ホーム / รักโบราณ / หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร / บทที่ 3 : กระชากหน้ากากดอกบัวขาว

共有

บทที่ 3 : กระชากหน้ากากดอกบัวขาว

last update 公開日: 2026-03-18 10:44:03

"ท่านพ่อ... โปรดระงับโทสะด้วยเถิดเจ้าค่ะ"

เสียงหวานใสเจือสะอื้นดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียด เซียวรั่วเสวี่ย คุณหนูใหญ่สายเลือดอสรพิษหยกขาว ก้าวกรีดกรายออกมาจากเบื้องหลังผู้นำตระกูล ใบหน้างดงามดูบริสุทธิ์ดุจดอกบัวขาวอาบชุ่มด้วยหยาดน้ำตาแห่งความผิดหวัง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่นางสวมใส่ดูขัดแย้งกับกลิ่นอายเย็นเยียบของสัตว์เลือดเย็นที่แผ่กระจายออกมาจากเกล็ดสีขาวจางๆ บริเวณลำคอ

"น้องรอง... เหตุใดเจ้าจึงดื้อรั้นปานนี้ ท่านพ่อเมตตาเลี้ยงดูเจ้ามา แต่เจ้ากลับทำเรื่องผิดจารีตจนตั้งครรภ์ ซ้ำยังกำเริบเสิบสานข่มขู่ท่านพ่ออีกหรือ"

เซียวรั่วเสวี่ยแสร้งทอดถอนใจ นัยน์ตาเรียวเล็กทอประกายริษยาที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิด ทว่าน้ำเสียงกลับดัดจริตให้ดูน่าสงสารราวกับปวดใจนักหนา "สตรีที่ทำให้วงศ์ตระกูลต้องแปดเปื้อนเช่นเจ้า... หากมิยอมรับผิด ก็สมควรถูกถอดถอนชื่อออกจากผังตระกูลเซียว เพื่อมิให้บรรพชนต้องมัวหมองนะน้องรอง!"

เซียวหนิงเยว่เพียงปลายตามองสตรีดอกบัวขาว ประสาทสัมผัสของอดีตมือสังหารสูดดมกลิ่นอายในห้วงอากาศ สัญชาตญาณนักล่าทำการคัดกรองกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นสาบของพยัคฆ์ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งจับสัมผัสถึงกลิ่นหอมเฝื่อนบางเบาที่ลอยระเหยมาจากปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของอีกฝ่าย

"กลิ่นหญ้ากลืนสติผสมผงราคะกัดกระดูก..."

ริมฝีปากซีดเซียวเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาคู่สวยหรี่ลงประหนึ่งกำลังมองทะลุหน้ากากจอมปลอมอันเน่าเฟะ "ผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม แต่กลิ่นสมุนไพรสลายปราณยังคงฝังลึกอยู่ในซอกเล็บของเจ้า ช่างเป็นกลิ่นที่ชวนให้สะอิดสะเอียนเสียจริง คุณหนูใหญ่"

ใบหน้าที่แสร้งโศกเศร้าของเซียวรั่วเสวี่ยพลันแข็งค้าง ม่านตาอสรพิษหดแคบลงอย่างฉับพลัน จังหวะการเต้นของหัวใจใต้ทรวงอกกระตุกผิดจังหวะจนแทบจะหยุดหายใจ

"จะ... เจ้ายกเรื่องอันใดมากล่าวหาข้ากัน!"

คุณหนูใหญ่เซียวรั่วเสวี่ยเซถอยหลังไปครึ่งก้าว นัยน์ตาที่เพิ่งเบิกกว้างด้วยความตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นหยาดน้ำตาร่วงเผาะอย่างรวดเร็ว นางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับหางตา แสร้งสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ

"น้องรอง... ชาถ้วยนั้นข้าตั้งใจต้มด้วยสมุนไพรบำรุงปราณเพื่อหวังให้เจ้าร่างกายแข็งแรงขึ้น เหตุใดเจ้าจึงนำความหวังดีของข้ามาบิดเบือนเป็นยาพิษเช่นนี้! หากเจ้าเคียดแค้นที่ข้าได้รับความเมตตาจากท่านพ่อมากกว่า ก็จงลงไม้ลงมือด่าทอข้าเถิด... แต่อย่าได้กุเรื่องมาสาดโคลนเหยียบย่ำจิตใจอันบริสุทธิ์ของข้าเลย!"

"สาดโคลนหรือ? จิตใจอันบริสุทธิ์งั้นหรือ?"

"รอยยิ้มจอมปลอมนั่น ซ่อนเขี้ยวพิษไว้กี่เล่มกันแน่"

เซียวหนิงเยว่ยังคงชำแหละความจริงอย่างเลือดเย็น "จัดฉากปรุงยาพิษ นำมาผสมในถ้วยชา หวังให้ข้าเตลิดเข้าป่าหมอกอสูรไปเป็นเหยื่อเดรัจฉาน แผนการตื้นเขินระดับนี้ นึกว่าข้าดูไม่ออกหรืออย่างไร!"

"หุบปากวาจาสามหาวของเจ้าเดี๋ยวนี้!"

เซียวเจิ้นหนานตวาดกร้าว คลื่นปราณพยัคฆ์ระเบิดออกกวาดทำลายเก้าอี้ไม้ที่เหลือจนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ผู้นำตระกูลพุ่งพรวดเข้ามาบดบังร่างของบุตรสาวคนโตไว้เบื้องหลัง เพื่อปกป้องภาพลักษณ์อันบริสุทธิ์ของนาง กรงเล็บหนาทึบงอกยาวหมายกระซวกคอหอยสตรีบนเตียงให้ดับดิ้น

"รั่วเสวี่ยคืออัจฉริยะผู้เบิกสายเลือดอสรพิษหยกขาว จิตใจนางบริสุทธิ์สูงส่ง! ส่วนเจ้ามันเป็นแค่เศษขยะที่ทำเรื่องบัดสีจนตั้งครรภ์มารหัวขน! หลักฐานไร้สาระอันใดกัน ข้าเห็นเพียงนังวิกลจริตที่พยายามสาดโคลนใส่พี่สาวเพื่อปัดความผิด!"

บิดาผู้ไร้หัวใจประกาศก้อง กฎแห่งผู้แข็งแกร่งฉายชัดในแววตาดุดัน "คนไร้ค่าเช่นเจ้า ต่อให้ตายร้อยครั้งก็เทียบไม่ได้กับชื่อเสียงของรั่วเสวี่ยเพียงครึ่งก้าว! ในเมื่อเจ้ากล้าใส่ร้ายอนาคตของตระกูลเซียว วันนี้ข้าในฐานะผู้นำตระกูล จะขอชำระล้างความอัปยศนี้ด้วยมือข้าเอง!"

ตรรกะหน้าไหว้หลังหลอกของเดรัจฉานเฒ่าทำเอามือสังหารสาวแค่นยิ้มหยัน... ปกป้องคนผิดเพียงเพราะมีประโยชน์ และพร้อมเหยียบย่ำสายเลือดตัวเองเพียงเพราะอ่อนแอ โลกที่ใช้เพียงกำลังตัดสินความถูกผิด ช่างเหมาะกับกติกาสังเวียนเลือดของนักฆ่าหมายเลขหนึ่งเสียจริง!

พริบตานั้นก้อนเลือดในหน้าท้องแบนราบเกิดอาการสั่นไหวอย่างรุนแรง ปราณดิบเถื่อนขุมหนึ่งแผ่ซ่านจากสายเลือดปริศนาในครรภ์ สัญชาตญาณเดรัจฉานของมันตอบสนองต่อรังสีฆ่าฟันที่พุ่งเป้ามายังมารดา ขุมพลังนั้นหิวโหย โกรธเกรี้ยว และกระหายที่จะฉีกกระดูกพยัคฆ์ตรงหน้ามาเคี้ยวกลืนเพื่อดับโทสะ

ทว่าเซียวหนิงเยว่รีบกดข่มสัญชาตญาณทำลายล้างนั้นไว้เบื้องลึก ส่งผ่านความรู้สึกปกป้องไปให้สายเลือดของตนอย่างนุ่มนวล

"เศษขยะงั้นหรือ..."

เซียวหนิงเยว่ไม่ถอยหนี ร่างบอบบางกลับโน้มตัวไปข้างหน้าท้าทายกรงเล็บแหลมคม การเคลื่อนไหวของนางว่องไวและไร้ร่องรอยดุจภูตผี เศษความทรงจำของร่างเดิมที่ทะลักเข้ามาเมื่อคืนนี้ ฉายชัดถึงภาพซากอสูรวิปริตที่ถูกลอบนำไปฝังกลบไว้บริเวณหุบเขาต้องห้ามหลังจวน...

เพียงเสี้ยวอึดใจ ริมฝีปากบางก็ขยับเข้าใกล้ใบหูของบิดา น้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเยือกเย็นดุจคมมีดน้ำแข็ง กระซิบถ้อยคำที่ได้ยินเพียงสองคน

"ศาสตร์ต้องห้ามที่หลังเขา... ซากอสูรวิปริตพวกนั้น ยังฝังกลบอยู่ใต้ดินดีหรือไม่"

กรงเล็บพยัคฆ์ที่กำลังจะพุ่งเจาะกะโหลกหยุดชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับถูกอสนีบาตฟาดฟัน

เซียวเจิ้นหนานเบิกตากว้างจนแทบถลน ม่านตาสีอำพันสั่นไหวอย่างรุนแรง ร่างกายสูงใหญ่ที่เคยแผ่รังสีอำมหิตกลับสั่นสะท้าน ขนทุกเส้นบนร่างตั้งชันด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังราวกับคนจับไข้

"จะ... เจ้าพล่ามเหลวไหลอันใดกัน"

ผู้นำตระกูลตวาดกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดผวา ทว่าน้ำเสียงที่เค้นลอดไรฟันกลับแหบพร่าและสั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุม

ความลับ... ความลับสุดยอดเรื่องการหลอมอสูรวิปริตรั่วไหลออกไปได้อย่างไร ศาสตร์ต้องห้ามที่ถูกซุกซ่อนไว้เบื้องหลังจวนคืออาญาแผ่นดินที่มีโทษถึงขั้นประหารล้างเก้าชั่วโคตร หากเรื่องนี้แพร่งพรายไปถึงหูเบื้องบน ตระกูลเซียวทั้งตระกูลย่อมถูกกองทัพผู้ฝึกตนระดับสูงบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก

นัยน์ตาของผู้นำตระกูลเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดผวา ยามจ้องมองบุตรสาวที่ตนตราหน้าว่าเป็นขยะ บัดนี้รอยยิ้มมุมปากของนางกลับดูคล้ายมัจจุราชที่กุมชะตากรรมของคนทั้งจวนไว้ในกำมือ รังสีความตายที่แผ่ออกมาจากร่างบอบบางนี้เหนือล้ำกว่าอสูรตนใดที่เขาเคยพานพบ

"ท่านพี่... เหตุใดจึงหยุดมือเล่าเจ้าคะ"

ไป๋อวี้หลานที่ลอบสั่นสะท้านจากบรรยากาศอันกดดัน ทว่าความอาฆาตชิงชังกลับมีมากกว่า นางจึงกรีดร้องเร่งเร้าไม่หยุด "มัวรออันใดอยู่ ลงมือสิเจ้าคะ นางทำเรื่องบัดสีปานนี้ ปล่อยไว้จวนเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด รีบกำจัดนังแพศยานี่เสียสิเจ้าคะ"

"หลีกทางซะ"

เซียวเจิ้นหนานกัดฟันกรอด น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ พยายามสะกดข่มอาการหวาดผวาอย่างสุดความสามารถ "ถอยออกไปให้หมด... ปล่อยนางไป"

"ท่านพ่อ..."

เซียวรั่วเสวี่ยทรุดตัวลงคุกเข่า หยาดน้ำตาร่วงหล่นอาบสองแก้มเนียนราวกับไข่มุกขาดสาย ใบหน้างดงามดูน่าทะนุถนอมและแหลกสลาย "น้องรองกุเรื่องป้ายสีข้า ซ้ำยังเหยียบย่ำเกียรติยศของท่านพ่อถึงเพียงนี้... เหตุใดท่านจึงยอมปล่อยนางไปง่ายๆ เล่าเจ้าคะ หรือท่านพ่อ... หลงเชื่อวาจาโป้ปดของนางไปแล้ว"

"ข้าสั่งให้หลีกทาง"

ผู้นำตระกูลตวาดกลับเสียงดังกึกก้อง พลังปราณที่ปะทุออกมากระแทกสองแม่ลูกอสรพิษจนล้มกลิ้งไปกองกับพื้นกระดาน "ใครกล้าขวางทางนาง... ข้าจะฉีกร่างมันเดี๋ยวนี้"

ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าขนลุก ทหารยามและบ่าวไพร่ต่างทรุดตัวลงคุกเข่าตัวสั่นงันงก

เซียวหนิงเยว่หมุนตัวเตรียมก้าวออกจากเรือน ทว่าจู่ๆ ฝีเท้าของนางกลับหยุดชะงัก นัยน์ตาเยือกเย็นปรายมองไปยังร่างของเซียวรั่วเสวี่ยที่ล้มกองอยู่บนพื้น ก่อนจะก้าวเข้าไปหาอย่างเชื่องช้าทว่าคุกคาม

"จะ... เจ้าจะทำอะไร ทะ... ท่านพ่อ ช่วยข้าด้วย" สตรีดอกบัวขาวกรีดร้องเสียงหลง ขยับตัวถอยหนีด้วยความหวาดผวา ทว่าผู้นำตระกูลกลับยืนนิ่งกำหมัดแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากห้าม

"ของเจ้างั้นหรือ"

เซียวหนิงเยว่แค่นยิ้มหยัน ปลายนิ้วลูบคลำอัญมณีสีเขียวมรกตอันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของมารดาแท้ๆ

เดิมทีวิญญาณนักฆ่าจากต่างมิติเช่นนางมิได้แยแสของนอกกาย ทว่าเสี้ยวความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิมกลับร่ำร้องอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นสร้อยเส้นนี้ ประกอบกับทันทีที่ปลายนิ้วของนางสัมผัสถูกผิวอัญมณี ก้อนเลือดปริศนาในหน้าท้องแบนราบก็เกิดการสั่นไหวเบาๆ มันแผ่กระแสความรู้สึก 'หิวโหยและตะกละตะกลาม' ออกมาอย่างชัดเจน

สัญชาตญาณมารดาผนวกกับการวิเคราะห์ของมือสังหาร ทำให้นางตระหนักได้ทันทีว่า ภายในมรกตเม็ดนี้ย่อมมีพลังงานมหาศาลซุกซ่อนอยู่... และมันจะเป็น 'แหล่งอาหาร' ชั้นยอดสำหรับการหล่อเลี้ยงสายเลือดอสูรในครรภ์ของนางอย่างแน่นอน

"นี่คือสินเดิมของมารดาข้า หน้าด้านปล้นชิงไปแล้วยังกล้าทึกทักว่าเป็นของตน... สันดานหัวขโมยฝังรากลึกเสียจริง"

ไป๋อวี้หลานเบิกตากว้าง อ้าปากเตรียมจะด่าทอ ทว่าสายตาอำมหิตของผู้นำตระกูลที่ตวัดมองมา บังคับให้นางต้องกลืนคำหยาบคายลงคอไปจนหมดสิ้น

"ของของข้า ข้าขอรับคืน" เซียวหนิงเยว่เก็บสร้อยมรกตใส่สาบเสื้ออย่างเยือกเย็น ก่อนจะปรายตามองเดรัจฉานเฒ่าที่ยืนหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ

"ผู้นำตระกูล... หวังว่าท่านจะอบรมสุนัขในเรือนให้รู้จักแยกแยะของขโมยกับของตนเองให้ดีกว่านี้"

กล่าวจบ ร่างบอบบางก็สะบัดชายกระโปรงเปื้อนฝุ่น ก้าวออกจากเรือนซอมซ่ออย่างทระนง แผ่นหลังเหยียดตรงแผ่กลิ่นอายมัจจุราชกดดันจนบ่าวไพร่ต้องลนลานแหวกทางให้ ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะช้อนตาขึ้นสบตากับสตรีไร้ปราณผู้นี้

เบื้องหลังอิสรภาพที่เพิ่งช่วงชิงมาได้ คลื่นใต้น้ำกำลังก่อตัวอย่างเงียบเชียบ

ทันทีที่ร่างบอบบางของสตรีไร้ปราณลับสายตา เซียวเจิ้นหนานทรุดกายหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ม่านตาสีอำพันวาวโรจน์ด้วยความอาฆาต มือหนายกขึ้นทำสัญลักษณ์ลับกลางอากาศ

พริบตานั้น เงาร่างชุดดำห้าสายทะยานลงมาจากขื่อหลังคาดุจภูตผี องครักษ์เงาเดนตายของตระกูลคุกเข่ารอรับคำสั่งอย่างเงียบเชียบ

ผู้นำตระกูลปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก นัยน์ตาสะท้อนประกายอำมหิต ก่อนจะเค้นเสียงสั่งการลอดไรฟัน

"ปล่อยให้นางออกนอกเมืองไปก่อน... ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเมือง จงสับร่างมันให้แหลก แล้วนำเศษซากไปโยนทิ้งในป่าหมอกอสูรเสีย"

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 250 : ก่อนโรคระบาดจะแพร่

    [ติ๊ง! ตรวจพบเชื้อราสายพันธุ์ใหม่][ชื่อที่ระบบบันทึก: เชื้อรากลืนปราณ][ระดับภัย: สูง][ความเร็วการแพร่: เกินแบบจำลองทุกแบบที่ระบบมี]ตัวอักษรเหล่านั้นลอยขึ้นตรงหน้าเซียวหนิงเยว่ ขณะที่ช้อนข้าวต้มคำที่สี่กำลังจะเข้าปากน้องเล็กเช้าวันที่ห้าสิบแปดของเขตกลาง ลูกหมีอ้าปากรออยู่ นายหญิงวางช้อนลงในชามก่อน อ่านหน้าต่างนั้นจนจบทุกบรรทัด อ่านซ้ำอีกรอบ แล้วจึงหยิบช้อนขึ้นมาป้อนต่อ คำที่ห้า คำที่หก จนข้าวต้มหมดชาม ไม่เร่งสักคำ ครั้นน้องเล็กเรอเบาออกมาอย่างพอใจ มารดาก็ใช้แขนเสื้อเช็ดคราบข้าวที่มุมปากลูกให้ แตะจมูกกลมหนึ่งที แล้วจึงลุกไปที่โต๊ะกลางห้าจ้าวรออยู่ก่อนแล้ว ม่ออู๋เหินไม่ได้นอนมาสองคืน นายหญิงไม่อ้อมค้อม เล่าเป็น 'บันทึกของแม่' ตามที่เคยทำมาตลอด ว่าสิ่งที่จ้าวอสรพิษพบในถ้วยเมื่อวาน บัดนี้มีชื่อแล้ว ชื่อว่าเชื้อรากลืนปราณ และมันแพร่เร็วกว่าที่ผู้ใดในเรือนนี้จะคาดได้นายหญิงถามระบบในใจเป็นคำถามเดียวที่สำคัญ ว่าเร็วเพียงใด หน้าต่างตอบกลับมาเพียงบรรทัดเดียว[ประมาณการ: แปลงพืชวิญญาณในเขตที่มีเชื้อ จะเหี่ยวเกินครึ่งภายในสามสิบวัน หากไม่มีการกั้น]หญิงสาวไม่ได้บอกตัวเลขนี้กับผู้ใด ทว่าบวกล

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 249 : เชื้อที่ไม่เคยเจอ

    ใยสีเทาเส้นหนึ่ง บางกว่าเส้นผม ทอดยาวจากเม็ดถั่วเน่าในก้นถ้วยขึ้นไปเกาะผนังกระเบื้องขาว ใต้แสงตะเกียงดวงเดียว ปลายใยนั้นขยับได้เอง ช้า ทีละน้อย ดุจปลายนิ้วของสิ่งมีชีวิตที่กำลังคลำหาทางในความมืดม่ออู๋เหินจ้องใยเส้นนั้นอยู่นาน ไม่กะพริบตายามดึกคืนวันที่ห้าสิบเจ็ดของเขตกลาง โรงเก็บโอสถยังสว่างอยู่หลังเดียวในฟาร์ม ถ้วยตัวอย่างสามสิบใบเรียงเป็นแถวบนโต๊ะยาว ดินจากเขตกลางที่เก็บทุกสามวันนับแต่วันที่สามสิบหก เม็ดถั่วเน่าจากคลังของสยงป้าจ้าน และเศษเชือกป่านรุ่นที่หูจิ่วเยวียนแกะออกจากกระสอบทั้งคลัง จ้าวอสรพิษหยดน้ำปราณลงทีละถ้วย ใยเทาในถ้วยที่มาจากดินกองสามกับเชือกรุ่นนั้นหดตัวหนีหยดน้ำทันที ทว่าเพียงอึดใจเดียวก็คลายตัวกลับมาเกาะที่เดิมม่ออู๋เหินเปลี่ยนเป็นหยดพิษ หยดแรกจางที่สุด ใยไม่สะทกสะท้าน หยดที่สองแรงขึ้น ใยยังเกาะนิ่ง หยดที่สามแรงพอฆ่าหนอนทั้งรัง ใยเทาจึงหดตัวแล้วดำลง ทว่าต้นกล้าถั่วในถ้วยเดียวกันก็ดำลงพร้อมกัน ใบสุดท้ายร่วงลงก้นถ้วยโดยไม่ทันได้เหี่ยวจ้าวอสรพิษลองอีกทาง ยกถ้วยหนึ่งขึ้นอังเหนือเปลวตะเกียงให้อุ่นทีละน้อย ใยเทาหดตัวลงก้นถ้วยดุจหอยทากหดเข้าเปลือก ครั้นวางถ้วยลงได้ครู่เ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 248 : เสบียงที่เริ่มเน่าผิดปกติ

    กลิ่นหวานแปร่งลอยออกมาทันทีที่ประตูคลังหลังโรงครัวถูกเปิด กลิ่นเดียวกับดินกองสามที่ยังติดจมูกนายหญิงมาตั้งแต่สิบเก้าวันก่อน ต้นกลิ่นคือกระสอบหมั่นโถวแห้งใบหนึ่งบนชั้นกลาง กระสอบที่สยงป้าจ้านมัดปากเองกับมือ ผูกเงื่อนขมวดสองชั้นแน่นจนเชือกตึงเปรี๊ยะรุ่งเช้าวันที่ห้าสิบห้าของเขตกลาง จ้าวหมีมาเปิดคลังเร็วกว่าทุกวัน เพราะเรื่องเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อคืนก่อนนอนเมื่อคืน น้องเล็กเปิดโถขนมงาของตัวเองตามเคย ขนมสองชิ้นที่ลูกหมีนับไว้ทุกคืนนอนอยู่ก้นโถ ตรงกลางทั้งสองชิ้นกลับมีจุดสีเทาขึ้นเท่าเมล็ดถั่ว ฟูนุ่มดุจขนแมว ลูกหมีมองนิ่งไปนาน แล้วเงยหน้าขึ้นมองแม่ ริมฝีปากเล็กสั่น"ขนม ข้า เน่า"พูดจบก็ร้องไห้โฮ เซียวหนิงเยว่ยกโถออกจากมือลูกทันที วางไว้ไกลบนชั้นสูง แล้วพาลูกไปล้างมือที่อ่างหลังห้อง ถูทุกนิ้วด้วยน้ำปราณจนสะอาด จากนั้นจึงอุ้มทั้งตัวไปที่โรงครัวกลางดึก จุดเตาขึ้นใหม่ นวดแป้งงาขึ้นหนึ่งก้อน ให้ลูกหมีกดแป้งลงพิมพ์ไม้เองทุกชิ้น ครบสามชิ้นพอดี ลูกหมีกดแรงจนแป้งล้นพิมพ์ แต่ก็หยุดร้องไห้ตั้งแต่ชิ้นแรกส่วนพี่ใหญ่ที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องของน้อง ยืนกำหมัดอยู่ข้างเตียง มือทั้งสองร้อนขึ้นจนผ้าห่มส่

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 247 : ม่านมายาชั้นใหม่

    ด้ายเส้นหนึ่งพาดผ่านหลังมือขณะเดินผ่านแนวต้นท้อ บางเท่าใยแมงมุม ซ่าวาบเหมือนน้ำค้างแตะผิวแล้วหายไป เซียวหนิงเยว่หยุดเท้า ยกมือขึ้นดู ไม่เห็นสิ่งใดเลย ทว่ารอบเขตกลางในยามนี้ ทุกช่วงลมที่พัดผ่าน ล้วนมีด้ายแบบเดียวกันขึงอยู่นับพันเส้นวันที่สี่สิบแปดของเขตกลาง หูจิ่วเยวียนถักม่านชั้นใหม่มาสามวันสามคืนแล้วโดยไม่หยุดพัก ม่านชั้นนอกที่ผูกไว้ตั้งแต่วันเปิดเขตกันการมองเห็นกับกลิ่น ส่วนชั้นที่สามซึ่งกำลังถักทับลงไปทั้งบนเขตกลางและฟาร์มหลัก จะกันอีกสิ่งหนึ่ง คือเสียงปลอมหากผู้ใดเลียนเสียงคนในฟาร์มขึ้นภายในม่านนี้ เสียงที่เลียนจะแตกออก เหลือเพียงเสียงจริงของผู้พูด ห้าจ้าวรู้ดีว่าเหตุใดจ้าวจิ้งจอกจึงถักม่านชั้นนี้ไม่ยอมหลับยอมนอน ทว่าไร้ผู้ใดเอ่ยถึงคืนนั้นในโรงเก็บของ คืนที่เสียงหนึ่งเรียกพี่รองให้วิ่งไปหาตี้อ๋าวเทียนรู้เพียงว่าต้องทำสิ่งใด ทุกเช้าจะมารับพี่รองไปที่แปลงหญ้า สอนให้เลียนเสียงนกกระจาบ นกเขา นกยาง ตลอดครึ่งวัน เพื่อไม่ให้ลูกจิ้งจอกตามมาเกาะชายเสื้อพ่อจนด้ายพันกันยุ่ง พี่รองเลียนเสียงนกได้ครบทุกตัวที่ราชสีห์ชี้ แล้วหันมาเลียนเสียงคำรามของพ่อราชสีห์เองด้วย คนสอนหัวเราะจนไหล่สั่นตลอด

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 246 : ผลผลิตที่ไม่มีใครกักได้

    กระสอบข้าวทะเลของตระกูลข่งใบหนึ่งพิงอยู่กับผนังไม้ในโรงหลังเรือนพักของผู้สังเกตการณ์ ตราปักรูปขนนกยูงยังชัดอยู่ที่มุมกระสอบ เชือกผูกปากยังเป็นเงื่อนขมวดสองชั้น แบบเดียวกับที่ทุกถุงในโกดังเร้นเงาถูกผูกมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดฟาร์มกระสอบใบนั้นไม่ควรอยู่ตรงนั้นพลบค่ำวันที่สี่สิบสองของเขตกลาง พี่รองทำงานไล่นกที่โรงเก็บผลผลิตเป็นวันที่สิบสาม ไห่ยวี่เจ๋อนั่งอยู่บนขั้นบันไดหลังโรง หลิวซานกำลังนับตะกร้าเปล่า ลูกจิ้งจอกยืนเขย่งเท้าอยู่หลังม่านชั้นนอก มองลอดแนวด้ายมายาออกไปทางเรือนพักหลังใหม่ ผู้ติดตามสองคนของชายแขนเสื้อปักเมฆกำลังแบกกระสอบออกทางประตูหลังโรงเก็บ ทีละใบ ไม่จุดคบไฟ"ใบที่สิบเอ็ด ระวังเชือกหลุด" เสียงหนึ่งกระซิบ"เหลือใบเดียว ก่อนยามแรก" อีกเสียงตอบพี่รองเลียนทั้งสองเสียงซ้ำทุกถ้อยคำ เสียงต่ำแหบของคนหนึ่ง เสียงสั้นห้วนของอีกคน ไม่ผิดเพี้ยนสักคำ แล้ววิ่งพรวดไปหาแม่ที่ระเบียงเรือน กระโดดเกาะชายกระโปรงไว้แน่น"ลุง นั่น ซ่อน ของ"เซียวหนิงเยว่ไม่ถามว่าลูกไปแอบดูมาได้อย่างไร ไม่ถามว่าใครพาไป นายหญิงช้อนตัวลูกขึ้นแนบอกก่อนสิ่งใด แล้วถามเพียงข้อเดียว"มีใครเห็นเจ้าหรือไม่"ลูกจิ้งจอกส่า

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 245 : ปัญหาที่ไม่มีใครอยากพูดถึง

    หวานแปร่งคล้ายผลไม้ช้ำที่ถูกทิ้งไว้ข้ามคืน กลิ่นนั้นลอยขึ้นจากดินร่วนตรงมุมแปลงถั่วของตระกูลข่ง บางเบาจนผู้ใหญ่เดินผ่านไปหลายสิบคนโดยไร้คนเหลียวมอง มีเพียงเด็กคนหนึ่งที่หยุดเท้าวันที่สามสิบหกของเขตกลาง น้องสามทำงานไล่แมลงตามบันทึกของแม่เหมือนทุกเช้า หูจิ่วเยวียนเดินตามอยู่ห่างสองก้าว คนงานหนุ่มอีกคนหิ้วตะกร้าใบไม้ตามหลัง ลูกอสรพิษไล่แมลงพ้นแปลงสมุนไพร ผ่านแปลงหญ้า แล้วจึงมาถึงแปลงถั่วติดรั้วฝั่งใต้ ก้าวไปได้ครึ่งแปลงก็หยุดนิ่ง ย่อตัวลงจนจมูกแทบชิดผิวดินเด็กน้อยหยดพิษจางลงบนใบถั่วใบหนึ่งตามที่พ่อสอนไว้ในวิชาใบที่เจ็ด แล้วดมเทียบกับกลิ่นดิน กลิ่นพิษของตนที่เคยแรงกว่าทุกสิ่งในแปลง บัดนี้กลับจางหายไปใต้กลิ่นหวานนั้นจนแทบจับไม่ได้มือเล็กกำลังจะยื่นลงไปคุ้ยดิน หูจิ่วเยวียนคว้าข้อมือไว้ได้ก่อนปลายนิ้วจะแตะถึงครึ่งคืบ ลูกอสรพิษจึงเงยหน้าขึ้นมองพ่อจิ้งจอก"ดิน นี้ กลิ่น ผลไม้ ช้ำ"เซียวหนิงเยว่มาถึงในชั่วอึดใจที่คนงานวิ่งไปตาม นายหญิงไม่มองแปลงถั่วก่อน ทรุดลงตรงหน้าลูก ยกกระบอกน้ำปราณขึ้นราดล้างมือเล็กทั้งสองข้าง ทั้งที่ลูกไม่ได้แตะดินแม้แต่เม็ดเดียว ถูทุกซอกนิ้ว ทุกใต้เล็บ ล้างจนน้ำหมดกระบ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 1 : อุ้มครรภ์สายเลือดอสูร

    "คุณหนู... ตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้วขอรับ"น้ำเสียงสั่นพร่าแหบโหยดุจใบไม้ร่วงหล่น ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในเรือนไม้ซอมซ่อเปลือกตาที่เคยปิดสนิทเบิกโพลงขึ้นในฉับพลัน นัยน์ตาสีดำขลับทอประกายเย็นเยียบดุจคมดาบกวาดมองรอบทิศทาง"เจ้าเป็นใคร" น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถาม ราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงรังสีคุก

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 42 : ปุ๋ยวิญญาณระดับเทวะ

    ขบวนเดินทางมุ่งหน้ากลับสู่เขตป่าหมอกมายาอย่างราบรื่นภายใต้ความเงียบสงัดเมื่อก้าวพ้นแนวป่าทึบและเข้าสู่อาณาเขตค่ายกลป้องกันของเรือนไม้ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลก็เริ่มแสดงผลต่อสรีระของมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ เซียวหนิงเยว่ก้าวขึ้นชานเรือนด้วยจังหวะที่โอนเอนเล็กน้อย ทว่ายังคงรักษาท่วงท่า

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 27 : สุนัขที่สะบัดไม่หลุด

    สิ้นประโยคตัดรอนอันเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เซียวหนิงเยว่สะบัดชายเสื้อคลุมที่ขาดวิ่น หมุนตัวก้าวเดินจากไปท่ามกลางความมืดมิดของตรอกร้อยหลิว แผ่นหลังบอบบางเหยียดตรงตั้งตระหง่าน ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์หรือเยื่อใยต่อบุรุษอสูรทั้งห้าที่ยืนนิ่งเป็นรูปสลักหินอยู่เบื้องหลังทว่า... อุตส่าห์พลิกแผ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 9 : รอยเลือดหน้าค่ายกล

    กลิ่นหอมขมปร่าของสมุนไพรวิญญาณเดือดปุดอยู่ในหม้อดินเผา เซียวหนิงเยว่ใช้ทัพพีไม้คนน้ำแกงบำรุงครรภ์อย่างใจเย็น ผ่านมาหนึ่งวันเต็มหลังจากสร้างอาณาเขตลวงตา ทุกอย่างควรจะสงบสุขทว่า...เปรี้ยง!ม่านพลังงานถูกฉีกกระชากดังกึกก้องประดุจฟ้าผ่า คลื่นพลังปะทะกระแทกเศษดินกระจุยกระจาย กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้งรุนแ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status