Masukเมื่อมินตราทำแผลเสร็จก็ออกมานั่งรอยาโดยมีกวินนั่งอยู่ข้างตัวเธอไม่ห่าง ในระหว่างที่นั่งรอยาอยู่นั้นเองหญิงสาวหันไปพูดกับชายหนุ่มด้วยความสงสัย
“ฟ้ารู้สึกแปลกใจจังเลยค่ะ ใครกันนะที่ส่งคนมาจับตัวฟ้า และเขามีเจตนาอะไรที่ทำแบบนั้น”
กวินจับมือบอบบางมากุมไว้พร้อมกับพูดขอโทษเธอ
“ผมต้องขอโทษคุณด้วยนะฟ้า”
“ขอโทษเหรอคะ! ขอโทษเรื่องอะไรคะ?”
“ลูกน้องของผมเพิ่งจะโทรมารายงานว่าอลิสเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้”
“คุณอลิสน่ะเหรอคะที่กล้าทำเรื่องแบบนี้ แล้วคุณทราบได้ยังไงคะว่าเธอเป็นคนทำ มีหลักฐานหรือเปล่า เราไม่ควรกล่าวหาเธอโดยไม่มีหลักฐานนะคะ อะไรทำให้คุณมั่นใจว่าเป็นฝีมือเธอ ฟ้านึกว่าแค่คาดคะเนเอาซะอีก”
“เพราะผมให้ลูกน้องของผมสะกดรอยตามไอ้พวกนั้นไป แล้วก็พบว่าพวกมันนัดเจอกับอลิสเพื่อรับเงินค่าจ้าง”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าความหึงหวงจะทำให้คนตัดสินใจทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ได้โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย”
“ผมอยากให้คุณลืมเรื่องนี้ซะ และผมขอรับรองว่ามันจะไม่เกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นอีก”
“ฟ้าไม่ได้ติดใจอะไรหรอกค่ะ คุณเองไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ” กวินกระชับมือของมินตราพร้อมกับให้คำมั่นสัญญา
“ผมให้สัญญาว่า ต่อจากนี้ไปจะไม่มีใครมาทำอันตรายคุณได้อีก ผมจะเป็นคนดูแลคุณเอง”
“ขอบคุณค่ะ แต่ฟ้าดูแลตัวเองได้ เดี๋ยวคุณไปส่งฟ้าที่บ้านหน่อยได้ไหมคะ ป่านนี้คนที่บ้านคงจะเป็นห่วงที่ดึกแล้วฟ้ายังไม่กลับบ้าน”
“คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมโทรไปบอกคุณพ่อของคุณเรียบร้อยแล้ว”
“อะไรนะคะคุณบอกพ่อว่ายังไงคะ แล้วพ่อตกใจหรือเปล่า”
“ผมไม่ได้บอกรายละเอียดหรอกครับ นอกจากบอกท่านว่าคุณเกิดอุบัติเหตุหกล้มขาเจ็บ ผมเลยพามาทำแผลและจะเป็นคนพาคุณไปส่งที่บ้านเอง” มินตรายิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน เมื่อรับทราบว่ากวินไม่ได้แจ้งผู้เป็นบิดาบุญธรรมของเธอถึงเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เพราะเธอไม่อยากให้บิดากังวลใจเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ที่จริงแล้วยังมีอีกเรื่องที่ผมจะต้องบอกคุณ”
“เรื่องอะไรคะ!?”
“ก็เรื่องที่ผมให้สัมภาษณ์ไปเมื่อตอนบ่ายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราสองคน ผมบอกพวกเขาไปว่าตอนนี้เราสองคนเป็นคู่รักกัน และกำลังคบหาดูใจกันอยู่ เพื่อตัดปัญหาไม่ให้นักข่าวพวกนั้นไปยุ่งวุ่นวายกับคุณ อีกอย่างก็เพื่อรักษาชื่อเสียงของคุณ”
“มันไม่จำเป็นเลยค่ะ และการที่คุณให้ข่าวออกไปว่ากำลังคบหาดูใจกับฟ้าแบบนี้ มันอาจจะเป็นการปิดกั้นโอกาสของตัวคุณเองนะคะ”
“ผมจำเป็นที่จะต้องปกป้องและรักษาชื่อเสียงของคุณ เพราะนักข่าวเขาเห็นเหตุการณ์ตอนที่อลิสเข้ามาหาเรื่องคุณ ผมเลยต้องพูดออกไปแบบนั้น คุณคงจะไม่ตำหนิผมนะครับ อีกอย่างหนึ่งผมก็ยอมรับนะครับว่าผมชอบคุณมาก ต่อไปนี้เราคงจะต้องเริ่มเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกัน เพราะเราอาจจะต้องเล่นละครฉากสำคัญด้วยกันนิดหน่อยเพื่อความสมจริง”
“ฟ้าไม่ตำหนิคุณหรอกค่ะ แต่ฟ้าคิดว่าเรื่องแบบนี้น่าจะเป็นการสมัครใจของทั้งสองฝ่าย”
“ฟ้ารังเกียจผมหรือครับ”
“เปล่าค่ะ ทำไมถึงคิดมากแบบนี้คะ แล้วทีนี้เราควรจะทำตัวยังไง”
“ช่วงนี้เราคงจะต้องไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง บางครั้งอาจจะต้องออกงานด้วยกัน เพราะเราเป็นแฟนกัน คุณลำบากใจหรือเปล่าครับที่ต้องทำแบบนี้”
“ไม่หรอกค่ะฟ้าต่างหากคะที่จะต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ ที่คุณต้องทำแบบนี้ก็เพราะต้องการที่จะปกป้องชื่อเสียงของฟ้า ขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับเพราะผมทำให้ชื่อเสียงของคุณต้องมัวหมอง ผมก็จำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบ” เมื่อได้รับยาแล้วกวินก็พาหญิงสาวกลับไปส่งที่บ้านของเธอ พร้อมทั้งกำชับให้เธอทานยาที่หมอจัดให้ก่อนนอน จากนั้นก็ขับรถกลับไปจัดการกับเรื่องที่คั่งค้างอยู่
ใช้เวลาไม่นานกวินก็เดินทางมาที่ผับ เขารีบเดินเข้าไปในห้องทำงานชั้นในอย่างเร่งด่วน แล้วก็ได้รับรายงานจากบอดี้การ์ดของเขาว่า ได้ควบคุมตัวไว้ทั้งหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นคนบงการ หรือลูกสมุนที่เป็นคนลงมือ เพียงแต่อลิสยังไม่รู้ว่าเจ้านายรู้แผนการของเธอหมดแล้ว และรู้ว่าเธอเองที่เป็นคนอยู่เบื้องหลังที่คอยบงการเรื่องนี้
เมื่ออลิสเห็นกวินเธอก็รีบเดินเข้าไปกอดแขนของเขาเอาไว้ พร้อมกับพูดจาออดอ้อน
“วินคะดูคนพวกนี้ของคุณสิคะ อยู่ดีๆ ก็ไปจับตัวอลิสมาที่นี่โดยไม่บอกว่าจับตัวอลิสมาทำไม” กวินผลักหญิงสาวออกไปอย่างแรงด้วยความขยะแขยง
“โอ๊ย! ทำไมคุณทำรุนแรงกับอลิสแบบนี้คะ อลิสทำอะไรผิดเหรอคะ ถ้าอลิสทำอะไรให้คุณไม่พอใจก็บอกกันดีๆ ก็ได้นี่คะ ไม่เห็นจะต้องทำรุนแรงแบบนี้เลย”
“นี่เธอยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าตัวเองทำอะไรผิด แล้วก็อย่าคิดนะว่าสิ่งที่เธอทำลงไปจะไม่มีคนรู้” อลิสแสร้งตีหน้าซื่อ
“ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันคะ อลิสงงไปหมดแล้วค่ะ”
“อย่ามาเล่นละครน้ำเน่าแถวนี้มันน่ารำคาญ เธอรู้หรือเปล่าว่ามีคนไปดักฉุด และพยายามที่จะทำร้ายมินตรา” อลิสแสล้งทำน้ำเสียงตกใจ
“อะไรนะคะ! นี่คุณมินตราถูกคนดักทำร้ายเธอเหรอคะ แล้วเธอเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ โถ! น่าสงสารจัง สงสัยจะมีศัตรูเยอะถึงได้โดนแบบนี้” ปากบอกว่าสงสารแต่สีหน้าและสายตาของเธอ บ่งบอกถึงความสะใจซะมากกว่า
“ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว แต่คนที่เป็นผู้บงการเรื่องนี้ต่างหากที่กำลังจะเดือดร้อน”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







