Share

บทที่ 39

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:24:26

            “ช่างเถอะไหนๆ ก็มาถึงแล้ว...ว่าแต่นายไปทำอะไรที่นั่นแต่เช้า แล้วตอนนี้ขวัญอยู่ที่ไหน”

            “อยู่ที่บ้านของคุณฟ้าเดี๋ยวตอนเย็นฉันถึงจะแวะไปรับ” แล้วกวินก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เพื่อนรักฟัง

            “นายคิดยังไงกับคุณฟ้ากันแน่ คงจะไม่บอกฉันหรอกนะว่านายรักคุณฟ้า”

            “มันยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก แต่ฉันก็ยอมรับนะว่าฉันสนใจเธอเหมือนที่นายสนใจตะวัน และการที่ฉันต้องพูดออกไปว่าฉันกับฟ้ากำลังคบหาดูใจกันอยู่นั้น ก็เพราะว่าสถานการณ์ในตอนนั้นมันพาไป อีกอย่างฉันก็ไม่เดือดร้อนอะไรที่พูดออกไปแบบนั้น เพราะฉันเองก็ชอบเธออยู่ไม่น้อย”

            “สรุปว่าเราสองคนจะเหมาสองพี่น้องตระกูลนี้มาไว้ซะเองว่างั้น” ยังไม่ทันที่กวินจะได้ตอบอะไรตะวันก็หอบแฟ้มงานเข้ามาในห้อง

            “นี่งานที่นายต้องการ”

            “เดี๋ยวก่อนตะวันอย่าเพิ่งไป ผมจำได้นะว่าเมื่อวานผมสั่งงานให้คุณทำมากกว่านี้ แล้วทำไมผมได้มาแค่นี้”

            “ก็งานที่นายสั่งมันเยอะมากแล้วฉันจะทำเสร็จทันได้ยังไง และถ้านายไม่ใช่คนความจำเสื่อมหรือเป็นโรคอัลไซเมอร์ล่ะก็ นายจะต้องจำได้สิว่าเมื่อคืนนายเป็นคนบอกฉันเองว่าให้ฉันกลับบ้าน ทั้งที่ฉันยืนยันว่ายังทำงานไม่เสร็จทีนี้จำได้หรือยัง” เมธาวีลอยหน้าลอยตาพูดกับปิยภัศร์

            “ก็รีบออกไปทำให้เสร็จซะสิ มายืนพล่ามอะไรอยู่ที่นี่”

            “เชอะ! ไปก็ได้พูดยังกับว่าฉันอยากที่จะเห็นหน้าของนายงั้นแหละ บอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันเบื่อหน้านายเต็มทนแล้ว”

            พูดจบก็เดินออกจากห้องทำงานไปทิ้งให้กวินอยู่ตามลำพังกับปิยภัศร์

กวินเอ่ยปากถามเพื่อนถึงสิ่งที่เขาสงสัย

            “ฉันว่าจะถามนายตั้งแต่แรกแล้วว่าหน้าผากของนายไปโดนอะไรมา”

            “แผลนี้น่ะเหรอเป็นฝีมือของตะวัน”

            “อะไรนะนายไปทำอะไร ถึงได้โดนเธอจัดการซะขนาดนี้”

            “ถ้าฉันทำแล้วโดนจะไม่ว่าเลย แต่นี่ฉันยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนี่สิ มันน่าเจ็บใจจริงๆ”

            แล้วเขาก็เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อคืนให้กวินฟัง กวินหัวเราะงอหายที่เพื่อนรักของเขาเจอดีเข้าจนได้

            “ตะวันของนายนี่ก็บู๊ไม่เลวเหมือนกันนะ ว่าแต่นายสั่งงานอะไรให้เธอทำเยอะแยะมากมายขนาดนั้น ถ้านายจะรีบใช้หรือว่าต้องการด่วน ทำไมนายไม่มอบหมายให้คุณวีทำ”

            “มันไม่ด่วนอะไรหรอก ฉันก็แค่อยากจะแกล้งคนอวดดีก็เท่านั้น” กวินหัวเราะเมื่อได้ยินคำตอบ

            “นายทำอะไรเป็นเด็กไปได้ เห็นทีฉันจะต้องกลับก่อนเพราะต้องไปทำงานเหมือนกัน เดี๋ยวตอนเย็นจะต้องไปรับขวัญที่บ้านของฟ้าอีก”

            “โอเคฉันฝากนายบอกขวัญด้วยละกันว่าพี่ภัศร์คิดถึงให้แวะไปที่บ้านบ้าง”

            “น้องฉันเป็นผู้หญิงนะโว้ย! จะให้ไปมาหาสู่บ้านผู้ชายก่อนได้ยังไง”

            “เฮ้ย! ฉันไม่สนน้องสาวของนายหรอกน่าขวัญยังเด็กเกินไป อีกอย่างฉันเห็นเขามาตั้งแต่เล็ก ถ้าเป็นพี่ตะวันของยายขวัญก็ว่าไปอย่าง แบบนั้นน่าสนุกว่าตั้งเยอะ”

            “เออ...ฉันไปก่อนละแล้วจะโทรมาคุย”

            “ถ้าว่างฉันจะไปหานายที่ผับจะได้กินเหล้าด้วยกัน”

            “ได้เลย” กวินพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนที่จะเดินออกไป

            เมธาวีนั่งทำงานโดยไม่ยอมลงไปทานอาหารกลางวัน ถึงแม้ว่าวีรยาจะพูดยังไงก็ตาม แต่เธอก็ยังยืนยันว่าจะนั่งทำงานต่อให้เสร็จ วีรยาไม่เซ้าซี้บอกแต่เพียงว่าจะซื้อแซนวิชขึ้นมาฝาก

            ปิยภัศร์ออกไปทานอาหารข้างนอก โดยไม่ใส่ใจหญิงสาวที่ยังคงนั่งทำงานอยู่ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาพักกลางวัน เขาเดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอไปโดยที่ไม่ได้มองมาด้วยซ้ำ

            หญิงสาวนั่งทำงานต่อไปทั้งที่รู้สึกปวดหัวและรู้สึกหนาว แม้ว่าเธอจะใส่เสื้อสูทแล้วก็ตาม สงสัยจะเป็นไข้แต่ก็ยังคงนั่งทำงานต่อจนเสร็จ

            ปิยภัศร์กลับเข้ามาที่บริษัทอีกครั้ง หลังจากที่ไปทานมื้อเที่ยงมาเรียบร้อยแล้ว เมธาวีเอางานที่เขาสั่งให้ทำจนเสร็จเข้าไปให้เขา และก็ได้ยินเขาสั่งกำชับกับวีรยาว่าถ้าเจสซิก้ามาขอพบให้บอกว่าเขาไม่อยู่ วันนี้จะไม่เข้าบริษัทหรือหาเหตุผลอะไรก็ได้ให้วีรยาจัดการไปได้เลย จะใช้วิธีไหนก็ตามใจแต่อย่าให้เจสซิก้าเข้ามารบกวนเวลางานของเขาเป็นเด็ดขาด เลขาของเขาตอบรับคำสั่งของเจ้านายก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป        

            “งานที่นายต้องการฉันทำเสร็จหมดแล้ว นายมีอะไรที่จะสั่งให้ฉันทำอีกไหม ถ้ามีก็รีบเอามาซะฉันจะได้รีบทำให้เสร็จ”

            “ตอนนี้ยังไม่มีแต่ว่าผมไม่ต้องการที่จะได้ยินคุณเรียกผมว่านายอย่างนั้นนายอย่างนี้ เพราะผมมีชื่อให้คุณเรียกถ้าคุณไม่อยากที่จะเรียกผมว่าบอส คุณจะเรียกผมว่าพี่ภัศร์ก็ได้ผมอนุญาตให้คุณเรียกได้”

            แต่หญิงสาวเชิดหน้าตอบกลับไปว่า

            “ฉันไม่เคยมีพี่ชาย”

            “ผมรู้ว่าคุณมีแต่พี่สาวแต่ว่าที่ผมให้เรียกพี่ เพราะว่าผมแก่กว่าคุณอย่างน้อยก็สองปี”

            “ฉันไม่ชินที่จะเรียกนายแบบนั้น”

            “ผมสั่งให้คุณเรียกคุณก็ต้องเรียก พูดท่านั้นท่านี้อยู่ได้น่ารำคาญจริง มีเลขาที่ไหนบ้างที่เขาเรียกเจ้านายสุดหล่ออย่างที่คุณเรียกผม และถ้าคุณยังขืนดื้อเรียกผมแบบเดิมอยู่อีกล่ะก็อย่าหาว่าผมไม่เตือน เพราะผมจะลงโทษคุณด้วยการจูบ อยากจะลองดูก็ได้นะผมรับรองผมพูดจริงทำจริงเสมอ”

            “แต่ว่าฉันไม่ชินที่จะเรียกคุณว่าพี่ ฉันขอเรียกคุณภัศร์แทนแล้วกัน”

            “เรียกคุณภัศร์ก็ได้ผมตามใจคุณอยู่แล้ว หรือจะเรียกว่าที่รักก็ได้นะ สำหรับคุณผมอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ”

            “หมดธุระของนาย...เอ๊ยของคุณแล้วใช่ไหม ฉันขอตัวออกไปทำงานต่อก่อนนะ”

            พอเธอเดินออกมาจากห้องทำงานของชายหนุ่ม วีรยาบอกกับหญิงสาวว่าจะไปแผนกบัญชี และถ้ามีใครมาติดต่องานช่วงที่เธอไม่อยู่ให้เมธาวีรับเรื่องแทนไปก่อน หญิงสาวรับปากจะดูแลทางนี้แทนเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 117

    งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 116

    “พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 115

    พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 114

    “คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 113

    “ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 112

    “ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status