LOGIN“ผมต้องได้หุ้นในธุรกิจของคุณจำนวนครึ่งหนึ่งรวมไปถึงตัวลูกสาวของคุณด้วย”
“คุณหมายถึงตะวันเหรอครับ คุณจะเอาตัวเธอไปทำอะไร”
“ใช่ครับผมหมายถึงคุณเมธาวีลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณ ผมต้องการให้เธอมาเป็นเลขาส่วนตัวของผม และมีหน้าที่คอยดูแลผม ที่สำคัญเธอจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของผม”
“แต่คุณก็มีเลขาที่ชำนาญงานอย่างคุณวีรยาอยู่แล้วนี่ครับ แล้วจะเอาตะวันมาเป็นภาระทำไมกัน”
“ผมบอกคุณถึงความต้องการของผมไปแล้ว และไม่อยากที่จะเสียเวลาพูดมากอีก ถ้าคุณตกลงก็เซ็นเอกสารฉบับนี้ซะ แต่ถ้าไม่ตกลงก็ถือซะว่าเรื่องนี้เกมส์โอเวอร์” เขาพูดพร้อมกับยื่นเอกสารและปากการาคาแแพงไปตรงหน้าคุณวิชญะ
“ถ้าผมยอมเซ็นเอกสารฉบับนี้ คุณจะยอมช่วยเหลือธุรกิจของผมใช่ไหม”
“ถูกต้องผมจะจ่ายเงินก้อนแรกให้คุณเป็นจำนวนเงินเจ็ดร้อยล้านบาทอย่างที่คุณต้องการ และอาจจะมีก้อนอื่นตามมาอีกในกรณีที่คุณต้องการเพิ่มเติม แต่นั่นจะต้องหลังจากที่คุณจัดการโอนหุ้นครึ่งหนึ่งของบริษัทมาเป็นกรรมสิทธิของผม และตะวันก็จะต้องมาเป็นเลขาส่วนตัวของผม คุณไม่ต้องห่วงเรื่องการบริหารงานในบริษัท ผมให้สิทธิ์ขาดคุณในการบริหารและจะไม่เข้าไปยุ่งตรงนั้น คุณเคยทำอย่างไรก็ทำกันไปก็ละกัน แต่คุณเองก็ต้องตกลงทำตามเงื่อนไขในสัญญาว่าคุณจะไม่เข้ามาก้าวก่าย หรือยุ่งเกี่ยวเรื่องของผมกับลูกสาวของคุณอีกตลอดระยะเวลาที่เธออยู่กับผม”
“ระยะเวลานั่นมันยาวนานแค่ไหน”
“ผมก็ยังกำหนดไม่ได้มันขึ้นอยู่กับความพอใจ แต่ว่าผมรับรองได้อย่างหนึ่งว่ามันมีระยะเวลาสิ้นสุดแน่นอน และคุณไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความสะดวกสบาย ผมรับรองว่าเธอจะได้รับมันเช่นเดียวกับตอนที่อยู่ที่บ้านของคุณ เพราะผมจะให้ตะวันเข้าไปอยู่ในบ้านของผมในฐานะเจ้านายคนหนึ่ง”
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำตามเงื่อนไขในสัญญาฉบับนั้น ไม่ใช่เพราะเรื่องที่ชายหนุ่มจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนของบริษัท แต่เป็นเงื่อนไขเกี่ยวกับเรื่องของตะวันลูกสาวที่เขารักมากนั่นเอง
“ถึงผมจะยอมทำตามเงื่อนไข แต่ตะวันคงจะไม่ยอม”
“นั่นมันเป็นเรื่องของคุณสองคนพ่อลูกที่จะต้องไปตกลงกันเอง มันไม่ใช่หน้าที่ของผม”
หลังจากที่คุณวิชญะอ่านสัญญาฉบับนั้นอย่างละเอียด สัญญาระบุไว้ชัดเจนและรัดกุมมากสมกับที่ชายหนุ่มเป็นนักธุรกิจที่มีฝีมือในการบริหารงาน ถึงแม้ว่าเขาจะอายุยังน้อยก็ตาม และเขาคงจะต้องยอมรับเงื่อนไขนั้น แม้ว่าเขาจะจ็บปวดที่จะต้องเสียลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจไปก็ตาม แต่คงจะดีกว่าที่จะโดนฟ้องล้มละลาย สำหรับตัวเขาไม่เท่าไรหรอกเพราะว่าเขาเคยลำบากมาก่อน แต่ที่ทำให้เขาทนไม่ได้ก็เพราะว่ามันจะมันจะกระทบกระเทือนถึงความเป็นอยู่ของคนอีกเกือบพันชีวิต ที่เคยทำงานอยู่ร่วมกับเขามานานปีรวมไปถึงมินตราและเมธาวีลูกสาวทั้งสองคนของเขาอีกด้วย ซึ่งเขายอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
และจากระยะเวลาที่เคยรู้จักและพบปะพูดคุยกับชายหนุ่มรู่นลูกคนนี้ เขาคิดว่าผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก ถ้าให้ลูกสาวของเขามาทำงานกับชายหนุ่ม เขาคงจะดูแลและสอนงานเธอได้ เมื่อไตร่ตรองอย่างดีแล้วจึงหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อยอมรับเงื่อนไขฉบับนั้นด้วยความปวดร้าวใจ
ดวงตาของเขาบ่งบอกความรู้สึกของเขาในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี ว่าเขารู้สึกเสียใจมากแค่ไหนที่ต้องยอมเซ็นรับเงื่อนไขในเอกสารสัญญาฉบับนั้น
ถึงแม้ปิยภัศร์จะค่อนข้างมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องยอมเซ็นสัญญาฉบับนั้นอย่างไม่มีทางเลือก แต่ก็อดที่จะกลัวไม่ได้เพราะว่าถ้าเขาไม่ยอมเซ็นรับเงื่อนไขที่เสนอไป ตัวเขาเองคงจะต้องเสียเวลาในการคิดแผน หรือหาวิธีที่จะทำให้ได้ตัวเมธาวีมาเป็นของเขา และยิ่งฤทธิ์มากขนาดนั้นมันคงต้องเสียเวลาอีกนานเป็นแน่ เป็นแบบนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องเสียเวลามากมายอะไรก็ได้ตัวเธอมาครอบครอง
“ผมจะให้คู่สัญญากับคุณไว้ฉบับหนึ่งนะครับ ส่วนเงินจำนวนเจ็ดร้อยล้านบาทที่คุณต้องการนั้น ผมจะสั่งให้เขาจัดการโอนให้คุณทันทีที่ทางคุณจัดการเรื่องของตะวัน และการโอนหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์มาให้ผมตามที่เราตกลงกันไว้ และถ้าคุณวิชญะต้องการอะไรเพิ่มเติมก็ติดต่อกับเลขาผมได้ทุกเวลา เลขาของผมรู้ดีว่าจะตามตัวผมได้ที่ไหน”
“ขอบคุณครับ” วิชญะรับสัญญาฉบับนั้นมาด้วยความเจ็บปวด เพราะเงินก้อนนี้ทำให้เขาต้องแลกมันมาด้วยอิสระภาพของลูกสาวที่ตัวเองรัก มันไม่ต่างอะไรกับการเอาตัวตะวันมาขัดดอก
“ผมอยากทราบว่าคุณจะให้ตะวันมาเริ่มงานกับผมได้มื่อไร” จิตใจของปิยภัศร์จดจ่ออยู่ที่ตะวันมากกว่าเรื่องหุ้นที่เขาจะได้รับ
“เรื่องของตะวันผมขอเวลาสองสามวันเพื่อเจรจากับลูก สำหรับเรื่องหุ้นผมจะรีบจัดการโอนกรรมสิทธิ์หุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ให้คุณทันที”
“เรื่องหุ้นผมไม่ค่อยสนใจเท่าไร ผมสนใจแต่ตัวลูกสาวของคุณ หวังว่าคุณคงไม่เล่นตุกติกหรอกนะ อย่าแม้แต่จะคิดเพราะคนอย่างผมทำได้ทุกอย่าง แต่ผมเชื่อในเกียรติของคุณ”
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







