LOGINพอทั้งสองเดินชมสวนกินลิ้นจี่เล่นกันจนหนำใจและกำลังจะเดินลงไป พ่อของขิมก็มาตามไทและขิมลงไปบ้านพอดี เพราะตอนนี้พวกญาติ ๆ มาถึงกันหมดแล้ว
พอลงไปถึง ขิมก็เจอกับพวกลุงป้าน้าอา และลูกพี่ลูกน้องของเธอเต็มไปหมด มี พี่ผา ที่อายุมากกว่าขิม คงจะอายุเท่าเฮียไท กับ ภู ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นม. 5 ทั้งสองหนุ่มเป็นคนขาว หน้าตาดีตามฉบับหนุ่มเหนือ
ภู ที่เห็นขิมเดินลงมาก็รีบวิ่งเข้ามากอดเธอทันที
"โอ๊ย! กิ๊ดเติงหาปี้ขิมจ๊าดนักเลย!" (โอ๊ย! คิดถึงพี่ขิมมาก ๆ เลย!)
ขิมตกใจเล็กน้อยแล้วหันหน้าไปหาไท ก็พบว่า ไทคิ้วขมวด จ้องมองมาที่ขิมและเด็กชายที่กอดเธออยู่ ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ ขิมรีบผละออกจากภูทันที แล้วสวัสดีทุกคน
"สวัสดีเจ้า"
ทุกคนต่างแซวขิมว่าโตขึ้นมาสวยมาก ๆ เลย แล้วหันมาหาไทที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วถามว่าเขาคือใคร ขิมเลยคล้องแขนไทแล้วแนะนำให้ทุกคนรู้จัก
"อ้ายคนนี้เป๋นแฟนขิมเจ้า จื่ออ้ายไท!"
ทุกคนก็บอก "อ้าว! เลิกกับไอ้ภาคแล้วเหรอ!"
"เลิกแล้วจ้ะ เลิกนานแล้ว"
ผา ที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็พูดออกมาเสียงไม่ดังมาก "มีใหม่ไวแต้ ๆ เนอะ!" (มีแฟนใหม่เร็วชะมัดเลยนะ!)
ขิมและไทที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันไปมองภูอย่างไม่เข้าใจว่าภูต้องการจะสื่ออะไร แต่พ่อแม่ขิมก็เดินมาตามให้เข้าบ้านไปกินข้าวกินปลากันพอดี
"ทุกคนมากิ๋นข้าวตวยกั๋นเน้อเจ้า กำลังฮ้อนๆ เลยเจ้า"
ขิมเดินเข้าไปทำหน้าที่ช่วยแม่จัดจานข้าวกับลูกพี่ลูกน้องของเธออีกคนที่ชื่อ น้ำ เธออายุ 15 ปี น้ำที่ตอนเด็กติดกับขิมมาก เวลาไปไหนขิมจะพาไปด้วย พอเตรียมของเสร็จ ทุกคนก็มานั่งกินข้าวกัน โดยที่มีขิมนั่งคั่นกลางระหว่างไทกับภู
ไทตักกับข้าวที่เป็นอาหารเหนือเมนูโปรดของขิมให้ "กินเยอะ ๆ นะขิม เฮียตักให้"
ภูเห็นอย่างนั้นก็รีบตักด้วย "ปี้ไทตักหื้อ ภูก็ตักหื้อตวย! ต้องกินหื้อหมดเน้อปี้ขิม" (พี่ไทตักให้ ภูก็ตักให้ด้วย! ต้องกินให้หมดนะพี่ขิม)
ไทต้องเก็บสีหน้าอารมณ์ไว้ พรางคิดในใจ 'ไอ้เด็กเวรนี่มันน่าตบชิบหาย เมียก็เมียเขา มาตักให้ทำไมวะ'
"ละอ่อน! อายุเต้าใด! ยะก๋านอะหยังละเฮา!" (พ่อหนุ่ม! อายุเท่าไหร่ ทำงานอะไรล่ะเรา!) พวกญาติที่มาก็หันมาถามไท
"25 ครับ! เป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถที่กรุงเทพครับ"
"หื้ม...ดีๆ" เพราะไม่คิดว่าไทจะเป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้ แถมยังอายุเท่ากับ ผา ลูกชายคนโตของลุงขิมด้วย
"อายุเท่ากั๋นกะผาแต้"
ไทจึงมองหน้า ผา ผาก็มองกลับ ทั้งสองคนจ้องกันนานจนขิมที่เห็น ต้องดึงชายเสื้อของไท เพื่อล่อให้เขาหันมาสนใจเธอแทน
"จ้องอะไรกันขนาดนั้น" ขิมหันมากระซิบกับไท
"ก็ดูมันมองเฮียดิ กวนส้นตีนชิบหาย น่าเอาตีนยันหน้าแม่ง"
"จะบ้าไง้ ญาติหนูนะ"
"เห้อ!!!…เฮียก็พูดไปงั้นแหละ ไม่กล้าทำหลอก"
ทุกคนปาร์ตี้กินกันอย่างสนุกสนาน ไทถูกชวนให้กินเหล้าเบียร์กับพวกลุง ๆ อา ๆ ส่วนขิมก็มานั่งวงคุยกับพวกผู้หญิง
"ขิม! บอกไทโตยเน้อ ว่าไทกับขิมนอนตวยกั๋นบ่ได้เน้อ ผู้ใหญ่มากันนัก มันจะดูบ่ดี!" (ขิม! บอกไทด้วยนะ ว่าไทกับขิมนอนด้วยกันไม่ได้นะ ผู้ใหญ่มากันเยอะ มันจะดูไม่งาม!)
ขิมก็พยักหน้าเข้าใจ แล้วหยิบโทรศัพท์มากด พิมพ์หาไท ที่กำลังนั่งคุยดื่มเหล้าอยู่
ขิม: เฮีย... วันนี้เรานอนด้วยกันไม่ได้นะ แม่บอกว่าผู้ใหญ่เยอะ มันจะดูไม่ดีอะ
ไทที่เริ่มเมาเล็กน้อย เห็นข้อความอย่างนั้นก็ แทบจะเบะปากร้องไห้ แต่ก็พอเข้าใจ เขากับขิมยังคบกัน ไม่ได้ถึงขั้นแต่งงาน มานอนด้วยกันในบ้านที่ญาติเธอเยอะแบบนี้คงไม่เหมาะ
แล้วขิมก็พิมพ์มาอีกข้อความ
ขิม: เดี๋ยวนอนกับภู แล้วก็พี่ผานะ
ไทก็รู้อย่างงั้นหน้าตึงขึ้นมาทันที ที่จะต้องไปนอนกับคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่แรกเจออย่างภู! พรางคิดในใจ 'ชิบหาย! กูน่าจะแกล้งเมาแล้วลากเมียเข้าห้องไปเลย!'
ไท: โห่..ให้นอนกับสองคนนั้น นอนคนเดียวยังดีกว่าอีก
ขิม: เอาหน่าเฮีย แค่ไม่กี่วัน อย่าบ่นเยอะ
ไท: แล้วขิมนอนกับใครอะ
ขิม: กับน้องน้ำ ทำไมหรอ
ไท: ก็นึกว่านอนคนเดียว เพื่อกลางคืนจะแอบย่องไปหาไง
ขิม: 😒😒
พอเริ่มดึก อากาศเริ่มหนาวจัด เพราะโซนนี้มีแต่ป่าเขาล้อมรอบ ทุกคนจึงเข้านอนกัน ขิมกับแม่และไทก็ช่วยกันเก็บพวกขวดเบียร์ ขิมอาสาล้างจาน ให้แม่เก็บจานไป
ไทเดินเอาจานไปที่ซิงค์ล้างจานที่ขิมยืนอยู่ เขาใช้จังหวะที่ขิมเผลอหอมแก้มขิมดังฟอดใหญ่!
ฟอด!!!
"เฮีย! ทำไรเนี่ย เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นพอดี"
"หอมแก้มเมียไง"
ฟอด!!!
ขิมที่กำลังจะอ้าปากว่าไทอีกครั้ง เป็นจังหวะที่แม่ขิมเดินถือจานเข้ามาในครัวพอดี
"อุ๊ย! ยะอะหยังกั๋น!" (ทำอะไรกัน!) แม่ทั้งคู่แซวเบา ๆ
ไทรีบยกมือไหว้ "ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ ฝันดีครับคุณแม่!" แล้วไทก็รีบเผ่นแน่บไปทันที
ขิมก็ยืนล้างจานต่ออย่างเขินอาย แม่เธอก็ขำออกมาเบา ๆ กับความทะเล้นของว่าที่ลูกเขยคนนี้
"อ้ายไทเปิ้ลนิสัยดีเน้อขิม... แถมหล่อตวย" แม่ขิมเอ่ยชมลูกเขยออกมา
"แม่ เปิ้ลเป็นจะอี้ตลอดละ ทะลึ่งจะอี้ละ" (แม่ เขาเป็นแบบนี้ตลอดแหละ ทะลึ่งแบบนี้แหละ)
แม่ขิมยื่นมือมาจับไหล่ลูกสาว แล้วเปลี่ยนเรื่องเป็นที่อยู่ในใจมานาน
"นี่ขิม... แม่บ่ได้อยากวุ่นวายเน้อ... แต่แม่ข้องใจ๋... ทำไมถึงเลิกกับภาคละ เมื่อก่อนไปเรียนมหาลัยกะหันว่าฮักกั๋นดีอยู่บ่ใจ้ก๊ะ?" (นี่ขิม... แม่ไม่ได้อยากวุ่นวายนะ... แต่แม่สงสัย... ทำไมถึงเลิกกับภาคล่ะ เมื่อก่อนไปเรียนมหาลัยก็เห็นว่ารักกันดีอยู่ไม่ใช่เหรอ?)
ขิมหยุดล้างจานแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ เธอรู้ว่าเรื่องนี้ยังเป็นห่วงของแม่เสมอ
"ภาคเปิ้ล... นอกใจ๋ขิมเจ้าแม่ เปิ้ลมีคนอื่น!" (ภาค น่ะ... นอกใจขิมค่ะแม่ เขามีคนอื่น!) ขิมตอบเสียงเบา
แม่ขิมสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เข้าใจความรู้สึกของลูกสาว เธอวางมือบนศีรษะขิมแล้วลูบผมเบา ๆ
"โอ๋... ตอนนั้นลูกคง เสียใจ๋จ๊าดนักสินะ ฮ้องไห้ไปกี่วันเล่า!" (โอ๋... ตอนนั้นลูกคงเสียใจมาก ๆ เลยสิ ร้องไห้ไปกี่วันล่ะ!)
ขิมเม้มปากแล้วพยักหน้า "ก็หลายอยู่เจ้าแม่... แต่ตอนนี้บ่เป๋นหยังละเจ้า!" (ก็หลายวันอยู่ค่ะแม่... แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วค่ะ!)
"ดีละ คนเฮาผิดกันได้ แม่ก็หันว่าอ้ายไทคนนี้เปิ้ลกะดูท่าทางดีนะ ฮักลูกขนาด... แต่ของจะอี้มันต้องดูกั๋นไปเมิน ๆ เน้อขิม บ่ดี๋ใจ๋ฮ้อน!" (ดีแล้ว คนเราผิดกันได้! แม่ก็เห็นว่าพี่ไทคนนี้เขาก็ดูท่าทางดีนะ รักลูกมาก... แต่ของแบบนี้มันต้องดูกันไปนาน ๆ นะขิม อย่าใจร้อน!)
ขิมยิ้มแล้วพยักหน้าเข้าใจ "เจ้าแม่ ขิมเข้าใจ๋แล้วเจ้า" (ค่ะแม่ ขิมเข้าใจแล้วค่ะ) เธอรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับแม่ และรับรู้ว่าแม่เป็นห่วงเธอมากแค่ไหน
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
อู่เฮียไท... ไทที่กำลังนั่งตรวจเช็คอะไหล่รถอย่างอารมณ์ดี เขามองนาฬิกาเป็นระยะ รอเวลาเมียกลับมาจู๋จี๋กันตามที่นัดไว้ติ๊ง!เสียงข้อความเข้า ไทหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้ม เพราะนึกว่าเป็นขิม แต่พอเปิดดู รอยยิ้มของไทกับหายวับไปกับตา ตัวแข็งค้างราวกับหินที่ถูกสาปภาพที่ส่งมาจากเมสเสจภาค คือภาพ ขิมท
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน ความรักของไทและขิม ยังคงหวานชื่นจนใครๆ ก็ต่างที่จะอดอิจฉาไม่ได้ ลูกน้องทุกคนต่างยินดีกับไทที่สมหวังกับความรักในครั้งนี้ พวกเขาเห็นขิมที่อยู่ในอู่และคอยช่วยไทคิดบัญชีจนชินตากัน เธอแทบไม่ได้กลับไปนอนคอนโดตัวของเองเลย เพราะไทประเคนทั้งเงิน ทั้งทอง ทั้งตัว (ที่ขยันทำการบ้าน…)
ไทวางขิมลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือแต่แววตากับฉายแววพลุ่งพล่านไปด้วยความหื่นกระหาย เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ รีบตามขึ้นมาคร่อมร่างบางไว้ทันที"เฮีย! พอแล้ว ขิมเหนื่อย เมื่อกี้ก็ทำกันไปในห้องน้ำเอง" ขิมประท้วงพลางเอามือดันอกแกร่งให้ออกห่างจากตัว"เหนื่อยอะไรนี่มันพึ่งเริ่มเอง เมื่อกี้ในห้องน้ำมันแค่
ขิมและไทอยู่ใต้ฝักบัว น้ำอุ่น ๆ เปิดใส่ตัวเปียกโชกไปทั่วทั้งสองร่าง ไทก้มลงมาจูบปากขิมอย่างดูดดื่ม แลกลิ้นสลับกันไปมาเปียกปอนไปด้วยน้ำลาย ไทครางออกมาเมื่อลิ้นเล็ก ๆ เป็นฝ่ายแทรกลึกเข้ามาในอุ้งปากของเขาเสียเอง ขิมตวัดลิ้นหวาน ๆ นั้นกับลิ้นใหญ่ของเขา ก่อนจะดูดกลืนมันคล้ายกับลิ้นของไท ไม่ต่างจากขนมหวา







