Masuk“เรากินกันเลยดีไหมคะ ตะวันทำอาหารที่พี่ฟ้าชอบด้วยนะ” ในระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารก็มีการพูดคุยกันไปด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นการพูดแซวเมธาวีซะมากกว่า
“อร่อยมากเลยครับตะวัน” กวินเอ่ยปากชมด้วยความจริงใจหญิงสาวยิ้มรับคำชม
“ตะวันถ้าคุณหายดีแล้ว...พรุ่งนี้ผมจะให้คุณกลับไปทำงานกับผมเหมือนเดิมแล้วนะ” น้ำเสียงและสีหน้าของตะวันสดใสขึ้นมาทันทีที่ปิยภัศร์พูดจบ
“คุณพูดจริงเหรอคะ...ดีจังเลย...ฉันเบื่อที่จะอยู่เฉยๆ เต็มทีละ”
“อะไรจะตื่นเต้นปานนั้น” ปิยภัศร์เอ่ยแซวแล้วทุกคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน ในตอนนั้นเองที่ป้าวรรณพูดขัดขึ้นมา
“ถ้าอิ่มกันแล้วย้ายไปคุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่นดีไหมคะ ทางนี้จะได้ให้เด็กเขาเก็บโต๊ะ”
“ก็ดีนะเราสองคนจะได้ดื่มไปด้วยไง” ปิยภัศร์หันมาพูดกับกวินแล้วทุกคนก็พร้อมใจกันย้ายไปคุยกันต่อที่ห้องรับรองแขก
ในขณะที่ปิยภัศร์กำลังชงเหล้าให้กับตัวเขาและกวินอยู่นั้น มินตราก็ถือจานผลไม้เดินมานั่งที่โซฟาส่วนเมธาวีก็ลุกขึ้นไปเปิดทีวีเพื่อดูข่าวดูกันไปคุยกันไป และแล้วก็มีข่าวที่กวินกับมินตราเข้าไปเลือกซื้อเพชรด้วยกัน
รวมไปถึงตอนที่กวินสวมสร้อยพร้อมจี้เพชรให้กับพี่สาวของเธอ ดูจากภาพข่าวแล้วพวกเขาดูเหมือนคู่รักที่รักกันมากจนเป็นที่น่าอิจฉาของผู้ที่ได้พบเห็น พอข่าวจบเมธาวีก็เอ่ยแซว
“คุณวินมอบจี้เพชรรูปหัวใจให้พี่ฟ้ามีความหมายอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ”
“ตะวัน” มินตราแอบหยิกที่แขนของเธอ
“โอ๊ยยย! พี่ฟ้าหยิกตะวันทำไม”
“ก็ถามคำถามอะไรแบบนี้”
“ตะวันก็แค่ถามดูเท่านั้นเอง ว่าไงคะคุณวินคุณยังไม่ได้ตอบคำถามเลยนะคะ ที่คุณให้จี้เพชรรูปหัวใจน้ำงามกับพี่ฟ้ามีความนัยอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่า”
“ยังไม่หยุดพูดเพ้อเจ้ออีก ถ้าเธอยังไม่หยุดพูดอะไรแบบนี้อีกล่ะก็พี่จะหยิกให้เนื้อเขียวเลย”
ทั้งที่เอ่ยปากห้ามไม่ให้น้องสาวพูดหรือถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่มินตราก็าแอบหวังว่าจะได้ยินกวินตอบคำถามนี้ของตะวันเช่นกัน เธอเองก็อยากว่าการที่เขาซื้อสร้อยเส้นนี้ให้กับเธอ มีความหมายอะไรเป็นพิเศษบ้างหรือไม่
กวินเพียงแต่ยิ้มให้เมธาวีแต่ไม่ได้พูดอะไร นั่นทำให้มินตราแอบรู้สึกผิดหวัง และเธอก็เป็นคนที่พูดกับน้องสาวซะเอง
“ตะวันก็รู้ว่าเรื่องของพี่กับคุณวินเป็นเพียงเรื่องที่สมมุติขึ้นมาเพราะสถานะการณ์มันพาไปก็เท่านั้นเอง”
“ตะวันก็แค่ล้อเล่น ทำไมพี่ฟ้าจะต้องโกรธตะวันด้วยล่ะคะ”
“พี่ไม่ได้โกรธแต่ว่าเราไม่ควรพูดแบบนี้”
“ทราบแล้วค่ะ” เมธาวีพูดพร้อมกับกอดเอวของพี่สาวเอาไว้อย่างรักใคร่ ในขณะที่สองพี่น้องคุยกันอยู่นั้นปิยภัศร์ก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่เพื่อนของเขาทำ สงสัยว่าเขาจะต้องหาเวลาคุยกับกวินเป็นการส่วนตัวซะแล้ว กวินกับมินตราอยู่คุยกับปิยภัศร์และเมธาวีอีกพักใหญ่ก็ขอตัวกลับบ้าน
เมธาวีตื่นนอนแต่เช้าตรู่...และเดินไปที่หน้าต่างเพื่อมองบรรยากาศรอบบ้านในรุ่งเช้าที่สดใส...ก่อนที่จะอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงาน วันนี้ก็เหมือนกับวันอื่นๆ ทั่วไปเพียงแต่เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะเธอจะไม่ต้องโดนบังคับให้นั่งจับเจ่าอยู่แต่ในห้องนอนเหมือนสามสี่วันที่ผ่านมา หญิงสาวเดินทางไปถึงที่ทำงานและได้ทักทายวีรยาพร้อมกับถามว่ามีอะไรให้ช่วยทำบ้างหรือไม่
“ช่วยพิมพ์งานในแฟ้มนี้ให้พี่ละกันค่ะ”
“ได้เลยค่ะ”
ระหว่างที่เธอพิมพ์อย่างเพลิดเพลินอยู่นั้นก็มีชายหนุ่มมายืนอยู่ข้างหน้าโต๊ะเธอ
“ผมมาขอพบคุณปิยภัศร์ครับ”
“นัดไว้ล่วงหน้าหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามโดยที่ไม่ได้เงยหน้าจากงานที่ทำ
“เปล่าครับ”
“ถ้าอย่างนั้นเกรงว่า...” เธอเพิ่งจะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน
“คุณวินเองเหรอคะนึกว่าใคร ถ้าคุณจะมาพบคุณภัศร์ละก็เข้าไปได้เลยค่ะ”
“คุณจะไม่แจ้งเจ้านายของคุณหน่อยเหรอครับ เผื่อเขาอาจจะไม่อยากให้ใครเข้าไปรบกวน”
“ห้องนั้นเปิดกว้างสำหรับคุณเสมอค่ะ”
“งั้นผมขอเข้าไปพบเขาก่อนนะครับ”
“เชิญเลยค่ะ” กวินเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน
“ภัศร์นายยุ่งอยู่หรือเปล่า”
“นายเองเหรอ...นั่งสิ...ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับนายอยู่พอดี” เขาผายมือไปที่โซฟาหรูหราราคาแพงที่ดูก็รู้ว่านำเข้ามาจากต่างประเทศ
กวินเดินไปนั่งที่โซฟาตามคำชวนก่อนที่จะมองไปรอบๆ ห้องที่ถูกตกแต่งไว้อย่างทันสมัยหรูหราและมีสไตล์ ไม่ต้องถามก็พอจะรู้ว่าหมดค่าตกแต่งไปเท่าไร หลังจากที่ปิยภัศร์เซ็นงานเสร็จก็เดินตามมานั่งที่โซฟา
“นายมีเรื่องอะไรจะพูดกับฉันงั้นเหรอ” กวินเปิดประเด็นการสนทนา
“ฉันก็แค่อยากจะถามนายว่าที่นายซื้อสร้อยพร้อมจี้เพชรรูปหัวใจให้คุณฟ้า...มันแฝงความหมายอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”
“ฉันไม่คิดว่านายจะมีข้อสงสัยเหมือนคนอื่นๆ ที่จริงมันก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก ก็แค่ฉันชวนเธอไปช่วยเลือกของขวัญให้อาสะใภ้ของฉัน แล้วก็เห็นฟ้าอยากได้ฉันก็เลยซื้อให้เป็นการตอบแทนความมีน้ำใจของเธอก็เท่านั้นเอง”
“แต่ที่ฉันดูจากสกู๊ปข่าวในวันนั้น...สายตาของนายมันบ่งบอกอะไรบางอย่าง”
“นี่ฉันปิดบังอะไรนายไม่ได้เลยใช่ไหม...เอาเป็นว่าฉันยอมรับว่าฉันชอบฟ้า แต่มันยังไม่มากพอที่จะทำให้ฉันยอมแลกกับชีวิตโสดของตัวเอง ยกเว้นเสียแต่ว่าฟ้าจะรับได้ในสิ่งที่ฉันเป็นละก็โอเค มันคงจะไม่ต่างจากความรู้สึกของนายกับตะวันในตอนนี้”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







