Masukปิยภัศร์พาหมอสรรค์ขึ้นมาบนห้องหญิงสาว หลังจากที่ป้าวรรณเช็ดตัวเธอเสร็จไปไม่นาน ชายหนุ่มเดินเข้าไปนั่งข้างตัวเธอ และจับมือบอบบางของเธอมาเกาะกุมไว้
“ตะวันคุณยังปวดหัวมากอยู่อีกหรือเปล่า” หญิงสาวพยักหน้าตอบชายหนุ่ม
“คุณภัศร์ถอยออกมาก่อนค่ะ คุณหมอจะได้เข้าไปตรวจดูอาการของคุณตะวัน”
แต่ปิยภัศร์พูดอย่างคนเกเร “ผมนั่งตรงนี้หมอก็ตรวจได้”
“แต่ป้าว่าคุณจะไปเกะกะคุณหมอนะคะ”
“ผมรับรองจะไม่ทำตัวให้เกะกะหมอสรรค์หรอกครับ ป้าวรรณก็ให้หมอสรรค์ไปตรวจด้านโน้นสิครับ แค่นี้ก็ไม่เกะกะละ” ชายหนุ่มพูดอย่างเอาแต่ใจตัวเอง หมอสรรค์ซึ่งเป็นหมอประจำตระกูลของชายหนุ่มมานาน และเห็นคุณภัศร์มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ จนเดี๋ยวนี้โตเป็นหนุ่มยิ้มให้กับป้าวรรณ
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณวรรณ...คุณภัศร์ก็ไม่ได้เกะกะอะไร” แล้วก็เดินอ้อมเตียงไปอีกด้านหนึ่ง
“ขอหมอตรวจอาการหน่อยนะครับ คุณมีอาการเป็นยังไงบ้างครับ”
“ปวดหัวและก็มีไข้สูง” ปิยภัศร์ชิงตอบคำถามของหมอสรรค์ก่อนที่หญิงสาวจะเป็นคนตอบ
หมอสรรค์พยักหน้าพร้อมกับตรวจร่างกายของเธอ แต่ชายหนุ่มคนเดียวที่นั่งอยู่ด้วยมักจะคอยจับตามอง และเมื่อหมอสรรค์จะปลดกระดุมเสื้อของหญิงสาว เพื่อใช้เครื่องฟังการเต้นของหัวใจ ชายหนุ่มก็ขอเป็นฝ่ายทำหน้าที่นี้ซะเอง สิ่งนี้เองที่สร้างความขบขันให้กับหมอสรรค์ไม่น้อยเลยทีเดียว
‘อะไรจะหวงกันขนาดนี้’ หมอสรรค์ได้แต่คิดในใจ
“ตะวันเป็นยังไงบ้างครับหมอ” ปิยภัศร์ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“เป็นไข้หวัดใหญ่ครับควรจะนอนพักผ่อนและทานอาหารอ่อนๆ ที่สำคัญควรจะดื่มน้ำมากๆ เดี๋ยวหมอจะฉีดยาให้เข็มหนึ่งแล้วก็จะจัดยาแก้ไข้ไว้ให้”
“ต้องฉีดยาด้วยเหรอคะคุณหมอไม่ฉีดได้ไหมคะ กินยาอย่างเดียวก็พอค่ะ ตะวันสัญญาว่าจะกินยาตรงตามเวลาที่คุณหมอสั่ง”
“นั่นสิหมอทำไมจะต้องฉีดยาด้วยครับ”
“ที่หมอจะฉีดยาให้เพราะว่าอาการจะได้ทุเลาเร็วขึ้นไงครับ”
เมื่อปิยภัศร์ได้ฟังคำชี้แจงของหมอสรรค์ก็เห็นด้วย จึงหันไปพูดโน้มน้าวจิตใจของหญิงสาวให้คล้อยตามสิ่งที่หมอสรรค์แนะนำ
“ตะวันยอมให้หมอฉีดยาเถอะนะ อาการของคุณจะได้ทุเลาลง” ชายหนุ่มหันกลับไปถามหมอสรรค์ซึ่งกำลังเตรียมยาฉีดให้กับหญิงสาว
“จะฉีดที่ตรงไหนหรือหมอ”
“สะโพกครับ”
“ฉีดที่แขนแทนแล้วกัน” ปิยภัศร์พูดกับคุณหมอประจำตระกูล
ในขณะที่หมอกำลังเตรียมเข็มฉีดยาให้ตะวันอยู่นั้น ปิยภัศร์ก็ทำหน้าที่ควบคุมการฉีดยาด้วยสายตาไม่กระพริบ แถมทำเสียงปลอบคนป่วยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซึ่งน้อยคนนักจะได้ยินแบบนี้
“ไม่ต้องกลัวนะตะวันฉีดยาเข็มนึงแล้วคุณจะได้หายเร็วๆ”
เมธาวีมองเข็มฉีดยานึกหวาดไม่หาย เพราะเธอไม่ค่อยจะถูกฉโลกกับเข็มฉีดยาสักเท่าไร จำได้ว่าสมัยเด็กเวลาที่เธอโดนฉีดยาเธอจะร้องเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้านได้ยินกันหมดทีเดียว และดูเหมือนปิยภัศร์จะรู้ความคิดของเธอ เขากระชับมือเธอเอาไว้
“ตะวัน...ถ้าคุณกลัวก็มองหน้าผมสิ...ผมรับรองว่าคุณจะไม่เจ็บเลย”
เมธาวีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะไปกับคำพูดของเขา ในระหว่างที่ชายหนุ่มหาเรื่องล้อเลียนหญิงสาวอยู่นั้น หมอสรรค์ก็จัดการฉีดยาให้เธอ รู้ตัวอีกทีคุณหมอก็จัดการฉีดยาให้เธอจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ในตอนนั้นเองมีคนโทรศัพท์เข้ามือถือของปิยภัศร์ ชายหนุ่มกดรับทันทีเมื่อเห็นว่าใครโทรมา
“วินนายมีอะไร” และเขาก็ขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก ทิ้งให้หมอกับป้าวรรณอยู่กับคนป่วยตามลำพัง หมอสรรค์หัวเราะอย่างขบขัน
“หมอขำอะไรหรือคะ” ป้าวรรณถามด้วยความสงสัย
“ก็ขำคุณภัศร์น่ะสิครับ...ถ้าผมไม่รู้มาก่อนว่าคุณภัศร์ยังโสดและยังไม่ได้แต่งงานล่ะก็ ผมต้องคิดว่าคุณภัศร์ทั้งรักและหวงภรรยามากขนาดหนักเลยนะครับ ดูเหมือนคุณตะวันจะมีความหมายต่อคุณภัศร์มาก คุณภัศร์ถึงได้ห่วงใยมากมายขนาดนี้” ป้าวรรณเพียงแต่ยิ้มจากนั้นหมอสรรค์ก็หันไปพูดกับคนไข้แทน
“หมอจัดยาให้แล้วนะครับ ถ้าคุณตะวันทานยาตามที่หมอจัดให้จนหมด ก็จะอาการดีขึ้นภายในสองสามวัน”
“ขอบคุณค่ะ”
“มันเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว เสร็จธุระแล้วหมอขอตัวกลับก่อนนะครับ อย่าลืมทานยาตามเวลาที่หมอสั่งนะครับ รวมถึงนอนพักผ่อนและดื่มน้ำมากๆ อีกไม่กี่วันก็จะหายเป็นปกติ”
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
ป้าวรรณเรียกเด็กให้ลงไปส่งคุณหมอที่รถ ส่วนตัวเองก็จะลงไปอุ่นโจ๊กขึ้นมาให้หญิงสาวทานจะได้ทานยาและนอนพักผ่อน แต่พอจะเดินออกไปก็สวนกับชายหนุ่มที่หน้าประตู
“คุณภัศร์มาก็ดีละค่ะอยู่เป็นเพื่อนคุณตะวันก่อนนะคะ ป้าจะลงไปอุ่นโจ๊กขึ้นมาให้เธอ”
“ป้าวรรณไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะอยู่ดูแลตะวันเองครับ” ปิยภัศร์กลับเข้ามาในห้องอีกครั้งก็พบว่าเมธาวีกำลังจะหลับ
“ตะวัน...คุณรู้สึกง่วงตอนที่เห็นผมเดินเข้ามาในห้องหรือเปล่านะ”
“เปล่าซะหน่อยทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วยคะ พวกยาแก้หวัดมักจะง่วงแบบนี้เสมอ”
เธอเถียงเขาเสียงอู้อี้อย่างไม่ยอมให้เขาโจมตีเธอได้ฝ่ายเดียว...หญิงสาวรู้สึกกลัวเขาอยู่ไม่น้อย เพราะถ้าเขาคิดจะทำอะไรเธอขึ้นมาตอนนี้ เธอคงจะไม่มีแรงต่อต้านเขา แต่ปิยภัศร์ก็ไม่ได้ทำอะไรเธอ เขาเพียงแต่หยิบผ้านวมมาห่มให้เท่านั้น
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







