Masuk“น้องขวัญกับคุณวินเป็นพี่น้องกันเหรอคะ ถ้าตะวันจำไม่ผิดดูเหมือนคุณวินจะเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลอัศวะนันท์”
“เราสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องกันครับ” กวินตอบคำถามของหญิงสาว และสู่ขวัญเองก็ช่วยขยายความ
“ใช่ค่ะ...พ่อของพี่วินเป็นคุณลุงของขวัญเอง จริงสิคะถ้าขวัญจะมาหาพี่ตะวันอีกจะได้ไหมคะ”
เมธาวีไม่ค่อยจะเข้าใจว่าทำไมสู่ขวัญถึงอยากที่จะมาพบกับเธออีก
“คะ...เอ่อ ...คงจะไม่สะดวกมั้งคะ” สู่ขวัญจึงถามด้วยความสงสัยขึ้นมาทันที
“ทำไมล่ะคะหรือเป็นเพราะพี่ตะวันสงสัย ว่าทำไมขวัญถึงอยากที่จะไปมาหาสู่กับพี่ตะวัน ถ้าเป็นเรื่องนี้ละก็หายสงสัยได้เลยค่ะ เพราะพี่วินเคยบอกกับขวัญว่าขวัญนิสัยคล้ายใครคนหนึ่งที่พี่วินรู้จัก ซึ่งก็คือพี่ตะวันนั่นเอง”
“นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งค่ะ แต่เหตุผลที่แท้จริงก็คือตอนนี้พี่ไปพักอยู่ที่บ้านของเจ้านาย และคงจะไม่สะดวกถ้าน้องขวัญจะไปพบพี่ที่นั่น”
“เจ้านายของพี่ตะวันเขาไม่อนุญาตให้ใครไปหาพี่ตะวันที่นั่นเหรอคะ”
“ก็ไม่เชิงหรอกค่ะแต่ว่าพี่เกรงใจเขา อีกอย่างก็ไม่อยากที่จะให้เขามาว่าพี่ได้ว่าไม่มีความเกรงใจ น้องขวัญเข้าใจพี่นะคะ”
“ขวัญเข้าใจค่ะแล้วถ้าเผื่อว่าขวัญอยากจะเจอกับพี่ตะวัน แต่ไปหาที่บ้านโน้นก็ไม่ได้ แล้วจะทำยังไงดีล่ะคะ ว่าแต่เจ้านายของพี่ตะวันเป็นใครคะ ทำไมถึงได้ใจร้ายขนาดนี้พี่วินรู้จักหรือเปล่าคะว่าใครเป็นเจ้านายของพี่ตะวัน” เธอหันไปถามพี่ชายของตนเอง
“รู้จักสิรู้จักดีซะด้วยขวัญเองก็รู้จักเป็นอย่างดี เพราะเจ้านายของพี่ตะวันก็คือพี่ภัศร์ของขวัญยังไงล่ะ”
“นึกว่าใครที่ไหนที่แท้ก็พี่ภัศร์นี่เอง ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ เพราะขวัญเคยไปที่บ้านของพี่ภัศร์บ่อยๆ เพื่อไปทานขนมฝีมือป้าวรรณค่ะ ป้าวรรณทำขนมอร่อยดีขวัญชอบ แล้วไว้ขวัญจะไปหาพี่ตะวันที่บ้านของพี่ภัศร์นะคะ”
เมื่อเด็กตั้งโต๊ะอาหารเสร็จ ก็เข้ามาบอกว่าอาหารเช้าพร้อมแล้ว มินตราสั่งให้เพิ่มอีกสองที่จากนั้นก็หันมาชวนกวินกับสู่ขวัญไปร่วมรับประทานอาหารมื้อเช้าด้วยกัน เมื่อทานเสร็จเมธาวีก็เอ่ยปากขอตัวกลับไปทำงาน เพราะเกรงว่าจะโดนเจ้านายบ่นเอา
“ตะวันมาที่นี่ได้ยังไงจ๊ะ”
มินตราถามเพราะรู้ดีว่าน้องสาวของตนจะไม่ขับรถเอง และได้รับคำตอบว่าเธอให้รถที่บ้านโน้นมาส่ง กวินรับอาสาจะไปส่งเมธาวีที่บริษัทเอง เพราะเขาจะไปพบปิยภัศร์ที่นั่นเช่นกัน
“ขอบคุณมากค่ะ” หญิงสาวทั้งสองกล่าวขอบคุณเขา
“ขวัญขออยู่ที่นี่เป็นเพื่อนพี่ฟ้าก่อนได้ไหมคะ แล้วตอนเย็นพี่วินค่อยแวะมารับขวัญกลับบ้าน”
“จะเอาอย่างนั้นเหรอจะเป็นการรบกวนฟ้าหรือเปล่า”
“ไม่หรอกค่ะดีซะอีกฟ้าจะได้มีเพื่อนคุย” มินตราบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ถ้าอย่างนั้นตอนเย็นพี่จะมารับก็ละกัน”
เมื่อกวินพาเมธาวีเดินทางมาถึงที่บริษัท ชายหนุ่มเอ่ยทักทายวีรยาเลขาของเพื่อน
“สวัสดีครับคุณวีผมเอาเลขามาส่ง นายภัศร์อยู่ใช่ไหมครับ”
“สวัสดีค่ะคุณวิน...เจ้านายอยู่ข้างในค่ะ...กำลังหงุดหงิดอยู่เลยใครก็เข้าหน้าไม่ติดค่ะ”
“ทำไมล่ะครับ” กวินถามด้วยความสงสัย
“ก็รอคุณตะวันอยู่น่ะสิคะ สั่งไว้ว่าถ้ามาถึงเมื่อไรให้รีบเข้าไปพบทันที”
“อะไรจะใจร้อนขนาดนั้น”
“จริงๆ ค่ะขนาดเมื่อเช้ามีประชุมสำคัญแต่เจ้านายอารมณ์ไม่ดี แม้แต่ในที่ประชุมยังขยาดกันเลยค่ะ ตอนแรกพวกเราก็ไม่รู้สาเหตุ จนกระทั่งเจ้านายถามว่าคุณตะวันมาหรือยังเกือบจะทุกสิบนาที”
“งั้นตะวันขอตัวเข้าไปพบเขาก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวครับคุณตะวันผมว่าเราเข้าไปพร้อมกันดีกว่า...พร้อมหรือยังครับ”
“พร้อมค่ะคุณถามยังกับจะชวนฉันไปออกรบ”
แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อก็ได้ยินเสียงหงุดหงิดของปิยภัศร์ดังมาจากเครื่องโทรศัพท์ติดต่อภายใน
“ตะวันมาทำงานหรือยัง”
แต่หญิงสาวเป็นคนตอบเขาด้วยตัวเอง
“มาแล้วค่ะ ฉันจะเข้าไปพบคุณเดี๋ยวนี้” พูดจบเธอก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของเขาพร้อมกับกวิน
เมื่อปิยภัศร์เห็นเมธาวีก็รีบถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“งานที่ผมให้คุณทำอยู่ที่ไหน เช้านี้ทำไมผมไม่เห็นมันวางอยู่บนโต๊ะ”
“จริงด้วยฉันลืมไปเลย จะไปเอามาให้เดี๋ยวนี้” พอหญิงสาวเดินออกไปปิยภัศร์ก็หันมาทักเพื่อนรักของตัวเอง
“นายมานานแล้วเหรอวิน”
“ฉันมาพร้อมกับคุณตะวันของนายนั่นแหละ แล้วนายหงุดหงิดอารมณ์เสียเรื่องอะไรตั้งแต่เช้าแบบนี้”
“เช้าที่ไหนกันนี่มันสิบโมงครึ่งเข้าไปแล้วนายว่ายังเช้าอยู่อีกเหรอ เดี๋ยวก่อนแล้วทำไมนายถึงมาพร้อมกับตะวัน”
“ฉันกับขวัญไปที่บ้านของคุณฟ้าแล้วก็เจอคุณตะวันอยู่ที่นั่นด้วย เธอไปถามพี่สาวของเธอเกี่ยวกับเรื่องข่าวที่ฉันให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ ฉันก็เลยพาตัวมาส่งนายที่นี่ ทำไมแค่เลขาสาวสวยไม่อยู่แค่ไม่กี่ชั่วโมง ทำให้นายหงุดหงิดงุ่นง่านได้ถึงขนาดใครก็เข้าหน้าไม่ติดเลยเหรอ”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







