้มอยู่ในใจ อ๋อ... มิน่าล่ะ! ไอ้ไหมมันไม่ได้อยากมาหาเฮียไทหลอก ที่มันมาทุกวันคงเพราะพี่ปอคนเดียวแน่ๆ
ทุกคนมานั่งล้อมวงคุยกันเรื่องทั่ว ๆ ไป จนกระทั่งไทเปิดประเด็นเรื่องแผนเที่ยวปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้
"นี่! พวกมึง ปีใหม่พวกมึงมีแพลนไปไหนกันรึป่าว"
"กูคงกลับบ้านที่เชียงใหม่วะ ปีหนึ่งเจอป๊าม๊าครั้งเดียวเอง" เพชรตอบ
"กูก็ว่าจะกลับใต้วะไอ้ไท ไปทำบุญ แม่กูเค้าแม่งบังคับ" ปอพูดเสริม
"หนูก็ต้องกลับบ้านพร้อมพ่อแม่แหละเฮีย เฮียไม่กลับด้วยรึ!"
"ไม่อะ อยากเคาท์ดาวน์กับคนแถวนี้อะดิ"
"คนแถวนี้ที่ว่า ขิมรึป่าวจ้ะเฮีย ฮ่าๆๆ"
"อืม" ไททำหน้าหงอยทันที เมื่อรู้ว่าช่วงปีใหม่เขาจะต้องอยู่คนเดียว และที่สำคัญ... เขาจะไม่ได้อยู่กับขิม
ขิมเห็นไททำหน้าจ๋อย ก็รู้สึกอดที่จะสงสารไม่ได้ "หนูก็คงกลับต่างจังหวัดเหมือนกันเฮีย ไปอยู่กับครอบครัว"
ไทถอนหายใจยาว "เห้อ! งั้นพวกมึงไปกันหมด แล้วกูจะไปแดกเหล้ากับใครวะเนี่ย"
ไหมจึงเสนอไอเดียขึ้นมา "งั้น...พวกเราไปเที่ยวกันก่อนปีใหม่เลยมั้ยล่ะ ไปเที่ยวภูเขาตอนอากาศหนาว ๆ ไปเขาใหญ่กันปะ ไปปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่าแบบเล็ก ๆ"
"เออ! เข้าท่า ไปเขาใหญ่แม่งเลย" ไทเห็นด้วยทันที
"ไปดิ ไปนอนกางเต็นท์ ปิ้งย่าง แค่คิดกูก็ฟินแล้ว" เพชรพูดเสริม
"ขิม ไปกับพวกเรานะ ห้ามปฏิเสธ!" ไหมหันมาถามเธอ
"ไปสิ! น่าสนุกดีออก อยากมีฟิวส์เดินป่าวะ"
"เออใช่" ไหมตอบกลับอย่างตื่นเต้น
"อย่าเถอะ เดี๋ยวจะมาร้องให้กลับบ้านไม่ได้นะ เดินเขาไม่ใช่เล่นๆเลยนะขิม อุปกรณ์ก็ต้องพร้อม ร่างกายอีก คำนวนระยะเวลาเดินไปอีก เดินสายเกินกว่าจะถึงมืดไม่มีแสงผีหลอกตายห่า" ไทพูดเตือนขิม
"ถูกของไอ้ไทมัน อีกอย่างพวกพี่กระดูกไม่ดีกันแล้ว ไปแบบธรรมดาดีกว่าเถอะขิมไหม อย่าทรมานพวกพี่กันเลย ฮ่าๆๆๆ"
"เข้าใจๆว่าพวกพี่แก่กันแล้ว" ไหมพูดแซว
"แก่ตรงไหน ลองมั้ยละ" ปอพูดตรงๆออกมา
ผวั๊ะ!!! "น้องกูไอ้เวร" ไทตบเข้าไปที่หัวปอเบาๆ
"โอ๊ย!ไอ้ไทกูเจ็บนะ เห๊ยต้องพี่เขยสิ"
"สัส กวนส้นตีน"
ทุกคนจึงตกลงโอเคกับเรื่องทริปเขาใหญ่
"งั้น นัดวันมา ไปกันทั้งหมดนี่แหละ ทริปปิดอู่ กูเลี้ยงเอง!"
"เย้ๆ ขอบคุณค้าบ/ค้า เสี่ยไท"
"เจริญพรโยม ฮ่าๆ" ไทตอบกลับไปแบบกวนๆ
"เอ้า สรุปตกลงไปเขาใหญ่ แล้วไปกี่วันดีวะ?" เพชรถามขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น
ไหมเสนอ "ไปกันสัก สามวันสองคืน ดีมั้ย จะได้เที่ยวให้เต็มที่ ไปพักผ่อนก่อนกลับบ้าน ไปถึงก็วันศุกร์ เย็นวันอาทิตย์ก็กลับ เวิร์คไหมเฮีย"
ไทพยักหน้าอย่างเห็นด้วย "สามวันสองคืนกำลังดี แล้วจะนอนไหนกันวะ กางเต็นท์แม่งเลยไหม อากาศหนาว ๆ โคตรฟิน"
"หนาวก็หนาวจริงเฮีย แต่ถ้ากางเต็นท์หมดเลย... พี่ปอกับพี่เพชรคงไม่ไหว เขาแก่กันแล้ว เดี๋ยวจะช็อคตายคาเต็นท์เอา" ไหมพูดแซวเพื่อนพี่ชายทั้งสองคน
ไอ้ปอยกมือขึ้นประท้วง "ไอ้ไหม ใครบอกพี่แก่ พี่ยังแข็งแรงดี"
ขิมเสนอขึ้นมา "งั้นเอาแบบนี้ไหม เราจองแบบบ้านพักที่มีลานกางเต็นท์ด้วย ใครอยากนอนสบายก็นอนบ้านพักไป ใครอยากฟินอากาศหนาว ๆ ก็เอาเต็นท์ไปกางหน้าบ้าน ได้ทั้งสองแบบเลย ได้ปิ้งย่างหน้าเต็นท์ด้วย"
"เออ ไอเดียดีวะขิม แฟนโคตรฉลาดเลย" ไทพูดชมขิมโดยไม่หลุดคำหยาบออกมาเลยแม้แต่น้อย
"ใครแฟนเฮียก่อน"
"ขิมไง อย่างไงอนาคตก็ได้เป็นแน่ เร็วๆนี้แหละ"
"ฮิ้วววว" ทุกคนต่างแซวไทกับขิม
ไอ้ปอรีบกระแอมไอขึ้นมา "เอ่อ...ก็ได้นะ กูจะนอนบ้านพัก พวกมึงก็นอนเฝ้าเต็นท์ไปดิ"
"ได้เลย งั้นตกลงตามนี้ สามวันสองคืน จองบ้านพักที่มีลานกางเต็นท์ กูจะจัดการหาที่พักดี ๆ เองทริปนี้ "
ขิมอมยิ้มที่มุมปาก...ไอ้เฮียที่พยายามทำตัวดี... ก็ดูน่ารักไปอีกแบบนะ
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
เวลา 05:30 นาฬิกาไทตื่นตั้งแต่เช้ามืดราวตีห้าครึ่ง ไม่ใช่เพราะความสดชื่น แต่เป็นเพราะว่าเขานอนไม่หลับต่างหาก!เมื่อคืนเขาต้องนอนเตียงเดียวกับไอ้เด็กที่ชื่อ ภู ที่เขาไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่แรกเห็น แถมไอ้ภูนี่มันนอนดิ้น ชิบหายเลย ดิ้นจนไทแทบจะตกเตียงไปหลายรอบ จนเขาหงุดหงิดมากไอ้แม่เย* กูไม่ได้นอนเพรา
พอทั้งสองเดินชมสวนกินลิ้นจี่เล่นกันจนหนำใจและกำลังจะเดินลงไป พ่อของขิมก็มาตามไทและขิมลงไปบ้านพอดี เพราะตอนนี้พวกญาติ ๆ มาถึงกันหมดแล้วพอลงไปถึง ขิมก็เจอกับพวกลุงป้าน้าอา และลูกพี่ลูกน้องของเธอเต็มไปหมด มี พี่ผา ที่อายุมากกว่าขิม คงจะอายุเท่าเฮียไท กับ ภู ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นม. 5 ทั้งสองหนุ่มเป็นค
วันนี้เป็นวันเดินทางกลับช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ ขิมขนและไทช่วยกันขนของขึ้นรถกระบะเพื่อจะเดินทางไปต่างจังหวัดในโซนภาคเหนือ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของขิมไหมเดินมาช่วยด้วยพร้อมกระเป๋าเดินทางเล็ก ๆ ของตัวเอง"ไปหาพ่อแม่ใช่มั้ยไหม ให้เฮียไปส่งเปล่า" ไทหันไปถามน้องสาวไหมรีบปฏิเสธ "ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวหนูไปเอง เฮียกั
ขิมตื่นแต่เช้าลุกจากเตียงขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปมหาลัยอย่างเร่งรีบ เมื่อคืนไททำเธอเพลียจนแทบหมดแรงเลย พอเธอแต่งตัวเสร็จก็เดินเข้าไปปลุกไทที่นอนขี้เซา อยู่บนเตียง ท่าทีดูไม่ยอมตื่นเอาง่ายๆแน่"เฮีย!!! ตื่นๆๆๆๆ"ขิมทั้งส่งเสียงดังทั้งเขย่าตัว ไทก็ไม่ยอมตื่น"เฮียไท! ตื่นได้แล้ว! หนูจะไปมหาลัยสาย







