ANMELDENมุมปากของชายหนุ่มคล้ายโค้งตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนขยับขึ้นนั่งบนเก้าอี้ที่หมายตา นัยน์ตาทอประกายวาววับเมื่อได้รับความสนใจ
หลังสั่งเครื่องดื่มให้ตัวเองได้จึงหันมาแนะนำตัวแม้อีกฝ่ายจะไม่เปิดปากถามไถ่ก็ตาม
“ผมดนตร์ครับ คุณ...?”
ชายหนุ่มเงียบเสียงลงพร้อมมองนิ่ง หัวคิ้วขมวดมุ่นนิดเมื่อแววตาของหญิงสาวฉายแววประหลาดใจ แต่เพียงครู่เดียวก็จางหายไป
“อ้อ ปะ...ปิ่น ชื่อปิ่นค่ะ”
“ผมคุ้นหน้าคุณปิ่นจัง มาที่นี่บ่อยเหรอครับ?”
“ไม่เลยค่ะ คือปิ่นไม่ค่อยเที่ยวเท่าไร วันนี้ที่มาเพราะเพื่อนชวน ไม่สิ เรียกว่ามัดมือชกให้มาด้วยกันน่าจะถูก”
กิติมาตอบไปแล้วก็ยิ้มแห้ง ยกเครื่องขึ้นจิบแก้เก้ออย่างไม่รู้จะต่อบทสนทนาอย่างไร เพราะโดยปกติแล้วยามมาเที่ยว คนมักเข้าหาเพียงธัญญ่า ส่วนเธอรับหน้าที่เป็นเด็กเฝ้าโต๊ะและสัมภาระเพราะมักมาในชุดทำงาน
เว้นแต่วันนี้ที่ถูกเพื่อนจับแปลงโฉมเสียจนเธอเองยังแทบจำตัวเองไม่ได้ นาน ๆ จะมีคนมาทำเหมือนสนใจ เธอเลยรู้สึกไม่คุ้นชินเอาเสียเลย
“ดูท่าว่าแก้วของคุณปิ่นจะอร่อยมากเลยสินะครับ ถึงได้จิบไม่หยุดเลย”
คำกระเซ้ามาพร้อมแววตาหยอกเย้า เรียกรอยยิ้มขันให้ผุดขึ้นที่มุมปากอิ่มสวย วางมือที่ถือแก้วลง
“ถ้าเป็นเพื่อนปิ่นมาถามแบบนี้ ปิ่นคิดว่าจะขโมยชิมนะคะ”
“แล้วได้ไหมละครับ?”
กิติมาเสหลบสายตาวูบ ทั้งที่บทสนทนาสื่อถึงเครื่องดื่ม แต่ทำไมสายตาวาววับของเขาถึงได้ทำเธอร้อนวูบวาบ ในหัวคิดไปว่าเขาอยากชิมอย่างอื่นได้ล่ะเนี้ย โอ๊ย
ทว่ายังไม่ทันที่กิติมาจะตอบรับหรือปฏิเสธ ใบหน้าสวยเฉี่ยวของใครคนหนึ่งก็โฉบเข้ามาในขอบเขตสายตา ก่อนที่เจ้าตัวจะพูดทะลุปล้องขึ้นมาอย่างไร้มารยาท
“คุณดนตร์ บังเอิญอีกแล้วนะคะ”
สายตาและรอยยิ้มประดิษฐ์สุดหวานหยดมีไว้ให้ชายหนุ่มคนเดียวราวกับว่ากิติมาเป็นเพียงธาตุอากาศ
แต่ที่ทำให้เธอถึงกับกับหมัด หงุดหงิดใจที่สุดเห็นจะเป็นตอนที่เจ้าหล่อนพยายามแอ่นเต้าอวบ ๆ บดเข้ากับต้นแขนแน่นหนันนั่น
“มาเคาท์ดาวน์เหรอคะ?”
“ครับ”
ดนตร์ตอบกลับอย่างสุภาพ เขานิ่งไปครู่ ครั้นพอนึกได้ว่าคนที่เข้ามาทักทายเป็นนางแบบสาวที่เคยร่วมงานกันเมื่อหลายเดือนก่อน เขาก็คลี่ยิ้มบาง ๆ
“แล้วคุณมี่ล่ะครับ”
“มาเคาท์ดาวน์เหมือนกันค่ะ ไม่ยักรู้ว่าคุณดนตร์จะชอบนั่งร้านแนวนี้ด้วย”
“ผมก็นั่งได้หมดแหละครับ ถ้าร้านนั้น มีอะไรน่าสนใจพอ”
สายตาคมเหล่มองไปทางหญิงสาวอันเป็นเป้าหมายของตนในช่วงท้ายประโยค กระตุ้นให้พวงแก้มนวลของเธอแดงซ่านยิ่งขึ้น ขาเรียวที่หย่อนลงพื้นคล้ายเตรียมจะลุกหนีถูกดึงกลับมาวางอยู่บนที่พักเท้าตามเดิม
ดนตร์ยิ้มพอใจกับภาพที่เห็นเพราะมันบ่งบอกได้ว่าเธอรับสาสน์จากเขา และพอใจที่จะสานต่อในบทสนทนาที่ยังค้างคำตอบ
ต่างจากแอมมี่ที่หน้าชาหนึบ รู้สึกเสียหน้าไม่น้อย เธออุตส่าห์เป็นฝ่ายบากหน้าเข้ามาทอดไมตรีก่อน ทว่าเขากลับเลือกจะเดินข้ามสะพานไม้ผุพังของยัยผู้หญิงหน้าตาธรรมดา ๆ แทนสะพานลอยฟ้าของดาราสาวสวยอย่างเธอ
หากจะเซ้าซี้ต่อก็ไม่ใช่นิสัย หนำซ้ำความทะนงในศักดิ์ศรีก็มีมาก สุดท้ายพูดต่ออีกสามสี่คำ ดาราสาวก็จากไปทิ้งไว้เพียงคำชวนแฝงความนัย
“โต๊ะมี่อยู่ทางนู้น ถ้าคุณดนตร์อยากมาจอยด้วยกันก็มาได้นะคะ เพราะคืนนี้มี่ว่าง คงอยู่ยาว ๆ ทั้งคืน”
ดนตร์ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาทำเพียงยิ้มและใช้สายตามองส่ง ครู่หนึ่งก็ดึงสายตากลับมาหาคู่สนทนา กิติมาเลยเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้สึกตัวว่าถูกจ้อง
“คำตอบผมละครับ?”
อ้อ ก็นึกว่าอะไร
หญิงสาวก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม มือยกเครื่องดื่มขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน เหตุการณ์เมื่อครู่สอนบทเรียนให้เธออย่างหนึ่งว่า เสือตัวโตเต็มวัยตัวนี้ชอบล่า และยังชอบเหยื่อที่ยังเป็น ๆ
แล้วเธอก็ดันเป็นเหยื่อที่ถูกใจแล้วอยากลองเล่นกับเสือตัวนี้เข้าให้แล้วเหมือนกัน
กิติมาจิบเครื่องดื่มต่ออีกอึกสองอึก กระทั่งพอใจกับปฏิกิริยาตอบรับของคนรอจึงค่อยช้อนสายตาขึ้นมองสบกับอีกฝ่ายที่ยังจ้องเธออย่างไม่วางตา จิกยิ้มอย่างมีความหมาย
“ถ้าอยากชิมจริง ๆ ก็ได้ค่ะ ปิ่นไม่ใช่คนงกอะไร”
ตลอดมื้ออาหารมีเสียงพูดคุยดังเป็นระยะ ๆ แทรกด้วยเสียงหัวเราะบ้างในบางคราที่มีคนเล่นมุกขบขัน บรรยากาศอบอวลด้วยความสุขชนิดที่ทำให้ทุกคนยิ้มไม่หุบโดยเฉพาะกิติมาที่วันนี้ได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษ ทั้งจากแฟนหนุ่ม จากพี่ชายต่างสายเลือด และจากคนที่แทนตนว่าแม่ในทุกประโยคแต่หากถามว่าใครคือคนที่หน้าบานที่สุดคงเป็นคุณนายมาลินี แววตาอ่อนโยนทอดมองภาพเบื้องหน้าแล้วตื้นตันจนน้ำตารื้น นานมากแล้วที่เธอไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้ น่าจะนับตั้งแต่สะใภ้ใหญ่จากไปเหตุการณ์นั้นทำให้ดิษยะไม่คิดแต่งงานใหม่ ซึ่งเธอก็เข้าใจดี แต่กับดนตร์ ลูกชายอีกคนที่ไม่คิดแต่งงานเพราะไม่อยากผูกมัด เธอไม่ยอม!ดังนั้นในวันที่เธอบังเอิญไปเจอรูปถ่ายในหนังสือของลูกชาย แผนการตามหาตัวว่าที่ลูกสะใภ้จึงบังเกิดซึ่งหลังจากสั่งให้ดิษยะช่วยสืบเสาะ และได้ก้องภพมาช่วยวางสถานการณ์ให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานวันที่เธอเฝ้าฝันก็มาถึง แบบนี้อีกไม่เกินปีเธอคงมีโอกาสได้อุ้มหลานแบบบ้านอื่นเขาแน่หลังจบมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยความสุข ทุกคนก็พากันแยกย้ายไปตามภาระและหน้าที่ ส่วนกิติมาถูกพาตัวขึ้นมายังชั้นสอง รอยยิ้มยังติดอยู่บนใบหน้าหวานไม่จางช่างเ
“โอ๊ะ มากันแล้ว”มาลินีวางมือจากกล่องเครื่องประดับ หันไปส่งยิ้มให้ทันทีที่เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจูงมือว่าที่ลูกสะใภ้เข้ามาในห้องโถงใหญ่ จากนั้นก็ตบมือลงบนพื้นที่ว่างข้างกาย“ตาดนตร์ พาน้องปิ่นมานั่งตรงนี้สิ”ดนตร์ทำตามคำขออย่างไม่มีอิดออด ยิ้มอย่างหน้าชื่นตาบาน ผิดกับกิติมาที่เกร็งหน้าจนยิ้มแปลก สองมือยกขึ้นพนมไหว้ผู้ใหญ่ของบ้านด้วยท่วงท่าที่คิดว่าอ่อนช้อยที่สุดในชีวิต“สวัสดีค่ะคุณน้า สวัสดีค่ะพี่ดิษ”ทักทายตามลำดับอาวุโสแล้วกิติมาก็หันไปส่งยิ้มให้เจณิสตา เลขาประจำกายพี่ชายที่อายุไล่เลี่ยกัน“น้าอีกแล้ว”คนอายุมากหากยังสวยไม่สร่างท้วง ทำเอากิติมาหน้าแดงซ่าน อ้อมแอ้มเรียกขานด้วยสรรพนามใหม่“ค่ะคุณแม่”รอยยิ้มพลันจุดขึ้นที่มุมปากของทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องโถง เพราะต่างก็รู้ว่ากิติมากับดนตร์นั้นคบหาดูใจกันมานานร่วมปีได้แล้ว“เหนื่อยไหม นั่งรถมานานหรือเปล่า ในเมืองคงรถติดน่าดู”“อา ไม่เลยค่ะคุณแม่”“แม่ครับ ปิ่นจะเหนื่อยได้ยังไงในเมื่อผมเป็นคนขับ”ดนตร์ประท้วงเมื่อเห็นมารดาดูจะห่วงใยแฟนของเขามากเกินจำเป็น มาลินีเลยหันไปมองค้อนใส่ลูกชายแล้วโน้มกายเข้าไปใกล้ มองดวงหน้าหวานอย่างปลื้มปริ่มแล
“พี่ดนตร์ขา พี่ว่าปิ่นใส่ชุดนี้ หรือว่าชุดนี้ดี”เสียงหวานใสเอ่ยถามขึ้นเป็นหนที่สามแล้วของเช้านี้ ดนตร์มองชุดเดรสตัวยาวสีครีมในมือซ้ายของเธอที มองชุดเดรสตัวสั้นครึ่งเข่าสีโอรสที่อยู่อีกมือของเธอที จากนั้นก็ชี้มือไปทางชุดด้านขวา“พี่ชอบตัวนี้ครับ”ทว่าหลังให้คำตอบไปแล้ว สีหน้าหญิงสาวกลับไม่คลายความกังวลลง ยิ่งเมื่อนำเดรสมาทาบบนตัว หมุนไปหมุนมาครู่หนึ่งเธอก็วางมันลงบนเตียงแล้วถอนหายใจเฮือก“ทำไงดีอะพี่ดนตร์ ปิ่นไม่มีชุดสวย ๆ เหมาะ ๆ เลย”คนกำลังจะได้เจอหน้าผู้ใหญ่ของแฟนเป็นครั้งแรกคิดไม่ตก ทั้งตื่นเต้นทั้งกังวลผสมปนเปกันไปหมด เพราะถึงเธอจะมีโอกาสได้คุยผ่านโทรศัพท์อยู่บ้าง มันก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการนั่งคุยกันต่อหน้าอยู่ดี“โถว เด็กน้อย”ดนตร์ได้ยินแบบนั้นก็อมยิ้ม รั้งคนคิดมากมากอดแนบอกแล้วลูบแผ่นหลังเธอเบา ๆ อย่างปลอบประโลม“แม่พี่ท่านเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ เพราะงั้นหนูแต่งตัวแบบไหนไปก็ได้ครับ ขอแค่เป็นตัวของตัวเองก็พอ แล้วไม่ต้องห่วงเลยว่าแม่พี่จะไม่ปลื้มหนู เพราะตั้งแต่พี่เปรย ๆ ว่าจะพาไปให้เจอนะ โทรมาจิกพี่ทุ๊กวัน ถามแต่ว่าเมื่อไรจะมา ถ้ามาจะมากี่โมง ตื่นเต้นซะจนพี่นี่เลิกตื่นเต้
กิติมาเลิกคิ้วฉงน คราแรกคิดว่าเขาหมายถึงเสื้อรัดรูปเกินไป แต่พอหลุบตาลงมองแล้วหางตาบังเอิญไปเห็นเป้ากางเกงของคนนั่งไขว่ห้างเธอก็หลุดอมยิ้มที่แท้ก็ ... หื่นจริง ๆ เลย!แววตาทอประกายซุกซนละจากความคับตุง ช้อนขึ้นมาสบกับแฟนหนุ่มแล้วปั้นหน้าใสซื่อ“ปิ่นก็หายใจได้ปกตินะคะ ไม่ได้อึดอัดอะไรด้วย”จากนั้นก็แกล้งเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำที่ฝากวางไว้ฝั่งชายหนุ่ม เพื่อให้สองเต้าเบียดต้นแขนล่ำมากกว่าเดิม พอดูดเสร็จก็ยืดตัวไปวางมันที่เดิมบังเกิดเสียงถอนหายใจดังเฮือกอย่างไม่คิดปิดบังขึ้นทันที เธอไม่อึดอัด แต่จะรู้ไหมว่าเขาน่ะอึดอัดจนแทบเป็นบ้า โดยเฉพาะตรงกลางหว่างขา โอ๊ย ทรมานโว้ย!“ร้านนี้เค้กอร๊อยอร่อย น่ามาบ่อย ๆ นะคะ ปิ่นชอบครีมมันมากเลย นุ่ม ละมุนลิ้น โอ๊ะ”เสียงอุทานดึงให้คนที่กำลังพยายามท่องบทสวดข่มอารมณ์ในใจหันไปมองตาม ฉับพลันน้ำลายก็คล้ายเหนียวหนืด กลืนไม่ลงคอขึ้นมาเสียอย่างนั้น“เลอะเลยอะ”ใช่เลอะ นมเธอเลอะ เป้ากางเกงเขาก็เลอะ!ฮืม ไม่กงไม่กินมันแล้วโว้ยคนกระสันสั่นระริกทั้งตัวทั้งขาที่สามพ่นลมหายใจหนัก ๆ หยิบธนบัตรใบสีม่วงออกมาวางบนโต๊ะพร้อมกันนั้นก็ส่งสายตาบอกพนักงานเป็นเชิงสื่อว่าคิดเงิน
‘พี่ดนตร์ ไหน ๆ วันนี้ก็ว่างแล้ว เราไปเดตกัน~’คำชักชวนมาในเช้าของวันที่พวกเขาบังเอิญได้หยุดพร้อมกัน ซึ่งแน่นอนว่าดนตร์ไม่คิดปฏิเสธแฟนสาวเลยสักครั้งหากมันไม่เหลือบ่ากว่าแรง เว้นเพียงหนนี้ที่เขาอยากขัดใจเธอเหลือเกินเอาซะกูเหมือนเป็นพวกตาแก่นิยมกินเด็กเลยคนกลัวโดนตำรวจรวบตัวไปก่อนกลับถึงบ้านลอบถอนหายใจไปเหล่ตามองคนที่กำลังเดินทอดน่องข้าง ๆ กันไป ไม่รู้เธอนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรถึงได้หยิบชุดนักเรียนสมัยมอปลายมาใส่ซึ่งมันก็เข้ากับสถานที่อยู่หรอกเพราะวันนี้เธอชวนมารำลึกความหลังกัน ณ โรงเรียนเก่าที่พวกเขาเคยเรียนด้วยกันครั้งยังเด็กเพียงแต่ ‘เธอในวันนั้น’ กับ ‘เธอในวันนี้’ ช่างแตกต่างแม้ว่าช่วงเอวนุ่ม ๆ จะลดขนาดลงไปหลายนิ้ว ทว่าบางส่วนมันก็เติบใหญ่ขึ้นตามอายุหลายนิ้วเช่นกัน ชุดที่ใส่เลยดูรัดแน่นบางจุดเป็นพิเศษแต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย มือข้างที่เกาะกุมกันแกว่งไปตามแรงเหวี่ยง แววตาสุกใสทอประกายระยับระยับ กวาดมองโรงเรียนที่เปลี่ยนแปลงไปจากสมัยนู้นพอสมควรด้วยความตื่นเต้น“โหว ตึกห้าตึกหกปรับเป็นห้องแอร์เกือบหมดเลยค่ะ แถมใต้ตึกที่เคยโล่ง ๆ ก็เอามาทำเป็นห้องสมุดใหม่ด้วย ใหญ่ดีจ
นับจากวันนั้นชายหนุ่มก็พิสูจน์ให้เธอเห็นในทุก ๆ วัน เขาแสดงความจริงใจและจริงจังด้วยการเดินหน้าจีบเธออย่างที่คนปกติทำกันทั้งหมั่นมารอรับไปทานข้าวเย็น ออกเดทกันบ้างหากว่างตรงกัน แถมชอบส่งดอกไม้มาเซอร์ไพรส์ถึงที่ทำงานโดยไม่สนว่าเป็นวาระสำคัญ ให้เหตุผลว่าให้เพราะอยากให้แต่ถึงอย่างนั้นวันพิเศษเขาก็ไม่เคยละเลย หนำซ้ำยังเล่นใหญ่กว่า อย่างล่าสุดคือจ้างเชฟชื่อดังมาทำเชฟเทเบิ้ลถึงเพนท์เฮ้าส์ของเขา อ้างว่าเป็นวันครบรอบสามเดือนที่เรากลับมาคุยกันหากสิ่งที่ทำให้เธอประทับใจกว่านั้นคือเมนูอาหาร มันเป็นเมนูที่เธอเพิ่งเปรยกับเขาไปว่าอยากลองทั้งนั้นเลยความน่ารักและเอาใจใส่ตลอดช่วงที่กลับมาคุยกันทำเอากิติมาสำลักความสุขอยู่บ่อยครั้ง ในที่สุดหลังคบหาดูทั้งใจดูทั้งกายกันเข้าเดือนที่หกเธอก็ยอมใจอ่อน มอบสถานะคนรักให้เขาอย่างเป็นทางการ“น่ารักจังเลย”กิติมาเอียงคอมองคนที่กำลังนอนคว่ำหน้า ส่งเสียงกรนเบา ๆ ขณะที่ท่อนล่างเอาขาก่ายขาของเธอไว้คล้ายกลัวเธอหายไปไหนด้วยสายตาเปี่ยมสุขกระทั่งสมควรแก่เวลาจึงใช้ปลายนิ้วจิ้มข้างแก้มเขาไม่แรงแต่ก็ไม่เบา“พี่ดนตร์ขา จะเที่ยงคืนแล้วนะ ไหนว่าจะรอเคาท์ดาวน์พร้อมกัน”“อื้อ







