Masukหลังจากนั้นปิยภัศร์ก็หันมาถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างตัวว่ามาที่นี่ได้อย่างไรเมื่อได้รับคำตอบ เขาก็ให้เธอสั่งคนรถให้กลับไปก่อน ทานอาหารกลางวันเสร็จเมื่อไรเขาจะเป็นคนไปส่งเธอที่บ้านเอง เมธาวีจำต้องทำตามสิ่งที่ปิยภัศร์สั่งอย่างไม่มีทางเลือก
ปิยภัศร์ไม่พูดพร่ำทำเพลงฉุดข้อมือของหญิงสาวแล้วเดินนำลิ่วไป เมธาวีต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อที่จะตามเขาให้ทัน เพราะอะไรน่ะเหรอ...ก็เขาขายาวกว่าเธอแถมยังเดินเร็วอีกด้วย เธอหยุดเดินยืนหอบหายใจเมื่อเขาพามาถึงที่รถ ปิยภัศร์ก็เปิดประตูรถให้เธอขึ้นไปนั่งในตอนหน้าคู่กับเขา
จากนั้นเดินไปนั่งที่คนขับและออกรถโดยที่หญิงสาวเองก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะพาเธอไปที่ไหน และเขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรกับเธอจนเธออดรนทนไม่ไหวต้องหันไปถาม
“นี่เรากำลังจะไปไหน”
“ผมนึกว่าคุณจะไม่ถามคำถามนี้กับผมซะละ”
แต่เขาก็ยังไม่ให้ความกระจ่างกับเธออยู่ดีว่าเขาจะพาเธอไปกินข้าวกลางวันที่ไหน เมธาวีเองก็ไม่อยากจะพูดกับเขาเลยคิดว่ากินที่ไหนก็ช่าง คอยดูนะจะรีบกินแล้วก็รีบกลับบ้าน คิดได้ดังนั้นก็เลยนั่งเงียบมาตลอดทาง
เมื่อปิยภัศร์เลี้ยวรถเข้ามาในบ้านหลังใหญ่โตโอ่อาราวกับพระราชวังนั้น ทำให้เมธาวีมองสองข้างทางด้วยความสนใจ เธอคิดว่าบ้านของพ่อเธอหลังใหญ่แล้วแต่บ้านนี้หลังใหญ่กว่าบ้านของเธอมากนัก แล้วนี่มันบ้านของใครกันนะ อีตาบ้าจะพาเรามาทำอะไรที่นี่
“นายพาฉันมาที่นี่ทำไม”
“ก็จะพามากินอาหารกลางวัน คุณหิวแล้วไม่ใช่เหรอ ผมก็หิวเหมือนกัน ลงมาเถอะที่นี่เจ้าที่ไม่ดุหรอกไม่ต้องกลัว”
ปิยภัศร์ลงมาจากรถแล้วหันไปมองหญิงสาวที่ก้าวลงจากรถแล้วเช่นกัน แต่ยังไม่ยอมไปไหนเขาก็เลยเดินเข้าไปจูงมือของเธอ เพื่อให้เดินตามเขาเข้าไปในบ้าน
“มาจับฉันไว้ทำไม ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะฉันเดินเองได้ แล้วนี่บ้านของใคร นายถือวิสาสะพาฉันเข้ามาในบ้านเจ้าของเขาอาจจะว่าเราได้นะ”
เขาไม่ยอมปล่อยมือของเธอ
“เขาไม่ว่าหรอกอย่าห่วงเรื่องนั้นเลย เพราะเจ้าของบ้านหลังนี้เขาอยากที่จะให้คุณมาอยู่ด้วย”
เธอหันไปมองหน้าเขาด้วยแววตาฉงนสงสัย ราวกับจะถามว่าแล้วเขารู้ได้ยังไง แต่เธอได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาซะก่อน
“ทำไมวันนี้คุณภัศร์กลับบ้านเร็วจังคะ แล้วนั่นพาใครมาด้วยคะ”
“ป้าวรรณครับนี่คุณหนูเมธาวี” แล้วเขาก็หันมาบอกเธอ
“ตะวันนี่ป้าวรรณแม่นมที่เลี้ยงดูผมมาตั้งแต่เล็ก”
“คุณหนูเมธาวีนี่เอง ไม่ได้เจอตั้งนาน โตขึ้นแล้วสวยมากเลยนะคะ สวยจนป้าจำเกือบไม่ได้”
“สวัสดีค่ะป้าวรรณเรียกตะวันก็ได้ค่ะ” หญิงสาวกล่าวทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่า
ป้าวรรณรับไหว้หญิงสาวรุ่นลูกพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยน
ปิยภัศร์หันไปถามว่ามีอะไรให้เขากับหญิงสาวกินบ้าง ป้าวรรณบอกให้รอสักครู่เธอจะไปจัดเตรียมอาหารมาให้ แต่เมธาวีปฏิเสธเพราะรู้สึกเกรงใจและไม่อยากที่จะให้ผู้สูงวัยต้องมาเดือดร้อนวุ่นวายกับการจัดเตรียมอาหารให้เธอ
และดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าหญิงสาวคิดอะไรจึงยิ้มให้เธออย่างเอ็นดู ป้าวรรณรู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวบอบบางตรงหน้า
“ไม่ต้องเกรงใจป้าหรอกค่ะคุณตะวัน ป้าเต็มใจค่ะ ปกติป้าก็จะทำไว้อยู่แล้วเผื่อคุณภัศร์จะกลับมากินอาหารที่นี่ รอสักครู่นะคะเดี๋ยวป้าจะไปบอกให้เด็กจัดอาหารให้”
“ขอบคุณมากค่ะ”
“คุณรอผมอยู่ที่นี่ก่อนนะเดี๋ยวผมกลับมา”
จากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปปล่อยให้เมธาวีอยู่ตามลำพัง หญิงสาวเลยมีโอกาสมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง...ข้างนอกบ้านว่าสวยแล้วเข้ามาในบ้านยิ่งสวยมาก การจัดตกแต่งบ้านบ่งบอกได้ถึงรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี
ข้าวของเครื่องใช้รวมไปถึงเครื่องประดับตกแต่งทุกชิ้นดูก็รู้ว่านำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งนั้น อีตาบ้านี่ก็มีรสนิยมดีเหมือนกัน
ในขณะที่หญิงสาวนั่งรอเขาอยู่นั้น ปิยภัศร์ก็เดินเข้ามาหาป้าวรรณในห้องอาหาร เพื่อจะพูดคุยกับเธอถึงเรื่องสมาชิกใหม่ของบ้านหลังนี้
“เป็นไงบ้างครับป้าวรรณสมาชิกใหม่ของบ้านเรา” ป้าวรรณยิ้มก่อนที่จะตอบ
“เธอก็น่ารักดีนี่คะ”
“แต่ฤทธิ์เยอะไม่เบา...วันนี้ป้าวรรณรู้หรือเปล่าว่าผมเจออะไรมาบ้าง” จากนั้นชายหนุ่มก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องทำงานให้ป้าวรรณฟัง เธอหัวเราะกับวีรกรรมแสบซ่าของหญิงสาวบอบบางที่เจ้านายหนุ่มพามาด้วย
“คุณภัศร์ก็เลยพาคุณตะวันมาที่นี่เหรอคะ”
“ผมหิว ตะวันก็คงหิวเหมือนกัน อีกอย่างผมอยากพาเธอมาให้ป้าวรรณรู้จัก เพราะอีกไม่นานเธอก็จะต้องมาอยู่ที่นี่”
“คุณภัศร์คุยกับคุณตะวันเรื่องนี้แล้วเหรอคะ”
“คุยแล้วครับ แต่ยังไม่ได้คุยในรายละเอียด และผมมั่นใจว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องนี้เอง เรื่องห้องของตะวันทำกันไปถึงไหนแล้วครับ”
“ช่างมาดูเรียบร้อยแล้วค่ะ คาดว่าอีกไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ก็คงจะเสร็จ”
“ดีครับเสียเงินเท่าไรผมไม่ว่า ขอให้ผลงานออกมาดีและถูกใจผมก็พอ”
“คุณภัศร์ไปตามคุณตะวันมากินข้าวได้แล้วค่ะ เลยเวลามานานแล้วป่านนี้เธอคงจะหิวแย่”
“ได้ครับงั้นเดี๋ยวผมไปตามเธอก่อนนะครับ”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







