Masukปิยภัศร์ยังไม่ได้ตอบคำถามของอีกฝ่าย เพราะเป็นช่วงจังหวะที่เลขาของเขาเข้ามาเสริฟกาแฟพอดี เขารอจนเธอเดินกลับออกไปจากห้อง แต่ก่อนที่เขาจะเปิดปากพูดอะไร เมธาวีก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อนเพื่อคาดคั้นที่จะเอาคำตอบจากปากของเขา
“นายยังไม่ได้ตอบคำถามของฉัน” หญิงสาวเดินเข้าไปโน้มตัวโดยใช้สองมือท้าวโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม ทำให้สายตาของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับหน้าอกขาวผ่องของเธอโดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว เพราะพยายามที่จะคาดคั้นที่จะเอาคำตอบจากเขา
ปิยภัศร์จ้องมองหน้าอกของเธออยู่แบบนั้นโดยที่ไม่พูดอะไร จนหญิงสาวรู้สึกตัวว่าเขากำลังนั่งมองหน้าอกของเธออยู่
“นี่นายมองอะไรอีตาบ้าทะลึ่งจริงห้ามมองนะ”
“ผมว่าแทนที่คุณจะมายืนโวยวายอยู่แบบนี้ คุณควรจะทำใจเย็นๆ แล้วก็มานั่งคุยกับผมจะดีกว่านะ”
เมธาวีนั่งลงตรงหน้าเขาอย่างหงุดหงิดไม่พอใจ
“ผมแค่ให้คุณมาทำงานกับผมในตำแหน่งเลขา ไม่เห็นจะยากเลยหรือคุณมีปัญหาอะไร”
“เป็นเลขาแล้วทำไมจะต้องไปพักอยู่ที่บ้านของนายด้วย อีกอย่างนายก็มีเลขาของนายอยู่แล้วนี่”
“งานของคุณวีเยอะมากจนทำคนเดียวไม่ไหว เนื่องจากผมมีธุรกิจหลากหลายประเภท ผมก็เลยตัดสินใจที่จะหาคนมาช่วยงานของเธอ และคุณก็เพิ่งจะเรียนจบมาจากเมืองนอกยังไม่ได้ทำงานอะไร จะอยู่นิ่งเฉยทำไมกันมาทำงานกับผมน่ะดีแล้ว”
“แล้วทำไมฉันจะต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของนายด้วย มีเลขาที่ไหนเขาต้องไปค้างอ้างแรมอยู่ที่บ้านของเจ้านายกันบ้างละ”
“ที่คุณต้องไปอยู่ที่บ้านผมก็เพราะว่าผมต้องการให้คุณไปดูแลผม อีกอย่างผมมักจะเอางานกลับไปทำที่บ้านตอนกลางคืนบ่อยๆ เวลาผมต้องการความช่วยเหลือหรือสั่งงานคุณจะได้สะดวก ไม่เห็นต้องคิดมากเลยหรือว่าคุณมีปัญหา”
ปิยภัศร์ยิ้มให้เธอแต่หญิงสาวคิดว่ามันเป็นการยิ้มเยาะซะมากกว่า ทำให้เธอต้องกำมือแน่นเพื่อไม่ให้เผลอตั๊นหน้าหล่อนั่นไปสักหมัดสองหมัด นี่ถ้าไม่คิดว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในอาณาจักรของเขาละก็ เธออาจจะตั้นหน้าเขาสักหมัดไปแล้วก็เป็นได้ เมธาวีเชิดหน้าตอบเขาอย่างไม่ยอมลดละ
“ปัญหาน่ะไม่มีแต่ฉันไม่อยากทำงานกับนาย และก็ไม่อยากที่จะไปอยู่บ้านของนายด้วย เข้าใจหรือยัง”
ปิยภัศร์ยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจในสิ่งที่เธอพูด
“ถ้าในเมื่อคุณไม่เต็มใจที่จะทำตามเงื่อนไขที่วางไว้ก็ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าข้อตกลงที่พ่อของคุณทำไว้กับผมเป็นอันยกเลิก”
“มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อคุณสัญญาว่าจะจ่ายเงินให้พ่อของฉัน แล้วถ้าฉันจะเบี้ยวคุณจะทำอะไรฉันได้”
ชายหนุ่มไม่พูดอะไรเขาแค่ยกหูโทรศัพท์โทรหาใครคนหนึ่ง เมธาวีถึงกับตาโตเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูดโต้ต้อบกับทางฝ่ายโน้น
“คุณราเชนทร์ผมปิยภัศร์พูด ผมอยากให้คุณยกเลิกการโอนเงินเจ็ดร้อยล้านบาทให้กับคุณวิชญะตามที่ผมสั่งไปเมื่อวานนี้ เนื่องจากเขาไม่สามารถทำตามข้อตกลงที่ได้ตกลงกับผมเอาไว้ และคำสั่งนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง นอกจากผมจะเป็นคนยกเลิกคำสั่งนี้ด้วยตัวเอง”
หญิงสาวโกรธมากเธอรีบตัดสายนั้นทิ้ง ก่อนที่จะกระแทกเสียงใส่เขาและพยายามที่จะข่มอารณ์ของตัวเองไม่ให้ระเบิดออกมา
“ก็ได้...ตกลง...ฉันจะยอมทำตามเงื่อนไขของนายทุกอย่าง ขอเพียงแต่นายอนุมัติเงินช่วยเหลือพ่อของฉันตามที่ตกลงไว้ตั้งแต่แรก”
“ก็ดี...คุณไม่น่าเรื่องมากเลยตกลงกันดีๆ แบบนี้ก็จบเรื่อง” แต่เธอยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมกลับไป
“ในเมื่อคุณหมดธุระแล้วจะอยู่ที่นี่ต่อทำไมอีก กลับไปได้แล้วเพราะว่าผมเองก็มีนัดเหมือนกัน”
แต่เมธาวียังคงปักหลักอยู่ที่เดิมพร้อมกับยืนยันกับเขา
“ฉันจะไม่ยอมก้าวเท้าออกไปจากห้องนี้เด็ดขาด ถ้านายยังไม่โทรไปยกเลิกคำสั่งอายัติเงินช่วยเหลือธุรกิจของพ่อฉัน”
แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรกันต่อ ซินดี้นางแบบสาวคู่ควงคนล่าสุดของเขาก็เดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับกอดจูบเขาโดยไม่เกรงสายตาของใคร
“คุณภัศร์คะ...ซินดี้คิดถึงคุณมากเลยรู้ไหม”
“หน้าด้าน”
“นี่เธอว่าใคร เธอเป็นใคร แล้วเข้ามาทำอะไรในห้องนี้”
ซินดี้กระชากเสียงถามออกไปอย่างไม่พอใจ
ตอนแรกหญิงสาวจำหน้าของเมธาวีไม่ได้ เพราะว่าวันนี้หญิงสาวไม่ได้แต่งหน้าเหมือนเมื่อคืน และที่ถามออกไปแบบนั้นก็เพราะว่าผู้หญิงคนนี้สวยโดดเด่นโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องสำอางใดๆ ที่สำคัญเข้ามาอยู่ในห้องทำงานตามลำพังสองต่อสองกับปิยภัศร์ ที่ใครต่างก็รู้กิตติศัพท์ของเขาดีว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้มากแค่ไหน เธอจะต้องปกป้องสิทธิของตัวเองเอาไว้ และจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งเขาไปจากเธอได้เป็นอันขาด
แต่สำหรับเมธาวีแล้วเธอจำแม่นางแบบคนนี้ได้ตั้งแต่แรกเห็นเลยทีเดียว หรือว่านี่คือแฟนคนล่าสุดของเขา ดีละ...ฉันคิดแผนแก้เผ็ดนายได้แล้วจากนั้นก็พูดออกไปอย่างไว้ตัว
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)