LOGIN“กลับมาแล้วเหรอคะ”
“อืม”นาวินตอบกลับสั้นๆ มองคนตัวเล็กที่มักจะส่งยิ้มให้เขาเสมอเวลาที่เขากลับจากที่ทำงานมา 3ปีแล้วที่เขาแต่งงานกับสิรชา ผู้หญิงที่เขามองเหมือนน้องสาวมาโดยตลอด และไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่เขาได้มาแต่งงานและได้ข้ามสถานะพี่น้องกัน
ยอมรับว่ามันก็แปลกๆในช่วงแรกที่จะต้องมากอด มาหอม มาจูบกัน หรือแม้กระทั่งมีเซ็กซ์กัน แต่ถามว่าทำไมเรื่องแบบนี้เขาไม่ปฏิเสธ
เพราะเขารู้ว่าสิรชาชอบตัวเอง และเขาเองก็ขอบคุณเธอที่ยอมแต่งงานกันเพื่อกำจัดสิ่งน่ากวนใจของเขาออกไปได้ และอีกอย่าง ถ้าจะให้สมจริง การที่เขาเอาแต่เมินเฉย ทำตัวเหมือนเดิมกับเธอก็กลัวว่าความลับจะแตก กลัวพ่อแม่จะสงสัย
เพราะงั้นเขาถึงยอมใจอ่อนลงบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรู้สึกรักสิรชาไปมากกว่าเดิม เขาเพียงแต่มองเธอใหม่ ไม่ใช่แบบน้องสาว แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น
แต่มันก็อดยอมรับไม่ได้เลยว่าการอยู่ด้วยกันกับสิรชามันก็ไม่ได้แย่อะไร และเขาก็บอกเธอเสมอว่า หากอยากหย่าก็ขอแค่บอก เขาจะทำให้ทันที เพราะคิดว่าตอนนี้พ่อกับแม่เขาก็คงไม่คิดจะหาผู้หญิงคนอื่นให้แล้วเหมือนกัน
“วันนี้รชาทำต้มจืดสาหร่ายของโปรดพี่นาวินด้วยนะ”ทันทีที่เดินเข้าบ้านมา สิรชาก็แนะนำเมนูเย็นวันนี้ทันทีด้วยความคาดหวังว่าเขาจะร่วมกินข้าวด้วยกันกับเธอ
“งั้นเหรอ”คำตอบอย่างไม่ใส่ใจทำเอาร่างบางชะงักไม่น้อย เธอมองใบหน้าหล่อที่แสดงความเหนื่อยล้าออกมาอย่างชัดเจน
วันนี้เขาคงเหนื่อยมากเลยสินะ
นาวินมองสิรชาที่ยืนกุมมือ ก้มหน้างุด
“ไหนมานี่หน่อย”ร่างสูงพูดขึ้น จากใบหน้าที่ก้มอยู่ก็รีบเงยหน้ามามองเขาด้วยรอยยิ้มสดใส และรีบเดินมานั่งข้างๆเขาทันที
“วันนี้ทำอะไรบ้าง”เขาเอ่ยถามพรางใช้มือเช็ดรอยดำๆ บนใบหน้าของเธอ ซึ่งก็ไม่รู้ไปเล่นซนอะไรมา
“ก็ทำความสะอาดบ้าน แล้วก็ออกไปตลาดซื้อของมาทำกับข้าวค่ะ^^”ร่างบางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส รู้สึกดีที่นาวินสัมผัสร่างกายเธอแบบนี้
“พี่บอกให้สั่งมาไง จะเสียแรงออกไปทำไม”เขาเอ่ยเสียงดุ บอกเธอตลอดว่าไม่จำเป็นต้องเสียแรงทำอะไรเลย เขาสามารถจ้างคนมาจัดการได้ แต่ร่างบางก็ไม่ยอมเลยสักอย่าง พูดแต่ว่าเธอจะทำเอง เธออยากทำเองตลอด
“แต่ไปเลือกเองมันถูกใจกว่านิคะ”
“เดี๋ยวนี้หัดเถียงนะ”มือหนาบีบจมูกเล็กอย่างมันเขี้ยว สิรชาหัวเราะร่า ดีใจที่เขาหยอกล้อกับเธอ
“แล้วกินยารึยัง”
“กินแล้วค่ะ”
“ถ้ายาใกล้หมดก็บอกนะ พี่จะได้เปลี่ยนให้”
“ค่ะ”เธอตอบรับด้วยรอยยิ้ม เอนหัวจะพิงอีกฝ่าย แต่ร่างสูงดันขยับตัวลุกขึ้นก่อน
“เดี๋ยวรชาไปตักข้าวให้นะคะ”
“ไม่ต้อง ไม่อยากกิน”รอยยิ้มของเธอหุบลงในทันที เธออุตส่าห์ตั้งใจทำของโปรดเขาไว้แท้ๆ กินสักหน่อยก็ไม่ได้งั้นเหรอ
“ไม่หิวเหรอคะ?”
“อืม พี่กินมาแล้ว”เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่ไม่รู้เลยว่าคำตอบนั้นสร้างบาดแผลให้กับสิรชาเป็นอย่างมาก
กินมาแล้ว
ทั้งๆที่ก็รู้ว่าเธอรอกินข้าวอยู่ที่บ้านทุกวันเนี่ยนะ
บอกกันสักคำก็ไม่มี
“งะ..งั้นสินะคะ”
“พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ”
“ค่ะ”ร่างบางตอบรับเสียงเบา เธอยืนอยู่ตรงนั้นจนได้ยินเสียงน้ำอย่างเคย ตอนนี้มันจุกอกจนพูดไม่ออก ได้แต่ยืนก้มหน้าปล่อยให้น้ำตามันไหลหยดลงพื้นอยู่แบบนั้น และปลอบใจตัวเองว่า
นี่มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย
วันต่อมา
“วันนี้ก็ขับรถดีๆนะคะ”สิรชาออกมาส่งนาวินด้วยรอยยิ้มเหมือนอย่างเคย เรื่องเมื่อคืนก็พยายามปล่อยวางเพราะมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกฝ่ายปฏิเสธการทานอาหารร่วมกัน
หลังจากนาวินไปทำงาน สิรชาก็เอาเสื้อผ้ามาซัก เจ้าตัวหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของมาวินขึ้นมา เธอมีนิสัยแปลกๆอย่างหนึ่งคือชอบดมเสื้อของเขา
“ทั้งๆที่ใช้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มเดียวกันแท้ๆ”ใบหน้าสวยพูดด้วยรอยยิ้ม น่าแปลกที่เสื้อทุกตัวจะมีกลิ่นเฉพาะที่ดมก็รู้เลยว่าเป็นเขา เพราะงั้นเธอถึงชอบดมเสื้อเขามากๆ มันทำให้รู้สึกเหมือนเขาอยู่ใกล้เธอตลอดเวลา
แต่ทว่ากลิ่นเสื้อในวันนี้นั้นดันต่างออกไป
“อ๊ะ..”ใบหน้าสวยถึงกับชะงักให้กับความฉุนที่ได้กลิ่น
“ทำไมกลิ่น..”สิรชาได้แต่ขมวดคิ้ว และดมกลิ่นแปลกๆนั้นอีกรอบ กลิ่นที่เธอดมเมื่อครู่มันมีกลิ่นของนาวินอ่อนๆ อ่อนมากเพราะโดนกลิ่นแปลกๆกลบเสียหมด
กลิ่นมันหวานๆ คล้ายกลิ่นดอกไม้
กลิ่นแบบนี้คงมีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ใช้
จู่ๆภาพของเพื่อนที่เคยส่งมาก็แวบเข้ามาในหัว มือและเท้าของสิรชา ชาไปหมด อดคิดไม่ได้เลยว่าหรือมันจะเป็นกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนนั้น
“ไม่หรอก”ร่างบางพึมพำขึ้น จะให้คิดว่านาวินเป็นผู้ชายที่นอกใจภรรยาตัวเองงั้นเหรอ
ไม่มีทาง
แต่มันก็ไม่แน่อีก เพราะนาวินไม่เคยรักเธอเลย และแค่แต่งงานกับเธอเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองก็เท่านั้น
วันนั้นทั้งวันสิรชาเอาแต่คิดมาจนปวดหัวไปหมด ทันทีที่นาวินกลับมาถึงบ้าน เธอก็อยากจะพุ่งไปถามถึงกลิ่นน้ำหอมนั้นใจจะขาด แต่สุดท้ายก็ได้แต่เงียบเอาไว้ก่อน เพราะไม่อยากทะเลาะกันหน้าบ้านให้คนอื่นเห็น
“มีอะไร?”นาวินเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของร่างบางที่ไม่ยิ้มแย้มเหมือนทุกวัน แถมยังมองเขาด้วยสายตาแปลกๆอีก
“ปะ..เปล่าค่ะ วันนี้รชาไม่ได้ทำกับข้าวไว้ให้นะคะ”
“อืม ไม่เป็นไร พี่กินมาแล้ว”เขาเอ่ยตอบ
“ค่ะ”ร่างบางตอบรับสั้นๆ
กินมาแล้ว กินกับใครมาละ เธอก็อยากจะถามออกไปอยู่หรอก แต่ทว่าก็กลัวเหลือเกิน กลัวว่าคำตอบที่อยู่ในใจของเธอมันจะกลายเป็นเรื่องจริง
แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆขึ้นมา
เธอจะทำยังไงดี
จะต้องหย่ากับเขางั้นเหรอ?
ไม่อยากทำแบบนั้นเลยสักนิด
“รชา”
“คะ?”ร่างบางสะดุ้งไม่น้อยเมื่ออีกฝ่ายเรียกเธอตอนเหม่อ
“เป็นอะไร วันนี้ดูแปลกๆ หรือไม่สบาย?”มือหนาแตะเข้าที่หน้าผากเล็กเพื่อวัดไข้ แต่อุณหภูมิของเธอก็ปกติดี
“รชาไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
“แน่ใจ?”เขาถามย้ำ รู้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยดื้อเงียบ เป็นอะไรชอบไม่บอกมาตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว
“ค่ะ”
“งั้นก็นอนได้แล้ว กินยารึยัง”
“กินแล้วค่ะ”
“อืม”บทสนทนาจบลงแค่นั้น สิรชามองมาวินที่ล้มตัวลงนอน เธอเองก็นอนบ้าง นอนหันข้างให้อีกฝ่าย แต่ทว่าความเครียดและความกังวลใจก็พาเธอนอนไม่หลับ
หากนาวินจากเธอไปอีกคน
เธอจะเหลือใครบ้างนะ
ก็คงจะมีพ่อกับแม่ของเขาที่ต่อให้หย่ากันไปพ่อกับแม่ของมาวินก็ยังคงดีต่อเธอแน่ๆ มีนาเพื่อนสนิท กับเจมส์เพื่อนสนิทอีกคนที่ไม่ได้อยู่ไทยแล้ว แค่4คนเองสินะ
หมับ
“อ๊ะ พี่นาวิน?”คนตัวเล็กถึงกับเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆมาวินก็ขยับเข้ามากอดเธอ
“นอนได้แล้ว”
“กะ..นอนอยู่นี่ไงคะ”
“งั้นก็นอนให้มันดีๆสิ”สิรชาได้แต่ทำหน้างง แล้วเธอนอนแปลกยังไงล่ะ ก็แค่นอนหันข้างให้เขาแค่นั้นเอง แต่กอดนี้ก็ทำเธอจิตใจสงบขึ้นมาทันที สิรชาพลิกตัวไปกอดอีกฝ่าย นอนอยู่ในอ้อมกอดของมาวิน
“พี่นาวินคะ”
“อืม”
“พวกเราจะหย่ากันไหมคะ”นาวินเงียบให้กับคำถามนั้น เขาก้มมองสิรชาที่เงยหน้ามองเขาด้วยแววตาเป็นกังวล
วันนี้คนตัวเล็กของเขาแปลกไปจริงๆสินะ
“พี่ไม่มีความคิดที่จะหย่า”เขาพูดขึ้น และนั่นคือเรื่องจริง การอยู่แบบนี้มันก็ไม่ได้แย่ เพราะงั้นเขาสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตเลยด้วยซ้ำ เว้นแต่ว่าสิรชาต้องการที่จะหย่าเอง
“จะ..จริงเหรอคะ”
“เลิกถามได้แล้ว นอนซะ”นาวินเอ่ยตัดประโยค กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น สูดดมกลิ่นหอมๆของเธอ
มันหอม
รู้สึกอบอุ่น
และปลอดภัยสำหรับเขา
จนตอนนี้มันกลายเป็นกลิ่นหนึ่งที่เขาเคยชินที่จะดมไปแล้ว และไม่รู้เลยว่าหากวันหนึ่งกลิ่นของเธอหายจางหายไป ตัวเขาจะรู้สึกยังไงกันนะ
“จะกลับแล้วเหรอคะคุณรชา”“ค่ะ”ร่างบางตอบกลับพยาบาลหน้าเค้าท์เตอร์“คุณรชาเป็นอะไรรึเปล่า สีหน้าดูไม่ดีเลย”พยาบาลเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของสิรชาดูไม่สู้ดีนัก“เปล่าค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”ใบหน้าสวยพูดด้วยรอยยิ้ม ก็คงมีแต่คนนอกแหละมั้งที่รู้ว่าเธอไม่โอเค แต่คนเป็นสามีกลับไม่เคยรู้อะไรเลยนี่สิ“คุณหมอนาวินเองก็จะกลับแล้วใช่ไหมคะ”“ยังครับ”“ทำไมละคะ!”พยาบาลคนหนึ่งถึงกับพูดเสียงดังขึ้นมา ใบหน้าหล่อขมวดคิ้ว มองพยาบาลคนนั้นอย่างไม่เข้าใจ“คือว่า..คุณหมอเองก็ไม่ได้มีเคสคนไข้แล้ว วันนี้จะกลับเลยก็ได้นะคะ^^”“ถึงไม่มีคนไข้?แต่ผมก็มีงานอื่นต
สิรชายังคงนั่งรออยู่ด้านนอก สายตาของเธอเอาแต่มองไปที่ประตูอยู่เป็นระยะ 10นาที 20นาที แต่ประตูห้องก็ยังไม่เปิดออก ยิ่งคิดมากก็ยิ่งปวดหัว และคิดเพียงว่าสาเหตุที่นาวินไล่เธอออกมา ก็เพราะมันเป็นบทสนทนาเกี่ยวกับคนไข้ซึ่งเป็นความลับมันคงไม่มีอะไรไปมากกว่านี้หรอก เขาเองก็คงไม่มาทำเรื่องไม่ดีในแบบที่เธอกำลังคิดอยู่แน่ๆ สุดท้ายร่างบางก็ตัดสินใจลุกขึ้น เธอต้องไปสูดอากาศให้สมองโปร่งเสียหน่อย จะได้เอาความคิดลบๆนี้ออกไปด้วยร่างบางลงมาซื้อน้ำด้านล่าง เธอซื้อกาแฟที่เขาชอบ รวมถึงซื้อน้ำมาแจกพยาบาลอีกหลายแก้ว เมื่อกลับขึ้นมาสิรชาก็รีบแจกจ่ายน้ำให้ทุกคนทันที“ขอบคุณมากนะคะคุณรชา นางฟ้า นางสวรรค์ ของพวกเรา”“แค่นี้เองค่ะ”ใบหน้าสวยยิ้มเขินกับคำชม “คุณรชาใจดีจังเลยนะคะ ใจดีจนงงเลย ว่ามาแต่งงานกับคุณหมอนาวินสุดเย็นชาได้ยังไง”สิรชาได้แต่ยิ้มแห้ง ตอนที่ได้แนะนำตัวกับเหล่าพยาบาลและเพื่อนร่วมงานของสามีครั้งแรก ทุกคนก็พากันอ้าปากค้างกันหมด ก็ใครจะไปคิดว่าหมอสุดเย็นชาอย่างเขาจะแต่งงานมีคนรักแบบนี้กัน“พี่วินเขาเป็นคนน่ารักค่ะ”เธอพูดขึ้น หากมองลึกถึงข้างในอีกนิด ก็จะรู้ว่าผู้ชายคนนี้มีความอ่อนโยน และมีมุมน่
หลายวันต่อมาร่างบางเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังที่เลยเที่ยงคืนไปแล้วแต่ก็ยังไร้วี่แววของนาวิน หลายวันมานี้เธอสังเกตได้ว่าเขาเริ่มกลับบ้านดึกมากขึ้นทุกวัน จากหนึ่งทุ่ม เป็นสองทุ่ม และลากยาวมาถึงวันนี้ที่กลายเป็นวันใหม่เข้าไปแล้วสิรชานั่งอยู่บนโซฟาด้วยความเป็นห่วง เธอมองอาหารบนโต๊ะที่ยังคงทำให้เขาทานทุกวัน และมันก็ถูกเททิ้งทุกวันเพราะเขาไม่กิน “หาวว”มือเล็กยกขึ้นปิดปาก เธอง่วงจนตาจะปิดหลายครั้งแล้ว แต่จะให้ไปนอนใจมันก็อยู่ไม่สุขเนื่องจากอีกฝ่ายยังไม่กลับบ้าน แต่หากมีข้อความจากเขาส่งมาบอกบ้างว่าติดนั่นนี่เธอคงจะวางใจได้กว่านี้ แต่มันไม่มีไง!สักข้อความ สักสายโทรเข้าไม่มีเลย!เพราะงั้นเธอทำได้แค่นั่งรอเขาด้วยความเป็นห่วงอยู่แบบนี้ต่อไป“มาแล้ว!”ร่างบางตื่นเต็มตาเมื่อได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน เธอรีบพุ่งไปหานาวินทันที มองร่างสูงที่ลงจากรถมาด้วยสภาพอิดโรยสุดๆ“กลับมาแล้วเหรอคะ”“ทำไมยังไม่นอน?”นาวินไม่ได้ตอบคำถามของร่างบาง แต่กลับถามคำถามกลับแทน“ก็พี่นาวินยังไม่กลับ รชาเป็นห่วง”เธอพูดออกไปตรงๆ แต่แทนที่เธอจะได้รับคำขอบคุณจากเขา เธอดันได้รับสีหน้าของความไม่พอใจจากเขากลับมาแทน“ไม่จำเป็น ทีห
สิรชาตัดสินใจออกจากบ้าน ไม่ใช่เพราะมีธุระสำคัญอะไร เพียงแต่การอยู่บ้านคนเดียวมันกำลังทำให้เธอฟุ้งซ่านเข้าไปใหญ่ ยิ่งไม่มีอะไรทำ ในหัวมันก็เอาแต่คิดถึงภาพของนาวินกับหญิงคนอื่น แล้วไหนจะกลิ่นน้ำหอมปริศนานั่นอีก “สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่”ร่างบางกล่าวทักทายพ่อกับแม่สามีด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองเองพอรู้ว่าใครมาก็ต้อนรับอย่างอบอุ่น“จะมาทำไมไม่บอกก่อนลูก พ่อจะได้ขับรถไปรับ”“นั่นสิ จะลำบากนั่งรถมาทำไม”ใบหน้าสวยได้แต่ยิ้มให้กับความห่วงใยของทั้งสอง ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาไม่มีช่วงไหนเลยที่เธอจะขาดความอบอุ่น เพราะทั้งสองคนดูแลเธอดีมากจริงๆหลังจากได้กินข้าวกลางวันด้วยกันอย่างอบอุ่น ทั้งสามคนก็นั่งทานผลไม้และพูดคุยเรื่องราวต่างๆ“ตาวินยังงานยุ่งอยู่ไหมลูก”“ค่ะ กลับมาถึงบ้านก็นอนทันทีเลยค่ะ”“ตายจริง เพราะแบบนี้สินะถึงไม่มีหลานให้อุ้มสักที”สิรชาได้แต่ยิ้มอ่อน ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะวกเข้ามาเรื่องนี้ได้ เอาจริงเธอก็รู้ลึกๆว่ามาวินเองก็ไม่ได้อยากมีลูกเท่าไหร่ นั่นก็เพราะว่าเขาไม่ได้รักเธอเลยมั้งยิ่งคิดแบบนั้นก็ยิ่งปวดใจจริงๆ“สงสัยพ่อคงต้องโทรไปบ่นหน่อยแล้วสิ” ร่างบางกำลังจะห้ามแต่ก็ไม่ทัน ปลายสายเองก็กดรับซะเ
“กลับมาแล้วเหรอคะ”“อืม”นาวินตอบกลับสั้นๆ มองคนตัวเล็กที่มักจะส่งยิ้มให้เขาเสมอเวลาที่เขากลับจากที่ทำงานมา 3ปีแล้วที่เขาแต่งงานกับสิรชา ผู้หญิงที่เขามองเหมือนน้องสาวมาโดยตลอด และไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่เขาได้มาแต่งงานและได้ข้ามสถานะพี่น้องกันยอมรับว่ามันก็แปลกๆในช่วงแรกที่จะต้องมากอด มาหอม มาจูบกัน หรือแม้กระทั่งมีเซ็กซ์กัน แต่ถามว่าทำไมเรื่องแบบนี้เขาไม่ปฏิเสธ เพราะเขารู้ว่าสิรชาชอบตัวเอง และเขาเองก็ขอบคุณเธอที่ยอมแต่งงานกันเพื่อกำจัดสิ่งน่ากวนใจของเขาออกไปได้ และอีกอย่าง ถ้าจะให้สมจริง การที่เขาเอาแต่เมินเฉย ทำตัวเหมือนเดิมกับเธอก็กลัวว่าความลับจะแตก กลัวพ่อแม่จะสงสัยเพราะงั้นเขาถึงยอมใจอ่อนลงบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรู้สึกรักสิรชาไปมากกว่าเดิม เขาเพียงแต่มองเธอใหม่ ไม่ใช่แบบน้องสาว แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นแต่มันก็อดยอมรับไม่ได้เลยว่าการอยู่ด้วยกันกับสิรชามันก็ไม่ได้แย่อะไร และเขาก็บอกเธอเสมอว่า หากอยากหย่าก็ขอแค่บอก เขาจะทำให้ทันที เพราะคิดว่าตอนนี้พ่อกับแม่เขาก็คงไม่คิดจะหาผู้หญิงคนอื่นให้แล้วเหมือนกัน“วันนี้รชาทำต้มจืดสาหร่ายของโปรดพี่นาวินด้วยนะ”ทันทีที่เดินเข
กลับมาที่ปัจจุบัน สิรชากับนาวินได้แต่งงานกันมา3ปีแล้ว แน่นอนว่าพ่อกับแม่ของนาวินก็ไฟเขียวสุดๆ ถึงขนาดรีบจัดงานแต่งขึ้นมาเพื่อให้ร่างบางหายโศกเศร้าจากการสูญเสียพ่อแม่เร็วๆและมันก็ได้ผลสิรชาดีขึ้นมาก เพราะเธอได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก และได้มีพ่อแม่ที่อบอุ่นอีกครั้ง แม้ว่าในภายหลังนาวินจะขอย้ายออกมาซื้อบ้านเล็กๆ อยู่ด้านนอกเพราะสะดวกต่อการเดินทางไปทำงานก็ตาม และแน่นอนว่าเธอในฐานะภรรยาของเขาก็ต้องมาอยู่ด้วยเหมือนกัน(หนูรชา แม่ก็ไม่อยากจะเร่งอะไรหรอกนะ แต่ว่าหนูกับตาวินไม่คิดที่จะมีลูกกันเร็วๆ บ้างเหรอ)สิรชาได้แต่ยิ้มแห้งให้กับปลายสาย ที่วิดีโอคอลมาหาทีไรก็จะถามถึงเรื่องแนวๆ นี้ตลอดแต่เธอก็เข้าใจตอนนี้ศรันย์อายุ35ปีแล้ว ส่วนเธอก็อายุ30พอดี หากช้าไปกว่านี้กว่าลูกจะโต คงพาลูกไปเที่ยวลำบากแน่ๆ“พี่นาวินค่อนข้างยุ่งน่ะค่ะ”(แหม่ แม่ก็เข้าใจนะ แต่แม่ก็อยากเห็นหน้าหลานแล้วน่ะสิ)สิรชาถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่รู้จะอ้างอะไรแล้วจริงๆ เพราะเธอเอาแต่หาข้ออ้างมาตลอด3ปีที่ผ่านมาจนหมดมุกแล้วจังหวะนั้นเองเสียงรถยนต์ก็ดังขึ้น“สงสัยพี่นาวินจะกลับมาแล้ว รชาขอไปต้อนรับก่อนนะคะ”(จ่ะๆ)ร่างบางกดวางสายก่อน







