LOGINปิยภัศร์เอื้อมมือไปจับมือของป้าวรรณและมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน
“ป้าวรรณครับ...ป้าวรรณไม่ใช่แค่คนที่คอยดูแลผมเท่านั้น แต่ป้าวรรณมีความสำคัญกับผมมากกว่าสิ่งอื่นใด ผมรักและนับถือป้าวรรณเหมือนแม่คนหนึ่ง แต่ว่าเรื่องนี้ผมขอได้ไหมอย่าน้อยใจหรือต่อว่าผมเลยนะครับ”
“ได้ค่ะแล้วคุณภัศร์จะให้ป้าเตรียมจัดห้องให้เธอเมื่อไรคะ”
“เตรียมไว้เลยก็ได้ครับ เอาห้องติดกับห้องของผมนะครับแบบว่าเปิดถึงกันได้สะดวก เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะให้ช่างมาดัดแปลงห้องให้ใหม่ ไว้คอยต้อนรับคุณหนูตะวันของป้าไงครับ”
“ป้าละกลุ้มใจแทนคุณตะวันถ้าจัดห้องนั้นให้เธอ มีเหรอคะที่เธอจะรอดพ้นเงื้อมือมารอย่างคุณภัศร์ไปได้ แต่ถึงยังไงป้าก็คงจะต้องจัดการเรื่องห้องของเธอ ให้เป็นไปตามความต้องการของคุณภัศร์อยู่ดี แบบนี้จะถือว่าป้าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยไหมคะ” ปิยภัศร์หัวเราะกับความกังวลเล็กๆ ของผู้สูงวัยที่ทำหน้าที่ดูแลเขา
“ขอบคุณมากครับป้าวรรณ...นี่ก็ดึกแล้วผมว่าแยกย้ายกันไปนอนพักผ่อนกันดีกว่าครับ ส่วนบนโต๊ะนี้เดี๋ยวให้เด็กมาจัดการพรุ่งนี้เช้า ผมขอสั่งห้ามไม่ให้ป้าวรรณทำนะครับ ผมง่วงแล้วขอตัวไปนอนก่อน ราตรีสวัสดิ์ครับ”
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
วรรณเดินขึ้นไปบนห้องพักพร้อมกับคิดเรื่องของเมธาวีไปด้วย รู้สึกว่าจะไม่ได้เจอหญิงสาวนานมากแล้ว จำได้ว่าพบเธอครั้งสุดท้าย...ก็ตอนที่คุณวิชญะพามางานวันเกิดของคุณปิยภัศร์ เธอดูน่ารักเหมือนกับตุ๊กตาญี่ปุ่น ดูเหมือนตอนนั้นเพิ่งจะอายุแค่สี่ห้าปีเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้เธอโตเป็นสาวเต็มตัวแถมยังมีข่าวลือเรื่องความสวยของเธออีกด้วย
เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงบางทีการที่คุณเมธาวีย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ อาจจะทำให้ที่นี่ไม่เงียบเหงาจนเกินไป และอาจจะทำให้คุณปิยภัศร์ยอมเปลี่ยนใจ เลิกเป็นเพลย์บอยหนุ่มที่ใช้ผู้หญิงเปลืองอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามเธอบอกกับตัวเองว่า จะคอยทำหน้าที่ดูแลหญิงสาวเป็นอย่างดีเหมือนที่เคยดูแลเจ้านายหนุ่ม ส่วนเรื่องอื่นนั้นให้เป็นเรื่องของคนสองคนที่จะตกลงกันเอง คิดได้แบบนี้เธอก็สบายใจดับไฟหัวเตียงแล้วหลับไปอย่างง่ายดาย
“เจ้านายคะคุณวิชญะมาขอพบค่ะ”
เลขาส่วนตัวอายุประมาณเกือบสี่สิบ ที่เก่งและคล่องแคล่วว่องไว เกี่ยวกับเรื่องงาน รวมไปถึงการกวาดต้อนสาวๆ ที่เขาไม่พึงประสงค์ เลขาคนนี้ก็จะมีวิธีจัดการไม่ให้พวกหล่อนเข้ามาวุ่นวายกับเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้ามารายงาน
“เชิญเข้ามาได้เลย แล้วผมขอสัญญาที่ให้เตรียมไว้ด้วยนะ ขอกาแฟสองที่ด้วยครับ”
“ได้ค่ะเจ้านาย” จากนั้นก็เดินออกจากห้องทำงานไปเพื่อเรียนเชิญแขกคนสำคัญของเจ้านาย
“เชิญค่ะคุณวิชญะ เจ้านายกำลังรอคุณอยู่”
วิชญะเดินเข้าไปในห้องทำงานของชายหนุ่มรุ่นลูก
“สวัสดีครับคุณปิยภัศร์ขอโทษที่มารบกวนเวลางานของคุณ”
“ไม่เป็นไรครับ เชิญนั่งครับ”
แต่ก่อนที่ใครจะพูดอะไร วีรยาเลขาส่วนตัวของปิยภัศร์ก็เอากาแฟเข้ามาเสริฟ พร้อมกับเอกสารที่เขาต้องการ
“กาแฟและเอกสารที่เจ้านายต้องการค่ะ”
“ขอบคุณ ผมไม่ต้องการให้ใครเข้ามารบกวน ในขณะที่ผมกำลังคุยกับคุณวิชญะ ยกเว้นกวินนะครับคุณวี”
“ค่ะ” วีรยารับคำแล้วก็เดินออกไปจากห้อง ปิยภัศร์เริ่มเปิดการสนทนาทันที ชายหนุ่มถามแบบตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา
“ไม่ทราบว่าคุณวิชญะมีธุระอะไรกับผมหรือครับ”
“ผมจะไม่อ้อมค้อมนะครับ คุณคงจะทราบมาบ้างแล้ว ถึงภาวะปัญหาการขาดเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจของผม ผมจึงอยากที่จะมาขอความช่วยเหลือทางด้านการเงินจากคุณ ไม่ทราบว่าคุณพอที่จะช่วยผมได้หรือเปล่าครับ”
“เกี่ยวกับปัญหาธุรกิจของคุณผมก็พอจะทราบมาบ้างเหมือนกัน ถ้าภายในเดือนหน้าคุณยังหาเงินมาซัพพอร์ตในธุรกิจของคุณไม่ได้ คุณก็อาจจะถูกฟ้องล้มละลาย”
ปิยภัศร์พูดกับชายหนุ่มรุ่นพ่อที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหมือนกับเวลาที่เขาจะต้องเจรจาเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจ สีหน้านิ่งเฉยแบบนี้ไม่มีใครรู้และอ่านออกว่าเขากำลังคิดอะไร ซึ่งจะผิดกับเวลาที่เขาอยู่กับสาวๆ ราวกับว่าเป็นคนละคนเลยทีเดียว
“ใช่ครับ มันสำคัญสำหรับผมมาก และผมไม่มีทางเลือกอื่น เลยต้องแบกหน้ามาขอความช่วยเหลือจากคุณ”
“แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจไม่มีอะไรที่จะได้มาง่าย และก็ไม่มีคนเสียสติที่ไหนจะยอมจ่ายเงินจำนวนเกือบพันล้าน โดยที่ไม่ได้รับสิ่งตอบแทน ถ้าคุณจะให้ผมช่วยคุณผมจะได้อะไรเป็นการตอบแทน”
“ผมจะให้คุณเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในธุรกิจของผม”
“ผมจะเอาธุรกิจของคุณไปทำอะไรในเมื่อธุรกิจของผมเองก็มีเยอะแยะ แค่ที่มีอยู่ผมก็ดูแลแทบจะไม่ทั่วถึงอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณต้องการที่จะให้ผมช่วยคุณจริงๆ ละก็ คุณต้องยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของผม”
“เงื่อนไข!? เงื่อนไขที่ว่าคืออะไรครับ”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







