FAZER LOGINสิรชาตัดสินใจออกจากบ้าน ไม่ใช่เพราะมีธุระสำคัญอะไร เพียงแต่การอยู่บ้านคนเดียวมันกำลังทำให้เธอฟุ้งซ่านเข้าไปใหญ่ ยิ่งไม่มีอะไรทำ ในหัวมันก็เอาแต่คิดถึงภาพของนาวินกับหญิงคนอื่น แล้วไหนจะกลิ่นน้ำหอมปริศนานั่นอีก
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่”ร่างบางกล่าวทักทายพ่อกับแม่สามีด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองเองพอรู้ว่าใครมาก็ต้อนรับอย่างอบอุ่น
“จะมาทำไมไม่บอกก่อนลูก พ่อจะได้ขับรถไปรับ”
“นั่นสิ จะลำบากนั่งรถมาทำไม”ใบหน้าสวยได้แต่ยิ้มให้กับความห่วงใยของทั้งสอง ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาไม่มีช่วงไหนเลยที่เธอจะขาดความอบอุ่น เพราะทั้งสองคนดูแลเธอดีมากจริงๆ
หลังจากได้กินข้าวกลางวันด้วยกันอย่างอบอุ่น ทั้งสามคนก็นั่งทานผลไม้และพูดคุยเรื่องราวต่างๆ
“ตาวินยังงานยุ่งอยู่ไหมลูก”
“ค่ะ กลับมาถึงบ้านก็นอนทันทีเลยค่ะ”
“ตายจริง เพราะแบบนี้สินะถึงไม่มีหลานให้อุ้มสักที”สิรชาได้แต่ยิ้มอ่อน ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะวกเข้ามาเรื่องนี้ได้ เอาจริงเธอก็รู้ลึกๆว่ามาวินเองก็ไม่ได้อยากมีลูกเท่าไหร่ นั่นก็เพราะว่าเขาไม่ได้รักเธอเลยมั้ง
ยิ่งคิดแบบนั้นก็ยิ่งปวดใจจริงๆ
“สงสัยพ่อคงต้องโทรไปบ่นหน่อยแล้วสิ” ร่างบางกำลังจะห้ามแต่ก็ไม่ทัน ปลายสายเองก็กดรับซะเร็ว ทั้งๆที่พอเธอโทรไปบ้างแทบไม่เคยจะรับ
“ครับ”
(วินลูก งานยุ่งอยู่เหรอ)
“ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ”คำตอบของนาวินทำเอาสิรชารู้สึกเหมือนโดนหักหน้า ทีกับเธอบอกว่างานยุ่งตลอด ทีแบบนี้มาบอกว่าไม่ค่อยเท่าไหร่
(งั้นแล้วทำไมถึงยังไม่มีหลานให้พ่ออุ้มสักที) คำถามนั้นทำปลายสายเงียบไป
(ถ้าไม่ยุ่งขนาดนั้นก็หัดทำการบ้านบ้างสิเจ้าลูกชายคนนี้นี่)
“พอเถอะค่ะคุณพ่อ”สิรชาเอ่ยห้ามเพราะไม่อยากให้มาวินรู้สึกกดดัน ร่างสูงที่พอได้ยินเสียงอันคุ้นหูก็ถอนหายใจทันที
(เธออยู่นั่นใช่ไหม สิรชา)เจ้าของชื่อถึงกับชะงักที่โดนอีกฝ่ายเรียกชื่อเต็ม แถมน้ำเสียงยังเย็นยะเยือกอีก
“ค่ะ”
(พ่อ ผมขอคุยกับรชาหน่อย)ผู้เป็นพ่อส่งมือถือให้ทันที ร่างบางรับมาด้วยความรู้สึกเหมือนตัวเองทำอะไรผิดก็ไม่ปาน
“ค่ะพี่วิน”
(อยู่บ้านไม่เป็นรึไง)น้ำเสียงเรียบเอ่ยถาม ฟังแล้วก็รู้ได้เลยว่าเขากำลังไม่พอใจสุดๆ
(ทั้งๆที่รู้ว่าไปบ้านพ่อแม่แล้วจะทำให้พี่โดนบ่นเรื่องนี้ตลอด แต่ก็ยังไป?)สิรชาได้แต่เงียบ เธอเองรู้สึกผิดที่ทำให้เขาโดนบ่น
“รชาขอโทษค่ะ”เสียงถอนหายใจดังๆ ทำเอาคนตัวเล็กยิ่งรู้สึกผิดและรู้สึกแย่มากๆ เธอแค่ไม่อยากอยู่บ้านให้จิตตก เลยมาหาพ่อกับแม่ของเขา แต่ใครจะรู้ว่าการมาในครั้งนี้จะทำให้เขาโดนพ่อบ่นกัน
(รออยู่ที่นั่น เดี๋ยวเลิกงานพี่ไปรับ)
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรชากลับเอง”
(อย่าเรื่องเยอะรชา บอกอะไรก็หัดรู้จักทำตามบ้างเถอะ)ริมฝีปากบางเม้มกันแน่น น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาทันที เธอก็เชื่อฟังเขามาตลอด แต่พูดเหมือนกับว่าเธอต่อต้านเขาทุกอย่างงั้นแหละ
หลังจากตัดสายไป แม่ของนาวินก็เข้ามาปลอบลูกสะไภ้ทันที ขนาดไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกันบ้าง แค่ได้เห็นสีหน้าของลูกสะไภ้ก็พอรู้แล้วว่าเจ้าลูกชายต้องพูดไม่ดีแน่ๆ
“อย่าคิดมากนะลูก ตาวินก็เป็นคนแบบนี้แหละ แก้ไม่หายจริงๆไอ้คำพูดที่ชอบพูดไม่รักษาความรู้สึกคนฟัง”
“ค่ะ”สิรชายิ้มบางๆ ในใจยังคงรู็สึกผิดที่ทำให้อีกฝ่ายโดนบ่น
เธอผิดเอง
เธอไม่น่ามาที่บ้านของเขาเลย
แม่ของนาวินพูดก็ได้แต่พูดปลอบ แม้นาวินจะเป็นลูกชายแต่ก็ไม่ได้เข้าข้าง ไม่รู้เลยว่าไปได้นิสัยแย่ๆแบบนี้มาจากใคร กลัวเหลือเกินว่าเจ้าลูกชายจะถูกสิรชาทิ้งเข้าให้สักวัน
ถึงวันนั้นคนเป็นแม่นี่แหละ จะสมน้ำหน้าเอง
“มาแล้วเหรอลูก”
“สวัสดีครับ”ร่างสูงเอ่ยทักทายพ่อกับแม่ สายตาคมมองร่างบางที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหาร พอสบตากัน คนตัวเล็กก็รีบก้มหน้างุดทันที
“ทำงานเหนื่อยไหมลูก”
“นิดหน่อยครับ”
“ถ้าแค่นิดหน่อยก็ยังพอมีเวลาทำหลานไม่ใช่รึไง หรือน้ำยาบูดหมดแล้ว”
“คุณคะ..”แม่ของนาวินเอ่ยห้ามสามี ส่วนคนโดนบ่นก็ทำหน้านิ่งไม่ได้สนใจอะไร และเดินไปนั่งข้างๆสิรชาที่นั่งเงียบ
“ตายจริง ทำไมแขนลูกเป็นแบบนั้นละ”ผู้เป็นแม่เอ่ยถามเมื่อเห็นแขนลูกชายที่ถกเสื้อขึ้นกำลังเตรียมตัวทานอาหาร มันเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนเล็กๆ
สายตาคมมองแขนตัวเองเล็กน้อย เขาเองก็เผลอลืมไปเสียสนิทว่าแขนตัวเองมีแผลอยู่ สิรชาเองก็มองด้วยความเป็นห่วง เมื่อวานก็ไม่ทันได้สังเกตว่านาวินมีแผลที่แขน
“แมวข่วนน่ะครับ”เขาตอบเสียงเรียบก่อนจะดึงแขนเสื้อกลับที่เดิมแม้ว่ามันจะทำให้การกินข้าวของเขายากลำบากก็ตาม
ส่วนสิรชาก็งงๆนิดหน่อย เพราะเธอไม่รู้เลยว่ามาวินจะมีโมเม้นเล่นกับแมวด้วย ปกติเจอแมวก็เดินผ่านตลอด แต่จู่ๆก็ดันมีแผลเล่นกับแมวเกิดขึ้นมาเนี่ยนะ
แปลกจริงๆ
มื้อเย็นของวันเต็มไปด้วยการพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน เนื่องจากลูกชายของบ้านนานๆมาที ไม่แปลกที่พ่อกับแม่จะมีเรื่องให้ถามเยอะ
ร่างบางได้แต่เขี่ยข้าวในจานเงียบๆ เธอรู้สึกผิดจนกินอะไรไม่ลง นาวินเองก็เพียงแค่มอง ไม่ได้พูดอะไรจนกระทั่งทั้งคู่ขอตัวกลับ
“จะไม่ค้างหน่อยเหรอลูก ห้องลูกแม่ทำความสะอาดให้ตลอดเลยนะ”
“คงไม่ละครับ”เจ้าตัวเอ่ยปฏิเสธ ทำเอาคนเป็นแม่หน้าหงอยสุดๆ
“เอาเถอะ ถ้างั้นก็ขับรถกลับดีๆแล้วกันนะลูก หนูรชา.. ว่างๆก็มาหาพ่อกับแม่ได้ตลอดเลยนะจ๊ะ”คนตัวเล็กเพียงยิ้มรับไม่พูดอะไร หลังจากขับรถออกมาก็มีแต่ความเงียบและความอึดอัดเต็มไปหมด
“พี่นาวิน”
“…”
“รชาขอโทษนะคะที่ทำให้พี่โดนบ่น รชาแค่อยู่บ้านแล้วเหงา เลยมาหาพ่อกับแม่”สิรชาพูดอธิบาย สายตาของเธอมองใบหน้าหล่อที่ยังคงเรียบนิ่ง ไม่รู้เลยว่าเขายังโกรธอยู่ หรือหายโกรธแล้วกันแน่
“พี่นาวินคะ..”
“อืม รู้แล้ว”พอเห็นเขาตอบกลับมาร่างบางก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย แม้เสียงที่ตอบกลับมาจะห้วนสุดๆก็ตาม
“แต่ทีหลังไม่ต้องออกไปไหนดีที่สุด”
“ทำไมละคะ?”
“แล้วมันจะต้องทำไม ก็แค่ทำตามที่พี่พูดมันยากนักรึไง”ร่างสูงพูดเชิงใส่อารมณ์ ทำเอาสิรชาน้ำตารื้นขึ้นมา
การจะออกไปไหนมาไหนของเธอมันผิดมากขนาดนั้นเลยรึไงกัน
“ค่ะ”สุดท้ายร่างบางก็ตอบรับออกไป นาวินมองอีกฝ่ายที่ก้มหน้าเงียบ เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ
ที่จริงเขาไม่จำเป็นต้องใส่อารมณ์ถึงขนาดนั้นเลยแท้ๆ แต่มันก็แค่เป็นห่วงเธอเฉยๆ ตัวเองยังมีอาการแพนิกเกี่ยวกับอุบัติเหตุอยู่เลย หากออกไปเจออุบัติเหตุข้างนอก หรือฝนตกหนักขณะนั่งรถคนอื่นแล้วเกิดอาการแพนิกขึ้นมาจะทำยังไง
เพราะงั้นการอยู่บ้านนั่นแหละปลอดภัยสำหรับเธอสุดแล้ว
สิรชายังคงนั่งรออยู่ด้านนอก สายตาของเธอเอาแต่มองไปที่ประตูอยู่เป็นระยะ 10นาที 20นาที แต่ประตูห้องก็ยังไม่เปิดออก ยิ่งคิดมากก็ยิ่งปวดหัว และคิดเพียงว่าสาเหตุที่นาวินไล่เธอออกมา ก็เพราะมันเป็นบทสนทนาเกี่ยวกับคนไข้ซึ่งเป็นความลับมันคงไม่มีอะไรไปมากกว่านี้หรอก เขาเองก็คงไม่มาทำเรื่องไม่ดีในแบบที่เธอกำลังคิดอยู่แน่ๆ สุดท้ายร่างบางก็ตัดสินใจลุกขึ้น เธอต้องไปสูดอากาศให้สมองโปร่งเสียหน่อย จะได้เอาความคิดลบๆนี้ออกไปด้วยร่างบางลงมาซื้อน้ำด้านล่าง เธอซื้อกาแฟที่เขาชอบ รวมถึงซื้อน้ำมาแจกพยาบาลอีกหลายแก้ว เมื่อกลับขึ้นมาสิรชาก็รีบแจกจ่ายน้ำให้ทุกคนทันที“ขอบคุณมากนะคะคุณรชา นางฟ้า นางสวรรค์ ของพวกเรา”“แค่นี้เองค่ะ”ใบหน้าสวยยิ้มเขินกับคำชม “คุณรชาใจดีจังเลยนะคะ ใจดีจนงงเลย ว่ามาแต่งงานกับคุณหมอนาวินสุดเย็นชาได้ยังไง”สิรชาได้แต่ยิ้มแห้ง ตอนที่ได้แนะนำตัวกับเหล่าพยาบาลและเพื่อนร่วมงานของสามีครั้งแรก ทุกคนก็พากันอ้าปากค้างกันหมด ก็ใครจะไปคิดว่าหมอสุดเย็นชาอย่างเขาจะแต่งงานมีคนรักแบบนี้กัน“พี่วินเขาเป็นคนน่ารักค่ะ”เธอพูดขึ้น หากมองลึกถึงข้างในอีกนิด ก็จะรู้ว่าผู้ชายคนนี้มีความอ่อนโยน และมีมุมน่
หลายวันต่อมาร่างบางเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังที่เลยเที่ยงคืนไปแล้วแต่ก็ยังไร้วี่แววของนาวิน หลายวันมานี้เธอสังเกตได้ว่าเขาเริ่มกลับบ้านดึกมากขึ้นทุกวัน จากหนึ่งทุ่ม เป็นสองทุ่ม และลากยาวมาถึงวันนี้ที่กลายเป็นวันใหม่เข้าไปแล้วสิรชานั่งอยู่บนโซฟาด้วยความเป็นห่วง เธอมองอาหารบนโต๊ะที่ยังคงทำให้เขาทานทุกวัน และมันก็ถูกเททิ้งทุกวันเพราะเขาไม่กิน “หาวว”มือเล็กยกขึ้นปิดปาก เธอง่วงจนตาจะปิดหลายครั้งแล้ว แต่จะให้ไปนอนใจมันก็อยู่ไม่สุขเนื่องจากอีกฝ่ายยังไม่กลับบ้าน แต่หากมีข้อความจากเขาส่งมาบอกบ้างว่าติดนั่นนี่เธอคงจะวางใจได้กว่านี้ แต่มันไม่มีไง!สักข้อความ สักสายโทรเข้าไม่มีเลย!เพราะงั้นเธอทำได้แค่นั่งรอเขาด้วยความเป็นห่วงอยู่แบบนี้ต่อไป“มาแล้ว!”ร่างบางตื่นเต็มตาเมื่อได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน เธอรีบพุ่งไปหานาวินทันที มองร่างสูงที่ลงจากรถมาด้วยสภาพอิดโรยสุดๆ“กลับมาแล้วเหรอคะ”“ทำไมยังไม่นอน?”นาวินไม่ได้ตอบคำถามของร่างบาง แต่กลับถามคำถามกลับแทน“ก็พี่นาวินยังไม่กลับ รชาเป็นห่วง”เธอพูดออกไปตรงๆ แต่แทนที่เธอจะได้รับคำขอบคุณจากเขา เธอดันได้รับสีหน้าของความไม่พอใจจากเขากลับมาแทน“ไม่จำเป็น ทีห
สิรชาตัดสินใจออกจากบ้าน ไม่ใช่เพราะมีธุระสำคัญอะไร เพียงแต่การอยู่บ้านคนเดียวมันกำลังทำให้เธอฟุ้งซ่านเข้าไปใหญ่ ยิ่งไม่มีอะไรทำ ในหัวมันก็เอาแต่คิดถึงภาพของนาวินกับหญิงคนอื่น แล้วไหนจะกลิ่นน้ำหอมปริศนานั่นอีก “สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่”ร่างบางกล่าวทักทายพ่อกับแม่สามีด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองเองพอรู้ว่าใครมาก็ต้อนรับอย่างอบอุ่น“จะมาทำไมไม่บอกก่อนลูก พ่อจะได้ขับรถไปรับ”“นั่นสิ จะลำบากนั่งรถมาทำไม”ใบหน้าสวยได้แต่ยิ้มให้กับความห่วงใยของทั้งสอง ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาไม่มีช่วงไหนเลยที่เธอจะขาดความอบอุ่น เพราะทั้งสองคนดูแลเธอดีมากจริงๆหลังจากได้กินข้าวกลางวันด้วยกันอย่างอบอุ่น ทั้งสามคนก็นั่งทานผลไม้และพูดคุยเรื่องราวต่างๆ“ตาวินยังงานยุ่งอยู่ไหมลูก”“ค่ะ กลับมาถึงบ้านก็นอนทันทีเลยค่ะ”“ตายจริง เพราะแบบนี้สินะถึงไม่มีหลานให้อุ้มสักที”สิรชาได้แต่ยิ้มอ่อน ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะวกเข้ามาเรื่องนี้ได้ เอาจริงเธอก็รู้ลึกๆว่ามาวินเองก็ไม่ได้อยากมีลูกเท่าไหร่ นั่นก็เพราะว่าเขาไม่ได้รักเธอเลยมั้งยิ่งคิดแบบนั้นก็ยิ่งปวดใจจริงๆ“สงสัยพ่อคงต้องโทรไปบ่นหน่อยแล้วสิ” ร่างบางกำลังจะห้ามแต่ก็ไม่ทัน ปลายสายเองก็กดรับซะเ
“กลับมาแล้วเหรอคะ”“อืม”นาวินตอบกลับสั้นๆ มองคนตัวเล็กที่มักจะส่งยิ้มให้เขาเสมอเวลาที่เขากลับจากที่ทำงานมา 3ปีแล้วที่เขาแต่งงานกับสิรชา ผู้หญิงที่เขามองเหมือนน้องสาวมาโดยตลอด และไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่เขาได้มาแต่งงานและได้ข้ามสถานะพี่น้องกันยอมรับว่ามันก็แปลกๆในช่วงแรกที่จะต้องมากอด มาหอม มาจูบกัน หรือแม้กระทั่งมีเซ็กซ์กัน แต่ถามว่าทำไมเรื่องแบบนี้เขาไม่ปฏิเสธ เพราะเขารู้ว่าสิรชาชอบตัวเอง และเขาเองก็ขอบคุณเธอที่ยอมแต่งงานกันเพื่อกำจัดสิ่งน่ากวนใจของเขาออกไปได้ และอีกอย่าง ถ้าจะให้สมจริง การที่เขาเอาแต่เมินเฉย ทำตัวเหมือนเดิมกับเธอก็กลัวว่าความลับจะแตก กลัวพ่อแม่จะสงสัยเพราะงั้นเขาถึงยอมใจอ่อนลงบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรู้สึกรักสิรชาไปมากกว่าเดิม เขาเพียงแต่มองเธอใหม่ ไม่ใช่แบบน้องสาว แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นแต่มันก็อดยอมรับไม่ได้เลยว่าการอยู่ด้วยกันกับสิรชามันก็ไม่ได้แย่อะไร และเขาก็บอกเธอเสมอว่า หากอยากหย่าก็ขอแค่บอก เขาจะทำให้ทันที เพราะคิดว่าตอนนี้พ่อกับแม่เขาก็คงไม่คิดจะหาผู้หญิงคนอื่นให้แล้วเหมือนกัน“วันนี้รชาทำต้มจืดสาหร่ายของโปรดพี่นาวินด้วยนะ”ทันทีที่เดินเข
กลับมาที่ปัจจุบัน สิรชากับนาวินได้แต่งงานกันมา3ปีแล้ว แน่นอนว่าพ่อกับแม่ของนาวินก็ไฟเขียวสุดๆ ถึงขนาดรีบจัดงานแต่งขึ้นมาเพื่อให้ร่างบางหายโศกเศร้าจากการสูญเสียพ่อแม่เร็วๆและมันก็ได้ผลสิรชาดีขึ้นมาก เพราะเธอได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก และได้มีพ่อแม่ที่อบอุ่นอีกครั้ง แม้ว่าในภายหลังนาวินจะขอย้ายออกมาซื้อบ้านเล็กๆ อยู่ด้านนอกเพราะสะดวกต่อการเดินทางไปทำงานก็ตาม และแน่นอนว่าเธอในฐานะภรรยาของเขาก็ต้องมาอยู่ด้วยเหมือนกัน(หนูรชา แม่ก็ไม่อยากจะเร่งอะไรหรอกนะ แต่ว่าหนูกับตาวินไม่คิดที่จะมีลูกกันเร็วๆ บ้างเหรอ)สิรชาได้แต่ยิ้มแห้งให้กับปลายสาย ที่วิดีโอคอลมาหาทีไรก็จะถามถึงเรื่องแนวๆ นี้ตลอดแต่เธอก็เข้าใจตอนนี้ศรันย์อายุ35ปีแล้ว ส่วนเธอก็อายุ30พอดี หากช้าไปกว่านี้กว่าลูกจะโต คงพาลูกไปเที่ยวลำบากแน่ๆ“พี่นาวินค่อนข้างยุ่งน่ะค่ะ”(แหม่ แม่ก็เข้าใจนะ แต่แม่ก็อยากเห็นหน้าหลานแล้วน่ะสิ)สิรชาถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่รู้จะอ้างอะไรแล้วจริงๆ เพราะเธอเอาแต่หาข้ออ้างมาตลอด3ปีที่ผ่านมาจนหมดมุกแล้วจังหวะนั้นเองเสียงรถยนต์ก็ดังขึ้น“สงสัยพี่นาวินจะกลับมาแล้ว รชาขอไปต้อนรับก่อนนะคะ”(จ่ะๆ)ร่างบางกดวางสายก่อน
“พี่นาวิน... พี่นาวินคะ”“อ่า..”ดวงตาคมค่อยๆ เปิดขึ้นจากการถูกปลุก นาวิน หรือนายแพทย์นาวิน หมอจักษุแพทย์ผู้เย็นชาปรับโฟกัสสายตาชั่วครู่ ไม่คิดเลยว่าเขาจะเผลอหลับไปแบบนี้สายตาคมมองสิรชา หรือรชา ผู้หญิงที่เขามองเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเพราะเมื่อก่อนอยู่บ้านข้างกัน และสนิทกันมากจนกระทั่งเขาย้ายบ้านไป ลำตัวของเธอยังคงมีบาดแผลอยู่เต็มตัว ใบหน้าสวยๆซีดและดูอ่อนแรงมาก อีกทั้งดวงตาที่แดงก่ำยังเป็นตัวบอกได้ดีว่าที่ผ่านมาเธอร้องไห้หนักแค่ไหน“รชาขอโทษค่ะ...”เสียงอันแผ่วเบาพูดขึ้น“เจ็บมากรึเปล่าคะ?”“อืม”นาวินตอบตรงๆ มองสิรชาที่มองมาที่มือของเขาซึ่งถูกพันแผลเอาไว้ พอเธอเห็นเขาเจ็บแบบนั้นเพราะตัวเองเป็นสาเหตุก็ยิ่งร้องไห้ออกมา“ฮึก.. รชาขอโทษ รชาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายพี่เลย รชาฮึก!.. รชา..”นาวินมองอีกฝ่ายเงียบๆ สาเหตุที่เธอมาอยู่โรงพยาบาลคงต้องย้อนไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เขาได้รู้ข่าวจากพ่อแม่ว่าพ่อแม่ของสิรชาและตัวเธอเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นและอุบัติเหตุนั้น ก็ได้พรากสองชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ซึ่งก็คือพ่อกับแม่ของสิรชาทางด้านสิรชาที่เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวก็นอนโคม่าเป็นอาทิตย์ งานศพขอ







