Masuk“เดี๋ยวสิตะวัน ยังคุยกันไม่ทันจะรู้เรื่องเลยวางสายไปซะละ” มินตรามั่นใจว่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับน้องสาวอย่างแน่นอน แต่เกิดอะไรขึ้นคงต้องกลับไปถามตะวัน เมื่อวางสายแล้วหญิงสาวก็หันไปพบสายตาของกวิน ที่บ่งบอกว่าฟังเธอพูดอยู่เช่นกัน
“คุณตะวันคงเป็นห่วงคุณ”
“ใช่ค่ะ เห็นว่าดึกมากแล้วฉันยังไม่กลับบ้านก็เลยลงมารอข้างล่าง แต่น้ำเสียงฟังดูไม่ดีเลย ไม่รู้ว่าไปหาคุณปิยภัศร์มามีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า” มินตราเผลอพูดชื่อของปิยภัศร์ออกมาแล้วก็นึกได้ว่าไม่ควรพูด หญิงสาวก็เลยทำทีก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลา
กวินฟังสิ่งที่มินตราคุยกับน้องสาวของเธอ ก็พอจะเดาได้ว่าวันนี้เมธาวีเดินทางไปพบเพื่อนรักของเขา แล้วอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่สบายใจจนทำให้พี่สาวของเธอพลอยกลุ้มใจไปด้วย ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรกันแน่แต่เรื่องนี้ต้องมีคำตอบ และคนที่จะตอบคำถามนี้ได้คงไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากนายภัศร์เพื่อนรักของเขานั่นเอง
“ถ้าคุณรีบจะกลับบ้านก่อนก็ได้นะครับ ผมอยู่คนเดียวได้ อีกสักพักเพื่อนของผมก็คงจะมา”
“ไม่เป็นไรค่ะอยู่อีกสักพักก็ได้ เพราะฉันโทรไปบอกที่บ้านไว้แล้วเขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”
ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรกันต่อประตูก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างแรง บ่งบอกถึงความเป็นคนใจร้อนของคนที่เปิดเข้ามา
“วินนายเป็นอย่างไรบ้าง เกิดอะไรขึ้นกับนาย แล้วรู้หรือยังว่าเป็นฝีมือของใคร” ปิยภัศร์ซึ่งเดินเข้ามาในห้องถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก จึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ภายในห้องนั้นด้วย
“ใจเย็นๆ นายเล่นถามเป็นชุดแบบนี้ใครจะไปตอบนายได้ทัน ฉันไม่เป็นอะไรมากนอกจากโดนแทงเป็นแผลฉกรรจ์เสียเลือดมากหน่อย โชคดีที่คุณฟ้าเห็นเหตุการณ์และช่วยฉันไว้ได้ทัน ภัศร์นี่คุณมินตรา จิระกานต์กุล ฟ้าครับนี่นายภัศร์เพื่อนรักของผมครับ”
“สวัสดีครับคุณฟ้า ยินดีที่ได้รู้จักกับลูกสาวคนสวยอีกคนของคุณวิชญะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เธอพูดกับเขาพร้อมกับหันไปบอกกับกวิน
“นี่ก็ดึกมากแล้วฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ ถ้าคุณมีอะไรให้ฉันช่วยหรือจะให้ฉันไปเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์นี้ล่ะก็ฉันยินดีนะคะ นี่นามบัตรของฉันค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ นี่ครับนามบัตรของผมเผื่อคุณจะติดต่อผม และผมหวังว่าเราคงจะได้พบกันอีกนะครับ อย่างน้อยก็ให้ผมได้มีโอกาสเลี้ยงอาหารคุณ เป็นการตอบแทนที่คุณได้ช่วยเหลือผมไว้ในวันนี้”
“ฉันกลับก่อนนะคะ ขอตัวก่อนนะคะคุณภัศร์”
“ขับรถกลับบ้านดีๆ นะครับ ผมฝากกู๊ดไนท์น้องสาวของคุณด้วย”
“คุณรู้จักตะวันด้วยเหรอคะ” ปิยภัศร์ยิ้มให้เธอก่อนที่จะตอบ
“รู้จักสิครับ รู้จักดีซะด้วย”
“แล้วฉันจะบอกตะวันให้นะคะ” หญิงสาวเดินออกจากห้องไปโดยมีสายตาของสองหนุ่มมองตามไปด้วย
เมื่อประตูถูกปิดลง ปิยภัศร์ก็หันไปพูดกับกวิน
“สวยดีเหมือนกันนะ แถมยังพูดจาก็ดีไม่เหมือนน้องสาว”
“นายมาก็ดีละ ฉันมีเรื่องอยากจะถามนาย วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับคุณตะวัน นายทำอะไรเธอ...เธอถึงได้ไม่พอใจนายจนเก็บมาคิดมาก”
“นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน”
“ฉันได้ยินคุณฟ้าคุยโทรศัพท์กับคุณตะวันเพื่อบอกว่าจะกลับบ้านดึกเธอจะได้ไม่เป็นห่วง ทางโน้นคงจะพูดอะไรที่ไม่สบายใจให้เธอฟัง ฉันจับใจความได้ว่าวันนี้คุณตะวันไปหานาย แล้วก็กลับมาพร้อมกับความไม่สบายใจ ไหนนายลองเล่าให้ฉันฟังหน่อยซิว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ปิยภัศร์ยักไหล่แล้วก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กวินฟัง
“เรื่องมันก็มีแค่นี้ไม่เห็นจะต้องไม่สบายใจตรงไหนเลย หรือว่าไอ้ที่ไม่สบายใจเป็นเพราะว่าฉันยังไม่ได้ช่วยให้เธอขึ้นสวรรค์ซะก่อนกันแน่ ช่วยไม่ได้อยากจะเป็นลมไปก่อนทำไม ไม่งั้นก็อาจจะมีความสุขกับฉันไปแล้วก็ได้”
“นายนี่มันสมกับเป็นนายพรานล่าเหยื่อจริงๆ”
“นายเองก็ใช่ย่อยมันก็เสือผู้หญิงเหมือนกันล่ะวะ เพียงแต่ว่านายชอบทำแบบเงียบๆ ส่วนฉันชอบเป็นข่าวครึกโครมบนหน้าหนังสือพิมพ์ ว่าแต่เรื่องของนายมันเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมนายถึงโดนรุมได้ รู้หรือยังว่าเป็นฝีมือของใคร”
“คิดว่าคงจะเป็นพวกฝ่ายตรงข้ามที่ทำธุรกิจเดียวกับฉันนั่นแหละ ฉันประมาทไปหน่อยไม่คิดว่ามันจะเล่นงานก็เลยไม่ได้ให้ใครติดตามไปด้วย แต่นี่ก็สั่งลูกน้องไปจัดการแล้ว ดีนะที่คุณฟ้ามาเจอและช่วยเหลือไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นนายอาจจะต้องมาเก็บศพฉันแทนก็เป็นได้”
“ดูนายจะสนิทสนมกับเธอเหลือเกินนะ เพิ่งจะเจอกันวันนี้เองไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงได้เรียกกันสนิทสนมซะขนาดนั้น”
“ก็เธออนุญาตให้เรียกแบบนี้ แล้วนายล่ะตกลงเรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







