LOGIN“จะกลับแล้วเหรอคะคุณรชา”
“ค่ะ”ร่างบางตอบกลับพยาบาลหน้าเค้าท์เตอร์
“คุณรชาเป็นอะไรรึเปล่า สีหน้าดูไม่ดีเลย”พยาบาลเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของสิรชาดูไม่สู้ดีนัก
“เปล่าค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”ใบหน้าสวยพูดด้วยรอยยิ้ม ก็คงมีแต่คนนอกแหละมั้งที่รู้ว่าเธอไม่โอเค แต่คนเป็นสามีกลับไม่เคยรู้อะไรเลยนี่สิ
“คุณหมอนาวินเองก็จะกลับแล้วใช่ไหมคะ”
“ยังครับ”
“ทำไมละคะ!”พยาบาลคนหนึ่งถึงกับพูดเสียงดังขึ้นมา ใบหน้าหล่อขมวดคิ้ว มองพยาบาลคนนั้นอย่างไม่เข้าใจ
“คือว่า..คุณหมอเองก็ไม่ได้มีเคสคนไข้แล้ว วันนี้จะกลับเลยก็ได้นะคะ^^”
“ถึงไม่มีคนไข้?แต่ผมก็มีงานอื่นต้องทำ”นาวินเอ่ยเสียงเรียบ
“ถ้าหมายถึงนั่งอ่านแฟ้มประวัติคนไข้ล่ะก็ กลับไปอ่านที่บ้านก็ได้นิคะ”
“กลับบ้านเร็วสักวันเถอะค่ะคุณหมอ ไหนๆภรรยาของคุณหมอก็จะกลับด้วยแล้ว กลับไปทั้งคู่เลยค่ะ!”
“ไล่?”ใบหน้าหล่อเอียงคอถาม พยาบาลคนนั้นก็รีบแก้ตัวขึ้นมาทันที
“ไล่อะไรกันคะ ไม่ได้ไล่นะคะ พวกเราก็แค่อยากให้คุณหมอได้ใช้เวลากับภรรยาบ้าง ช่วงนี้คุณหมออยู่ดึกตลอดเลยนี่หน่า ไม่กลัวภรรยาน้อยใจบ้างรึไงคะ”ร่างสูงเพียงถอนหายใจยาว เพราะตัวเขารู้สึกว่าเหตุนี้มันไร้สาระมากๆ
อีกอย่าง สริชาก็รู้ตัวเองดีว่าแต่งงานกับเขาเพื่ออะไร
สายตาคมมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่นิ่ง เธอไม่พูดอะไรเลย และดูนิ่งผิดปกติตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว
“รออยู่นี่ก่อน”
“คะ?”
“เดี๋ยวมา ไปเอาแฟ้มคนไข้”เขาพูดห้วนๆก่อนจะเดินจากไป สิรชายังคงมึนงง ในขณะที่เหล่าพยาบาลต่างพากันดีใจที่มาวินยอมรับฟังคำขอของพวกเธอ
สริชาเดินตามร่างสูงมาอย่างไม่คิดอะไร พอถึงรถของเขาก็พึ่งจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายจะกลับด้วยเหมือนกัน
ในระหว่างเดินทางกลับบ้าน นาวินรู้สึกแปลกนิดหน่อยที่ขับรถท่ามกลางแสงแดดจ้าแบบนี้ ปกติจะขับรถกลับพร้อมกับความมืดมิดเสียมากกว่า พอมานั่งคิดดูอีกทีก็ถึงรู้ตัวว่าตัวเองกลับบ้านดึกมาโดยตลอด
สายตาคมหันมองคนข้างๆเป็นระยะ ภายในรถนั้นเงียบยิ่งกว่าอะไร เขาเป็นคนไม่ชอบเปิดอะไรบนรถเท่าไหร่เพราะมันเสียสมาธิ และปกติจะมีเสียงเจื้อยแจ้วของสิรชาที่ชอบเล่านั่นนี่ตลอด แต่ครั้งนี้กลับแปลก เธอเอาแต่เงียบ เงียบจนดูผิดปกติ พอรถติดไฟแดง มือหนาก็เอื้อมไปแตะหน้าผากเล็กทันที
“อ๊ะ.. ทำอะไรคะ?”ร่างบางเอ่ยถาม ตกใจที่จู่ๆนาวินก็เอามือมาอังหน้าผากของเธอดื้อๆ
“ไม่สบายรึไง”เขาถามเสียงเรียบ ไข้ก็ไม่มี แต่น่าแปลกที่เธอดูซึมอย่างเห็นได้ชัด
“เปล่าค่ะ”
“แล้วเป็นอะไร เงียบอย่างกับป่าช้า ปกติเห็นพูดไม่หยุด”สิรชาเพียงยิ้มอ่อน เธอเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะนานๆทีจะได้นั่งรถออกจากบ้านก็เลยมักจะตื่นเต้นจนเผลอพูดนั่นนี่ตลอด แม้รู้ว่าเขาจะฟังหรือไม่ฟังก็ตาม แต่เธอก็ยังพูดเพื่อให้เขารู้ว่าตัวเองมีความสุขจริงๆที่ได้ออกมาข้างนอกกับเขา
“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
“เฮ้ออ”นาวินถอนหายใจอย่างหงุดหงิด เขารู้ว่าเธอเป็นอะไรสักอย่างแต่ไม่พูด แล้วถ้าไม่พูดเขาจะรู้ไหมว่าเธอไม่พอใจอะไร นิสัยดื้อเงียบแบบนี้ บางทีมันก็น่าหงุดหงิดนะ
“พูดมา”
“พี่นาวิน รชาไม่ได้เป็นอะไรจริงๆค่ะ”
“พูด ออก มา”ร่างสูงพูดกดดัน เขาเองก็กลัวว่าจู่ๆร่างบางจะเกิดอาการแปลกอะไรอีกรึเปล่า ถ้าเธอไม่รีบพูด แล้วเขาจะหาวิธีช่วยเหลือเธอยังไง
สิรชามองใบหน้าหล่อนิ่ง มือของเธอกำแน่นสกัดกั้นอารมณ์ภายในใจ ถ้าเธอพูดออกไปแล้วเขาจะหาว่ามันไร้สาระรึเปล่าล่ะ
“รชา พี่บอกให้พูด”นาวินยังคงจ้องเธออย่างกดดัน ต้องขอบคุณไอ้แยกไฟแดงนี้จริงๆที่มันติดนานจนมีเวลาให้เขากดดันเธอได้แบบนี้
สุดท้ายร่างบางก็ยอมแพ้ และพูดออกไป
“รชาน้อยใจค่ะ”
“น้อยใจ? เรื่อง?”
“รชาน้อยใจที่พี่วินเอากับข้าวของรชาให้หมอสิตาทาน”หลังจากได้ยินประโยคนั้น ใบหน้าหล่อก็ส่ายหน้าเอือมทันที ที่เธอเงียบแปลกๆ เขาก็เป็นห่วงกลัวว่าจะเป็นอะไรไป ที่แท้ก็แค่น้อยใจกับอีแค่เขาเอาอาหารของเธอให้คนอื่นกินเนี่ยนะ
“ไร้สาระ”
“มันก็แค่เรื่องแค่นี้เอง ทำเป็นใจแคบไปได้”ร่างบางพอเจอคำพูดนั้นเธอก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ เพราะก็ทำใจไว้อยู่แล้วว่าผู้ชายคนนี้คงไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอจริงๆ แต่มันก็อดไม่ได้เลยที่จะรู้สึกแย่ขนาดนี้
“สำหรับพี่นาวิน พี่อาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องแค่นี้ แต่สำหรับรชา อาหารกล่องนั้นมันมีค่าและมีความหมายมากนะคะ”ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจสุดๆ ใบหน้าสวยน้ำตาคลอเบ้าด้วยความเสียใจ
“รชาตั้งใจทำแต่อาหารที่พี่ชอบทั้งนั้น เพราะรชาตั้งใจง้อพี่ ที่วันนั้นรชาพูดจาไม่ดีกับพี่”
“รชาตั้งใจทำให้พี่กิน ไม่ใช่ให้คนอื่นกินค่ะ”
“พี่วินเข้าใจรชาไหม!”นาวินมองอีกฝ่ายที่ระเบิดอารมณ์ออกมา น้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม แต่เขาเพียงถอนหายใจใส่ ไม่คิดว่าเรื่องเล็กๆแบบนี้จะทำให้สิรชาร้องไห้ขนาดนี้ได้
“พี่..”นาวินยังไม่ทันพูดอะไรก็ไฟเขียว ร่างสูงต้องละจากตรงนั้นมาโฟกัสที่การขับรถ ขับไปก็ได้ยินเสียงร้องไห้สะอื้นไป ซึ่งเขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าการที่เขาทำแบบนั้นมันผิดมากขนาดนั้นเลยรึไง
ในขณะที่สิรชายังคงร้องไห้สะอื้น เธอคิดว่านาวินคงมองว่าเหตุผลของเธอมันเหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจมากแน่ๆ เขาถึงไม่พูดอะไรเลยแบบนี้
ใช่สิ
เธอเคยสำคัญอะไรสำหรับเขาบ้างกัน แม้แต่วันเกิดของเธอเขาก็จำไม่ได้ นับประสาอะไรกับเรื่องแบบนี้
พอถึงบ้าน ต่างคนก็ต่างไม่พูดจากัน สิรชาเดินเข้าห้องพร้อมปิดประตู นาวินเห็นท่าทีที่เธอเป็นแบบนั้นก็ไม่ชอบใจเลยสักนิด มันเหมือนเด็กที่กำลังเอาแต่ใจอยู่
ร่างสูงเดินเข้าไปในห้อง มองร่างบางที่นอนขดตัวอยู่บนเตียง
“อย่าออกไปไหนอีก อยู่แต่บ้านก็พอ”
“...”ความเงียบของเธอยิ่งทำเอานาวินถอนหายใจเสียงดังอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่รู้เลยว่าเธอจะงอนอะไรนักหนากับอิแค่เรื่องกับข้าวแค่นี้
สุดท้ายนาวินก็ปล่อยเธอไป ส่วนตัวเองก็มานั่งอ่านแฟ้มคนไข้จนถึงเวลาเข้านอน เขาคิดว่าไม่นานร่างบางก็น่าจะออกมาเพราะมันถึงเวลาที่เธอต้องทำอาหารเย็น และวันนี้เขาก็อยู่ว่างที่จะกินด้วยกันกับเธอ แต่ทว่าประตูห้องนอนกลับปิดสนิทตลอดทั้งคืน
“เหอะ”นาวินถึงกับเค้นหัวเราะเมื่อเข้ามาในห้องนอนแล้วเจอกับหมอนข้างที่เขาไม่ได้เห็นมานานแสนนาน กั้นอยู่ตรงกลางเตียง
“เอาเถอะ อยากจะตัวเป็นเด็กน้อยก็ทำไป”เขาพูดขึ้นลอยๆ ก่อนจะเดินไปอาบน้ำและเข้านอนปกติ แต่ทว่าวันนี้การนอนของเขามันน่าหงุดหงิดก็เพราะไอ้หมอนข้างตัวดีนี่แหละ ทั้งๆที่เมื่อก่อนสิรชาเป็นคนเอามันออกเพราะอยากนอนใกล้ชิดกับเขาแท้ๆ แต่วันนี้เธอกลับไปเอาหมอนข้างมากั้นเพราะงอนเขาเรื่องกับข้าวบ้าบอ
จะทำอะไรก็ทำ นาวินคิดแบบนั้น เขาพยายามไม่สนใจการงอนของร่างบางและข่มตาหลับ แต่มันก็หลับไม่ลงเลย เพราะตัวเขาเองมันก็ดันเคยชินกับการนอนกอดเธอ และดมกลิ่นหอมๆจากตัวเธออยู่ทุกวัน แต่ในวันนี้กลับหันไปเจอแต่หมอนข้างเท่านั้น
ไม่สบอารมณ์จริงๆ
“จะกลับแล้วเหรอคะคุณรชา”“ค่ะ”ร่างบางตอบกลับพยาบาลหน้าเค้าท์เตอร์“คุณรชาเป็นอะไรรึเปล่า สีหน้าดูไม่ดีเลย”พยาบาลเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของสิรชาดูไม่สู้ดีนัก“เปล่าค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”ใบหน้าสวยพูดด้วยรอยยิ้ม ก็คงมีแต่คนนอกแหละมั้งที่รู้ว่าเธอไม่โอเค แต่คนเป็นสามีกลับไม่เคยรู้อะไรเลยนี่สิ“คุณหมอนาวินเองก็จะกลับแล้วใช่ไหมคะ”“ยังครับ”“ทำไมละคะ!”พยาบาลคนหนึ่งถึงกับพูดเสียงดังขึ้นมา ใบหน้าหล่อขมวดคิ้ว มองพยาบาลคนนั้นอย่างไม่เข้าใจ“คือว่า..คุณหมอเองก็ไม่ได้มีเคสคนไข้แล้ว วันนี้จะกลับเลยก็ได้นะคะ^^”“ถึงไม่มีคนไข้?แต่ผมก็มีงานอื่นต
สิรชายังคงนั่งรออยู่ด้านนอก สายตาของเธอเอาแต่มองไปที่ประตูอยู่เป็นระยะ 10นาที 20นาที แต่ประตูห้องก็ยังไม่เปิดออก ยิ่งคิดมากก็ยิ่งปวดหัว และคิดเพียงว่าสาเหตุที่นาวินไล่เธอออกมา ก็เพราะมันเป็นบทสนทนาเกี่ยวกับคนไข้ซึ่งเป็นความลับมันคงไม่มีอะไรไปมากกว่านี้หรอก เขาเองก็คงไม่มาทำเรื่องไม่ดีในแบบที่เธอกำลังคิดอยู่แน่ๆ สุดท้ายร่างบางก็ตัดสินใจลุกขึ้น เธอต้องไปสูดอากาศให้สมองโปร่งเสียหน่อย จะได้เอาความคิดลบๆนี้ออกไปด้วยร่างบางลงมาซื้อน้ำด้านล่าง เธอซื้อกาแฟที่เขาชอบ รวมถึงซื้อน้ำมาแจกพยาบาลอีกหลายแก้ว เมื่อกลับขึ้นมาสิรชาก็รีบแจกจ่ายน้ำให้ทุกคนทันที“ขอบคุณมากนะคะคุณรชา นางฟ้า นางสวรรค์ ของพวกเรา”“แค่นี้เองค่ะ”ใบหน้าสวยยิ้มเขินกับคำชม “คุณรชาใจดีจังเลยนะคะ ใจดีจนงงเลย ว่ามาแต่งงานกับคุณหมอนาวินสุดเย็นชาได้ยังไง”สิรชาได้แต่ยิ้มแห้ง ตอนที่ได้แนะนำตัวกับเหล่าพยาบาลและเพื่อนร่วมงานของสามีครั้งแรก ทุกคนก็พากันอ้าปากค้างกันหมด ก็ใครจะไปคิดว่าหมอสุดเย็นชาอย่างเขาจะแต่งงานมีคนรักแบบนี้กัน“พี่วินเขาเป็นคนน่ารักค่ะ”เธอพูดขึ้น หากมองลึกถึงข้างในอีกนิด ก็จะรู้ว่าผู้ชายคนนี้มีความอ่อนโยน และมีมุมน่
หลายวันต่อมาร่างบางเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังที่เลยเที่ยงคืนไปแล้วแต่ก็ยังไร้วี่แววของนาวิน หลายวันมานี้เธอสังเกตได้ว่าเขาเริ่มกลับบ้านดึกมากขึ้นทุกวัน จากหนึ่งทุ่ม เป็นสองทุ่ม และลากยาวมาถึงวันนี้ที่กลายเป็นวันใหม่เข้าไปแล้วสิรชานั่งอยู่บนโซฟาด้วยความเป็นห่วง เธอมองอาหารบนโต๊ะที่ยังคงทำให้เขาทานทุกวัน และมันก็ถูกเททิ้งทุกวันเพราะเขาไม่กิน “หาวว”มือเล็กยกขึ้นปิดปาก เธอง่วงจนตาจะปิดหลายครั้งแล้ว แต่จะให้ไปนอนใจมันก็อยู่ไม่สุขเนื่องจากอีกฝ่ายยังไม่กลับบ้าน แต่หากมีข้อความจากเขาส่งมาบอกบ้างว่าติดนั่นนี่เธอคงจะวางใจได้กว่านี้ แต่มันไม่มีไง!สักข้อความ สักสายโทรเข้าไม่มีเลย!เพราะงั้นเธอทำได้แค่นั่งรอเขาด้วยความเป็นห่วงอยู่แบบนี้ต่อไป“มาแล้ว!”ร่างบางตื่นเต็มตาเมื่อได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน เธอรีบพุ่งไปหานาวินทันที มองร่างสูงที่ลงจากรถมาด้วยสภาพอิดโรยสุดๆ“กลับมาแล้วเหรอคะ”“ทำไมยังไม่นอน?”นาวินไม่ได้ตอบคำถามของร่างบาง แต่กลับถามคำถามกลับแทน“ก็พี่นาวินยังไม่กลับ รชาเป็นห่วง”เธอพูดออกไปตรงๆ แต่แทนที่เธอจะได้รับคำขอบคุณจากเขา เธอดันได้รับสีหน้าของความไม่พอใจจากเขากลับมาแทน“ไม่จำเป็น ทีหล
สิรชาตัดสินใจออกจากบ้าน ไม่ใช่เพราะมีธุระสำคัญอะไร เพียงแต่การอยู่บ้านคนเดียวมันกำลังทำให้เธอฟุ้งซ่านเข้าไปใหญ่ ยิ่งไม่มีอะไรทำ ในหัวมันก็เอาแต่คิดถึงภาพของนาวินกับหญิงคนอื่น แล้วไหนจะกลิ่นน้ำหอมปริศนานั่นอีก “สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่”ร่างบางกล่าวทักทายพ่อกับแม่สามีด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองเองพอรู้ว่าใครมาก็ต้อนรับอย่างอบอุ่น“จะมาทำไมไม่บอกก่อนลูก พ่อจะได้ขับรถไปรับ”“นั่นสิ จะลำบากนั่งรถมาทำไม”ใบหน้าสวยได้แต่ยิ้มให้กับความห่วงใยของทั้งสอง ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาไม่มีช่วงไหนเลยที่เธอจะขาดความอบอุ่น เพราะทั้งสองคนดูแลเธอดีมากจริงๆหลังจากได้กินข้าวกลางวันด้วยกันอย่างอบอุ่น ทั้งสามคนก็นั่งทานผลไม้และพูดคุยเรื่องราวต่างๆ“ตาวินยังงานยุ่งอยู่ไหมลูก”“ค่ะ กลับมาถึงบ้านก็นอนทันทีเลยค่ะ”“ตายจริง เพราะแบบนี้สินะถึงไม่มีหลานให้อุ้มสักที”สิรชาได้แต่ยิ้มอ่อน ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะวกเข้ามาเรื่องนี้ได้ เอาจริงเธอก็รู้ลึกๆว่ามาวินเองก็ไม่ได้อยากมีลูกเท่าไหร่ นั่นก็เพราะว่าเขาไม่ได้รักเธอเลยมั้งยิ่งคิดแบบนั้นก็ยิ่งปวดใจจริงๆ“สงสัยพ่อคงต้องโทรไปบ่นหน่อยแล้วสิ” ร่างบางกำลังจะห้ามแต่ก็ไม่ทัน ปลายสายเองก็กดรับซะเ
“กลับมาแล้วเหรอคะ”“อืม”นาวินตอบกลับสั้นๆ มองคนตัวเล็กที่มักจะส่งยิ้มให้เขาเสมอเวลาที่เขากลับจากที่ทำงานมา 3ปีแล้วที่เขาแต่งงานกับสิรชา ผู้หญิงที่เขามองเหมือนน้องสาวมาโดยตลอด และไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่เขาได้มาแต่งงานและได้ข้ามสถานะพี่น้องกันยอมรับว่ามันก็แปลกๆในช่วงแรกที่จะต้องมากอด มาหอม มาจูบกัน หรือแม้กระทั่งมีเซ็กซ์กัน แต่ถามว่าทำไมเรื่องแบบนี้เขาไม่ปฏิเสธ เพราะเขารู้ว่าสิรชาชอบตัวเอง และเขาเองก็ขอบคุณเธอที่ยอมแต่งงานกันเพื่อกำจัดสิ่งน่ากวนใจของเขาออกไปได้ และอีกอย่าง ถ้าจะให้สมจริง การที่เขาเอาแต่เมินเฉย ทำตัวเหมือนเดิมกับเธอก็กลัวว่าความลับจะแตก กลัวพ่อแม่จะสงสัยเพราะงั้นเขาถึงยอมใจอ่อนลงบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรู้สึกรักสิรชาไปมากกว่าเดิม เขาเพียงแต่มองเธอใหม่ ไม่ใช่แบบน้องสาว แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นแต่มันก็อดยอมรับไม่ได้เลยว่าการอยู่ด้วยกันกับสิรชามันก็ไม่ได้แย่อะไร และเขาก็บอกเธอเสมอว่า หากอยากหย่าก็ขอแค่บอก เขาจะทำให้ทันที เพราะคิดว่าตอนนี้พ่อกับแม่เขาก็คงไม่คิดจะหาผู้หญิงคนอื่นให้แล้วเหมือนกัน“วันนี้รชาทำต้มจืดสาหร่ายของโปรดพี่นาวินด้วยนะ”ทันทีที่เดินเข
กลับมาที่ปัจจุบัน สิรชากับนาวินได้แต่งงานกันมา3ปีแล้ว แน่นอนว่าพ่อกับแม่ของนาวินก็ไฟเขียวสุดๆ ถึงขนาดรีบจัดงานแต่งขึ้นมาเพื่อให้ร่างบางหายโศกเศร้าจากการสูญเสียพ่อแม่เร็วๆและมันก็ได้ผลสิรชาดีขึ้นมาก เพราะเธอได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก และได้มีพ่อแม่ที่อบอุ่นอีกครั้ง แม้ว่าในภายหลังนาวินจะขอย้ายออกมาซื้อบ้านเล็กๆ อยู่ด้านนอกเพราะสะดวกต่อการเดินทางไปทำงานก็ตาม และแน่นอนว่าเธอในฐานะภรรยาของเขาก็ต้องมาอยู่ด้วยเหมือนกัน(หนูรชา แม่ก็ไม่อยากจะเร่งอะไรหรอกนะ แต่ว่าหนูกับตาวินไม่คิดที่จะมีลูกกันเร็วๆ บ้างเหรอ)สิรชาได้แต่ยิ้มแห้งให้กับปลายสาย ที่วิดีโอคอลมาหาทีไรก็จะถามถึงเรื่องแนวๆ นี้ตลอดแต่เธอก็เข้าใจตอนนี้ศรันย์อายุ35ปีแล้ว ส่วนเธอก็อายุ30พอดี หากช้าไปกว่านี้กว่าลูกจะโต คงพาลูกไปเที่ยวลำบากแน่ๆ“พี่นาวินค่อนข้างยุ่งน่ะค่ะ”(แหม่ แม่ก็เข้าใจนะ แต่แม่ก็อยากเห็นหน้าหลานแล้วน่ะสิ)สิรชาถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่รู้จะอ้างอะไรแล้วจริงๆ เพราะเธอเอาแต่หาข้ออ้างมาตลอด3ปีที่ผ่านมาจนหมดมุกแล้วจังหวะนั้นเองเสียงรถยนต์ก็ดังขึ้น“สงสัยพี่นาวินจะกลับมาแล้ว รชาขอไปต้อนรับก่อนนะคะ”(จ่ะๆ)ร่างบางกดวางสายก่อน







