Masuk“ตะวันจะย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านฉันอาทิตย์หน้า พร้อมกับไปทำงานในตำแหน่งเลขาส่วนตัวของฉันด้วย ฤทธ์เยอะแบบนั้นคงจะสนุกพิลึก ก็ดีชีวิตของฉันจะได้มีสีสันไม่จำเจน่าเบื่อหน่าย แล้วนายจะต้องนอนพักที่นี่อีกนานไหม”
“ยังไม่รู้เลยถ้าแผลไม่ติดเชื้อ อีกไม่กี่วันก็คงจะกลับได้”
“นายส่งคนไปจัดการไอ้พวกนั้นแล้วใช่ไหม ฉันจะได้ไม่ต้องส่งคนไปจัดการพวกมันอีก”
“เรียบร้อยตอนนี้ก็รอแค่ให้พวกลูกน้องมันมารายงานผลเท่านั้น”
“ทำไมมันเงียบแบบนี้ พยาบาลสาวสวยหายไปไหนกันหมด ไม่รีบเข้ามาดูแลคุณกวินได้ยังไงกัน”
“พวกเธอคงรู้ถึงสัญญาณอันตรายก็เลยไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้พวกเรา”
“นายพูดแบบนี้ได้อย่างไร ทั้งที่นายก็รู้ว่ามีแต่คนคอยจะมาเอาอกเอาใจเราน่ะสิไม่ว่า คงจะมีอยู่คนเดียวนั่นล่ะที่คิดแต่จะเล่นงานฉัน”
“นายหมายถึงคุณตะวันล่ะสิ เธอน่ารักดีนะ แสบซ่าดี เหมาะที่จะเป็นคู่ปรับของนาย”
“แล้วนายล่ะเห็นคุณฟ้าเป็นอย่างไรบ้าง ฉันว่าเธอก็สวยดีนะลูกสาวบ้านนี้สวยทุกคน นายไม่คิดที่จะสนใจเธอบ้างเหรอ”
“เธอก็สวยดีฉันยอมรับว่าฉันเองก็สนใจเธออยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แถมเธอยังเป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือชีวิตฉันไว้”
ปิยภัศร์ยิ้มอย่างพอใจกับคำตอบของเพื่อน และเมื่อเห็นว่าอาการของกวินไม่ได้เป็นอะไรมากมายก็วางใจและคุยอยู่สักพักก็ขอตัวกลับ เพื่อให้เพื่อนรักของเขาได้พักผ่อน
มินตราขับรถกลับบ้านอย่างรีบร้อน ด้วยความเป็นห่วงน้องสาว และรู้สึกสังหรณ์ว่าน่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเธอ เมื่อขับรถมาถึงหญิงสาวก็รีบเดินเข้าไปในบ้าน แล้วก็พบเมธาวีนั่งเหม่อลอยอยู่ที่ห้องรับแขกแต่เพียงลำพัง โดยไม่มีทีท่าจะรู้สึกตัวว่ามีคนเดินเข้ามาในบ้าน จนกระทั่งมินตราเดินไปนั่งใกล้ๆ
“ตะวันเป็นอะไรไปทำไมทำหน้าแบบนี้ ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า ใครทำอะไรตะวันบอกพี่มาเดี๋ยวพี่จะไปจัดการให้” เสียงของมินตราทำให้เมธาวีหลุดจากภวังค์
“พี่ฟ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไรคะ ทำไมตะวันไม่ได้ยินเสียงรถเลยคะ”
“เพิ่งมาถึงนี่แหละ...หลังจากตะวันวางสายไปพี่ก็ไม่สบายใจ และเป็นห่วงก็เลยรีบขับรถกลับมา คุณปิยภัศร์ทำอะไรให้ตะวันไม่สบายใจหรือจ๊ะเล่าให้พี่ฟังได้ไหม”
เมธาวีตัดสินใจเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอในบ่ายวันนี้ให้พี่สาวฟัง เพราะว่าไม่เคยมีความลับต่อกัน แต่ก็ไม่วายพูดกำชับพี่สาวว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใคร แม้กระทั่งบิดา เพราะเธอไม่อยากให้พ่อรู้สึกกังวลหรือไม่สบายใจกับเรื่องนี้
“พี่จะไปพูดกับคุณปิยภัศร์ว่าไม่ให้เขาทำแบบนี้กับตะวันอีก”
“อย่าเลยค่ะพี่ฟ้ามันไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ อีกอย่างตะวันก็โตแล้วตะวันจะดูแลตัวเองค่ะ และจะไม่เปิดโอกาสให้เขาเข้ามาทำอะไรแบบนี้กับตะวันได้อีก พี่ฟ้าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะที่เกิดเรื่องในครั้งนี้ เพราะตะวันไม่ทันได้ตั้งตัว และไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำก็เลยไม่ได้ระวัง แล้วพี่ฟ้าล่ะคะเกิดอะไรขึ้นทำไมเสื้อผ้าถึงได้เปื้อนเลือดไปหมดแบบนี้ ตอนที่พี่โทรมาบอกว่าเกิดอุบัติเหตุตะวันตกใจมากเลย นึกว่าพี่เป็นอะไรไปซะอีก” มินตราเล่าถึงเหตุการณ์ที่เธอไปเจอมาพร้อมกับสรุปว่า
“ตอนนี้คุณวินก็นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล คิดว่าอีกไม่กี่วันก็คงจะกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ เขารู้จักกับตะวันด้วยนะ”
“คุณวินที่พี่ฟ้าพูดถึงหมายถึงคุณกวินหรือเปล่าคะ”
“ใช่จ้ะ เขายังบอกพี่ด้วยว่าเขามาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับตะวัน”
“ใช่ค่ะ เขามาพร้อมกับเจ้าหนี้หน้าเลือดของเรา พี่ฟ้าคงจะเหนื่อยแล้วตะวันว่าพี่ไปอาบน้ำแล้วก็พักผ่อนดีไหมคะ” มินตราพยักหน้าก็ดีเหมือนกันเพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว อีกอย่างเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันจึงชวนน้องสาวให้ขึ้นไปพักผ่อนพร้อมกัน
ในระหว่างที่มินตราอาบน้ำอยู่นั้นเธอก็คิดถึงเรื่องของน้องสาวไปด้วย เธอเพิ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้วปิยภัศร์ที่เธอพูดถึง ก็คือบุคคลคนเดียวกับคุณภัศร์เพื่อนรักของกวินนั่นเอง บางทีถ้าไปขอร้องให้กวินช่วยพูดกับเพื่อนรักของเขาไม่ให้มารังแกเมธาวีก็น่าจะได้ มันอาจจะไม่ได้ผลแต่มินตราก็จะไม่ละทิ้งโอกาสนี้ เพราะว่ามันจะเป็นหนทางเดียวที่เธอจะทำเพื่อน้องสาวของเธอได้ คิดได้ดังนั้นก็สบายใจแล้วก็รีบเข้านอน
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







